ชนะแล้ว! ฉู่ซิวชนะแล้วจริง ๆ !
เมื่อได้ยินคำของเหลียวสิง ทั่วทั้งลานฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้ก็พลันฮือฮาครึกครื้นขึ้นมาทันที
“ศิษย์น้องฉู่ซิวชนะแล้วจริง ๆ เขาเป็ศิษย์ที่มีพร์สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสนามสอบถงซื่ออย่างแน่นอน”
“การต่อสู้ช่างดุเดือดยิ่งนัก หากเปลี่ยนเป็ข้า เกรงว่าคงต้านทานไว้ไม่ได้แม้นเพียงกระบวนท่าเดียว”
“เอาแผลแลกแผล ใช้ผู้อ่อนแอเอาชนะผู้แข็งแกร่ง ศิษย์น้องฉู่ซิวเป็แบบอย่างในดวงใจของข้าเลย!”
ผู้คนต่างทอดสายตาร้อนแรงมองดูฉู่ซิวบนเวทีประลอง ั์ตาเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรง
เทพทวนโจวหรูชางยิ้มให้เซียนกระบี่หญิงหลิ่วฉินและจอมคลั่งดาบหลินเหยียน เอ่ยด้วยสีหน้าไร้หนทาง “ดูท่าพวกเราจะมีคู่แข่งฝีมือฉกาจเพิ่มขึ้นมาอีกคนเสียแล้ว”
“ดาบของเขาเก่งกาจกว่าข้า ทว่าสักวันหนึ่ง ข้าจะต้องก้าวข้ามเขาให้ได้” หลินเหยียนกระชับดาบในมือ ั์ตาเปี่ยมล้นไปด้วยจิติญญาแห่งการต่อสู้!
เซียนกระบี่หญิงเลิกคิ้วงามขึ้น เอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้ “หากปราณและโลหิตของข้าทลายผ่านเก้าสลึงได้ กระบี่ของข้าก็ใช่ว่าจะพ่ายแพ้ให้แก่เขา!”
ส่วนฉู่เฉิงเยี่ยที่อยู่ใต้เวที ยามนี้อกสั่นขวัญแขวนหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ เขาหลบซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชน คอยแอบมองฉู่ซิวด้วยสายตาคละคลุ้มความตระหนกใ แม้แต่เยี่ยเจ๋อที่ฝึกฝนในสนามสอบถงซื่อมานานเกือบสามปีก็ยังไม่ใช่คู่มือของฉู่ซิว วันหน้าเขาจะเอาอะไรไปต่อกรกับฉู่ซิวได้อีก?
“หลังจากรักษาแผลหายดีแล้ว ข้ามีเื่ต้องพบเ้า”
บนเวทีประลอง อาจารย์เหลียวป้อนโอสถรักษาาแให้ฉู่ซิวเม็ดหนึ่ง ทิ้งคำพูดไว้ประโยคหนึ่ง แล้วจึงเดินไปตรวจดูอาการาเ็ของเยี่ยเจ๋อ
แม้ฉู่ซิวจะเอาชนะเยี่ยเจ๋อได้ ทว่าการประลองใหญ่ประจำเดือนก็ยังไม่จบลง ผู้อื่นย่อมสามารถถือโอกาสชิงความได้เปรียบยามศัตรูคับขัน ก้าวขึ้นมาท้าประลองกับฉู่ซิวในยามนี้ได้ ทว่าบัดนี้กลับไร้ซึ่งผู้ใดกล้าไปล่วงเกินฉู่ซิว ต่อให้ยามนี้ฉู่ซิวจะยืนทรงตัวยังแทบไม่อยู่ ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปหาเื่ฉู่ซิวแม้แต่คนเดียว!
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม การประลองใหญ่ประจำเดือนในหนนี้ก็สิ้นสุดลงอย่างเป็ทางการ สิบอันดับแรกปรากฏผลลัพธ์เป็ที่เรียบร้อย อันดับที่หนึ่ง หลิวฉิงชาง อันดับที่สอง ฉู่ซิว อันดับที่สาม โจวหรูชาง...
ส่วนเยี่ยเจ๋อเนื่องจากถูกฉู่ซิวอัดจนสลบไสล จึงไร้ซึ่งอันดับใด ๆ ในการประลองใหญ่หนนี้ และฉู่ซิวผู้เอาชนะเขานั้น บัดนี้ได้กลายเป็บุคคลโด่งดังผู้สั่นะเืไปทั่วทั้งสนามสอบถงซื่อเป็ที่เรียบร้อยแล้ว!
……
สามวันต่อมา
ผลจากการแสดงฝีมือบนเวทีประลอง ฉู่ซิวจึงกลายเป็ศิษย์ที่สนามสอบถงซื่อทุ่มเทมุ่งเน้นรักษาเป็พิเศษ เพื่อช่วยให้ฉู่ซิวฟื้นตัวโดยไว สนามสอบถงซื่อจัดส่งโอสถรักษาาแมาให้เขาทุกวัน เพียงผ่านไปสามวัน าแของฉู่ซิวก็ฟื้นตัวกลับมาได้เจ็ดแปดส่วนแล้ว
ยามนี้เขาเดินทางมาถึงห้องทำงานอาจารย์ของเหลียวสิงเป็ที่เรียบร้อย เพราะเมื่อสามวันก่อนเหลียวสิงเคยกล่าวไว้บนเวทีประลอง ว่าหลังจากรักษาแผลหายดีแล้วให้รีบมาพบเขาทันที
“ศิษย์ฉู่ซิว คารวะอาจารย์เหลียวขอรับ” ฉู่ซิวเดินก้าวเข้าสู่ห้องทำงาน ประสานมือทำความเคารพเหลียวสิงอย่างนอบน้อม
เหลียวสิงเห็นฉู่ซิวมาถึง ก็หยุดมือจากงาน ตรงหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็จริงจังตึงเครียด
“เ้าฝึกฝนวิชากายาไม่ดับสูญจนบรรลุขั้นแตกฉานั้แ่เมื่อใด? แล้วก็ระดับพลังของเ้า เหตุใดจึงเพิ่มพูนขึ้นมหาศาลใน่เวลาสั้น ๆ เช่นนี้ได้?”
เมื่อได้ยินคำถามของเหลียวสิง ฉู่ซิวก็เตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาก้าวไปปิดประตูและหน้าต่างจนมิดชิด จากนั้นจึงเอ่ยด้วยท่าทางน่าสงสารว่า “ระดับพลังและวิชากายาไม่ดับสูญของข้าเหตุใดจึงรุดหน้าได้รวดเร็วปานนี้ ทั้งหมดล้วนเป็เพราะข้าเอาชีวิตเข้าแลกมาทั้งสิ้นขอรับ”
“นับั้แ่ข้าเลือกวิชาในหอคัมภีร์วิชาเสร็จสิ้น ข้าก็เดินทางไปลงประลองที่สังเวียนประลองใต้ดินทุกวี่วัน ภายใต้การเคี่ยวกรำกระตุ้นอย่างหนักหน่วงปานนั้น วิชากายาไม่ดับสูญของข้าจึงรุดหน้าอย่างรวดเร็วปานลมกรด ระดับพลังก็ทะลวงผ่านอย่างต่อเนื่อง บัดนี้บรรลุถึงขอบเขตขัดเกลากายาขั้นเก้าแล้วขอรับ”
สังเวียนประลองใต้ดิน! ั์ตาของเหลียวสิงฉายแววประหลาดใจขึ้นมาแวบหนึ่ง
แม้คำอธิบายของฉู่ซิวจะฟังดูสมอ้างไปบ้าง แต่เขาก็ยอมเชื่อ อย่างไรเสียการเสี่ยงตายต่อสู้ห้ำหั่นย่อมเป็การฝึกฝนที่ดีที่สุดเสมอ ขอเพียงมีพร์เพียงพอ การทะลวงผ่านภายใต้แรงกดดันแห่งความตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่ใช่เื่แปลกอันใด
เพียงแต่การไปลงประลองที่เวทีใต้ดินนั้นผิดกฎหมาย หากเบื้องบนล่วงรู้เข้า อนาคตของฉู่ซิวย่อมต้องดับสูญ สนามสอบถงซื่อแห่งอำเภออันอู่ไม่ได้กำเนิดอัจฉริยะเช่นฉู่ซิวมานานแสนนานแล้ว เหลียวสิงย่อมไม่อาจทนนั่งมองฉู่ซิวทำลายอนาคตของตนเองลงได้
จึงปั้นหน้าตึงเอ่ยว่า “สังเวียนประลองใต้ดินผิดกฎหมาย หากราชสำนักล่วงรู้เข้า เ้าจะหมดสิทธิ์เข้าร่วมการสอบระดับเ้าเมืองด้วยซ้ำ หนนี้ข้าจะทำเป็ไม่รับรู้เื่ใด ๆ วันหน้าเ้าห้ามย่างก้าวไปสถานที่เช่นนั้นอีกเด็ดขาด!”
ฉู่ซิวรู้ดีว่าเหลียวสิงทำเพื่อหวังดีต่อตน จึงเสแสร้งตอบรับ เพื่อทำให้เหลียวสิงเชื่อมั่นว่าตนจะไม่ไปที่นั่นอีกจริง ๆ ฉู่ซิวจึงบีบน้ำตาร้องเรียนด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
“อาจารย์เหลียว ความจริงข้าเองก็ไม่อยากเอาชีวิตไปเสี่ยงหรอกขอรับ ทว่าข้าถูกขับไล่ออกจากตระกูลฉู่มาแล้ว หากไม่ไปลงประลองที่สังเวียนประลองใต้ดิน เกรงว่ากระทั่งวิชายุทธ์ก็คงไม่มีปัญญาซื้อหา ข้าเองก็ถูกบีบบังคับจนไร้ทางเลือกจริง ๆ !”
“สู้ให้อาจารย์เหลียวมอบตำราวิชาและวิชายุทธ์ให้ข้าเพิ่มสักไม่กี่เล่ม หากข้ามีวิชายุทธ์ระดับเสวียนจี๋อย่างศิษย์พี่เยี่ยเจ๋อบ้าง ข้ารับประกันเลยว่าวันหน้าจะไม่ไปเหยียบสังเวียนประลองใต้ดินอีกเด็ดขาดขอรับ!”
เดิมทีเหลียวสิงยังมีจิตสงสารเห็นใจฉู่ซิวอยู่บ้าง ทว่ายามได้ยินประโยคหลังของฉู่ซิว ใบหน้าก็พลันหมองมืดลงทันที
“เ้าคิดว่าวิชายุทธ์ระดับเสวียนจี๋มันหามาได้ง่ายดายปานนั้นหรือ? อีกอย่าง วิชายุทธ์ที่เยี่ยเจ๋อใช้ออกแม้จะเป็ระดับเสวียนจี๋ แต่อานุภาพกลับยังไม่เกรียงไกรเท่าวิชาดาบที่เ้าสำแดงออกในตอนท้ายด้วยซ้ำ มันก็แค่ดูข่มขวัญผู้คนได้เท่านั้น”
“เพราะอานุภาพระดับัวายุหมุนเช่นนั้น อย่างน้อยต้องเป็ขอบเขตเกลาอวัยวะจึงจะสำแดงออกมาได้ สิ่งที่ทำร้ายเ้าจนาเ็ในตอนนั้นมิใช่วิชายุทธ์ แต่เป็อาวุธลับในพัดไหมฟ้าต่างหาก”
เหลียวสิงเผยความลับเื่ัวายุหมุนของเยี่ยเจ๋อออกมา ทำเอาฉู่ซิวรู้แจ้งในทันใด เขาเองก็เคยฉงนใจอยู่ว่า เหตุใดวิชายุทธ์อันเกรียงไกรของเยี่ยเจ๋อจึงถูกตนฟันขาดสะบั้นได้ด้วยดาบเดียว ที่แท้ก็เป็เพียงสิ่งลวงตาภายนอกเท่านั้น
“หากเ้าอยากได้ตำราวิชาและทรัพยากร ทางฝั่งข้าพอจะมีอีกหนทางหนึ่ง! เ้ารู้จักแดนเร้นลับเยี่ยนอู่หรือไม่?” เหลียวสิงเปลี่ยนหัวข้อเอ่ยถามขึ้นมาฉับพลัน
ฉู่ซิวส่ายหน้า เขาไม่เคยยินชื่อแดนเร้นลับเยี่ยนอู่มาก่อนเลยสักครั้ง
“แดนเร้นลับเยี่ยนอู่ คืองานฝึกอบรมที่สำนักการต่อสู้แห่งหกมณฑลในจวนหงอู่จัดขึ้น เพื่อเฟ้นหาศิษย์สายหลัก อาจารย์ฝึกสอนในงานคราวนี้ล้วนเป็ยอดอาจารย์ระดับแนวหน้าจากสำนักการต่อสู้แห่งหกมณฑล ขอเพียงผ่านการฝึกอบรมเข้มข้นได้สำเร็จ ก็จะสามารถก้าวเข้าสู่สำนักการต่อสู้ได้โดยตรง”
“หากสามารถทำผลงานได้โดดเด่นในการฝึกอบรมครั้งนี้ สำนักการต่อสู้แต่ละแห่งยังจะมอบรางวัลเป็ตำราวิชาและวิชายุทธ์ระดับชั้นยอดให้อีกด้วย ส่วนผู้โดดเด่นย่อมถูกสำนักการต่อสู้ทุ่มเทสั่งสอนเป็พิเศษ แล้วส่งเข้าร่วมการสอบชิวเหวย”
การสอบชิวเหวยก็คือการสอบระดับมณฑล หลังจากผ่านการสอบระดับเ้าเมือง เนื่องจากจัดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วง จึงถูกเรียกว่าการสอบชิวเหวย ขอเพียงผ่านการสอบชิวเหวย ก็จะสามารถก้าวขึ้นเป็จู่เหริน ไม่เพียงแต่จะได้รับสวัสดิการจากราชสำนักทุก ๆ เดือนเท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าร่วมการสอบระดับเมืองหลวง ในภายภาคหน้าได้อีกด้วย เรียกได้ว่าอนาคตรุ่งโรจน์ยิ่งนัก!
ฉู่ซิวฟังจนั์ตาทอประกายสว่างวาบ เอ่ยถามอย่างแทบอดใจรอไม่ไหว “อาจารย์เหลียว ข้าต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถเข้าร่วมแดนเร้นลับเยี่ยนอู่ได้หรือขอรับ?”
“ทุก ๆ อำเภอล้วนมีสิทธิเข้าร่วมแดนเร้นลับเยี่ยนอู่ โดยอำเภออันอู่ของพวกเราในปีนี้ได้รับจัดสรรมาสองสิทธิ ซึ่งจะทำการประลองบนเวทีเพื่อตัดสินหาผู้ชนะในกลางเดือนหน้า”
“เพื่อความยุติธรรม สิทธิแดนเร้นลับเยี่ยนอู่จะเปิดกว้างให้แก่ทุกคนในสนามสอบถงซื่อ ไม่เพียงแต่ศิษย์เก่าของสนามสอบถงซื่อเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่จบการศึกษาออกไปจากสนามสอบถงซื่อทั้งหมดอีกด้วย”
“ผู้ที่จบการศึกษาออกไปจากสนามสอบถงซื่อเหล่านี้เกือบทั้งหมดล้วนมีระดับพลังขอบเขตหลอมกระดูกแล้ว กระทั่งบางคนเตรียมตัวเพื่อแดนเร้นลับเยี่ยนอู่มานานหลายสิบปีเชียวนะ! หลายปีที่ผ่านมา สิทธิของอำเภออันอู่ของพวกเรา เกือบทั้งหมดล้วนตกอยู่ในมือของคนกลุ่มนี้”
แม้เหลียวสิงจะรู้สึกว่าโอกาสที่ฉู่ซิวจะไขว่คว้าสิทธิแดนเร้นลับเยี่ยนอู่ในคราวนี้มีไม่มากนัก แต่เขาก็ยังคงเอ่ยบอกเล่ารายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับแดนเร้นลับเยี่ยนอู่ออกมาทั้งหมด
ทว่าฉู่ซิวก็ไม่ได้ทอดทิ้งโอกาสนี้เพียงเพราะการแข่งขันสูงลิบลิ่ว เขาทอดสายตาร้อนแรงเอ่ยถาม “อาจารย์เหลียว ข้าสามารถลงชื่อสมัครยามนี้เลยได้หรือไม่ขอรับ?”
“แดนเร้นลับเยี่ยนอู่มีจัดขึ้นทุกปี ข้าขอแนะให้เ้าตั้งอกตั้งใจฝึกฝนไปก่อนสักหนึ่งปี รอให้เ้าทะลวงผ่านสู่ขอบเขตหลอมกระดูกแล้ว ค่อยไปไขว่คว้าชิงสิทธิแดนเร้นลับเยี่ยนอู่ก็ยังไม่สาย”
เหลียวสิงเอ่ยเสนอแนะมุมมองของตนเอง ไม่แนะนำให้ฉู่ซิวไปร่วมชิงชัยสิทธิในปีนี้ เพราะผู้เข้าร่วมเ่าั้ล้วนเป็ขอบเขตหลอมกระดูกทั้งสิ้น หากฉู่ซิวต้องพ่ายแพ้สูญเสียความมั่นใจในการชิงสิทธิหนนี้ ย่อมไม่ใช่เื่ดีต่อการฝึกฝนของเขาในภายภาคหน้าแน่
“ข้าเพียงแค่อยากไปเปิดหูเปิดตาเท่านั้น ต่อให้พ่ายแพ้ก็ไม่มีทางท้อแท้หมดสิ้นกำลังใจหรอกขอรับ ท่านปล่อยให้ข้าไปลองดูเถิดนะขอรับ!” ฉู่ซิวรู้ดีถึงความกังวลของเหลียวสิง จึงเร่งเอ่ยอธิบายร้องขอ
ทว่าแม้ปากจะเอ่ยเช่นนั้น ในใจเขากลับไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย ในเมื่อมีโอกาสก้าวเข้าสู่สำนักการต่อสู้ได้โดยตรง มีหรือที่เขาจะยอมปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป
ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็ต้องคว้าสิทธินั้นมาให้ได้สักหนึ่งตำแหน่งให้จงได้!