“คราวก่อนข้าลอบเข้าตำหนักหรงซิ่งไปแล้วคราวนี้เจ้าไปตำหนักห่าวซิน ส่วนข้าจะไปตำหนักฟาหยาง”หงซือซือแจกแจงหน้าที่ต้องออกไปสืบข่าวในแต่ละตำหนักพระชายาหานซู่ลี่ขอเวลามาในวันพรุ่งนี้
“ให้ข้ากลับไปเตรียมตัวเสียหน่อยเถิดพรุ่งนี้จะมาแต่เช้าแล้วเราค่อยแยกย้ายกันไป คนของเจ้าไว้ใจได้มิใช่หรือ?”พระชายาหันไปมองหม่าหลันฮวาและไป๋เพ่ยเจินนางกำนัลที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง
“ได้สิ! สองคนนี้เด็กข้าเองปั้นมากับมือ” หงซือซือพยักหน้าหงึกหงัก เมื่อวานนางเพิ่งแปลงโฉมเป็นไป๋เพ่ยเจินออกไปรับเงินชนะพนันมาเนาะๆเงินสองหมื่นตำลึงนับว่าเป็นกำไรที่เข้ามาแบบฟ้าประทานโดยแท้ตอนที่ลงพนันไปนั้นก็แค่ทนไม่ได้นึกอยากจะประชดเหล่าขันทีที่เปิดรับพนันที่ไหนได้นางกลับกลายเป็นคนชนะเสียงั้น
จอมยุทธ์หงเล่าเรื่องเงินพนันที่ได้ให้กับหานซู่ลี่ฟังพระชายาที่ทำทั้งสวนผักและเลี้ยงสัตว์อยู่หลังตำหนักเพื่อหาเงินส่งกลับแคว้นเว่ยถึงกับกระพริบตาถี่“นี่เจ้าหารายได้เพิ่มแบบสบายๆ โดยไม่คิดจะบอกข้าเลยงั้นหรือ?”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่าว่าจะชนะพนัน?”
“เอ๋?หรือว่าตัวเจ้าแอบมีใจให้พี่สามคนนั้น” หานซู่ลี่หรี่ตาลงเล็กน้อยขณะมองทั่วไปใบหน้าเพื่อนรักอย่างจับผิด
“เจ้าอย่าเดาสุ่มข้าก็แค่รับปากจะช่วยเขาทำงานและรายได้ก็มหาศาลน่าสนใจมิใช่หรือ?”พูดถึงเรื่องค่าจ้างห้าหมื่นตำลึง พระชายาหานซู่ลี่ก็พยักหน้าเห็นด้วยพวกนางทั้งสองล้วนมีเป้าหมายหาเงินให้ได้จำนวนมาก ที่ผ่านมาจึงมักจะรับงานอยู่เรื่อยๆจนบางครั้งอันตรายมากจนเฉียดฉิวความตายมาหลายครา
“ซือซือเจ้าทำงานให้มังกรขาวจอมเจ้าเล่ห์ต้องระวังตัวให้มาก เขาเห็นเจ้างดงามถึงเพียงนี้หากเขาคิดไม่ซื่อเจ้าต้องถอยให้ดี”
สีหน้าของหงซือซือดูเลิ่กลั่กเล็กน้อย“ไม่หรอกน่า เขามีนางสนมหลายสิบคนขนาดนี้ แต่ละนางก็ล้วนรูปโฉมงดงามไม่จำเป็นต้องมาวอแวกับข้าให้สิ้นเปลืองเวลาและเสียศักดิ์ศรีความเป็นฮ่องเต้แม้แต่น้อย”
“ขอให้จริงเถอะ”พระชายาหานซู่ลี่เริ่มรู้สึกแปลกๆ กับความสัมพันธ์ของนายจ้างและลูกจ้างคู่นี้บางทีค่ำนี้นางอาจจะต้องรีดเค้นหาข้อสังเกตดีๆ จากท่านอ๋องเก้าเสียแล้ว
“เอาน่า! เจ้าน่ะรีบวางแผนมาช่วยข้าสืบเรื่องในตำหนักพระสนมให้ครบก่อนก็แล้วกัน ข้าอยากจะหาต้นตอคนที่วางยาพี่สามจะแย่แล้ว”
“ฮั่นแน่! เจ้านี่มันยังไงนะเอะอะก็ห่วงพี่สาม เอะอะก็พี่สามข้าชักจะสงสัยว่าจบงานนี้เจ้าจะน่าอยู่เป็นฮองเฮาตัวจริงเลยใช่หรือไม่?”หานซู่ลี่เอานิ้วชี้หน้าเพื่อนรัก ฝ่ายนั้นเริ่มใบหน้าขึ้นสีชมพูระเรื่อ
“อย่ามาชักใบให้เรือเสียเรากำลังพูดเรื่องงานกันอยู่”
พระชายาที่ผ่านเรื่องรักๆใคร่ๆ มาก่อนมองพิรุธของสหายพร้อมกับอมยิ้ม “เจ้าไม่เคยมีคนรักระวังจะตกหลุมมังกรเจ้าเล่ห์ก็แล้วกัน”
“เชื่อเถอะว่าข้าจะระวังตัวและระวังใจอย่างดี”
เสนาบดีฟ่านหลี่เจี๋ยเข้าเฝ้าฮ่องเต้พร้อมกับนำคำทำนายที่อดีตฝู่กั๋วกงคนก่อนได้เขียนเอาไว้มาถวาย“ท่านพ่อตาของกระหม่อมให้นำสิ่งนี้มาถวายฝ่าบาททอดพระเนตร พะยะค่ะ”
ฮ่องเต้ทรงรับม้วนกระดาษจากอู๋กงกงแล้วคลี่ออกดูบทกลอนห้าบรรทัดนี้เขาเคยได้ยินเมื่อนานมาแล้ว หากมิใช่เพราะมีการก่อกบฏอีกครั้งโดยท่านอ๋องสี่ก็คงจะมิได้คิดถึงกลอนบทนี้“สมกับที่เป็นโหราจารย์ผู้เลื่องชื่อของแผ่นดินหมิงท่านฝู่กั๋วกงคนก่อนคงจะมองเห็นแล้วว่ากว่าแผ่นดินของเจิ้นจะสงบสุขได้ต้องผ่านพ้นภัยพาลมากมายนัก”
ทรงเหลือบมองฟ่านหลี่เจี๋ยผู้ที่ฝู่กั๋วกงคนปัจจุบันได้แอบกราบทูลว่านี่คือผู้มีดวงชะตาค้ำจุนราชบัลลังก์ตามคำทำนายบรรทัดที่สี่มหาเสนาบดีที่จะช่วยให้แคว้น หมิงรุ่งเรืองยิ่งขึ้น
“สตรีสูงศักดิ์เทเลือดล้างเมือง
บุรุษลือเลื่องยกดาบทาบบัลลังก์
สงครามหลังยุคกลางก่อเกิด
กำเนิดมหาเสนาบดีค้ำชะตาแคว้น
ฮองเฮาแห่งดินแดนปรากฏ”
ฮ่องเต้ทรงอ่านทบทวนบทกลอนห้าบรรทัดแล้วทรงอมยิ้มกับบรรทัดสุดท้าย“ใต้เท้าฟ่าน เจ้าว่าบรรทัดสุดท้ายจะใช่องค์หญิงหลวนผู้นี้หรือไม่?”
“กระหม่อมก็มิทราบหากฝ่าบาทอยากแน่พระทัยก็ทรงนำชะตาเกิดของนางไปให้ท่านพ่อตาของกระหม่อมทำนายพะยะค่ะ”
หมิงเฟยหลงพยักหน้าเล็กน้อย“นั่นสินะเจิ้นลืมไปเลยว่าท่านพ่อตาของเจ้าได้รับคำวิชาโหรและคำนวณดวงดาวมาจากอดีตฝู่กั๋วกงคนก่อนเช่นกัน”
ฟ่านหลี่เจี๋ยพอจะคะเนได้ว่าฮ่องเต้ทรงพึงพอใจในองค์หญิงหลวนตัวปลอม ผู้นี้มากกว่าที่อ้างกับเขาว่าจ้างมาเพื่อสืบหาคนร้ายที่ฆ่าองค์ชายยิ่งเขาเห็นว่านางงดงามพอๆกับโฉมสะคราญอันดับหนึ่งของแผ่นดินอย่างพระชายาหานซู่ลี่ของท่านอ๋องเก้าแล้วฮ่องเต้มีหรือจะไม่มองเห็นโอกาสจะหลอกล่อให้นางอยู่ในวังหลังต่อไป
‘มังกรขาวจอมเจ้าเล่ห์ผู้นี้ใช่ว่าจะยอมเสียโอกาส’ ประโยคสรุปเหตุการณ์ที่น้องสาวของเขาพระชายาฟ่านซิ่วอิงของชินอ๋องได้กล่าวถึงฮ่องเต้เมื่อเขานำเรื่องที่ทรงนำองค์หญิงหลวนชิงซือว่าที่ฮองเฮาพระองค์ใหม่เข้าวังหลวงเมื่อฟ่านซิ่วอิงได้เห็นภาพวาดขององค์หญิงหลวนก็ยิ้มกว้างเพียงแต่เขามิได้เปิดเผยว่านางเป็นตัวปลอมต่อผู้ใด เพราะนี่เป็นความลับขั้นสุดยอดระหว่างเขาและฮ่องเต้
พระชายาฟ่านซิ่วอิงดีใจยิ่งนักที่ฮ่องเต้จะทรงอภิเษกสมรสเพราะนางไม่ต้องการให้พระสวามีขึ้นครองราชย์“พี่หลี่เจี๋ยท่านช่วยสนับสนุนฮ่องเต้ให้เต็มความสามารถเพื่อให้พระองค์มีพระโอรสมาเป็นองค์รัชทายาทเถิดข้ากลัวเหลือเกินว่าฮ่องเต้จะทรงยกแผ่นดินให้ชินอ๋องท่านก็รู้ว่าครอบครัวของข้ามีความสุขเพียงใดหากต้องเข้ามาอยู่วังหลวงสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ก็คงมลายหายสิ้น”
เพราะคำสั่งของน้องสาวใต้เท้าฟ่านจึงต้องให้ฮูหยินของตนช่วยไปสร้างข่าวลือเรื่องบทกลอนห้าบรรทัดให้ทั่วเมืองหลวงเพื่อมิให้การเกิดการคัดค้านการอภิเษกสมรสในครั้งนี้โดยจ้างนักเล่านิทานให้บอกกับผู้คนว่าองค์หญิงหลวนชิงซือคือฮองเฮาตามคำทำนายของอดีตฝู่กั๋วกงท่านโหรผู้ทำนายทายทักได้แม่นยำราวกับตาเห็นเพียงแต่กับฮ่องเต้เขาไม่กล้าโป้ปดจึงต้องแนะนำให้พระองค์เอาดวงชะตาของนางออกมาให้ท่านพ่อตาของเขาทำนายจริงๆ
“อาการของท่านฝู่กั๋วกงเป็นอย่างไรบ้าง?”
“แค่ข้อเท้าแพลงพะยะค่ะ อีกสองสามวันก็คงจะเดินได้”
“อืม...เช่นนั้นเจ้าก็จงไปบอกกับท่านพ่อตาของเจ้าว่าทันทีที่เดินได้ให้รีบมาเข้าเฝ้าเจิ้นโดยด่วนเรื่องนี้เกี่ยวพันกับการมีรัชทายาทในกาลข้างหน้า”
“พะยะค่ะ”ฟ่านหลี่เจี๋ยแปลกใจยิ่งนักที่ฮ่องเต้ทรงหวังจะมีบุตรกับสตรีผู้นี้ ‘เห็นทีข้าคงต้องหาคนไปสืบเสียแล้วว่านางคือผู้ใดกันแน่?’
**************
