"อย่านะเย่วเอ๋อร์ มะ-ไม่ ไม่ อย่า... "
เฟยหลงะโห้ามเอาไว้ ก่อนที่จะกระโจนเข้าไป หวังเพียงจะคว้าตัวอีกคนเอาไว้ หากแต่มันไม่ทันเสียแล้ว ร่างสูงมองร่างบางทิ้งตัวลงจากหน้าผาไปต่อหน้าต่อตาของตน ซึ่งเบื้องล่างมีสายน้ำที่ไหลอย่างเชี่ยวกรากรอรับ ไม่ว่าใคร หากตกลงไปแล้ว โอกาสรอดน้อยเหลือเกิน
หากแต่ไม่ใช่กับัเช่นเขา ร่างสูงรีบกระโจนตามลงไป หมายจะคว้าตัวคนที่ตนรักเอาไว้ เพื่อให้รอดพ้นจากความตายที่รออยู่เบื้องล่าง ไม่!! เขาจะไม่ยอมเสียคนตรงหน้าไปเป็อันขาด ร่างแข็งแกร่งหล่อเหลาในตอนนี้ ได้กลับกลายมาเป็ัตัวใหญ่โต พุ่งตัวไปรัดเย่วซินเอาไว้ทั้งตัว เพื่อกันการตกลงไปกระแทกสิ่งที่รออยู่เบื้องล่าง
ตูม!! เสียงผืนน้ำแตกกระจาย ทันทีที่ร่างสองร่างร่วงลงมากระแทกกับผืนน้ำเข้าอย่างรุนแรง เย่วซินรับรู้ได้ในทันที ว่าอีกคนรองรับแรงกระแทกแทนเขา หากแต่เขาไม่ได้ยินดีกับการกระทำของร่างสูงเลย ความรู้สึกของร่างบางในตอนนี้ คือความเหน็บหนาวจากสายน้ำที่ห่อหุ้มร่างตนเอาไว้
ร่างสองร่างถูกสายน้ำที่เชี่ยวกรากพัดพาไปเบื้องหน้า โดยไม่มีใครรู้ว่ามันจะสิ้นสุดที่ใด เฟยหลงกอดกระชับร่างบางเอาไว้แน่น ตอนนี้เขาคืนร่างเป็คนธรรมดาแล้ว เย่วซินดิ้นรนหวังเพียงให้ตนหลุดพ้นจากอ้อมกอดนี้ไป ร่างกายรู้สึกไร้เรี่ยวแรง
ความท้อแท้สิ้นหวังทำให้ไม่อยากลืมตาขึ้นมารับรู้อะไรอีกแล้ว อยากจะหลับ ไม่อยากตื่นมาเผชิญหน้ากับความจริง ที่มันมีแต่ความปวดร้าว
หัวใจดวงน้อยบอบช้ำเกินจะทน มันบีบรัดเสียจนหายใจไม่ออก ได้แต่ปล่อยให้ร่างสูงโอบกอดเอาไว้ เขาไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อต้านอีกแล้ว ไม่มีอีกแล้ว...
"เย่วเอ๋อร์ ทำไมเ้าทำเช่นนี้ ทำไม! "เฟยหลงะโใส่ร่างบางออกไปอย่างโกรธเคือง คนตรงหน้าจะรับรู้ความรู้สึกของเขาหรือไม่ ว่าตอนที่เย่วซินทิ้งตัวลงจากหน้าผา เหมือนมือเล็กๆ คู่นั้น ได้กระชากดวงใจจากอกซ้ายของเขา ติดมือไปด้วย หากเย่วซินตายไป เขาจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร ในสมองคิดเพียงว่า อย่างไรเสียคนที่อยู่ในอ้อมกอดเขา จะต้องรอด!! ถึงเย่วซินจะมีวิชาและพลังเวทย์ติดตัวอยู่บ้าง หากแต่ในภาวะเช่นนี้มันไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เพราะร่างบางไม่คิดแม้แต่จะมีลมหายใจอีกต่อไป ความเ็ปรวดร้าว ทำให้ลืมสิ้นแล้วแม้กระทั่งครอบครัวที่รออยู่ เฟยหลงรวบร่างบางที่หมดสติมาได้สักพักไว้ในอ้อมกอดตน ก่อนจะพาขึ้นจากสายน้ำที่ไหลอย่างกราดเกรี้ยว มุ่งหน้ากลับวังัทันที
ย้อนกลับไปทางด้านหลิงซาน หลังจากที่พี่ชายตนพบเห็น และรับรู้เื่ราวที่แสนจะเ็ป จนยากจะตั้งรับมันได้
พี่ชายเขาก็ออกเดินอย่างไร้จุดหมาย เขารีบตามออกไปแต่ก็ช้ากว่าัผู้พี่ที่รีบตามไปติดๆ และภาพที่ร่างเล็กเห็นเหมือนกับดึงลมหายใจของเขาไปจนหมดสิ้น อกด้านซ้ายมันบีบรัดจนเจ็บร้าวไปทั้งอก กลัวเหลือเกินที่จะต้องสูญเสียพี่ชายที่มีอยู่เพียงคนเดียวไป
"ท่านพี่ ท่านจะทำอะไร กลับมาเถิดขอร้อง ฮึก ท่านยังมีข้าอยู่นะได้โปรด... อย่างทิ้งให้ข้าอยู่คนเดียว"แม้จะพูดอย่างไร ร่างบางของพี่ชายก็ไม่แม้แต่จะหันมา
"ท่านพี่ได้โปรดกลับมาอย่าทิ้งข้าไว้คนเดียวแบบนี้ได้โปรด... ฮึก ฮือ... "ร่างเล็กกดดันเหลือเกิน จนกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ไม่อยู่
อี้เฟยคว้าหลิงซานเข้ามาในอ้อมกอดตน มองพี่ชายกับพี่สะใภ้อย่างยากจะบรรยายความรู้สึก หลิงซานสะอื้นไห้อย่างน่าสงสาร ร่างเล็กผลักไสร่างสูงที่กอดรัดตนอยู่
"ปล่อยข้า!! ข้าจะไปช่วยท่านพี่ ท่านพี่ท่านอย่าทำร้ายตัวเองนะ"
ร่างเล็กพูดไม่ทันจบ ก็ต้องผวากระโจนไปด้านหน้าอย่างลืมตน เมื่อเห็นร่างบางของพี่ชาย ทิ้งตัวลงไปเบื้องล่างที่สูงชัน สู่แม่น้ำอันหนาวเหน็บ
"ไม่นะท่านพี่!! อย่าทิ้งข้าไป อย่าทิ้งข้า ฮึก ฮือ... ข้าไม่เหลือใครแล้ว ไม่เหลือแล้ว... ฮือ... "อี้เฟยกระโจนตามหลังร่างเล็กไปติดๆ ก่อนจะคว้าตัวเข้ามากอดเอาไว้อย่างแ่า ร่างเล็กสะอื้นให้อย่างน่าสงสาร เกือบไปแล้ว หากเขาชักช้ากว่านี้เพียงนิด ร่างเล็กในอ้อมกอดของเขา คงจะดิ่งตามพี่สะใภ้ไปเหมือนพี่ชายเขา ที่ตอนนี้พุ่งตัวตามร่างบางของเย่วซินไปแล้ว
"เสี่ยวไป๋ เ้าใจเย็นๆ ก่อน ท่านพี่ของข้าจะช่วยพี่ชายเ้าให้รอดปลอดภัย เชื่อข้าเถิด ท่านพี่ไม่ปล่อยให้อันตรายใดๆ มากล้ำกรายพี่สะใภ้ได้เป็แน่"อี้เฟยปลอบใจคนในอ้อมกอด ที่ตอนนี้ซบหน้าร้องให้สะอึกสะอื้น บนอกแกร่งของเขา ร่างสูงกอดกระชับพลางลูบหลังลูบหัวอย่างปลอบโยน โดยที่ร่างเล็กไม่ได้ขัดขืน กลับทิ้งน้ำหนักตัวมาที่เขาทั้งหมดอย่าง้าที่พึ่งพิง ในยามที่ตนอ่อนแอเช่นนี้
"พี่ชายท่าน จะช่วยพี่ชายข้าได้จริงๆ ใช่ไหม"
"ได้ซิข้ารับรอง ตอนนี้เ้าดูจะเหนื่อยมากแล้ว... กลับวังเถิดจะได้พักผ่อน"
"แต่ข้า... ยังอยากรอท่านพี่อยู่ที่นี่"ร่างเล็กไม่อยากกลับไป โดยที่ไม่มีพี่ชายไปด้วย เลยต่อรองกับอีกฝ่าย
"ขอข้ารอท่านพี่อยู่ที่นี่เถิด ข้าไม่อยากกลับไปโดยไม่มีท่านพี่กลับไปด้วย"
"เ้าเหนื่อยมากแล้วเสี่ยวไป๋ ข้าจะพาเ้ากลับวัง ข้าชื่อว่าอีกไม่นาน ท่านพี่ของข้าจะพาพี่สะใภ้กลับไปอย่างปลอดภัย
เ้ากับข้ากลับไปรอพวกเขาที่วังเถิด เ้าจะได้พักผ่อนด้วย"ร่างเล็กไม่พูดอะไรอีก เพียงแต่พยักหน้ารับ เพราะเขาจนมุมกับเหตุผลของอีกคนจริงๆ
เพราะร่างกายที่มีความอ่อนเพลียสระสมบวกกับหัวใจที่อ่อนล้าเต็มที และความกดดันเื่ของพี่ชาย ร่างกายจึงรับไม่ได้เรียกร้องการพักผ่อน ถึงแม้ว่าจะพยายามฝืนอย่างสุดกำลัง แต่สุดท้ายดวงตาโตค่อยๆ ปิดลงช้าๆ อย่างยอมแพ้ อี้เฟยจึงพาหลิงซานกลับวังัอย่างรวดเร็ว
มือหนาค่อยๆ วางร่างเล็ก ที่กำลังหลับซุกใบหน้างามกับอกเขาอยู่อย่างเบามือ กลัวว่าตนจะทำให้ร่างเล็กตื่นขึ้นมา มือหนาค่อยๆ ลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยของคนที่หลับไหลอย่างเครียดขรึม
"ข้าจะทำเช่นไรกับเ้าดีเสี่ยวไป๋ เ้าถึงจะเลิกดื้อดึงและยอมรับข้า"เขาได้แต่เอ่ยออกมาด้วยความอัดอั้นในใจ ร่างเล็กจะรู้หรือไม่ว่าเขารักและเป็ห่วงแค่ไหน ตอนที่รู้ว่าคนตรงหน้าหนีไปพร้อมพี่สะใภ้ ทั้งๆ ที่จะมีพิธีมงคลขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า เขาร้อนใจไม่แพ้พี่ชายเลย แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคนทั้งคู่ไม่พร้อมที่จะอยู่ที่นี่ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ให้ปล่อยไปรึก็ไม่มีทาง เขาไม่อาจจะปล่อยมือจากคนผู้นี้ไปอย่างเด็ดขาด
สุดท้ายเฟยหลงก็พาเย่วซินกลับมาที่อาณาจักรของเขาอีกจนได้ โดยปิดเื่นี้ไว้ไม่ให้ใครรับรู้ เกรงจะเกิดปัญหาในภายหลัง เขานั่งมองใบหน้างามที่หลับใหลของคนดื้อรั้นอย่างคิดไม่ตก คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนเป็ปม บ่งบอกว่าเ้าของมันกำลังมีเื่ที่ทำให้ต้องครุ่นคิดอย่างหนัก
"เย่วเอ๋อร์... เ้าจะให้ข้าทำเช่นไร ข้ายอมสิ้นทุกอย่าง หากว่ามันจะทำให้เ้ายอมเปิดใจรับข้า"
ตกเย็นเปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้นมาอย่างอ่อนล้า ดวงตาสวยมองไปรอบๆ ก็รู้ในทันทีว่าตนกลับมาที่เดิม หนีเท่าไรก็หนีไม่พ้นจริงๆ ก้มหน้ามองสภาพตนเอง ตอนนี้เขาอยู่ในชุดนอนสิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัว
ใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขากันคงไม่ใช่ ? คิดได้แค่นี้เ้าคนต้นเหตุก็เดินเข้ามา มีนางกำนัลถือถาดอาหารตามหลังมาด้วย ร่างบางเลยปัดความคิดนั้นออกไป
"เ้าฟื้นแล้ว... กินอะไรเสียหน่อยเถิดคงหิวแย่"
ร่างสูงสะบัดมือไล่นางกำนัลออกไป ก่อนจะเปิดฝาที่ปิดอาหารเอาไว้ เย่วซินมองโจ๊กร้อนๆในถ้วยใบสวย พากลืนน้ำลายลงคออย่างรู้สึกหิวขึ้นมาทันควัน สายตาหวานมองเลยถ้วยโจ๊กไป ก็เห็นถ้วยใบเล็กที่คุ้นตาตั้งข้างๆ มาด้วย ดูก็รู้แล้วไม่ต้องเดาให้เสียเวลา
"ข้าไม่กินยา เพราะข้าไม่ได้ป่วย"
"ยานี้เ้าต้องดื่มทุกวัน ขาดไม่ได้แม้แต่วันเดียว"
"แต่มันขมเกินไป" ร่างบางเริ่มจะงอแงเสียแล้ว เพราะมีไข้จึงไม่สบายเนื้อตัว อาการแบบนี้มักจะเกิดขึ้น เวลาที่เ้าตัวไม่สบายชอบออดอ้อนมารดาอยู่เสมอ แต่ตอนนี้ไม่มีมารดา ร่างสูงเลยกลายเป็เป้าหมายของร่างบาง
"อดทนเอาหน่อยเถิด แค่ไม่กี่วันเ้าก็ไม่ต้องดื่มมันแล้ว"เขาพูดพลางมองใบหน้างามด้วยสายตารักใคร่
"ท่านบอกข้าได้หรือไม่ ว่ามันคือยาอะไร"
"ถึงเวลาเ้าก็จะรู้เอง เอาละรีบดื่มเถิด เดี๋ยวมันจะเย็นหมด จะเสียรสชาติเอาได้"ร่างสูงมองใบหน้าซีดๆ ของอีกฝ่าย เขาอยากจะพูด
อยากจะถาม แต่กลัวจะไปสะกิดแผลในใจของคนตรงหน้าให้ยิ่งเจ็บ เขารู้ว่าร่างบางพยายามเข้มแข็งอย่างที่สุด แต่ก็ทำได้ไม่ดีพอ
ร่างบางกินอาหารที่เขาป้อนให้จนอิ่ม ไม่คิดว่าจะยอมอ้าปากรับอาหารที่เขาป้อนให้ ตอนแรกคิดว่าร่างบางจะอาละวาดใส่เขาเสียอีก แต่ผิดคาด นอกจากจะไม่อาละวาดแล้ว ยังยอมอ่อนลงให้เขา แค่นี้ก็ดีมากแล้ว ร่างสูงหยิบถ้วยยาใบเล็กมาจ่อที่ปากของเย่วซิน แต่ร่างบางก็ไม่ยอมเปิดปากรับยาสักที ปากบางเม้มเข้าหากันแน่น
"ถ้าเ้าไม่ยอมดื่ม ข้าจะใช้วิธีเดิมป้อนเ้า รับรองว่ามันจะไม่จบลงเพียงแค่นั้นแน่"
ร่างสูงข่มขู่ออกไป เป็เหตุให้ร่างบางตาโตขึ้นมาทันทีที่นึกได้ว่า วันนั้นคนตัวสูงใช้วิธีไหนป้อนเขา ปากเล็กค่อยๆ อ้าออก เพื่อรับน้ำสีดำๆ ขมๆ ที่ร่างสูงป้อนให้อย่างจำใจ เฟยหลงยกยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ ที่อีกฝ่ายยอมลงให้เขาเล็กน้อย ด้วยเพราะคำขู่หรืออะไรก็ช่าง เขาไม่สนใจเหตุผลอยู่แล้ว ร่างบางนั่งหน้างอง่ำเพราะโดนขัดใจ
เฟยหลงมองพลางคว้าร่างคนตรงหน้า ยกมานั่งบนตักแกร่งของตน เย่วซินใอ้าปากเหวอตาโตเบิกกว้างอย่างตระหนก ทำอะไรไม่ถูกทำได้เพียงแค่นั่งตัวแข็งทื่อเป็หินในตักคนตัวโต เฟยหลงกอดรัดรอบเอวเล็ก วางคางแกร่งของตนไว้ บนไหล่บางของคนในอ้อมแขน ความใกล้ชิดทำให้ก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายของเย่วซิน เต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง ใบหน้างามแดงก่ำไปจนถึงใบหู
"ท่าน... ปล่อยข้าได้แล้ว"
"ขอข้าอยู่แบบนี้สักครู่เถิด เย่วเอ๋อร์"
ร่างบางไม่ได้ผลักไสอีกฝ่าย ปล่อยให้ร่างสูงกอดจนพอใจ
"เ้ารับปากกับข้าได้หรือไม่ อย่าทำร้ายตนเองเช่นนี้อีก เ้ารู้หรือไม่ว่าข้ากลัวเเค่ไหน กลัวที่จะสูญเสียเ้าไป รับปากข้าสิ"ร่างบางไม่พูดอะไร เพียงแต่พยักหน้ารับ เลยเห็นรอยยิ้มยินดีของร่างสูงที่ส่งมาให้เขา
"ท่านพี่... "เย่วซินหันไปตามเสียงที่กำลังเรียกตน ก็เห็นหลิงซานเดินมาโดยมีร่างใหญ่ของอี้เฟยโอบประคองเอาไว้ ดูเหมือนหลิงซานจะอ่อนแรงลงไปมาก เดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา
เย่วซินมองหน้าน้องชายอย่างใจหาย เพราะใบหน้าเล็ก มีหยดน้ำเกาะอยู่ แต่เพียงไม่นานมันก็ไหลลงมาพร้อมเสียงสะอื้นของน้องชาย เย่วซินดิ้นลงจากตักของเฟยหลง ร่างสูงจำต้องปล่อยเอวบางที่ตนกอดเอาไว้อย่างแสนเสียดาย เย่วซินอ้าแขนรับร่างเล็กที่กระโจนเข้าหา พร้อมเสียงร้องไห้อย่างหนัก
นี่เขาลืมหลิงซานไปได้เช่นไรกัน เขาทิ้งน้องชายคนเดียวไว้ให้เผชิญกับความเ็ปได้เช่นไร
"ขะ-ข้าขอโทษ... ข้าขอโทษ ฮึก " พูดเพียงเท่านี้ น้ำตาก็ไหลลงมาอาบเเก้มสวยเสียแล้ว
"ฮึก ฮือ... ท่านพี่ใจร้ายเหลือเกิน ทิ้งข้าไว้คนเดียว ท่านรู้หรือไม่ข้าโกรธท่านเพียงใด ข้านึกว่าจะเสียท่านไปแล้ว"
"ข้าขอโทษ... ฮึก ฮือ... " ตอนนี้ร่างบางไม่สามารถพูดคำไหนที่ดีมากไปกว่าคำว่า ขอโทษอีกแล้ว
"สัญญากับข้าได้หรือไม่ ว่าท่านจะไม่ทำเช่นนี้อีก สัญญาซิท่านพี่ สัญญาเดี๋ยวนี้ "ร่างเล็กพูดพลางเขย่าร่างของพี่ชายอย่างรอคอยคำตอบ ด้วยความหวัง จนร่างบางของพี่ชายพยักหน้ารับคำ
"ข้าให้สัญญา ข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว ข้าขอโทษเ้าจริงๆ เ้าจะยกโทษให้พี่ชายที่โง่เขลาของเ้าได้หรือไม่หลิงซาน ข้าจะไม่ทอดทิ้งเ้าเช่นนี้อีกแล้ว"
"ข้ากลัวเหลือเกิน... ข้ากลัวจะเสียท่านไปจริงๆ หากไม่มีท่านแล้วข้าจะอยู่ได้อย่างไร ท่านพี่ก็รู้ว่าข้าไม่เหลือใครอีกแล้ว"
"แต่เ้ายังมีข้าอยู่ข้างกายเ้านะเสี่ยวไป๋ เ้าลืมไปแล้วหรือไร"
อี้เฟยแทรกขึ้นมาทันที เพื่อเตือนให้คนตัวเล็กรู้ว่า ยังมีเขาที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างตลอดไป หลิงซานไม่ได้ตอบโต้อะไรเพียงแค่หันมาสบตาของอีกฝ่าย คงต้องยอมรับความจริงเสียที ว่าอี้เฟยจริงใจกับเขาแค่ไหน เพียงแค่มองเข้าไปในดวงตาคมคู่นั้น ก็เห็นความอ่อนโยน ความรักความจริงใจที่ส่งมายังเขาอย่างท่วมท้น
เฟยหลงและอี้เฟยมองสองพี่น้อง ที่พากันร้องไห้กอดกันกลม ก็รู้สึกเบาใจลงได้บ้าง ที่เย่วซินสามารถผ่าน่เวลาที่เ็ปมาได้ หลังจากนี้ก็เป็หน้าที่เขา ที่จะรักษาาแภายในใจของอีกฝ่ายให้หายสนิท ขอแค่เวลาเท่านั้น
หลังจากผ่านพ้นวันที่แสนเ็ปทรมานมาได้ เย่วซินก็เข้มแข็งขึ้นมาก จนเฟยหลงรู้สึกได้ แต่ก็มีบางครั้งที่เขาเห็นเย่วซินแอบมานั่งคนเดียว สายตามองไปข้างหน้า อย่างเคว้งคว้าง เลื่อนลอย จนคนที่แอบดูรู้สึกใจหาย กลัวเหลือเกินว่าความสุขที่หายไป เย่วซินจะไม่สามารถเอามันกลับคืนมาได้ หากแต่เขาจะพยายามเติมเต็มมันให้กับคนตรงหน้าเอง
หลังจากวันที่เกิดเื่ ก็ผ่านมาสองวันแล้ว วันนี้จึงเป็วันที่ทุกคนรอคอย งานอภิเษกถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เพราะวันนี้องค์าาจะประกาศ สละราชบัลลังก์และแต่งตั้งองค์าาคนใหม่ เย่วซินและหลิงซานถูกปลุกให้ลุกมาอาบน้ำ เพื่อจะแต่งองค์ทรงเครื่องั้แ่ยังไม่สว่าง ทั้งคู่เลยต้องมานั่งเป็ตุ๊กตา ให้พวกนางกำนัลปู้ยี่ปู้ยำตามอำเภอใจ ใบหน้างามของทั้งคู่งอง่ำ เพราะอดนอนเลยพาลให้อารมณ์เสียไปด้วย
"นี่พวกเ้าจะถูให้หวยขึ้นรึ ิัข้าแสบร้อนจนจะหลุดแล้วนะ"ร่างเล็กของหลิงซานทนไม่ได้อีกแล้ว จึงตวาดพวกนางกำนัลออกไป
"จะเสร็จแล้วเพคะ อดทนหน่อยนะเพคะพระชายา วันนี้เป็วันสำคัญของพระองค์นะเพคะ เพราะฉะนั้นต้องสวยที่สุด"
"ข้าน่ะหล่อเหอะ"ร่างเล็กพูดพลางกลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่าย เขาเป็ผู้ชายมาชมว่าสวยแบบนี้มันครั่นเนื้อครั่นตัว อยากกระทืบคนอย่างไรชอบกล
สุดท้ายคนหล่อก็ถูกจับแต่งองค์ทรงเครื่อง ด้วยชุดเ้าสาวสีแดงแสนงดงาม ทีแรกตั้งท่าจะอาละวาด แต่เจอเหล่านางกำนัลขู่เอาไว้ว่า เป็ชุดที่องค์าาประทานมาให้ ขัดไม่ได้เลยยอมสวมมันอย่างสุดกล้ำกลืน
"หมดแล้วชีวิตกู... จะมีสาวที่ไหนกล้ามองอีกวะนี่ บัดซบจริงๆ เลย"ใช่อย่างที่ร่างเล็กคิด ไม่มีหญิงงามคนไหนกล้ามองเขาหรอก ในเมื่อเขาสวยกว่าพวกนางเสียนี่
ตำหนักของเย่วซิน
เหล่านางกำนัลทั้งหลาย ช่วยกันแต่งตัวให้เ้าสาวขององค์รัชทายาทอย่างขยันขันแข็ง จนสุดท้ายผ้าผืนบางก็ค่อยๆ เลื่อนลงมาปิดใบหน้างามของเ้าสาวแสนสวย
"งามมากเพคะพระชายา องค์รัชทายาทเห็นเป็ได้ตะลึงงันอย่างแน่นอนเพคะ"เหล่านางกำนัลเอ่ยชื่นชมไม่ขาดปาก กับความงดงามตรงหน้า เย่วชินเพียงยิ้มรับเล็กน้อย หากวันนี้เป็วันมงคลของเขากับหนิงอัน คงจะดีไม่น้อยเขาคงจะมีความสุขกว่านี้
ในเมื่อต่อต้านไปก็เท่านั้น เพราะอย่างไรมันไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็คอยหลบหลีกเอาก็แล้วกัน เพราะอย่างไรเขาก็ยังไม่พร้อมอยู่ดี
ตอนนี้ทุกคนก็มารวมตัวกันที่อาณาจักรั แเื่ในงานมงคลครั้งนี้มาร่วมยินดีกันอย่างล้นหลาม เพราะเป็งานอภิเษกของรัชทายาทเผ่าัทั้งคู่ แเื่มากันทั่วทิศ รวมทั้งสามพี่น้องแห่งอาณาจักรมาร องค์ชายองค์โตซึ่งมีตำแหน่งเป็องค์รัชทายาทเผ่ามาร ที่มาเพราะอยากจะเห็นร่างงามของเ้าสาวคนโต
เขามาพร้อมกับองค์ชายคนรอง และน้องคนเล็กที่ขอติดสอยห้อยตามมาด้วย และอีกสองเผ่าที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้สองเผ่านี้เลย ก็คือเผ่าจิ้งจอกเงิน ที่เรียกกันเช่นนี้ ก็เพราะร่างจริงของคนเผ่านี้ เป็จิ้งจอกที่มีเส้นขนนุ่มนิ่มสีเงินยวงยามต้องแสงจันทรา จะเปล่งประกายวิบวับรับแสงจันทร์ที่สะท้อน เส้นขนเงางามเสียจนผู้ที่ได้พบเห็น จะหลงใหลจนไม่สามารถถอนสายตาได้เลย
ส่วนอีกเผ่าคือเผ่าวิหคเหมันต์ ชาวเผ่าวิหคเหมันต์จะดูองอาจน่าเกรงขามไม่น้อย ร่างจริงของชาวเผ่าคือพญาอินทรีจ้าวแห่งนก ถิ่นอาศัยก็คือดินแดนเหมันต์ที่เยือกเย็นที่สุด บุรุษของเผ่านี้จึงอดทนและแข็งแกร่ง ร่างกายสูงใหญ่น่าเกรงขามนัก ทุกเผ่าได้รับเทียบเชิญกันมาถ้วนทั่ว ซึ่งไม่มีเผ่าไหนจะปฏิเสธเลย
ต่างก็อยากมาเห็นเ้าสาวในครั้งนี้ ที่ลือเลื่องกันว่างามล่มเมือง แม้นความจริงแล้วไม่อาจเห็นใบหน้างามอย่างใจหวัง
แต่พวกเขาจะไม่รีบกลับดินแดนของตนในเร็ววัน จะหาโอกาสให้ได้เห็นใบหน้างามของสองราชินีคนต่อไปให้จงได้
หลังจากนั้นก็ได้เวลาฤกษ์มงคล เ้าสาวถูกเหล่านางกำนัลเชิญตัวออกจากตำหนัก เพื่อมาเข้าพิธีเ้าบ่าวถึงกับยิ้มแย้มแทบไม่หุบปาก
ที่เห็นเ้าสาวแสนงามของตนสวมชุดมงคลสีแดงสด มันยิ่งขับผิวที่ขาวสวยอยู่แล้วให้สวยใสยิ่งขึ้น วันนี้สองบุรุษรูปงามสวมใส่อาภรณ์ประจำกาย สีแดงขลิบทองปักลายัด้วยเส้นไหมทองคำ ขับให้คนดูดีอยู่แล้วยิ่งมีสง่าราศีเหนือผู้ใดในอาณาจักรแห่งนี้
อี้เฟยและเฟยหลงสังเกตได้ว่า ่หลังมานี้เ้าสาวของตน งดงามขนาดที่ตนเห็นแล้ว ไม่กล้าเข้าใกล้กลัวว่าจะยั้งใจไม่อยู่ หลังจากวันนี้ไปพวกเขาก็ไม่ต้องอดทนอีกแล้ว เขาจะกกจะกอดให้หนำใจเชียว
"วันนี้เ้างามมาก เสี่ยวไป๋"อี้เฟยกล่าวชื่นชมคู่ของตนด้วยรอยยิ้ม
"พ่อง" คนตัวเล็กพูดแค่นั้น เพราะหมดคำพูด พาเอาคนฟังทำสีหน้าสงสัย เพราะไม่คุ้นชินกับคำพูดแปลกๆ ของหลิงซาน
"อะไรของเ้าเสี่ยวไป๋ข้าไม่เข้าใจ คำพูดของเ้าแปลกหูชอบกลนัก"
"มันเป็คำพูดที่บ้านข้า ท่านอย่าได้ใส่ใจเลย"
ร่างเล็กพูดพลางขยับเข้าไปใกล้พี่ชาย
"ท่านพี่ ท่านคิดออกรึยัง ว่าเราจะเอาตัวให้รอดจากคืนนี้ได้อย่างไร ข้าไม่อยากเข้าหอกับเ้าคนโรคจิตนั่น" ร่างเล็กเอ่ยถามพี่ขายตน ต่อให้อีกฝ่ายดีกับเขาแค่ไหน เขาก็ยังไม่พร้อมจะมอบกายให้
"ขืนเข้าไปมีหวังเสร็จเ้าคนลามกนั่นแน่ๆ ยี๋... คิดแล้วขนลุก"
"เ้าใจเย็นๆ ก่อนหลิงซาน อย่าโวยวายไป ข้ามีวิธี"พูดจบก็แอบยื่นห่ออะไรบางอย่างขนาดก็เล็กนิดเดียว ส่งไปให้น้องชาย
"รีบรับไปซิ ชักช้าเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า"
ร่างเล็กมองหน้าพี่ชายอย่างไม่เข้าใจ แต่มือบางก็รีบยื่นออกมารับของที่พี่ชายตนส่งมา อย่างรวดเร็วและระมัดระวัง แล้วรีบยัดใส่อกเสื้ออย่างรวดเร็ว พร้อมถามออกไป
"มันคืออะไรหรือท่านพี่"
"มันเป็ยาที่ทำให้คนที่กินเข้าไป อ่อนแรงจนไม่สามารถขยับ หรือออกแรงได้เท่าที่ควร มันเป็สูตรยาประจำเผ่าของข้าเอง"
สูตรยานี้ชาวเผ่าเอาไว้ล่าสัตว์ เป็สูตรประจำเผ่าหงส์ไฟ ใช้ผสมของกินก็ได้แต่ส่วนมากมักจะใช้ทาหัวธนู
"ดีจริง... แล้วมันใช้ยังไงรึท่านพี่"
"ผสมของกิน หรือหากจวนตัวเ้าก็ใช้เข็มจุ่มยา แล้วปักเข้าไปตรงไหนก็ได้รับรอง เ้าจะปลอดภัยจนถึงรุ่งเช้า"
พี่ชายตอบออกมา พร้อมรอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้น หลิงซานยิ้มดีใจที่สามารถหาทางออกได้
"ละ-แล้ว... คืนพรุ่งนี้ล่ะท่านพี่"
"ค่อยคิด"
"เอาวะ แค่ให้รอดจากคืนนี้ไปได้ก่อนแล้วกัน"
สองพี่น้องพยายามทำตัวให้ปรกติที่สุด ยอมทำตามทุกขั้นตอนอย่างไม่อิดออด จนมาถึงพิธีสุดท้ายที่ทั้งคู่ต้องให้คำสัตย์สาบาลซึ่งกันและกัน
"ข้าขอให้คำสัตย์ จะรักและเชื่อใจเ้า จะดูแล เคียงข้างเ้าแต่เพียงผู้เดียวตราบจนสิ้นลม"
เฟยหลงเอ่ยออกมา สายตาคมหนักแน่น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่งาม ยืนยันสิ่งที่พูดออกไปทางสายตา ร่างบางมองเห็นถึงความจริงใจ และความรู้สึกที่อีกฝ่ายมีต่อตนเอง มันส่งออกมาทางสายตาอย่างชัดเจนและหนักแน่นพอที่จะทำให้เย่วซินเชื่อและตัดสินใจบางอย่างได้ เฟยหลงเลยได้รับสายตาเชื่อใจของเย่วซินตอบแทนกลับไป ส่งผลให้ปากหนาปรากฏรอยยิ้ม
"ข้าขอให้คำสัตย์ แก่บุรุษผู้ที่ข้าจะวางชีวิต และหัวใจไว้ในมือเขา ข้าจะรักจะซื่อสัตย์ และจะอยู่เคียงข้างท่าน... จนหมดลมหายใจ"
เพียงแค่จบคำที่ร่างบางพูด ใบหน้าคมก็มีเพียงรอยยิ้มยินดีตลอดเวลา เขาหมดคำพูด มีแต่ความปีติที่แสงออกมาทางสีหน้า เพียงแค่นี้ทุกคนที่ได้เห็น ก็รู้แล้วว่าร่างสูงมีความสุขเพียงใด
ส่วนอี้เฟยและหลิงซาน ก็ลุล่วงผ่านไปด้วยดี ร่างเล็กไม่ดื้อดึงหรือพยศเลยแม้แต่น้อย ถึงจะซุกซนดื้อดึงเพียงไร แต่ร่างเล็กก็รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร นี่จึงเป็อีกอย่างที่อี้เฟยภูมิใจคนตรงหน้าเขานัก
มาถึงเวลาที่องค์าาประกาศสละบัลลังก์ และแต่งตั้งเฟยหลงและอี้เฟย เป็องค์าาครองบัลลังก์คู่กัน เย่วซินและหลิงซานเลยต้องรับตำแหน่งองค์ราชินีอย่างเลี่ยงไม่ได้ สร้อยคอประจำตำแหน่ง สตรีที่เป็รองแค่เพียงสวามี ถูกผู้ที่เป็สวามีสวมใส่ลงมาบนลำคองามระหง บ่งบอกสถานะของตนเป็อย่างดี ส่วนหลิงซานอี้เฟยเป็ผู้สวมใส่ให้ เขาขอคืนั้แ่ร่างเล็กมาถึงที่นี่ ตอนแรกร่างเล็กจะไม่ให้เพราะของของเขา แต่เพราะเหตุผลร้อยแปด ร่างเล็กจึงยอมถอด พร้อมกริชเล่มเล็กที่ตนเอาติดตัวมา เพราะของสองสิ่งนี้ย่อมต้องอยู่คู่กัน วันนี้เขาจึงได้คืนมาพร้อมกันส่วนเส้นที่สั่งทำขึ้นมาใหม่ก็เก็บมันไว้ดังเดิม
แเื่ต่างก็มอบของขวัญล้ำค่า เท่าที่จะสรรหามาได้ แก่คู่บ่าวสาวทั้งสี่มากมายเสียจนหลิงซานชักจะตาลาย
"ข้าอี้เทียนหลง รัชทายาทเผ่ามาร ข้ามีของขวัญเล็กน้อย จะมอบให้องค์ราชินีทั้งสองโปรดรับไว้ด้วย"
"เกรงใจท่านแล้ว" เสียงคนพี่เอ่ยกับแขก
แค่ได้ยินเสียงหวานของเย่วซินเท่านั้น ก็ทำให้ลุ่มหลงได้ในทันที ถึงจะไม่ได้เห็นหน้าชัดเจนนัก แต่ก็ไม่เป็ไรเพราะเขาเคยเห็นมาครั้งหนึ่งแล้ว
"ไม่หรอกพ่ะย่ะค่ะ อย่าได้เกรงใจข้าเลยคนกันเองทั้งนั้น"
เย่วซินไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ก็มีมือหนาของเฟยหลงมารวบตัวเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยสายตาเอาเื่
"ต้องขออภัยองค์รัชทายาท ตอนนี้ข้าขอตัวราชินีของข้า ไปพบปะผู้าุโทางนั้นก่อน หากท่านว่างนักละก็ หาอะไรทำเสียหน่อยก็ดีจะได้ไม่มีเวลาคิดอะไรที่มันฟุ้งซ่าน"
เฟยหลงกล่าวจบก็โอบร่างบางให้เดินไปพร้อมกับตน เย่วซินเดินไปโดยไม่ลืมที่จะดึงน้องชายของตนตามมาด้วย และไม่เข้าใจกับอาการหงุดหงิดของคนตรงหน้านัก
"คราวหน้าหากหลีกได้ จงหลีก"
"ข้าไม่เข้าใจ" ร่างบางมองหน้าร่างสูงอย่างขอคำอธิบาย เฟยหลงมองหน้างามของเย่วซินผ่านผ้าปิดหน้าผืนบาง ตาคมจ้องลึกลงไปในดวงตากลมอยู่ชั่วครู่ จึงเอ่ย
"ข้าไม่ไว้ใจเ้านั่นเลย เขากับข้ามิได้เป็มิตร หรือศัตรูกันก็จริง แต่ก็ไม่ค่อยจะลงรอยมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว"ร่างสูงอธิบาย
"ท่านคิดมากไปหรือเปล่า"
"ข้าไม่รู้ แต่เ้าห้ามใกล้ชิดกับมันมากนัก ข้าหวง"
ร่างสูงพูดออกไปแบบนี้ ทำเอาคนตรงหน้าถึงกับพูดไม่ออก ใบหน้างามแดงก่ำไปถึงใบหู มองเขาเลิ่กลั่ก เฟยหลงมองแล้วหัวเราะออกมา ด้วยความขบขันระคนเอ็นดู ร่างบางทำตัวไม่ถูก ถ้ามุดดินได้ก็คงมุดไปแล้ว
"ไอ้หมาบ้าเฟยหลง อยากหวงดีนัก คอยดูเถิดข้าจะแย่งของรักของเ้ามาให้ได้ ระวังเอาไว้ให้ดีล่ะอย่าได้เผลอเชียว"รัชทายาทแห่งเผ่ามารหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ในใจ