ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 4 บทที่ 100 พี่น้องพบหน้า กลับไม่รู้จักกัน

            จิ่งเยี่ยนกุยเหลือบมองลู่เฉียวตง “ก็ตอนนั้นคุณพูดไม่กระจ่างเอง ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าคุณหวังดีหรือร้าย?”

            ลู่เฉียวตงพูดเสียงเย็นชา “คุณให้โอกาสผมพูดเมื่อไหร่กัน?”

            เมื่อน้ำเสียงของเขาเย็นชาลง ออร่ารอบตัวก็เปลี่ยนไป แลดูราวกับเป็นผู้มีอำนาจ

            หากเป็นเด็กสาวชาวบ้านธรรมดาคงจะหวาดกลัวไปแล้ว แต่จิ่งเยี่ยนกุยที่กลับชาติมาเกิดกลับมองเขาด้วยสายตาเย้ยหยัน “คุณลู่ ฉันจะสรุปสิ่งที่คนปกติควรทำให้นะ ถ้าตอนนั้นคุณสงสัยเรื่องฉัน คิดอยากจะถามที่มาที่ไป คุณก็ควรจะร้องเรียกฉัน ไม่ใช่เดินตามฉันมาสามลี้โดยไม่พูดอะไรสักคำ”

            ลู่เฉียวตง “….”

            เมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังจะทะเลาะกันอีก ซูไป่ชิงก็รีบเข้ามาไกล่เกลี่ย “เรื่องนี้เป็นแค่ความเข้าใจผิด คุณลู่ก็หวังดี ส่วนเยี่ยนกุยก็ตกใจกลัวจนมีท่าทีแบบนั้น พวกคุณก็ถือว่าไม่ตีกันก็ไม่รู้จักกันเถอะนะครับ”

            จิ่งเยี่ยนกุยเหลือบมองลู่เฉียวตงแล้วไม่พูดอะไร ส่วนลู่เฉียวตงก็รู้สึกว่าวันนี้เขาซวยจริง ๆ จนถึงตอนนี้มือขวาก็ยังยกไม่ขึ้น เขาจึงถามจิ่งเยี่ยนกุย “คุณทำอะไรกับมือขวาของผม?”

            จิ่งเยี่ยนกุยพูดอย่างไม่ใส่ใจ “มือขวาของคุณไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ฉันแค่ใส่ยาชาลงไปในเข็มเงิน อีกไม่กี่ชั่วโมงยาชาก็คงจะหมดฤทธิ์ไปเอง”

            ลู่เฉียวตง “….”

            เข็มเงิน? ยาชา? เด็กคนนี้เป็นใครกันแน่?

            ซูไป่ชิงรีบฉวยโอกาสพูด “คุณลู่ เยี่ยนกุยเป็นศิษย์คนใหม่ของคุณปู่ของผม ยาที่ทาให้คุณเมื่อกี้ก็เป็นยาที่เธอปรุงเองครับ”

            ลู่เฉียวตงรู้สึกประหลาดใจ เขาลองขยับมือที่ได้รับบาดเจ็บอย่างไม่ตั้งใจ ก็พบว่าแผลไม่ได้รู้สึกปวดแสบปวดร้อนเหมือนเมื่อกี้แล้ว

            เขาพิจารณาจิ่งเยี่ยนกุยอย่างละเอียด ตอนนี้เธอได้ล้างคราบเลือดออกจากริมฝีปากแล้ว กลับมาดูอ่อนโยนเหมือนก่อนหน้านี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแสงไฟหรือเปล่า ทั่วทั้งร่างของเธอดูสวยกว่าตอนที่มองจากระยะไกลมาก แถมยังให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก

            เขาเป็นคนตัดสินคนจากผลงาน ไม่ใช่จากอารมณ์ส่วนตัว จึงพูดว่า “ยานี่ใช้ได้เลย ไม่น่าเชื่อว่าเป็นยาที่ปรุงโดยเด็กผู้หญิง”

            ซูไป่ชิงรีบพูด “ถ้าคุณลู่รู้สึกว่าดี เดี๋ยวผมจะให้เธอแบ่งให้คุณอีก แล้วเอาไปเปลี่ยนยาที่บ้านครับ”

            ถึงแม้ว่าท่าทางตอนพูดของเขาจะไม่เหมือนคนประจบประแจง แต่ก็ยังคงสุภาพตลอดเวลา จิ่งเยี่ยนกุยเริ่มตระหนักได้ว่าลู่เฉียวตงอาจจะมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา บางทีอาจจะกลายเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของเธอก็ได้ เธอย่อมไม่ปฏิเสธเงิน ดังนั้นถึงจะยังสงสัยในเจตนาของเขาอยู่บ้าง แต่ก็จะไม่ไปยั่วโมโหเขาอีก

            ลู่เฉียวตงพยักหน้าเล็กน้อย ทั้งสองพูดคุยกันเล็กน้อย จิ่งเยี่ยนกุยก็ถือว่าได้อธิบายความเข้าใจผิดให้เขาทราบแล้ว

            ซูไป่ชิงอารมณ์ดีมาก จึงสั่งอาหารเพิ่มอีก

            จิ่งเยี่ยนกุยเห็นว่าอาหารมาแล้ว มือลู่เฉียวตงข้างหนึ่งชา ส่วนอีกข้างก็ได้รับบาดเจ็บ ไม่สามารถทานอาหารเองได้เลย ในเมื่อเขาดูเหมือนจะเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของเธอ เธอก็ไม่ควรแกล้งเขาอีก

            เธอจึงเดินไปหาเขา แล้วหยิบเข็มเงินออกมาฝังลงบนแขนขวาของเขาหลายเข็ม ทันทีที่ฝังเสร็จ เขาก็รู้สึกว่าแขนของเขาขยับได้ตามปกติแล้ว

            ก่อนหน้านี้ลู่เฉียวตงก็รู้ว่าแพทย์แผนจีนให้ความสำคัญกับจุดฝังเข็ม แต่วันนี้นับว่าเขาได้สัมผัสด้วยตัวเองจริงๆ เสียแล้ว “คุณไม่ได้บอกว่าเมื่อกี้ให้ยาชาไปเหรอ?”

            จิ่งเยี่ยนกุยตอบตรงไปตรงมา “ฉันใช้ยาชาไปจริง แต่เมื่อกี้คุณดูเกรี้ยวกราดเกินไป ฉันก็เลยขี้เกียจถอนให้ แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าคุณเป็นเพื่อนของพี่ซู ฉันก็ต้องไว้หน้าบ้าง จะปล่อยให้เพื่อนของเขาอดข้าวอดน้ำได้ยังไง”

            ซูไป่ชิงเอามือปิดหน้า วิชาหมอของเขาไม่ช่ำชองนัก แถมไม่รู้ว่าจิ่งเยี่ยนกุยทำอะไรกับลู่เฉียวตง ดังนั้นเขาจึงเพิ่งเข้าใจจากประเด็นสำคัญเมื่อครู่ว่า จิ่งเยี่ยนกุยไม่ได้ใส่ยาชาลงไปในเข็มเงิน แต่แค่ปิดจุดชีพจรบนมือขวาของลู่เฉียวตงจนขยับไม่ได้เท่านั้น

            ถึงแม้ลู่เฉียวตงจะไม่รู้รายละเอียด แต่ก็พอจะเดาได้ว่าเมื่อกี้เธอจงใจสั่งสอนเขา ตอนนี้แค่เปลี่ยนใจเพราะเหตุผลบางอย่าง

            ถ้าบอกว่าก่อนหน้านี้สิ่งที่เธอทิ้งไว้ในความทรงจำของลู่เฉียวตงคือเสือสาวดุร้าย ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ก็เป็นเสือสาวที่ร้ายเงียบ

            เขาหันไปพูดกับซูไป่ชิง “ศิษย์ของคุณปู่ซูคนนี้ไม่รู้ว่าฝีมือทางการแพทย์เป็นยังไง แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ คือเวลาออกไปไหนก็คงไม่มีใครกล้าข่มเหงได้แน่นอน”

            จิ่งเยี่ยนกุยถามทั้งรอยยิ้ม “จริงเหรอ? คุณจะคุ้มครองฉันเหรอ?”

            ลู่เฉียวตงชะงักไป เมื่อเข้าใจความหมายของเธอก็เบ้ปากเล็กน้อย “คุณเก่งกาจซะขนาดนี้ จะให้ผมไปคุ้มครองคุณทำไม? คนแบบคุณเนี่ย ต่อให้มีชายฉกรรจ์มาสักสิบหรือแปดคน ก็ไม่มีใครต้านคุณได้แม้แต่คนเดียว”

            จิ่งเยี่ยนกุยพูดพลางมองเขา “คุณคิดว่าฉันอยากจะเป็นแบบนี้เหรอ? ฉันก็แค่ทำไปเพื่อปกป้องตัวเองเท่านั้น”

            ดวงตาของเธอกลมใส แถมยังดูเหมือนอับจนหนทาง ลู่เฉียวตงที่เคยโกรธเคืองเธออยู่บ้างก็คลายความโกรธเสียแล้ว เด็กผู้หญิงออกมาข้างนอกคนเดียว หากจะระมัดระวังตัวก็ไม่ผิดอะไร

            เรื่องนี้ก็ถือว่าจบลงด้วยดี บรรยากาศจึงดีขึ้นมาก

            หลังจากทานอาหารเสร็จ จิ่งเยี่ยนกุยก็ถือว่าสนิทกับลู่เฉียวตงแล้ว เธอรู้ว่าวันนี้เรื่องมันค่อนข้างรุนแรงไปหน่อย ลู่เฉียวตงคงจำเธอได้ไปอีกสักพัก

            ตอนที่ทั้งสามเดินออกมาจากร้านอาหาร ก็มีชายวัยกลางคนแบกตะกร้าใส่ลูกท้อผ่านมาพอดี

            จิ่งเยี่ยนกุยเรียกเขาไว้แล้วซื้อลูกท้อมาสองสามจิน เมื่อซื้อเสร็จแล้วก็ยัดลูกท้อใส่ในมือลู่เฉียวตง “คุณลู่คะ วันนี้ฉันขอโทษจริงๆ อยากจะขอโทษคุณอีกครั้ง แต่ฉันก็เป็นคนจน ถ้าจะให้ซื้อของบำรุงร่างกายก็คงไม่ไหว ลูกท้อพวกนี้ถือซะว่าเป็นสิ่งของแทนคำขอโทษของฉันแล้วกัน”

            ลู่เฉียวตงได้ยินดังนั้นก็ถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถ้าเป็นเด็กสาวคนอื่น เขาอาจจะสงสัยว่าเธอมีใจให้เขา แต่กับเธอแล้ว เขาไม่มีทางคิดแบบนั้นแน่นอน

            เขามองลูกท้อที่เธอยื่นให้แล้วมองเธออีกครั้ง ตอนนี้เธอยิ้มอย่างใสซื่ออ่อนโยน รอยยิ้มแบบนี้ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอีกครั้ง

            เขาจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า?”

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้ว่าการพบกันครั้งแรกของทั้งสองไม่ได้สวยงามอะไรเลย ถ้าไม่ใช่เรื่องนั้น คำถามนี้คงถูกจัดอยู่ในประเภทของมุกจีบที่น่าเบื่อ เธอจึงไม่ตอบแต่ถามกลับว่า “คุณเคยไปเมืองหยางเฉิงไหมคะ?”

            ลู่เฉียวตงส่ายหน้า จิ่งเยี่ยนกุยจึงยกยิ้มแล้วพูดว่า “อย่างนั้นเราก็คงไม่เคยเจอกัน ฉันโตมาในเมืองหยางเฉิง เมื่อวานเป็นครั้งแรกที่ฉันมาถึงเมืองเอกค่ะ”

            ลู่เฉียวตงคิดไม่ออกว่าทำไมเพิ่งเจอเธอครั้งแรก ภายในเวลาอันสั้นกลับทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยได้หลายครั้ง แม้แต่ตัวเขาจะเข้าใจว่าถึงเธอจะสวยราวกับนางฟ้า แต่เขาก็ไม่ได้มีใจให้เธอเลยสักนิด มิเช่นนั้นคงจะคิดว่าตัวเองชอบเธอไปแล้ว

            เขารับลูกท้อและเก็บสายตากลับมาด้วย ก่อนพูดว่า “ผมอาจจะจำคนผิดไปเอง ลูกท้อพวกนี้ผมรับไว้แล้ว ถ้าต่อไปคุณไปเมืองหลวง ก็มาหาผมที่บ้านตระกูลลู่ได้ ผมจะให้คนคุ้มกันไปดูแลคุณสักสองคน จะได้ไม่ต้องมาทำร้ายหรือวางยาใครอีก กลัวจะไปทำให้ใครตกใจจนตกใจตาย”

            จิ่งเยี่ยนกุย “….”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498