High Human

    HH 112

    แต่สุดท้ายโจยับยั้งเอาไว้ เขายังไม่แน่ใจว่ามันมีอันตรายหรือเปล่า เพราะจนถึงตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกเพียงความเย็นสบาย 

    แขนขวาเต็มไปด้วยรอยอักขระม่วงอ่อน โจไม่รู้ว่านี่คืออะไรแต่ในเมื่อมันไม่มีอันตรายเขาจึงโล่งอกเล็กน้อย แต่ก็ยังกังวลว่ามันจะมีปัญหาอะไรภายหลังหรือไม่ 

    กระบวนการดังกล่าวเสร็จสิ้น เขาสามารถดึงมือออกจากลูกเหล็กได้แล้ว ตอนนี้ลูกเหล็กกลายเป็นเพียงลูกเหล็กธรรมดาที่ไม่มีอักขระใดๆอีกต่อไป 

    โจยกแขนขวาขึ้นมาพิจารณา อักขระเหล่านี้มันกินพื้นที่ทั้งแขนของเขา มันเรืองแสงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหายไป อย่างไรก็ตามโจรู้สึกได้ว่าอักขระเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหน

    ทันใดนั้นภายในหัวก็มีข้อมูลบางอย่างหลั่งใหลเข้ามา ทำให้โจรู้ว่าอักขระเหล่านี้มีพลังคิเนซิส!! 

    ด้วยพลังนี้มันจะทำให้เขาสามารถควบคุมวัตถุได้จากระยะไกล แน่นอนว่ามันมีข้อจำกัดตามน้ำหนักของวัตถุ อย่างเช่นหากคนๆหนึ่งสามารถยกสิ่งของหนัก 100 กิโลกรัมได้ เขาก็จะใช้พลังคิเนซิสควบคุมสิ่งของหนัก 100 กิโลกรัมจากระยะไกลได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถควบคุมวัตถุระยะไกลที่น้ำหนักเกินกว่าที่ตัวเองแบกรับไหว 

    ทว่าด้วยความแข็งแกร่งของโจแล้ว เขาสามารถยกวัตถุที่หนักได้ประมาณ 5 ตัน ความแข็งแกร่งนี้สามารถจับรถยนต์เหวี่ยงเหมือนก้อนหินได้สบายๆ 

    และเมื่อเขามีพลังคิเนซิสจะทำให้เขามีลูกเล่นที่คาดไม่ถึงสำหรับศัตรู 

    อย่างไรก็ตามเขาสามารถใช้พลังนี้ได้แค่แขนขวาที่มีอักขระอยู่เท่านั้น

    “เข้ามาพบของดีซะงั้น” โจพึมพำพร้อมกับหัวเราะ 

    เขาเลิกสนใจพลังที่ตัวเองได้รับก่อนจะหันไปสังเกตุห้องนี้ต่อ เครื่องมือต่างๆดูก้าวล้ำไปมากแม้แต่โจเองก็ยังไม่รู้ว่ามันใช้ทำอะไรบ้าง 

    แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ตรงกลางห้องมีเครื่องขนาดใหญ่ตั้งอยู่ มันถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต ฐานของมันเชื่อมต่อทั้งสี่ทิศ โดยมีเครื่องขนาดเล็กเป็นกระจกใสสามารถมองเห็นด้านใน แต่ตอนนี้มันว่างเปล่า ทำให้ไม่รู้ว่ามันเอาไว้บรรจุอะไร 

    ส่วนตรงกลางเป็นเหมือนแท่นนอน มันดูว่างเปล่าเช่นกัน ดูเหมือนว่าก่อนที่เจ้าของพวกนี้จะออกไปได้นำของสำคัญติดไปด้วยหมดแล้ว 

    อย่างน้อยเขาก็ยังโชคดีที่ได้รับอักขระคิเนซิสมา 

    เมื่อไม่มีอะไรให้สำรวจ เขาก็เดินออกไปอีกทางหนึ่ง เมื่อเขาเดินไปได้ไม่นานมันเป็นบันไดขึ้นไปข้างบน เมื่อเขาเดินขึ้นไปมันเป็นทางเดินโล่งกว้าง มีขนาดพอๆกับถนนหกเลน ที่นี่เขาได้พบกับสิ่งของมากมายกระจัดกระจาย ส่วนใหญ่จะเป็นขยะทั้งนั้น และยังมีร่องรอยบุบลึกบนกำแพงและพื้น จากการสันนิษฐานของโจรอยบุบพวกนี้อาจมาจากแรงกระแทกจากการโดนโจมตีก็ได้ เพราะด้านนอกมันแหว่งไปส่วนหนึ่งเป็นหลักฐานอย่างดี  เมื่อสิ่งก่อสร้างที่นี่โดนโจมตีย่อมทำให้เกิดผลกระทบอาจทำให้คนและสิ่งของที่อยู่ข้างในชนกระแทกผนังและพื้น

    พื้นที่แถวนี้นอกจากกว้างแล้วยังมีทางแยกอีกเกือบสิบทาง โครงสร้างของสิ่งก่อสร้างนี้ดูจะซับซ้อนไม่น้อย อย่างไรก็ตามมันก็ยังมีตัวอักษรติดผนังบอกว่าทางนี้พาไปไหน

    มีสิ่งหนึ่งที่โจแปลกใจ หากเป็นการถูกโจมตีจริงๆทำไมถึงไม่เห็นศพเลย? และที่สำคัญใครก็ตามที่สามารถทำลายส่วนหนึ่งของที่นี่ได้ ย่อมแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเช่นกัน 

    โจคาดเดาว่าพวกเขาอาจมาจากกาแลคซี่อื่นและจากไปนานแล้ว เพราะสหพันธ์ก่อตั้งมาหลายพันปีตามเวลาโลกแต่ก็ยังไม่เคยรับรู้ว่ามีการโจมตีที่นี่ 

    นั่นหมายความว่าช่วงนั้นอาจเป็นก่อนที่สหพันธ์ก่อตั้ง 

    อย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้มีค่ามาก สหพันธ์สามารถวิจัยเทคโนโลยีของที่นี่และยกระดับความก้าวหน้า ตามที่กาจู๋วเคยกล่าวไว้หากอยากเอาชนะพวกสเปค อย่างน้อยวิทยาการเรื่องอาวุธต้องก้าวหน้ามากกว่านี้

    โจเดินสุ่มไปเรื่อยๆ เขาไม่ได้แวะเข้าไปในทางไหน เขาเพียงเดินไปตามทางที่กว้างขวางเพื่อดูว่ามันจะพาไปถึงจุดไหน 

    สิบห้านาทีผ่านไปก็ยังไม่เจอทางตัน มันไม่น่าประหลาดใจนักเพราะมันมีขนาดใหญ่กว่ายานบัญชาการสองเท่า โจได้พบกับทางแยกไปที่อื่นหลายสิบทาง แต่ระหว่างทางเขาก็ยังไม่พบศพหรือร่างของใครก็ตามที่อยู่ที่นี่ 

    โจคิดว่าคนที่อยู่ที่นี่อาจจะหนีรอดไปได้ทุกคน 

    ผ่านไปอีกครู่หนึ่งเขาก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้าประตูขนาดใหญ่ มันดูเรียบเนียนและแข็งแรง 

    โจเดินเข้าไปใกล้แต่ประตูก็ยังไม่เปิดให้ โจคาดว่าหลังประตูน่าจะเป็นสถานที่สำคัญบางอย่างมันจึงไม่ใช่ประตูอัตโนมัติ บางทีอาจจะต้องยืนยันตัวตน

    แต่เขาจะใช้อะไรยืนยัน? อย่างไรก็ตามโจใช้มือลูบประตูไปทั่วเพื่อดูว่ามีอะไรพอจะทำได้บ้าง

    ประตูเนียนจนไม่มีแม้แต่รอยเปิด เมื่อโจลูบไปถึงขอบประตูก็มีบางอย่างเกิดขึ้น ตรงขอบประตูมีโฮโลแกรมคล้ายแป้นพิมพ์ โจเข้าไปสังเกตุใกล้ๆและสรุปได้ว่าต้องใช้รหัสเข้าไป 

    โจครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะกดมั่วๆเพื่อดูปฏิกิริยาตอบรับ แต่เมื่อเขาสัมผัสประตูกลับเปิดกระทันหัน โจรู้สึกประหลาดใจแต่ก็รีบมองเข้าไปข้างในทันที

    โจเห็นบางอย่างคล้ายกับเครื่องควบคุม บางทีที่นี่อาจจะเป็นหอบังคับการ?

    โจก้าวเข้าไปข้างในอย่างช้าๆ เขาค่อยๆมองไปรอบๆเพื่อสังเกตุ ภายในดูเป็นปกติไม่มีร่องรอยความเสียหายใดๆ แสงสว่างขึ้นหลังจากเขาก้าวไปอีกก้าว ทำให้โจมองเห็นทุกอย่างเด่นชัด

    มีแท่นคล้ายเครื่องควบคุม 4-5 ชุด แต่ละชุดโจคาดเดาได้ว่ามันทำงานต่างกัน 

    โจเดินไปยังแท่นที่อยู่ตรงกลางห้อง แท่นสีเหล็กเรียบเนียนมันเหมือนกับวัตถุไร้ค่า แต่เมื่อโจใช้มือสัมผัสมันกลับส่องสว่างและมีโฮโลแกรมแป้นพิมพ์ปรากฏขึ้น 

    โจมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอื้อมมือจิ้มลงไปยังปุ่มสีฟ้า 

    ทันใดนั้นเกิดเสียงดังวูบ เบื้องหน้าที่เป็นผนังกลายเป็นกระจก โจสามารถเห็นอวกาศในระยะกว้าง ตอนนี้โจแน่ใจแล้วว่าที่นี่เป็นหอบังคับการจริงๆ 

    อย่างไรก็ตามมันยังไม่จบเพียงเท่านี้ เบื้องหน้าห่างจากแท่นเล็กน้อยปรากฏโฮโลแกรมเป็นภาพของสิ่งก่อสร้างแห่งนี้ แต่มันมีจุดสีแดงกระพริบถี่ตรงจุดหนึ่ง โจจำได้ว่าจุดนั้นเป็นจุดที่เป็นช่องโหว่ที่พวกเขาเข้ามา 

    โจใช้มือปัดภาพโอโลแกรมเบาๆ มันก็เปลี่ยนภาพเป็นวงกว้างและแสดงสิ่งต่างๆที่อยู่รอบๆในระยะไกลให้เห็นเป็นรูปร่าง 

    ในภาพโฮโลแกรมมียานบัญชาการอยู่ใกล้ๆ และเมื่อเขางอมือแล้วกางมันก็ขยายกว้างไปอีก ยานบัญชาการเป็นเพียงจุดสีเหลืองเล็กๆกระพริบอยู่ 

    รอบๆนั้นเป็นดวงดาวที่อยู่ในระบบดาวดวงนี้ ความสามารถนี้น่าทึ่งนัก มันสามารถเผยให้เห็นถึงรายละเอียดต่างๆได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสีของดาว ลักษณะการหมุนของดาวและวิถีโคจรของดาว มันมีเส้นเล็กๆแสดงถึงวิถีของดาวเคราะห์ที่เคลื่อนผ่าน 

    โจกางมือแล้วงอนิ้วทั้งห้า ภาพโฮโลแกรมก็ลดขนาดลงให้เห็นเพียงรอบๆไม่ไกล เหลือเพียงยานบัญชาการที่อยู่บนโฮโลแกรม 

    โจใช้นิ้วจิ้มไปที่ยานบัญชาการ ภาพของยานกลายเป็นสีแดงและกระพริบช้าๆ นอกจากนี้ด้านข้างยังมีตัวเลือกหลายอย่าง และมีรูปประกอบเป็นมิสไซล์ เลเซอร์ ลูกกลมที่มีหนาม และอื่นๆ 

    โจตกใจและรีบจิ้มไปยังจุดว่างเปล่า เมื่อเห็นว่ายานบัญชาการกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็ถอนหายใจ 

    หากเมื่อกี้เขาเผลอไปกดมิสไซล์หรืออื่นๆ ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น…

    คล้ายกับเรื่องHigh Human ที่คุณอ่าน