เป่าจูเป็นคุณหนูบ้านซ่ง มิเคยมีผู้ใดกล้าเรียกใช้ให้นางทำงานมาก่อน พานซื่อมิรู้จักวางตัวเช่นนี้ คงกลัวเป่าจูจะคุยเรื่องของซย่าจิ่นเซวียนกับนาง
“เป่าจู พี่สะใภ้สามขนผู้เดียวมิไหวหรอก เจ้าไปกับนาง ส่วนข้าจะอยู่เติมฟืนที่นี่เอง” โจวซู่ซินปล่อยให้ซ่งเป่าจูไปขนลูกพลับเจียงอันกับพานซื่อ นางรู้ว่านางมิมีที่ยืนในบ้านซ่งแล้ว คนบ้านซ่งเริ่มมิชอบนาง ตั้งแต่ที่นางทิ้งซ่งจื่อเฉินไป อีกอย่างซ่งจื่อเฉินเองก็มิเคยพูดว่าเขาชอบนางเลย เป็นนางที่คิดไปเองอยู่ฝ่ายเดียว
“เป่าจู น้องสะใภ้ห้าบอกไว้แล้ว หากเจ้าอยากได้เงินรายเดือน เจ้าก็ต้องทำงาน หากงานเล็กๆ แค่นี้เจ้ายังทำมิได้ เจ้ายังหวังว่าจะได้เงินรายเดือนจากนางอีกหรือ?” เฉินซื่อเดินออกมาจากห้องเอ่อร์ฝาง นางเองก็มิชอบซ่งเป่าจูเหมือนกับคนอื่นๆ
พวกนางยินดีมากที่เฉียวซื่อไร้อำนาจ จากนี้แม่สามีจะกดขี่พวกนางมิได้อีกแล้ว
“ผู้ใดสนเงินไม่กี่อีแปะของนางกัน พวกท่านไร้เดียงสายิ่งนัก นางตั้งใจหลอกพวกท่าน เพื่อจะได้เป็นหัวหน้าครอบครัว พวกท่านก็หลงเชื่อนาง”
หัวหน้าครอบครัว ซย่าจิ่นเซวียนอยากเป็นหัวหน้าครอบครัวซ่งหรือ?โจวซู่ซินครุ่นคิดอยู่ข้างๆ
“พี่สะใภ้ห้าของเจ้าเป็นคนพูดจริงทำจริง ข้าเชื่อในความสามารถของนาง ซ่งเป่าจู หากเจ้ายังดื้อดึงมิยอมรับผิดเช่นนี้ สุดท้ายผู้ที่ลำบากจะเป็นเจ้าเอง ข้าพูดไปหมดแล้ว จะฟังหรือไม่ก็แล้วแต่เจ้า” เฉินซื่อโกรธจัด น้องสาวสามีผู้นี้โง่งมยิ่งนัก แยกดีชั่วมิออก นางคิดว่าโจวซู่ซินเป็นคนดีหรือ?
โจวซู่ซินหลอกใช้นาง เพื่อบรรลุเป้าหมายของตนเองเท่านั้น
“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านบอกว่าพี่สะใภ้ห้าจะให้เงินรายเดือนกับพวกท่านหรือเจ้าคะ?” โจวซู่ซินยิ้มถามเฉินซื่อ
“เซวียนเซวียนเป็นผู้มีพระคุณของครอบครัวเรา นางมิเพียงรักษาขาของน้องห้า ยังสัญญาจะพาพวกเราร่ำรวยไปด้วย จากนี้พวกเรามิต้องส่งเงินให้ผู้อาวุโสอีก ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ ขอเพียงขยันทำงาน ”
เฉินซื่อมั่นใจว่าซ่งเป่าจูมิกล้าพูดเรื่องของเฉียวซื่อ นางเลยมิกลัวว่าโจวซู่ซินจะรู้เรื่องนี้ หากเรื่องอื้อฉาวของเฉียวซื่อถูกโจวซู่ซินรู้เข้า นางมิกล้ารับประกันว่าโจวซู่ซินจะยังอยากเป็นสหายของซ่งเป่าจูอยู่อีกหรือไม่
“พี่ซู่ซิน ท่านอย่าไปฟังพี่สะใภ้ใหญ่พูดจาเหลวไหลนะเจ้าคะ หากพูดกันตามตรง ซย่าจิ่นเซวียนก็แค่อยากยึดอำนาจ ท่านอาจจะยังมิรู้ เวลานี้นางกลายเป็นหัวหน้าตระกูลซ่งแล้ว แม้กระทั่งท่านพ่อยังต้องเชื่อฟังนางเลยเจ้าค่ะ”
โจวซู่ซินตกใจอีกหน คนฉลาดเช่นซ่งผิง เหตุใดจึงปล่อยให้สตรีที่เพิ่งแต่งเข้ามาเป็นหัวหน้าครอบครัวกัน ช่างน่าตลกเกินไปแล้ว
“คนเราดูกันที่ความตั้งใจ มิใช่อายุ อาสะใภ้ห้ามีความสามารถนำพาชีวิตทุกคนให้ดีขึ้นได้ พวกเราเลยยินดีรับฟังแผนของนาง” ตอนนั้นเองซ่งเฉวียนก็เดินเข้ามา เขามิชอบที่ซ่งเป่าจูมิรู้จักแยกแยะถูกผิด
“ให้สะใภ้มาเป็นหัวหน้าครอบครัวเช่นนี้ พวกท่านทำเป็นเล่นกันเกินไปหรือไม่เจ้าคะ อย่าว่าแต่หมู่บ้านของพวกเราเลย แม้กระทั่งทั้งแผ่นดินนี้ยังมิมีผู้ใดทำมาก่อนเลยเจ้าค่ะ” โจวซู่ซินคิดว่าจิ่นเซวียนทำผิดระเบียบแบบแผนที่บรรพบุรุษตั้งขึ้น โดยทั่วไปแล้ว หัวหน้าครอบครัวจะเป็นสามีหรือผู้อาวุโสที่มีความเกี่ยวข้องกับสามี หากเรื่องที่จิ่นเซวียนขึ้นเป็นหัวหน้าครอบครัวของบ้านซ่งกระจายออกไป ซ่งผิงมิกลัวผู้อื่นหัวเราะเยาะตระกูลซ่งหรือ?
“ท่านอาซู่ซิน ข้ามิเห็นด้วยกับความคิดของท่านขอรับ พวกเราทุกคนมีความสามารถต่างกัน ท่านอาสะใภ้ห้าหาเงินหลายร้อยตำลึงโดยอาศัยเพียงแค่แบบภาพสองแผ่น มิใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทำได้ นางมีความสามารถเป็นผู้นำ พวกเราเลยสนับสนุนนาง ตราบใดที่ส่งผลดีต่อบ้านซ่ง มันสำคัญด้วยหรือว่าผู้ใดจะเป็นหัวหน้าครอบครัว?”
ซ่งเฉวียนพูดออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ เขาอยากทำตามปณิธานของจิ่นเซวียนจริงๆ
“น้องซู่ซิน ข้าถามเจ้า หากเจ้าคือเซวียนเซวียน เจ้าจะยอมนำตำลึงที่หามาอย่างยากลำบากมาจ่ายค่าครูให้หลานๆ ของสามีหรือไม่?” เฉินซื่อพูดลึกซึ้งเช่นซ่งเฉวียนมิเป็น นางจึงย้อนถามโจวซู่ซินตรงๆ เมื่อเทียบกันแล้วนางเองก็ทำมิได้เช่นกัน
“พี่ซู่ซินใจดีเช่นนี้ นางต้องทำแน่ พี่สะใภ้ใหญ่ท่านถามแปลกๆ” ซ่งเป่าจูมิชื่นชอบเฉินซื่อมาตลอด นางเลยยิ่งรู้สึกคับข้องใจมากขึ้น เมื่อเฉินซื่อกับลูกชายพูดแทนจิ่นเซวียน
“ตราบใดที่ข้ามีเงิน ข้าจะช่วยบ้านสามีเช่นกันเจ้าค่ะ” โจวซู่ซินฝืนใจตอบเฉินซื่อว่านางจะประคับประคองคนในบ้านสามีเหมือนที่จิ่นเซวียนทำ เพื่อรักษาหน้าของตนเอง
“เห็นไหมเล่า ข้าบอกแล้วว่าพี่ซู่ซินจะทำ” ซ่งเป่าจูค่อนข้างภูมิใจที่โจวซู่ซินพูดเช่นนี้ เฉินซื่อกับลูกชายยิ้มตอบ แต่กลับมิเชื่อว่าโจวซู่ซินจะทำเช่นนั้นจริงๆ เพื่อรักษาหน้าตาผู้ใดจะมิทำกัน!
“ท่านแม่ ท่านปู่บอกให้ล้างลูกพลับเจียงอันให้ทุกคนทานขอรับ” ซ่งเฉวียนหมดคำจะพูดกับอาเล็กผู้นี้ เขาจึงมิอยากพูดถึงเรื่องนี้อีก
“พี่สะใภ้ ท่านเป็นหัวหน้าครัว ข้ากับอาเฉวียนจะไปขนลูกพลับเจียงอันเองเจ้าค่ะ” พานซื่อพูดแล้วรีบไปขนลูกพลับเจียงอันกับซ่งเฉวียน เมื่อพวกเขาเดินไปแล้ว เฉินซื่อจึงหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องเอ่อร์ฝาง เพื่อทำอาหารต่อ
กลางลานบ้านจึงเหลือเพียงซ่งเป่าจูและโจวซู่ซิน
โจวซู่ซินมิมีกระจิตกระใจจะทำงานต่อ นางเสียใจยิ่งนัก เมื่อคิดว่าจิ่นเซวียนกับซ่งจื่อเฉินพลอดรักกันหวานเชื่อมเพียงใด เดิมทีนางคิดว่าซ่งจื่อเฉินจะเป็นเพียงคนพิการไปตลอดชีวิต นางเลยทิ้งเขาไป
เมื่อเริ่มดีขึ้น พี่จื่อเฉินก็แต่งงานเสียแล้ว หากนางอยากแต่งงานกับเขา นางก็เป็นได้เพียงอนุเท่านั้น
“เป่าจู หลังพวกข้ากลับไป บ้านของพวกเจ้าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นใช่หรือไม่” โจวซู่ซินลดเสียงถามซ่งเป่าจู ซ่งเป่าจูปกปิดความจริงบางอย่างและใส่ร้ายจิ่นเซวียนมิหยุดหย่อน นางบอกว่าจิ่นเซวียนมองข้ามพวกนางโดยอาศัยว่าตนเองมีอาจารย์เป็นหมอเทวดา ทั้งยังบังคับให้ท่านพ่อยกตำแหน่งหัวหน้าครอบครัวให้นาง
แน่นอนว่าคำพูดของซ่งเป่าจูเชื่อได้หรือไม่ โจวซู่ซินจะพิจารณาเอง
คนโง่งมอย่างซ่งเป่าจู เหมาะสมให้โจวซู่ซินหลอกใช้
“พี่ซู่ซิน ท่านแย่งพี่ห้ากลับมาเถิดเจ้าค่ะ ผู้ที่เขาก็ชอบคือท่าน หากครอบครัวมิได้ห้ามมิให้ท่านติดต่อกับเขา พวกท่านคงรักกันไปนานแล้วเจ้าค่ะ” ซ่งเป่าจูเองก็อยากใช้โจวซู่ซินมาต่อกรกับจิ่นเซวียนเช่นกัน นางเลยจับมือออดอ้อนโจวซู่ซิน
“พี่จื่อเฉินแต่งงานแล้ว ข้าชอบเขาต่อไปจะมีประโยชน์อย่างไร” ใบหน้าของโจวซู่ซินแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มขมขื่น นางเศร้าแทบขาดใจ
“พี่ซู่ซิน ข้าช่วยท่านได้เจ้าค่ะ ฉวยโอกาสเวลาที่พี่ห้ายังมิเข้าห้องหอกับซย่าจิ่นเซวียน แยกพวกเขาออกจากกันก่อนเจ้าค่ะ” ซ่งเป่าจูกระซิบบอกว่านางจะส่งข่าวให้โจวซู่ซินเอง
“เป่าจูเอ๋ย ขอบใจเจ้ามาก หากข้าได้เป็นสะใภ้บ้านซ่ง ข้าจะดีต่อเจ้าแน่นอน” โจวซู่ซินอยากแย่งซ่งจื่อเฉินกลับมา นางบอกกับซ่งเป่าจูว่าให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ
“คืนนี้ตอนส่งตัวพวกเขาเข้าหอ พวกเราจะไปป่วนห้องหอ มิให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกัน” ซ่งเป่าจูพูดอย่างลับๆ ล่อๆ “พี่ซู่ซิน ท่านมาด้วยสิเจ้าคะ คนเยอะๆ จะได้สนุกเจ้าค่ะ”
โจวซู่ซินยิ้มเก้อกระดาก ให้นางไปป่วนห้องหอคนที่ชอบ มิใช่สร้างปัญหาให้นางเพิ่มหรือ?
อีกอย่างนางยังมิรู้เลยว่าซ่งเป่าจูมีสถานะอย่างไรในบ้านซ่ง เวลานี้มิเหมือนเมื่อก่อน อย่าว่าแต่ซ่งเป่าจู แม้กระทั่งเฉียวซื่อเองยังควบคุมซย่าจิ่นเซวียนมิได้เลย
“เป่าจู เรื่องนี้ช่างมันเถิด พี่จื่อเฉินพบความสุขของเขาแล้ว และข้าก็มิอยากให้ซย่าจิ่นเซวียนกลายเป็นอนุด้วย” โจวซู่ซินเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา แต่ในใจกลับหาเหตุผลให้ตนเอง
โจวซู่อิงเดินมาที่ลานบ้าน นางเห็นโจวซู่ซินกับซ่งเป่าจูรวมหัวกระซิบกระซาบกันอยู่ นางพอจะเดาได้ว่าพวกนางต้องพูดถึงจิ่นเซวียนแน่ นางจึงรีบเดินเข้าไปทางด้านหลังของพวกนางแล้วยิ้มทักทายทันที “พวกเจ้ากระซิบกระซาบสิ่งใดกัน คงมิได้ว่าร้ายพี่สะใภ้เล็กกันอยู่หรอกนะ”