หลังจากเหตุการณ์ในคืนแห่งความรักและความเร่าร้อนผ่านพ้นไป เวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไปหลายวัน และดูเหมือนว่าบรรยากาศภายในคฤหาสน์ตระกูลซิกฟรีดจะไม่ได้สงบลงแม้แต่น้อย
บัดนี้อนาเธอร์กำลังเผชิญกับห้วงอารมณ์ที่แปรปรวนอีกครั้ง ครั้งนี้มันไม่ได้มาแค่หนึ่งเดียว แต่กลับมาเป็นสองบาปพร้อมกัน นั่นคือ บาปแห่งโทสะ และ บาปแห่งความตะกละ ซึ่งการรวมตัวของบาปทั้งสองนี้ มันได้สร้างความวุ่นวายให้กับทุกคนในคฤหาสน์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ภายในห้องรับรองที่ใหญ่โตและโอ่อ่า อนาเธอร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ที่เหมือนบัลลังก์ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาสีฟ้าเข้มเต็มไปด้วยไฟแห่งความโกรธ และใบหน้าก็แดงก่ำเพราะอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน
เบื้องหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยอาหารหลากหลายชนิด ทั้งเนื้อย่างที่กลิ่นหอมฟุ้ง ซุปเข้มข้นที่กำลังส่งควันร้อน เครื่องดื่มที่ถูกเสิร์ฟมาอย่างไม่ขาดสาย มันเป็นการจัดเลี้ยงที่ใหญ่โต แต่ดูเหมือนว่ายิ่งมีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่เพียงพอสำหรับอนาเธอร์ที่อยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความตะกละ
“พวกแกรีบเอาอาหารมาให้ฉันอีก!”
“เอามาเพิ่ม! เอามาเพิ่ม! เอามาเพิ่ม!”
อนาเธอร์ตะโกนสั่งไปทั่วห้อง น้ำเสียงของเขาดังก้องและเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
คนรับใช้มากมายต่างวิ่งวุ่น เพื่อหาทางจัดเตรียมอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของนายน้อยตน แต่ไม่ว่าอาหารจะถูกขนเข้ามามากแค่ไหน มันก็ยังคงไม่พอ เขาเอื้อมมือคว้าเนื้อย่างแล้วกัดขาดด้วยความหิวกระหาย พร้อมท่าทางของเขานั้นที่กลับเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
แม้แต่คานผู้เป็นพ่อ และ อนาเทอเลียผู้เป็นแม่ของเขาก็แทบจะอดทนต่อสภาพนี้ไม่ไหว พวกเขายืนมองลูกชายของตนที่กำลังแสดงอารมณ์แห่งโทสะและตะกละอย่างไม่รู้จักพอ ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้เหล่าคนรับใช้ต่างพากันหน้าเหี่ยวด้วยความเครียดและความอ่อนล้า
ภรรยาทั้งสามที่ยืนดูอยู่ใกล้ๆก็ไม่ต่างกัน พวกเธอพยายามอดกลั้นอารมณ์ของตนเองเมื่อเห็นสามีที่รักอยู่ในสภาพเช่นนี้
คริสติน่ากัดฟันแน่นและเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอดกลั้น
“ท่านสามี คุณต้องการทานอาหารมากขนาดไหนกันแน่?”
เธอถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามสงบ แต่ในใจของเธอนั้นแทบจะทนไม่ไหว ไอรินเองก็กำหมัดแน่น ขณะที่เฟรย่าก็พยายามทำหน้าสงบแต่แววตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
อนาเธอร์เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยโทสะ
“เธอกล้าดียังไงมาขัดคำสั่งของฉัน!!”
และในที่สุด เมื่ออารมณ์ที่เก็บกดของภรรยาทั้งสามคนมาถึงจุดที่ทนไม่ไหว
พวกเธอก็ไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป
“คุณควรสงบลงได้แล้ว!!”
คริสติน่าไม่สนใจคำพูดนั้น
เธอพุ่งตัวเข้าหาเขา พร้อมกับง้างหมัดอันเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งแสงสว่าง
“ปัง!”
หมัดของคริสติน่ากระแทกเข้าที่ใบหน้าของชายหนุ่มอย่างจัง ไอรินและเฟรย่า พวกเธอไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรอีกแล้ว กระหน่ำชกหมัดเข้าใส่ร่างของอนาเธอร์อย่างต่อเนื่อง
เสียงหมัดที่กระทบกับร่างของอนาเธอร์ดังสนั่นไปทั่วห้องรับรอง พวกเธอทุบตีเขาจนร่างของอนาเธอร์ล้มลง และหมดสติไปในที่สุด
คนรับใช้มากมายที่อยู่ในห้องต่างพากันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก พวกเขาแทบไม่เชื่อเลยว่าท่านอนาเธอร์จะสลบลงไปได้ เหมือนกับว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้ถูกยุติลงแล้ว
“บาปทั้งสองพร้อมกัน...มันทำให้นิสัยและอารมณ์ของเจ้าตัวนี้แปรปรวนอย่างถึงที่สุด!”
“แต่แบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ ให้สลบไปซะเถอะ เจ้าเด็กนี้จะได้ไม่มีปัญหาอะไรในภายหลังอีก!”
อนาเทอเลียมองลูกชายที่หมดสติไปอยู่บนพื้น พร้อมกับยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความปวดหัว
“ให้มันสลบไปพักหนึ่งก็ดี..”
“พวกเราจะได้มีเวลาสงบๆบ้าง!”
คานที่ยืนอยู่ข้างๆก็พยักหน้าเห็นด้วย พร้อมกับหันไปมองภรรยาของเขาและพวกภรรยาของอนาเธอร์ที่ยืนเหนื่อยหอบจากการลงมือเมื่อครู่
“พวกเราควรปล่อยให้เขานอนพักไปสักระยะหนึ่ง จะเป็นวัน สองวันก็ดี และข้าเชื่อว่าหลังจากนี้ เขาน่าจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง!”
คริสติน่ากำลังใช้หลังมือเช็ดเหงื่อที่ไหลลงมาบนหน้าผาก ขณะที่ไอรินและเฟรย่าต่างก็ดูเหนื่อยล้าเช่นกัน แต่แววตาของพวกเธอเต็มไปด้วยความโล่งใจ เหมือนพวกเธอทั้งสามได้ระบายความอดกลั้นทั้งหมดไปลงกับสามีของตนเอง
คืนนี้ คฤหาสน์ของตระกูลซิกฟรีดที่เคยเต็มไปด้วยความวุ่นวายได้กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทิ้งให้เหล่าคนรับใช้ต่างทำความสะอาดและเก็บกวาดอาหารที่กระจัดกระจายเต็มพื้น
และหวังว่าในวันพรุ่งนี้ ท่านอนาเธอร์จะกลับมาเป็นคนเดิมที่สง่างามและมีสติอีกครั้ง
ไม่นาน หลังจากที่อนาเธอร์ถูกเหล่าภรรยาทั้งสามชกหมัดใส่จนหมดสติไปหลายวัน ค่ำคืนหนึ่งในยามดึกสงัดเขาก็ได้ตื่นขึ้นมา อากาศยามค่ำคืนเย็นสบาย แต่ภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยความเงียบสงบ เฉพาะเสียงลมหายใจของภรรยาทั้งสามคนของเขาที่นอนหลับไหลอยู่ข้างๆอย่างสุขใจ
“นี่มัน.. เกิดอะไรขึ้น?”
ตอนนั้น อนาเธอร์ลืมตาขึ้นมา ขณะที่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน เขาหันไปมองรอบๆห้องด้วยสายตาที่งงงวย
จากนั้นภาพความทรงจำ จากช่วงเวลาหลายวันก่อนค่อยๆกลับเข้ามาในความคิด ภาพเขาในขณะที่กำลังถูกบาปแห่งเจ็ดประการครอบงำ ทำให้เขาแสดงอารมณ์และพฤติกรรมที่แปลกไปอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความเกียจคร้าน ความโลภ ความโทสะ และอื่นๆอีกมากมาย
เขาถอนหายใจยาว รอยยิ้มแห้งๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมื่อได้นึกถึงเหตุการณ์เหล่านั้น
“ฉันไม่ได้อยากทำให้พวกเธอเป็นกังวลจริงๆ!”
อนาเธอร์พึมพำกับตัวเองเบาๆ
แล้วส่ายหัวเหมือนจะสลัดความทรงจำอันไม่พึงประสงค์นั้นออกไป
ดวงตาของเขามองไปยังคริสติน่า ไอริน และเฟรย่าที่นอนหลับอยู่ข้างๆ ใบหน้าของพวกเธอเต็มไปด้วยความสงบ ในเวลานี้พวกเธอไม่มีความกังวลเหมือนในช่วงเวลาที่ผ่านมา เหมือนช่วงที่เขาได้แปรเปลี่ยนไปตามบาปแห่งเจ็ดประการ
อนาเธอร์ยื่นมือออกไปและลูบผมของเฟรย่าที่นอนอยู่ใกล้ที่สุด ความอ่อนโยนและความรู้สึกผูกพันที่เขามีต่อภรรยาทั้งสามนี้
ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกดีขึ้นมาก เขารักพวกเธอทั้งหมด และก็ไม่อยากให้พวกเธอต้องเป็นกังวลหรือเสียใจเพราะตนเองอีกต่อไป
ในขณะที่กำลังมองดูพวกเธออยู่นั้น
เสียงที่คุ้นเคยของระบบผู้สืบทอดก็ดังก้องขึ้นมาในหัวของเขาอย่างฉับพลัน
【ยินดีด้วยโฮสต์ ตอนนี้พลังแห่งเทพเจ้าและพลังแห่งเทพปีศาจได้หลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แล้ว】
【ลองเปิดค่าสถานะของตนเองดูสิ?】
คำพูดของระบบ ทำให้อนาเธอร์เกิดความสนใจขึ้นมาทันที เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ตัดสินใจเปิดหน้าต่างค่าสถานะของตนเองขึ้นมาดู
และเมื่อหน้าต่างค่าสถานะของเขาปรากฏขึ้นมา เขาก็ได้เห็นอะไรเปลี่ยนแปลง
【ชื่อผู้เล่น: อนาเธอร์ เผ่าพันธุ์: มนุษย์ศักดิ์สิทธิ์】
【เลเวล: 600 อาชีพ: อวาตาร์แห่งผู้สืบทอด ซุนหงอคง, โอดิน, ลูซิเฟอร์】
【ค่าประสบการณ์ 0/1,000,000】(ค่าประสบการณ์สะสม 120,000 หน่วย)
【พละกำลัง: 64,650+20%】
【ความทนทาน: 65,000+20%】
【ความเร็ว: 64,750+20%】
【จิตวิญญาณ: 68,530+20%】
【ค่าสถานะจัดสรร: 18,000 แต้ม】
【เปิดดูทักษะสกิล: การจำแลงร่างซุนหงอคง, เนตรทองอัคคีสุวรรณ, ร่างจำแลงหมื่นวานร ,เปิดดูทักษะที่เหลือ..】
【ทักษะสกิลติดตัว ร่างกายแห่งแสงและความมืด, ข้านี่ละคือผู้ยิ่งใหญ่เทียมฟ้า, ร่างกายเพชรอมตะ, เปิดดูทักษะที่เหลือ..】
“นี่มัน.. ทักษะสกิลใหม่เหรอ?”
ดวงตาของอนาเธอร์พลันเบิกกว้างและจ้องมองไปยังช่องว่างดังกล่าว สิ่งที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นที่สุดก็คือทักษะสกิลอันใหม่ที่ปรากฏขึ้น
ทักษะสกิลติดตัวที่ปรากฏในหน้าต่างค่าสถานะของเขาเขียนเอาไว้ว่า "ร่างกายแห่งแสงและความมืด" อนาเธอร์รีบอ่านรายละเอียดของมันด้วยความอยากรู้อยากเห็น
【ทักษะสกิลระดับพิเศษ: ร่างกายแห่งแสงและความมืด สุดยอดร่างกายศักดิ์สิทธิ์ที่อัดแน่นไปด้วยพลังของเทพเจ้าและเทพปีศาจ เป็นหนึ่งไม่มีสอง มันคือร่างกายของปฐมเทพศักดิ์สิทธิ์ และเมื่อต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตระดับเทพเจ้าขึ้นไป ค่าสถานะทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นอีก 30% อีกทั้งยังมีคุณสมบัติต้านทานรูปแบบพลังทุกชนิดเพิ่มขึ้น และสามารถโจมตีเทพเจ้าและเทพปีศาจได้แรงขึ้นอย่างมาก】
“อะไรนะ ทักษะสกิลนี้ไม่ใช่ระดับตำนาน? ไม่ใช่ระดับเทพเจ้า? แต่เป็นระดับพิเศษ!”
อนาเธอร์พูดพึมพำกับตัวเอง และเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“นี่มันทักษะที่มีไว้เพื่อต่อสู้กับพวกเทพเจ้าและเทพปีศาจชัดๆ!”
หัวใจของเขาในตอนนี้กำลังเต้นระรัว มันเป็นความตื่นเต้นและความรู้สึกเหมือนกับว่าได้รับสมบัติล้ำค่าที่ไม่มีใครเคยได้มาก่อน
ความรู้สึกอันยิ่งใหญ่นี้ทำให้เขาต้องหลับตาและหายใจเข้าลึกๆ เพราะเขาเองก็ไม่เคยคิดเลยว่าการผสมผสานระหว่างพลังแห่งเทพเจ้าและพลังแห่งเทพปีศาจนั้น จะทำให้เกิดทักษะที่ทรงพลังและมีเอกลักษณ์เช่นนี้ขึ้นมา
มันเป็นทักษะที่มีเพียงแค่เขาคนเดียว
“ก่อนอื่น เรามาเพิ่มค่าสถานะจัดสรรกันก่อน!”
ไม่นานนัก อนาเธอร์ก็แบ่งแต้มสถานะจัดสรรทั้งหมดให้เท่าๆกัน จนทำให้ตัวของเขาต้องพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ
【พละกำลัง: 69,150+20%】
【ความทนทาน: 69,500+20%】
【ความเร็ว: 69,250+20%】
【จิตวิญญาณ: 73,030+20%】
เมื่อคิดจบ อนาเธอร์ก็ปิดหน้าต่างค่าสถานะและค่อยๆหันกลับมาเอนตัวลงบนเตียง โดยที่ดวงตาของเขายังคงจ้องมองไปยังใบหน้าของภรรยาทั้งสามคนที่กำลังหลับใหลอย่างสงบ
“................”
ขณะนั้น ชายหนุ่มได้เอื้อมมือออกไปกอดคริสติน่าไว้แนบตัว ก่อนที่จะค่อยๆหลับตาลง รอยยิ้มเบาบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
ความรักที่แท้จริงและความรับผิดชอบในฐานะผู้สืบทอดพลังเทพเจ้าและเทพปีศาจ ทำให้อนาเธอร์รู้สึกถึงพลังใจที่ไม่เคยมีมาก่อน
...
โดนเหล่าภรรเมียอัดว้อย 555+