ภาพความทรงจำเริ่มจากเด็กหญิงอายุสี่ขวบ เปลี่ยนเป็ห้าขวบ ต่อด้วยหกขวบ และเจ็ดขวบ เรื่อยมาจนกระทั่งอายุสิบสี่ปี ขณะที่เด็กสาวคนนั้นกำลังจมน้ำภาพทั้งหมดถึงได้หยุดลง เวลาไม่ถึง 30 วินาทีสามารถบันทึกภาพใน่ 10 ปีที่ผ่านมา ั้แ่ 4 ขวบลากยาวไปจนอายุ 14 ปี
เวลาเพียงแค่ 30 วินาที ก็มากพอที่จะทำให้อ้ายอี้เอ๋อร์รู้สึกทรมานไปกับความเ็ปจากภาพพวกนั้น ต่อให้เป็ผู้ชายที่แข็งแรงก็อาจจะรับไม่ไหว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้หญิงอย่างเธอเลย มันทำเธอเกือบตายเลยจริงๆ
อ้ายอี้เอ๋อร์นอนอยู่บนเตียง ทั้งร่างเต็มไปด้วยเหงื่อ ให้ตายเถอะ เพราะรู้สึกเ็ปมาก แม้แต่เสียงยังเปล่งไม่ออกเลยสักคำ ช่างน่าเศร้าเสียจริง
และยังความทรงจำประหลาดนั่นอีก เสมือนกับว่าเธอประสบมาด้วยตนเอง มันเกินกว่าที่จะบรรยายได้ ทั้งจวนหนานกง สาวใช้ที่ชื่อเสี่ยวตง ยังมีแม่นม รวมถึงคนและเื่ราวอื่นๆ อีกมากมายที่ปรากฏอยู่ในความทรงจำ โดยตัวละครหลักที่ถูกล้อมรอบคือ ‘หนานกงอี้เอ๋อร์’ คุณหนูเจ็ดแห่งจวนหนานกง เด็กสาวที่ปรากฏอยู่ในความทรงจำของเธอ
ผ่านไปสักพัก จิตใจของอ้ายอี้เอ๋อร์ก็ค่อยฟื้นคืนมาบ้าง เธอค่อยๆ คิดถึงเื่ราวมากมายอย่างถี่ถ้วน จึงสามารถควบคุมจิตใจให้สงบลงได้ เมื่อประกอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น อ้ายอี้เอ๋อร์ก็สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ในตอนนี้ได้อย่างรวดเร็ว ถึงอย่างไร เธอก็จบเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เป็บุคลากรที่มีความสามารถที่บริษัทข้ามชาติจำนวนมาก้า ถ้าตอนนี้เธอยังคิดว่ากำลังอยู่ในกองถ่ายละคร สิ่งที่เรียนมาคงจะสูญเปล่าแล้ว
ประการแรก เครื่องบินตกมาจากที่สูงขนาดนั้น เป็ไปไม่ได้ที่เธอจะไม่บุบสลายเลยสักนิด ถ้าเธอไม่ตายก็ต้องพิการ และยิ่งตอนที่เธอเพิ่งฟื้นขึ้นมา ก็มีเพียงแต่ความกังวลใจเท่านั้น นอกจากความรู้สึกอ่อนแรงไปทั่วร่าง แขนขาของเธอนั้นยังอยู่ครบ แม้แต่การาเ็ร้ายแรงภายนอกก็ไม่มี
ประการสอง คือเด็กคนนั้น ดูจากอายุน่าจะยังไม่ถึง 15 ปี หากนางเป็นักแสดงจริง ดูจากความสามารถในการแสดงบทร้องไห้เมื่อครู่แล้ว ไม่มีทางที่จะได้เล่นแค่บทสาวใช้เล็กๆ นี้แน่นอน เมื่อคิดดูแล้ว หาก้าหาคนมาแสดงด้วย เป็ไปไม่ได้ที่จะหาคนที่เพิ่งรอดพ้นความตายมาอย่างตน และที่สำคัญคือ ในใจของอ้ายอี้เอ๋อร์ไม่มีแม้แต่ความคิดที่อยากจะไล่เด็กแปลกหน้าคนนี้ออกไปสักนิด เพราะเธอรู้สึกถึงความคุ้นเคยกันอย่างน่าประหลาด
เดิมทียัง้าจะหลอกตนเองให้คิดว่านี่เป็เพียงละครย้อนยุค ทว่าความทรงจำแปลกๆ เ่าั้ กลับทำให้อ้ายอี้เอ๋อร์ได้สติ และทำให้เธอสงบลงได้ หากเธอเดาไม่ผิด เธอน่าจะข้ามมาอีกห้วงเวลาหนึ่ง ความคิดแบบนี้ถึงจะสามารถอธิบายปัญหาประการแรกและประการที่สองได้ แต่ความทรงจำอันแปลกประหลาดนั้นคือสิ่งใดกัน
ขณะนั้นเองประตูได้ถูกผลักเข้ามาขัดจังหวะความคิดของอ้ายอี้เอ๋อร์ ที่แท้แล้วเป็สาวใช้เสี่ยวตงที่กำลังยกชุดน้ำชาเข้ามา นางประคองถ้วยน้ำชาไปตรงหน้าอ้ายอี้เอ๋อร์พร้อมกล่าวด้วยความกังวลใจ “คุณหนู ดื่มชาแก้เจ็บคอสักหน่อยนะเ้าคะ”
อ้ายอี้เอ๋อร์ดึงความคิดกลับมาสู่ปัจจุบัน ลุกขึ้นนั่งพิงขอบเตียงด้วยความช่วยเหลือของเสี่ยวตง
รับถ้วยมาจิบชาเพียงสองสามอึก เมื่อน้ำไหลผ่านลำคอลงไป จู่ๆ ความเ็ปก่อนหน้าก็หายลงไปกว่าครึ่ง ภายใต้สายตาที่มองมาอย่างคาดหวังของเสี่ยวตง เมื่อมองเห็นอ้ายอี้เอ๋อร์ดื่มน้ำจนหมดถ้วย เสี่ยวตงจึงรีบรินชาให้อีกถ้วยแล้วส่งต่อไปด้านหน้าของอ้ายอี้เอ๋อร์
อ้ายอี้เอ๋อร์จ้องมองใบหน้าน่ารักของเด็กคนนี้ ในใจััได้ถึงความอบอุ่น เมื่อทำมือบอกว่าไม่้าแล้ว เสี่ยวตงถึงเก็บน้ำชากลับไป จากนั้นจึงหันมาถามเธอด้วยความใส่ใจว่า “คุณหนู ตอนนี้ดีขึ้นหรือยังเ้าคะ”
อ้ายอี้เอ๋อร์ตอบด้วยรอยยิ้ม “ดีขึ้นมากแล้ว” เสียงไม่ได้แหบแห้งแล้ว ‘ชาแก้เจ็บคอนี้มหัศจรรย์ยิ่งนัก มีประสิทธิผลดีกว่าจินส่างจื่อ[1] ในยุคปัจจุบันเสียอีก ต้องลองศึกษาดูสักวันบ้างแล้ว’ อ้ายอี้เอ๋อร์คิดอย่างอัศจรรย์ใจ
เสี่ยวตงยังคงพูดเสียงเจื้อยแจ้วต่อว่า “คุณหนูเ้าคะ บ่าวเพิ่งไปหาแม่นมมาพบว่านางไม่ได้อยู่ในจวน บ่าวไปถามพ่อบ้านเหลยถึงรู้ว่าเมื่อคืนวานแม่นมไปวัดเป่าหนิงเพื่อขอพรให้กับคุณหนู ตอนนี้ยังไม่กลับเลยเ้าค่ะ พ่อบ้านเหลยพอรู้ว่าคุณหนูฟื้นแล้ว ดีใจมากอยากจะมาเยี่ยมคุณหนู แต่พ่อบ้านตัดสินใจไปตามแม่นมกลับมาจากวัดก่อน พ่อบ้านเหลยบอกว่าแม่นมจะต้องอยากมาหาท่านก่อนใคร พูดจบก็รีบวิ่งออกไป คาดว่าอีกชั่วยาม[2] กว่า คุณหนูคงได้พบแม่นมเ้าค่ะ!”
อ้ายอี้เอ๋อร์ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสี่ยวตงก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้อีก รีบถามว่า “คุณหนู้ากินอะไรสักหน่อยไหมเ้าคะ เสี่ยวตงจะไปหามาให้”
เมื่อถูกถาม อ้ายอี้เอ๋อร์ถึงได้รู้สึกหิวขึ้นมาจริงๆ จึงได้เอ่ยอย่างเกรงใจ “ทำอาหารง่ายๆ ก็พอแล้ว ไม่ต้องยุ่งยากมากมาย” เสี่ยวตงเมื่อได้ฟังจึงรีบออกไปเตรียมอาหารมาให้ทันที
ผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ[3] เสี่ยวตงก็ยกของว่างเข้ามา เป็ขนมกุ้ยฮวากับขนมโก๋ถั่วอย่างละจาน มีน้ำแกงเห็ดหูหนูขาวใส่เม็ดบัวอีกหนึ่งถ้วย อ้ายอี้เอ๋อร์ไม่ชอบกินของหวานมากเท่าไรนัก แต่คงเป็เพราะหิวมาก จึงกินทุกอย่างจนหมดเกลี้ยง ถึงกับเรอออกมาหลังจากกินเสร็จ
หลังจากกินจนอิ่ม อ้ายอี้เอ๋อร์ถึงรู้สึกร่างกายมีแรงขึ้นมาบ้าง เพียงแต่เธอยังมีข้อสงสัย นั่นคือความทรงจำแปลกประหลาดนั้นทำไมถึงมาอยู่ในหัวของเธอ เพื่อจะพิสูจน์สิ่งที่ตนคิดไว้ จึงรีบให้เสี่ยวตงพยุงเธอให้ยืนขึ้น
จากนั้นเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบกระจกทองเหลืองขึ้นมา สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และถือมันไว้ในระดับสายตา ในกระจกสะท้อนใบหน้าหนึ่งที่คุ้นเคย แต่นั่นไม่ใช่ใบหน้าของเธอ กลับเป็ใบหน้าของคุณหนูเจ็ด ‘หนานกงอี้เอ๋อร์’ ที่เพิ่งปรากฏขึ้นในความจำ
ถึงแม้ว่าจะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่วินาทีนั้นก็ยังทำให้อ้ายอี้เอ๋อร์รู้สึกกลัว คิดแค่ว่าตนอาจจะย้อนเวลามาในมิติที่ไม่คุ้นเคย คาดไม่ถึงว่ามีแค่ิญญาที่ได้ย้อนเวลา มีคำน่ากลัวคำหนึ่งปรากฏขึ้นมาในหัวของเธอ ‘ยืมศพคืนชีพ’[4]
เธอจบจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดด้วยเกียรตินิยม แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยเชื่อเื่เกี่ยวกับผีสางเทวดา แต่เื่แบบนี้หากเกิดกับตนเองแล้ว ไม่อยากเชื่อก็คงต้องเชื่อ
ถ้าเป็เช่นนี้ ก็สามารถอธิบายเื่ความทรงจำแปลกประหลาดทั้งยังคุ้นเคยก่อนหน้านี้ได้แล้ว
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/59dde8270fb69cad137491bc0e18e922
[1] จินส่างจื่อ เป็ลูกอมมีสรรพคุณรักษาและบรรเทาอาการระคายเคืองในช่องคอ
[2] ชั่วยาม เป็หน่วยนับเวลาของจีนที่มีมาั้แ่ในสมัยโบราณ เทียบเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
[3] เค่อ เป็หน่วยนับเวลาของจีนที่มีมาั้แ่ในสมัยโบราณ เทียบเวลาประมาณ 15 นาที
[4] ยืมศพคืนชีพ เป็สำนวนจีน มีความหมายว่า ิญญาสิงในร่างใหม่, อุปมาว่า คืนชีพ