จวนแม่ทัพสกุลฟ่าน
หลายวันผ่านไปฟ่านหนิงเหอได้จัดการซ่อมแซมที่จวนแทนผู้เป็บิดาของเธอโดยเธอได้จัดการเองทั้งหมดไม่ว่าจะเป็เื่หาช่างมาซ่อมแซมจวนของนางรวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆนางก็จัดแจงเรียบร้อยโดยไม่ต้องให้ผู้เป็มารดาของนางต้องเปลืองแรงถือได้ว่านางมีคุณสมบัติครบครั้นยกเว้นอย่างเดียวงานที่นางไม่ถนัดก็จะเป็เื่การทำอาหารจัดดอกไม้อะไรที่ผู้หญิงเขาทำนางจะไม่ถนัดเลยสักอย่างที่ถนัดมากที่สุดของนางก็คือออกรบนั้นเอง
กิจวัตรตอนเช้าของนางก็คือการได้ฝึกกระบี่กระบองตามประสาแม่ทัพที่เคยอยู่สนามรบ ถึงแม้ว่านางจะได้เข้ามาอยู่ในเมืองหลวงแล้วก็ตามนางก็ยังทำเป็นิสัยอยู่เหมือนเดิมซึ่งวันนี้ก็เหมือนทุกวันคนที่เป็คู่ต่อสู้นางก็จะเป็ใครไปไม่ได้ก็คือถานอ้ายเสินนั้นเอง
"วันนี้เ้าจะไปฝึกทหารใหม่ที่สนามฝึกหรือไม่"
"ไปสิข้าจะไม่ไปได้อย่างไรอยู่จวนข้าเบื่อจะแย่อยู่แล้ว"
"เ้าก็พักผ่อนบ้างเถิด"
"ข้าเคยชินเสียแล้วหากให้ข้าพักอยู่เฉยๆเห็นจะต้องลงแดงตายไปเสียข้างหนึ่ง"
"ถ้าอย่างนั้นข้าขอตามไปด้วยได้หรือไม่"
"ได้สิเ้าก็เบื่อเหมือนกันกับข้าใช่ไหม"
พูดแล้วทั้งสองก็ควบม้าออกจากจวนไปยังสนามฝึกทหารอย่างรวดเร็วฟ่านหนิงเหอนางมีชีวิตชีวาสวยสดใสก็ตอนขี้ม้านี่แหละถานอ้ายเสินก็ได้แต่แอบมองนางด้วยความปลื้มปริ่มใจ
สนามฝึกทหาร
ทั้งสองมาถึงสนามฝึกแล้วได้ช่วยกันฝึกทหารที่เกณฑ์เข้ามาใหม่รวมถึงทหาหารเก่าด้วยความแข็งขัน ฟ่านหนิงเหอนางอยูในชุดบุรุษทะมัดทะแมงนางไม่ได้ใส่ชุดสตรีสวยงามเหมือนหญิงสาวทั่วไปเพราะปกตินางก็แต่งตัวแบบนี้อยู่แล้วเป็ส่วนน้อยที่นางแต่งชุดสตรี และนางตั้งใจจะมาฝึกทหารอยู่แล้วดังนั้นนางจึงมีความพร้อมตลอดเวลา พอฝึกไปได้ครึ่งวันทันใดนั้นฮองเต้ก็มีรับสั่งให้เข้าเฝ้า
"ท่านแม่ทัพขอรับฮองเต้ให้ไปเข้าเฝ้าที่ท้องพระโรงขอรับ"
เสียงองครักษ์ที่ฮองเต้ส่งมากล่าวเชิญนาง
"ข้าจะตามเ้าไปเดี๋ยวนี้"
พูดแล้วนางก็ควบม้าเข้าวังโดยไม่รอช้า ตามติดด้วยองครักษ์ที่มาเชิญนางฝ่ายถานอ้ายเสินได้แต่มองนางตาปริบๆว่าเกิดอะไรขึ้นถึงต้องเข้าเฝ้าด่วนขนาดนี้
ณ ท้องพระโรงพระราชวัง
"เชิญท่านแม่ทัพเข้ามาได้"
ฟ่านหนิงเหอไม่รอช้าเข้าไปพบฮองเต้อย่างรวดเร็วนางเดินผ่านสายตาเหล่าขุนนางมากมายที่มาเข้าเฝ้ามาเข้าฮองเต้ในวันนี้โดยนางหารู้ไม่ว่ามีองค์รัชทายาทอยู่ด้วย แต่นางหาได้สนใจไม่ นางสนใจอย่างเดียวคือไปเข้าเฝ้าองค์ฮองเต้ของนาง โดยทวงท่าของนางเวลาย่างกรายช่างสง่างามดุจดังบุรุษรูปงามก็ไม่ปาน เป็เพราะรูปร่างของนางสูงโปร่งผมยาวสลวยมัดรวบเรียบร้อยปล่อยเป็หางม้ายาวมาถึงกลางหลังใบหน้างามของนางนิ่งเรียบเฉยดูมีเสน่ห์เหลียนจางเหว่ยได้มองตามใบหน้าของนางอย่างลืมตัวได้แต่คิดในใจไหนว่าหน้าตาอัปลักษณ์หากแต่นางคือเทพธิดาแห่งาเป็แน่แท้
"หม่อมฉันขอคาระวะฮองเต้ เพค่ะ"
"ไม่ต้องมากพิธีหรอกท่านแม่ทัพลุกขึ้นเถิด"
"ขอบพระทัยเพค่ะ"
"อยู่เมืองหลวงหลายวันแล้วเ้าเป็อย่างไรบ้างปรับตัวได้บ้างหรือเปล่า"
"ขอบพระทัยฝ่าาที่ทรงเป็ห่วงกระหม่อมเริ่มชินกับที่นี้แล้วเพค่ะ"
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วและวันนี้ข้ามีข่าวดีจะประกาศให้ทุกคนได้รู้ว่าอีกสามวันข้างหน้าข้าจะจัดงานอภิเษกสมรสระหว่างองค์รัชทายาทกับแม่ทัพฟ่านหนิงเหอ"
ทุกคนในพระราชวังต่างแสดงความยินดีปรีดากันถ้วนหน้าเว้นแต่อัครมหาเสนาบดีที่ไม่พอใจเป็อย่างมากและคาดไม่ถึงที่ฮองเต้จะประกาศงานอภิเษกของรัชทายาท
ส่วนฟ่านหนิงเหอไม่ทันตั้งตัวไม่คิดว่าที่เรียกเข้ามาพบในครานี้เพื่อที่จะประกาศงานแต่งงานของนางหากแต่นางคิดว่าพระองค์จะมีอะไรให้นางทำเสียมากกว่า
"ขอเดชะฝ่าพระบาทกระหม่อมคิดว่าเร็วไปไหมเพค่ะ"
"ไม่เร็วไปหรอกท่านแม่ทัพเป็ฤกษ์ดีที่ข้าหาไว้รอท่านแล้ว"
ฟ่านหนิงเหอได้แต่พูดไม่ออกทำได้อย่างเดียวคือก้มหน้ารับคำสั่งด้วยความเหนื่อยใจกับงานแต่งที่จะเกิดขึ้นของนาง ฝ่ายเหลียนจางเหว่ยได้แต่ทำหน้าเรียบเฉยไม่สนใจในคำพูดของผู้เป็บิดาของตัวเองนั่งทำเป็หูทวนลมพอจบจากเข้าเฝ้าฟ่านหนิงเหอได้ออกมาจากท้องพระโรงโดยเร็วแต่ก็ไม่พ้นที่เหลียนจางเหว่ยจะตามมาติดๆ
"เ้าจงหยุดก่อนรีบร้อนกลับเพราะดีใจมากเลยหรือไรที่จะได้เป็ชายาข้า"
นางหยุดนิ่งทันทีและรู้สึกว่าคำพูดนี้ช่างทำให้นางรู้สึกหงุดหงิดยิ่งนัก
"ขอประทานอภัยเพค่ะหม่อมฉันยังต้องมีหน้าที่รับผิดชอบต่อ"
"ข้าคิดว่าจะรีบกลับไปบอกข่าวดีกับครอบครัวเ้าเสียอีกคิดว่าอยากแต่งจนตัวสั่น"
ที่นี้นางรู้สึกว่าเหมือนโดนธนูปักมาที่อกทำให้เจ็บจี๊ดที่หัวใจอย่างไงอย่างงั้นก็ได้แต่ตอบโต้ด้วยความนิ่งสุขุม
"หากแต่พระองค์คิดเช่นนี้ กระหม่อมก็ไม่มีอะไรจะต้องพูดให้มากความมันดูเสียเวลา"
"เ้า!! ใครเขาอยากแต่งกับเ้ากัน"
เหลียนจางเหว่ยไม่คิดว่านางจะกล้าพูดกับเขาเช่นนี้เขาได้แต่พูดออกมาเหมือนเด็กสามขวบที่กำลังโกรธ
"กระหม่อมก็ไม่อยากแต่งเหมือนกันเพค่ะถ้าเลือกได้กระหม่อมขอตายในสนามรบดีกว่า ถ้าเช่นนั้นไม่มีอะไรแล้วกระหม่อมทูลลาเพค่ะ"
พูดแล้วฟ่านหนิงเหอก็รีบไปอย่างรวดเร็วเกรงว่าถ้าอยู่ต่ออีกหน่อยคงโต้เถียงจนมากความเป็แน่สู้ดีถอยออกมาก่อนดีกว่า นางก็ปล่อยให้เขายืนโกรธอยู่ตรงนั้นจนตัวสั่นนางได้ควบม้าออกจากวังโดยไวทิ้งให้เขามองตามอย่างอาฆาตแค้นกับคำพูดของนางแต่นางมิได้สนใจเขาไม่ เหลียนจางเหว่ยได้แต่สบถออกมาเพราะความแค้นที่นาง
พูดทิ้งท้ายไว้
"เ้าคอยดูข้าจะทำให้เ้าอยู่ไม่เป็สุขเลยยัยอัปลักษณ์"
เขาพูดว่านางอัปลักษณ์แต่ในใจลึกๆของเขากลับย้อนแย้งเพราะครั้งแรกที่เห็นนาง เขากลับมีความรู้สึกว่านางได้สวยราวกับเทพธิดาหากแต่ใจข้างนอกของเขามันต่อต้านนางไปเสียแล้ว