ศึกชิงจ้าวยุทธออนไลน์

    ตอนที่ 49 ความเคลือบแคลงใจ

    ตอนที่ 49          จันทร์วาดนั่งรถมากว่าชั่วโมงในที่สุดก็มาถึงค่ายเก็บตัวนักกีฬาบริเวณจังหวัดปทุมธานีซึ่งมันเป็นเวลาแปดโมงกว่าแล้ว            จันทร์วาดเดินเข้าไปภายในค่ายเก็บตัวและดูเหมือนว่าคนที่อยู่ที่นี่จะรู้อยู่แล้วว่าเธอจะมาถึงเวลาไหนเพราะพวกนักกีฬาและเหล่าผู้ช่วยโค้ชต่างออกมายืนรอต้อนรับเธอกันหมด            “ยินดีต้อนรับค่ะโค้ช !!/ยินดีต้อนรับครับโค้ช !!” เหล่านักกีฬาเหล่าผู้ช่วยโค้ชและสตาฟหลายสิบชีวิตกล่าวต้อนรับเธอ            “นี่ถึงกับมารอต้อนรับกันเลยเหรอเนี่ยมายืนรอกันนานหรือยังล่ะยังไงก็ขอบใจนะ” จันทร์วาดยิ้มให้เหล่านักกีฬาผู้ช่วยโค้ชและเหล่าสตาฟ            “รอไม่นานหรอกครับพอดีคุณเจนจิราเธอให้เลขาโทรมาแจ้งก่อนแล้วว่าโค้ชจะมาประมาณกี่โมง” ผู้ช่วยโค้ชคนหนึ่งพูด            ออที่แท้ก็เพราะอีเจนมันบอกนี่เองว่าเราจะมาถึงประมาณกี่โมงพวกนี้ถึงออกมารอกันแบบนี้ จันทร์วาดพยักหน้าเข้าใจ            “เอาล่ะเมื่อวานพวกเราก็ทำความรู้จักกันมาบ้างแล้วไม่ต้องมากพิธีไปหรอกนะว่าแต่กินข้าวเช้ากันหรือยัง” จันทร์วาดถามซึ่งหลายคนส่ายหน้าทำให้เธอได้รู้ว่าพวกนี้ยังไม่ได้กินข้าวเช้ากัน            “งั้นก็ดีเลยไปกินข้าวเช้ากันก่อนเถอะจะได้คุยทำความรู้จักกันมากขึ้นระหว่างกินข้าวเช้าส่วนเรื่องแนะนำให้รู้จักสถานที่และอื่นๆเดี๋ยวค่อยจัดการหลังจากท้องอิ่ม” จันทร์วาดบอก            “ครับ !!/ค่ะ !!” ทุกคนพยักหน้าจากนั้นผู้ช่วยโค้ชก็พาจันทร์วาดเข้าไปในค่ายเก็บตัวเพื่อพาไปโรงอาหารโดยมีเหล่านักกีฬาคาราเต้ทีมชาติทั้งชายและหญิงเดินตามกันเป็นขบวน            ค่ายเก็บตัวแห่งนี้นั้นจากที่ผู้ช่วยโค้ชอธิบายให้ฟังระหว่างเดินไปโรงอาหารดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่สร้างไว้เป็นพิเศษสำหรับนักกีฬาทีมชาติในแขนงต่างๆซึ่งสถานที่แห่งนี้นั้นไม่ได้มีแต่เพียงนักกีฬาคาราเต้เท่านั้นแต่ยังมีนักกีฬาอีกหลายประเภทที่อยู่ที่นี่ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬายกน้ำหนัก นักกีฬายิงปืน นักกีฬาว่ายน้ำ เรียกได้ว่าแทบจะมีนักกีฬาที่ลงแข่งทุกคนอยู่ที่นี่เลยก็ว่าได้จะมีก็แต่นักกีฬาบางประเภทที่ต้องใช้สถานที่พิเศษจึงแยกออกไปอยู่ที่อื่น            ใหญ่มากเลยแถมยังสร้างอาคารแยกไว้ให้นักกีฬาแต่ละประเภทอีกนี่รัฐบาลประเทศเราสนับสนุนเรื่องกีฬามากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยแต่ก่อนตอนเรายังเป็นนักกีฬายังทำได้เพียงแค่เหมารีสอร์ทเก็บตัวอยู่เลย จันทร์วาดคิดในใจเพราะแต่ก่อนตอนที่เธอยังเป็นนักกีฬานั้นทางสมาคมก็จะให้เพียงแค่งบมาก้อนหนึ่งให้หัวหน้าสมาคมกีฬาแต่ละประเภทไปบริหารจัดการกันเอาเองซึ่งตอนนั้นหัวหน้าสมาคมก็ได้แต่ใช้เงินนั่นเหมาปิดรีสอร์ททำเป็นค่ายเก็บตัวนักกีฬาเท่านั้นไม่เคยมีสถานที่รับรองอะไรให้พร้อมเสร็จสรรพแบบนี้            “ถึงโรงอาหารแล้วครับโค้ชที่นี่จะเป็นที่เดียวที่เหล่านักกีฬาทุกประเภทจะมารวมตัวกัน” ผู้ช่วยโค้ชบอกด้านในโรงอาหารนั้นเป็นห้องโถงโล่งๆมีโต๊ะอาหารยาวๆซึ่งจากที่จันทร์วาดเห็นน่าจะนั่งกินข้าวพร้อมกันได้เป็นร้อยคนเลยทีเดียว            ซึ่งในตอนนี้มีนักกีฬาอยู่ไม่มากนักที่อยู่ในโรงอาหารเพราะพวกนักกีฬาส่วนใหญ่มากินกันตั้งแต่ช่วงเจ็ดโมงเช้ากันไปแล้วนั่นเอง            “โหโรงอาหารยังใหญ่ขนาดนี้เลยงั้นเหรอเนี่ยแล้วนั่นอาหารบุฟเฟ่ต์เหรอแบบนี้จะดีเหรอนักกีฬาต้องควบคุมอาหารนะ” จันทร์วาดชี้ไปที่ไลน์อาหาร            “ใช่ครับเราจัดอาหารเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ให้นักกีฬาได้ตักกันเอาเองส่วนเรื่องการควบคุมอาหารไม่ต้องห่วงหรอกครับเราได้นักโภชนาการด้านอาหารสำหรับนักกีฬามาโดยเฉพาะแล้วก็นักกีฬาทุกคนมีวินัยในการกินดีมากครับเพราะถ้าพวกเขาไม่มีวินัยผลเสียมันจะตกอยู่กับตัวพวกเขาเอง” ผู้ช่วยโค้ชพูด            นั่นสินะถ้านักกีฬากินตามใจปากจนเสียสุขภาพผลสุดท้ายถ้าผลงานไม่ได้มันก็เกิดจากตัวพวกเขาเองแต่นึกไม่ถึงเลยนะถึงขนาดนักโภชนาการที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาจัดการเรื่องอาหารให้เลยแบบนี้งั้นเหรอเนี่ยต่างจากสมัยก่อนเลยแฮะที่โค้ชต้องเป็นคนคิดเมนูแล้วไปจ้างแม่ครัวมาทำให้เป็นมื้อๆไป จันทร์วาดคิดในใจ            “เอาล่ะฉันจะไม่เตือนเรื่องอาหารก็แล้วกันเพราะที่นี่คงดูแลเรื่องอาหารกันดีมากและฉันก็คิดว่าพวกเธอคงมีวินัยมากพอเพราะสำหรับนักกีฬาแล้วการจะทำผลงานได้ดีนั้นข้อแรกก็คือต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเอาล่ะแยกย้ายกันไปกินข้าวเช้าเถอะ” จันทร์วาดบอกจากนั้นเหล่านักกีฬาก็แยกย้ายกันไปหยิบจานไปตักอาหารจากไลน์บุฟเฟ่ต์            ส่วนผู้ช่วยโค้ชก็พาจันทร์วาดเดินดูอาหารบนไลน์ว่ามันมีอะไรบ้าง            โหใส่ใจมากอาหารทุกอย่างไม่มีอาหารทอดหรือผัดที่ต้องใช้น้ำมันเลยส่วนใหญ่จะเป็นนึ่ง ย่างหรืออบทั้งนั้นพวกเนื้อสัตว์ก็มีแต่เนื้อไก่และปลาแถมยังครบห้าหมู่ด้วย จันทร์วาดที่เดินดูไลน์อาหารอยู่ก็อดคิดชื่นชมไม่ได้            จันทร์วาดเลือกตักอาหารมาหลายอย่างเพื่อชิมรสชาติระหว่างกินข้าวเช้าเธอก็ทำความรู้จักกับเหล่านักกีฬาและผู้ช่วยโค้ชเพิ่มเติมไปด้วย            “เอาล่ะปกติฝึกซ้อมกันอย่างไรบ้างช่วยพาไปดูหน่อยนะ” จันทร์วาดบอก            “ได้ครับถ้าอย่างนั้นเชิญที่ห้องเทรนนิ่งเลยครับส่วนพวกเธอรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปเจอกันที่ห้องเทรนนิ่งในสิบนาที !!” ผู้ช่วยโค้ชพูดก่อนจะหันไปสั่งนักกีฬาให้ไปเปลี่ยนชุดแล้วก็พาจันทร์วาดไปที่ห้องเทรนนิ่ง            เมื่อมาถึงห้องเทรนนิ่งจันทร์วาดก็เห็นกับเครื่องออกกำลังกายมากมายหลายชนิดแล้วก็มีสนามยางที่ใช้สำหรับฝึกซ้อมสู้ตัวต่อตัวสำหรับนักกีฬาคาราเต้ภายในห้องเทรนนิ่งนั้นจันทร์วาเห็นฝรั่งหัวทองคนหนึ่งนั่งทำหน้าหงุดหงิดอยู่            “อ้าวคุณเจมส์มานานแล้วเหรอครับ” ผู้ช่วยโค้ชเดินเข้าไปทักทายฝรั่งคนนั้น            “ก็ใช่น่ะสิคุณวิทย์นี่มันแปดโมงกว่าแล้วนะวันนี้มีตารางเก็บข้อมูลนักกีฬานะทำไมคุณถึงช้าแบบนี้” ฝรั่งที่ชื่อเจมส์พูดด้วยภาษาไทยที่สำเนียงแปลกๆแต่ก็พูดค่อนข้างชัด            ซึ่งผู้ช่วยโค้ชของจันทร์วาดที่คอยแนะนำเรื่องต่างๆให้เธอนั้นชื่อวิทย์นั่นเอง            “อ๊ะขอโทษครับผมลืมแจ้งคุณไปเลยว่าพวกเราต้องไปรับโค้ชคนใหม่ครับ” วิทย์พูด            “โค้ชคนใหม่ ???” เจมส์ทำหน้างงแต่พอเขาเบนสายตามองยังข้างหลังวิทย์ก็เห็นกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่รู้จัก            “ใช่ครับนี่คือโค้ชจันทร์วาดเธอจะมาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าโค้ชแทนโค้ชคิมตั้งแต่วันนี้ไปครับแล้วก็โค้ชจันทร์วาดครับนี่คุณเจมส์ บรูซ เป็นนักวิทยาศาสตร์การกีฬาจากประเทศฟินแลนด์ครับ” วิทย์แนะนำจันทร์วาดให้รู้จัก            “โอ้ยินดีที่ได้รู้จักครับโค้ชจันทร์วาด !!” เจมส์เดินเข้ามาทักทายจันทร์วาด            “เช่นกันค่ะ” จันทร์วาดพยักหน้า            “แล้วพวกนักกีฬาล่ะ” เจมส์หันมาถามวิทย์            “กำลังมาครับไม่เกินห้านาที” วิทย์ตอบ            “โอเคถ้าอย่างนั้นไอจะไปเตรียมเซ็ทเครื่องให้เรียบร้อยนะ” เจมส์พูดก่อนเดินจะไปที่คอมพิมเตอร์ของตัวเองเพื่อเซ็ทอะไรบางอย่าง            “นี่คุณวิทย์คะนักวิทยาศาสตร์การกีฬามีหน้าที่อะไรเหรอ” จันทร์วาดอดถามอย่างสงสัยไม่ได้เพราะสมัยก่อนตอนที่เธอยังเป็นนักกีฬาไม่เคยเห็นจะมีอะไรอย่างพวกนักวิทยาศาสตร์การกีฬาพวกนี้เลย            “อ๋อเขาทำหน้าที่เก็บข้อมูลสมรรถภาพของนักกีฬาออกมาเป็นตัวเลขน่ะครับ” วิทย์บอก            “เก็บข้อมูลเป็นตัวเลขงั้นเหรอเพื่ออะไรล่ะ” จันทร์วาดทำหน้างง            “ก็เพื่อจะได้รู้ยังไงล่ะครับว่านักกีฬาคนนั้นๆควรจะฝึกซ้อมพัฒนาอะไรต่อไปอย่างเช่นข้อมูลนี้” วิทย์หยิบแท็บเล็ทออกมาเปิดเข้าแอพอะไรสักอย่างและใส่รหัสเขาเลื่อนไปเลื่อนมาหาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นให้จันทร์วาดดู            “ณัฐพร...นี่มันข้อมูลของเด็กที่ได้เหรียญทองแดงจากโอลิมปิกครั้งก่อนนี่” จันทร์วาดเห็นว่าสิ่งที่วิทย์ส่งให้ดูคือข้อมูลของนักกีฬาหญิงที่ได้เหรียญทองแดงโอลิมปิกเมื่อคราวก่อน            “ใช่ครับนี่คือข้อมูลของณัฐพรลองเลื่อนไปหน้าถัดไปสิครับ” วิทย์บอก            “อืม” จันทร์วาดพยักหน้าก่อนจะลองใช้มือปัดจอเลื่อนไปหน้าถัดไปดูและเมื่อเธอเลื่อนไปดูหน้าถัดไปแล้วเธอก็เห็นข้อมูลอย่างละเอียดของนักกีฬาคนนี้            “กล้ามเนื้อไหล่ 64% กล้ามท่อนแขน 72% ไขมันโดยรวม 14% จากการประเมินน้ำหนักหมัดที่สามารถทำได้คือ 64 - 70 กิโลกรัม ความเร็วหมัด 80 - 87 กิโลเมตรต่อชั่วโมงข้อมูลพวกนี้มัน !!” จันทร์วาดที่เห็นข้อมูลก็อดตะลึงไม่ได้ (ข้อมูลพวกนี้ไรท์แค่สมมุติขึ้นมาเท่านั้นถ้าไม่ตรงตามหลักวิทยาศาสตร์อย่างไรก็ขออภัยด้วยครับ)            “ครับเป็นข้อมูลที่เราเก็บมาเมื่อสัปดาห์ก่อนตอนนี้น้ำหนักหมัดของเธออยู่ที่ 64 – 70 กิโลกรัมตอนนี้เราสั่งให้เธอเพิ่มกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่เพิ่มไปอีกเป็น 70% น้ำหนักและความเร็วก็จะเพิ่มขึ้นแบบนี้ครับ” วิทย์พูดก่อนจะเพิ่มค่าเปอร์เซ็นต์กล้ามเนื้อเข้าไปในโปรแกรม            “อ๊ะน้ำหนักหมัดเป็น 70 – 74 กิโลกรัมแล้วความเร็วก็กลายเป็น 85 – 90” จันทร์วาดอุทานออกมา            “ใช่ครับนี่แหละคือประโยชน์ของวิทยาศาสตร์การกีฬา” วิทย์ยิ้มออกมา            “ข้อมูลนี่มันเชื่อถือได้เหรอ” จันทร์วาดอดสงสัยไม่ได้ซึ่งดูเหมือนเจมส์จะได้ยินคำพูดของเธอจึงหันมาพูดแทบวิทย์            “เชื่อได้สิครับโค้ชคุณไม่เชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์การกีฬางั้นเหรอครับ” เจมส์ถามจันทร์วาด            “เอ่อ....” จันทร์วาดเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงเพราะเธอนั้นไม่รู้ข้อมูลนี่แม่นยำแค่ไหนและมันสามารถวิเคราะห์ความสามารถของมนุษย์ได้จริงงั้นเหรอนั่นคือสิ่งที่เธอสงสัย            “ดูเหมือนโค้ชจะไม่เชื่อนะครับเดี๋ยวผมจะสาธิตให้ดูอ๊ะพวกนักกีฬามากันพอดีเลยเอาล่ะนั่นคือข้อมูลของมิสณัฐพรสินะ...มิสณัฐพรเชิญคุณคนแรกเลย” เจมส์เรียกนักกีฬาหญิงที่ชื่อณัฐพรไปหาเขา            “อ๊ะคุณเจมส์สวัสดีค่ะ” ณัฐพรเดินเข้าไปกล่าวทักทาย            “สวัสดีเอาล่ะเรามาสาธิตวิทยาศาสตร์การกีฬาให้โค้ชคนใหม่ของคุณดูกันดีกว่าสัปดาห์ที่แล้วผมให้คุณฝึกกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ไปที่ 70% คุณได้ฝึกตามผมหรือไม่” เจมส์ถาม            “ค่ะคุณเจมส์ฉันฝึกแต่กล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ตลอดสัปดาห์เลย” ณัฐพรพยักหน้าตอบ            “โอเคถ้าอย่างนั้นเรามาวัดข้อมูลกัน” เจมส์พยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะหยิบสายบางอย่างมาติดไว้บริเวณแขนของณัฐพรหลายจุดก่อนจะไปที่โน๊ตบุ๊กของเขาและเริ่มให้โปรแกรมเริ่มคำนวณมวลกล้ามเนื้อไม่กี่นาทีต่อมาโปรแกรมก็คำนวณเสร็จสิ้น            “ยอดเยี่ยมกล้ามเนื้อต้นแขนคุณเพิ่มไปอยู่ที่ 70% แล้ว !!” เจมส์เมื่อเห็นข้อมูลก็พึ่งพอใจมาก            “ค่ะแบบนี้น้ำหนักหมัดกับความเร็วของฉันก็จะเพิ่มขึ้นแล้วสินะคะ” ณัฐพรได้ยินดังนั้นก็ถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น            “เยสตอนนี้น้ำหนักหมัดค่าเฉลี่ยที่คำนวณได้จะอยู่ที่ 70 – 74 กิโลกรัมส่วนความเร็วจะอยู่ที่ 85 – 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง” เจมส์พยักหน้าก่อนจะหยิบนวมขึ้นมาและส่งให้ณัฐพร            “นวมนั่น !!” จันทร์วาดสงสัยว่านวมนั่นมีอะไรพิเศษ            “นวมนั่นถูกติดตั้งเซ็นเซอร์เอาไว้น่ะครับเอาไว้วัดค่าน้ำหนักหมัดที่ต่อยและความเร็วหมัดที่ปล่อยออกไป” วิทย์อธิบาย            ณัฐพรรีบสวมนวมและเดินไปที่กระสอบทรายก่อนจะตั้งท่าเตรียมพื้นฐานของคาราเต้และต่อยออกไปทันที            ปัง !! หมัดกระทบเข้ากับกระสอบทรายอย่างรุนแรง            “72....88” เจมส์ประกาศค่าที่วัดได้ทันทีซึ่ง 72 คือน้ำหนักหมัดส่วน 88 คือความเร็วที่หมัดถูกปล่อยออกไปนั่นเอง            ปัง !! ณัฐพรหลังจากได้ฟังที่เจมส์ประกาศเธอก็ต่อยหมัดต่อไปทันที            “73...86” น้ำหนักหมัดและความเร็วของหมัดยังอยู่ในค่าเฉลี่ยที่โปรแกรมคำนวณ            ปัง !! และก็หมัดที่สาม            “72…89” ซึ่งมันก็ยังอยู่ในค่าเฉลี่ยเช่นเดิม            “เป็นไงครับโค้ชจันทร์วาดนี่คือความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์การกีฬายังไงล่ะและนี่คือค่าสมรรถภาพสูงสุดที่มิสณัฐพรสามารถทำได้ในตอนนี้” เจมส์ยิ้มออกมาแต่จันทร์วาดก็ยังมีสีหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่            จันทร์วาดไม่คุยอะไรกับเจมส์แต่เดินเข้าไปหาณัฐพรนักกีฬาคาราเต้หญิงของเธอ            “เธอน่ะเชื่อในข้อมูลที่เจ้าโปรแกรมนั่นบอกจริงๆเหรอ” จันทร์วาดเดินเข้าไปถาม            “เอ่อ....” ณัฐพรที่จู่ๆก็โดนถามไม่รู้จะตอบยังไงแน่นอนเธอเชื่อเพราะตั้งแต่เด็กก็ฝึกด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬามาตลอด            “ดูเหมือนโค้ชจันทร์วาดจะมีข้อข้องใจกับวิทยาศาสตร์การกีฬานะครับถ้าอย่างนั้นโค้ชลองมาใช้มันดูมั้ยครับจะได้ยอมรับมัน” เจมส์ที่เห็นจันทร์วาดยังคงมีข้อข้องใจจึงพูดออกมา            “ก็ดีฉันเองก็อยากจะรู้ว่าเจ้าวิทยาศาสตร์การกีฬาจะสามารถวัดสมรรถภาพของฉันออกมาเป็นตัวเลขได้เท่าไหร่” จันทร์วาดพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปหาเจมส์            เจมส์จัดการติดเครื่องมือและวัดข้อมูลกล้ามเนื้อและไขมันที่แขนของจันทร์วาด            “กล้ามหัวไหล่ 88% กล้ามเนื้อท่อนแขน 85% ไขมันโดยรวม 7% เป็นข้อมูลที่ยอดเยี่ยมมาก !!” เจมส์ที่วัดข้อมูลของจันทร์วาดเสร็จก็อดตะลึงไม่ได้เพราะมวลกล้ามเนื้อและไขมันอยู่สูงมากในแบบที่เขาไม่เคยเห็นจากนักกีฬาคนไหนมาก่อน            “งั้นเหรอแล้วมันคำนวณน้ำหนักหมักกับความเร็วได้เท่าไหร่” จันทร์วาดถาม            “น้ำหนักหมัด 104 – 112 ส่วนความเร็วอยู่ที่ 115 – 121 ครับ” เจมส์บอก            “โอเคงั้นขอนวมฉันจะลองดูหน่อย” จันทร์วาดขอนวมทันที            ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! จันทร์วาดจัดการใส่นวมก่อนจะเดินไปที่กระสอบทราย            เอาล่ะก่อนอื่นก็วอร์มไหล่ก่อนแล้วกันใส่แรงไปสักสองส่วนก่อน จันทร์วาดคิดในใจก่อนจะตั้งท่าและต่อยออกไป                    ปัง !!!!! เสียงหมัดของจันทร์วาดกระแทกเข้ากับกระสอบทรายแต่เสียงหมัดของเธอมันดังกว่าก่อนหน้านี้มาก            “โหโค้ช...หมัดหนักมาก !!” นักกีฬาคนหนึ่งอุทานออกมา            “ใช่ท่าเองก็สวยมากเลย” นักกีฬาอีกคนไม่ได้โฟกัสที่หมัดแต่โฟกัสที่ท่าปล่อยหมัดของจันทร์วาด            “ตัวเลขล่ะ !!” วิทย์รีบถามเจมส์ทันที            “110...120” เจมส์บอกสิ้นเสียงเจมส์จันทร์วาดก็ปล่อยหมัดที่สองต่อทันที            ปัง !!!!!!!!!!!            “113...125” เจมส์ประกาศตัวเองออกมาก่อนจะเริ่มขมวดคิ้วเพราะตัวเลขมันดันเกินค่าเฉลี่ยจากที่โปรแกรมคำนวณได้ซะงั้น            “เอาล่ะได้วอร์มไปสองหมัดแล้วขอใส่แรงเพิ่มอีกหน่อยนะ” จันทร์วาดที่ได้ต่อยไปสองหมัดพูดออกมาท่ามกลางความสงสัยของทุกคน            นี่ยังไม่ได้ใส่เต็มแรงหรอกเรอะ !!!!!!!!!!!!! ทุกคนสงสัยในสิ่งเดียวกัน            ซู้ด !! จันทร์วาดยกหมัดขึ้นมาสูดหายใจเข้าไปจนเต็มปอดจากนั้นเธอก็ต่อยออกไปทันที            ปัง !!!!!!!!!!!!!! ครืด !!!!!!! เสียงหมัดกระทบเข้ากับกระสอบทรายอย่างรุนแรงจนขาตั้งที่เป็นเหล็กถ่วงน้ำหนักถึงกับครูดถอยหลังไปกับพื้น            “บ้าน่ากระสอบทรายถึงกับเคลื่อนเลยหมัดนั่นหนักขนาดไหนกันเนี่ย”            “นั่นสิมองหมัดไม่ทันเลยความเร็วเท่าไหร่กัน”            เหล่านักกีฬาเริ่มพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงตกตะลึงส่วนทางด้านเจมส์ก็กำลังอ้าปากค้างและใช้มือของเขาขยี้ตาตัวเองอยู่            “คุณเจมส์เป็นไงบ้างตัวเลขเท่าไหร่” วิทย์หันไปถามเจมส์            “146...162” เจมส์พูดออกมา            “บ้าน่านั่นมันเกินค่าเฉลี่ยไปไกลเลยนะ” วิทย์อุทานออกมาเมื่อรู้ค่าตัวเลขของน้ำหนักหมัดและความเร็วของหมัดจันทร์วาดแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อจันทร์วาดก็ปล่อยหมัดใส่กระสอบทรายอีก            ปัง !!!! ครืด !!!!            “150...170”            ปัง !!! ครืด !!!            “155...174”            ทุกครั้งที่จันทร์วาดปล่อยหมัดต่อยออกไปตัวเลขก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกคนภายในห้องต่างอ้าปากค้างกับผลของหมัดที่จันทร์วาดปล่อยออกไป            ปัง !! ครืด !! ปัง !! ครืด !! ปัง !! ครืด !! ปัง !! ครืด !! จันทร์วาดยังคงต่อยต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่ง  ไม่กี่นาทีต่อมา            “วันนี้การเก็บข้อมูลถูกยกเลิกผมจะกลับเอาโน๊ตบุ๊คไปลงโปรแกรมใหม่...มันต้องเสียแน่ๆใช่แล้วโปรแกรมมันต้องเสียแน่ !!” เจมส์พูดก่อนจะเก็บข้าวของและออกจากห้องไปทันที            โปรแกรมเสียงั้นเหรอ !! ทุกคนมองเจมส์ที่วิ่งออกจากห้องเทรนนิ่งไปก่อนจะมองไปยังมุมห้องที่มีจันทร์วาดยืนถอดนวมอยู่ส่วนกระสอบทรายนั้นได้แตกเป็นที่เรียบร้อยจากฝีมือหมัดของจันทร์วาด            “เป็นยังไงบ้างคะน้ำหนักกับความเร็วได้เท่า....อ้าวเจมส์ไปไหนแล้วล่ะคะ” จันทร์วาดที่ถอดนวมเสร็จแล้วเดินกลับมา            “คะ...คะ...โค้ชยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่าครับ” วิทย์ผู้ช่วยโค้ชของเธอถามด้วยน้ำเสียงเหมือนเจอสิ่งมหัศจรรย์ของโลก            “หือพูดอะไรแบบนั้นคะฉันยังเป็นมนุษย์สิคะ” จันทร์วาดทำหน้างง

    ฟู่ว...ได้ออกแรงค่อยดีหน่อยตอนอยู่บ้านไม่เคยได้ออกกำลังอย่างนี้เลยแต่ดูเหมือนฝีมือเราจะตกไปหน่อยนะต้องใช้กำลังไปถึงเจ็ดส่วนถึงจะทำให้กระสอบทรายแตกได้เอ...หรือว่ากระสอบทรายสมัยนี้มันแข็งแรงขึ้นกันนะ จันทร์วาดคิดในใจ            แน่ใจนะครับว่าโค้ชจันทร์วาดยังเป็นมนุษย์ วิทย์คิดในใจเพราะตรงหน้าเขาคือผู้หญิงตัวเล็กๆที่ดูไม่น่าจะมีแรงอะไรมากขนาดนั้นแต่กลับสามารถต่อยจนกระสอบทรายแตกได้และน้ำหนักหมัดกับความเร็วที่วัดได้ล่าสุดก็คือ 212 กิโลกรัมส่วนความเร็วหมัดก็อยู่ที่ 224 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งมันเป็นค่าตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อมากเพราะเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจะมีคนที่ต่อยได้รุนแรงและเร็วขนาดนี้

    (ไรท์ : งือขอโทษจริงๆครับพยายามเอาให้จบเนื้อหานอกเกมส์ในตอนนี้แล้วแต่ยังจบไม่ลงจริงๆนี่เขียนไป 12000 ตัวอักษรเลยทั้งที่ปกติอยู่ที่ประมาณ 9000 เอาเป็นว่าตอนหน้าจะพยายามจบแล้วพาเจ้จันทร์วาดกลับเข้าเกมส์ให้ได้ครับ)  จบ...