สกิลััที่ 6 ยังไม่ทำงานจึงยังไม่มีการลอบสังหารเกิดขึ้น เสวี่ยหรงกลับไม่กล้าลดความระมัดระวังลง ทุกย่างก้าวของเธอยังคงระวังตัวจากผู้คนรอบข้างที่อาจจะพุ่งเข้ามาหาเพราะความหิวโหย
ความกลัวเป็สิ่งที่หลายคนแสดงออกมาให้เห็น แต่ก็มีบางคนที่แสดงแววตาต่างออกไป พวกเขากำลังช่างใจว่าจะเข้ามาใกล้ดีหรือไม่ หากการเสี่ยงในครั้งนี้ทำให้พวกเขารอดตายหลายคนก็เลือกที่จะทำ
เพียงแต่ว่าชายสวมหมวกไม้ไผ่สานปิดทับด้วยผ้าคลุมสีดำกำลังกอดดาบเอาไว้แน่น ทำให้คนที่คิดจะเข้าใกล้ทำเพียงมองตามพวกเขา เฝ้ารอคอยโอกาสที่จะมีผู้ใดเข้าใกล้คนกลุ่มนี้พวกเขาถึงจะกรู่เข้าไปพร้อมๆกัน
“ คุณหนูเ้าคะ ” ยี่ยี่ยังคงจับชายเสื้อคุณหนูเอาไว้แน่น เธอกลัวจะถูกลากออกจากกลุ่มจึงพยายามก้าวเท้าเร็วๆเดินตามให้ทัน คุณหนูกลับหยุดเท้ากระทันหันหลังจากเดินเข้ามาในตรอกได้เพียง 100 ก้าว
“ เหตุใดจึงหยุดเท้าเ้าคะคุณหนู ”
ยี่ยี่มองไปด้านหน้าพบเข้ากับหญิงแก่และชายชรา 5 คน หนึ่งในนั้นกำลังอุ้มทารกน้อยเอาไว้ในอ้อมอก ร่างๆนั้นแน่นิ่งไปแล้วและกำลังส่งกลิ่นเหม็นเน่าลอยมาตามลมจนเธอรีบใช้มือปิดจมูก กลิ่นน้ำหอมจากข้อแขนพอจะช่วยบรรเทากลิ่นเหม็นได้บ้าง
“ ถอยไป ” ลุงหานกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ข่มขู่ผู้ที่เข้ามาขวางเส้นทางพลางหันมองไปด้านหลัง ผู้คนที่พวกเขาเดินผ่านกำลังก้าวเท้าเข้ามาใกล้ๆปิดเส้นทาง หากเขาให้หญิงแก่และชายชราทั้ง 5 เข้าใกล้ได้มากกว่านี้ ผู้ที่อยู่ด้านหลังจะกรู่กันเข้ามารุมล้อมทันทีจนอาจจะดึงคุณหนูเข้าไปในฝูงคนประหลาดพวกนี้ได้
“ นายท่านโปรดช่วยลูกของข้าที ”
“ คุณหนู ข้าหิวเหลือเกิน ข้าขอเงินท่านสักเหวินได้หรือไม่ ”
“ คุณหนู ท่านมีของกินติดตัวมาบ้างหรือไม่ ช่วยแบ่งให้ข้าสักนิดได้หรือไม่ ”
น้ำเสียงอ้อนวอนเอ่ยออกมาจากผู้ที่เข้ามาขวาง เสวี่ยหรงจึงชี้มือไปยังทารกที่อยู่ภายในอ้อมกอดของผู้เป็แม่ที่กำลังถูกแมลงวันจำนวนมากรุมทึ้ง
“ ข้าไม่มีของกินจะมอบให้ผู้ใด ข้าไม่มีเงินจะแจกจ่ายให้พวกเ้า วันนี้ข้ามาปัดเป่าพลังชั่วร้ายให้กับพวกเ้าบางคนเพียงเท่านั้น สำหรับลูกของเ้า เขาตายแล้ว”
หญิงแก่ตะเบ็งเสียงออกมาจากลำคอ มันเป็เสียงแหบพร่าที่ทำให้ผู้ได้ยินรู้สึกหดหู่ เสียงร้องไห้ของเธอที่ส่งออกมาเมื่อครู่แสดงถึงความเศร้าโศกต่อลูกน้อยที่จากไป เธอนั้นรู้ดีว่าลูกตายไปแล้วแต่ก็ยังเก็บร่างเอาไว้เพราะคิดว่าสักวันลูกอาจจะฟื้นกลับขึ้นมาพร้อมกับปาฏิหาริย์
นิ้วในมือขวาของเสวี่ยหรงชี้ไปยังเด็กทารกเปลี่ยนไปเป็ดีดนิ้วส่งเสียงดัง ผู้ใดที่ได้ยินล้วนแล้วแสดงใบหน้าสงสัย หลายคนเฝ้ารอดูว่าคุณหนูจะมอบสิ่งใดให้กับผู้ขวางทางแต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็การบอกกล่าวไม่กี่คำแล้วดีดนิ้วจนเกิดเสียง
หลังจากเสียงส่งออกไป ปลายนิ้วมือของคุณหนูผู้สูงศักดิ์สวมใส่อาภรณ์สีขาวก็ได้ปรากฎเม็ดแสงสีทองส่องสว่าง
เม็ดแสงได้พุ่งเข้าไปในศพทารกที่ตกตายภายในอ้อมกอดของหญิงแก่ด้วยความไว หลายคนคิดว่าสิ่งนี้เป็การโจมตีล้วนแล้ววิ่งหนีไป เพียงแต่คนที่ยืนอยู่เพราะไม่มีแรงเคลื่อนไหวต่างได้ยินเสียงร้องของเด็กน้อยดังออกมาจากอ้อมกอดของผู้เป็แม่
เสียงร้องของเด็กน้อยดูร่าเริงเป็อย่างมากราวกับเขากำลังมีชีวิตอยู่ เพียงแต่ว่าเสียงๆนี้กลับอยู่ได้เพียงอึดใจเท่านั้น มันได้หายไปพร้อมกับแสงสว่างที่ส่องออกมาจากทารกก่อนจะเหลือไว้เพียงเถ้ากระดูกภายในห่อผ้าที่คลุมศพเอาไว้
เสวี่ยหรงใไม่น้อยกับผลที่เกิดจากสกิลปัดเป่า เธอเพียงแค่้าขับไล่พลังชั่วร้ายออกจากศพทารกแล้วจึงจะปัดเป่าพลังงานชั่วร้ายออกจากผู้เป็แม่ การปัดเป่าของเธอที่แสดงให้เห็นราวกับว่ามันได้เข้าไปเผาทำลายศพจนเหลือแค่เถ้ากระดูก
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอจึงรีบตั้งสติแล้วอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น ผู้คนตอนนี้กำลังแตกตื่นคิดว่าเธอลงมือเผาเด็กทารกจนกลายเป็เถ้า
“ ข้าได้ส่งลูกของเ้าไปยังสถานที่ที่เขาควรอยู่แล้ว เมื่อเ้าตายเ้าจะได้ไปเจอลูกของเ้าในสถานที่แห่งนั้นเช่นเดียวกัน เอาล่ะ ข้าจะปัดเป่าพลังชั่วร้ายออกจากตัวให้กับเ้าเช่นเดียวกัน ลูกของเ้าคงดีใจไม่น้อยที่แม่ของนางสุขภาพแข็งแรงขึ้น ”
เสวี่ยหรงใช้สกิลปัดเป่าอีกครั้งหนึ่ง เม็ดแสงสีทองส่องสว่างได้วิ่งออกจากปลายนิ้วชี้มุ่งตรงเข้าสู่กลางหน้าผากของหญิงแก่
เธอที่รับเอาเม็ดแสงเข้าไปตัวสั่นครู่ราวกับผีเข้า เพียงแค่อึดใจอาการสั่นก็หายไป ิัขาวซีดกลับมาเป็สีผิวของคนปกติที่อยู่ท่ามกลางแดดจัด ถึงแม้ร่างกายจะผอมแห้งเช่นเดิม พลังงานชั่วร้ายจากปีศาจที่เกาะกินอยู่ตามร่างของเธอกลับหายไป
“ ข้าได้ชำระล้างพลังปีศาจออกจากร่างให้เ้าแล้ว หากเ้ากินอาหารให้เพียงพอเ้าสามารถใช้ชีวิตได้ไม่ต่างจากคนปกติทั่วไป ”
แม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับตนเอง หญิงแก่กลับรู้สึกได้ว่าแรงกลับมาเล็กน้อย ความรู้สึกสิ้นหวังที่ถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นลูกใหญ่สลายหายไปแล้ว เธอรู้สึกตัวเบาสบายราวกับได้เกิดใหม่
“ นำเถ้าของลูกเ้าไปฝังในที่ที่คิดว่าเขาจะอยู่อย่างสงบเถอะ ”
เสวี่ยหรงรีบพูดเพราะเธอไม่อยากให้ผู้คนเข้าใจผิดคิดว่าเธอใช้พลังประหลาด เธอจึงยิงเม็ดแสงใส่ผู้ที่ขวางทางจนทำให้ร่างของพวกเขาเกิดแสงสว่างสีทองส่องประกายออกมาครู่หนึ่ง
ผู้คนที่ถูกแสงยิงเข้าสู่ร่างล้วนแล้วใบหน้ากลับมามีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ถึงแม้บางคนจะยังเจ็บป่วย สีผิวของเขากลับปกติมากยิ่งขึ้นจนเห็นได้ถนัดตา
ใบหน้าหมองคล้ำกลับมามีชีวิตชีวาราวกับปลาได้น้ำ
เม็ดแสงสีทองยิงออกไปรอบข้าง ผู้ใดก็ตามที่อยู่ใกล้กลายเป็เป้าของเม็ดแสง จนกระทั่งยิงครบ 100 ครั้งเสวี่ยหรงก็ได้หันกลับไปด้านหลังแล้วบอกให้ลุงหานพาออกจากสถานที่แห่งนี้
“ ข้าไม่อาจรักษาอาการเจ็บป่วยของพวกเ้าได้ เพียงแต่ข้าสามารถชำระล้างพลังปีศาจออกจากตัวของพวกเ้าได้ หลังจากชำระล้างพลังปีศาจออกไป ถ้าพวกเ้าดูแลตัวเองดี โอกาสจะหายจากโรคก็มีสูงเช่นเดียวกัน ผู้ใดที่อยากให้ข้าชำระล้างให้ไปรอข้าที่หน้าตระกูลม่อ ผู้ใดก็ตามที่ก่อความวุ่นวายอย่าได้คิดว่าข้าจะช่วยเหลือ ”
ลุงหานชักดาบออกมาถือเอาไว้ในมือซ้าย คมดาบสะท้อนแสงจากพระอาทิตย์ทำให้ทุกคนเกิดความหวั่นเกรงจนต้องหลบออกไป ยี่ยี่เห็นทางรีบคว้าแขนคุณหนูเพื่อจะพาออกไปจากที่นี่ให้ได้ จนกระทั่งทั้ง 3 ออกมาจากตรอกก็ได้มุ่งหน้าไปยังร้านค้าสมุนไพรใกล้ๆเพื่อซื้อบางสิ่งติดมือกลับตระกูล
ดวงตาหมองหม่นของผู้คนในตรอกซิ่นฮวายังคงอยู่ คุณหนูผู้สูงศักดิ์เดินจากไปแล้วโดยไม่ทิ้งเงินหรืออาหาร ครั้งนี้ผู้มาใหม่ไม่ได้เดินเข้าไปยังส่วนลึกเพื่อติดต่อกับผู้ที่ควบคุมสถานที่แห่งนี้เช่นกัน
เพียงแต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนภายในตรอกสงสัย พวกเขาคือคนที่ัักับแสงสีทอง ั์ตาหมองหม่นในตอนแรกหายไปเหลือไว้เพียงดวงตาที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา พวกเขากำลังสงสัยว่าเหตุใดคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่เอ่ยถึงตระกูลม่อถึงได้ชำระล้างพลังปีศาจให้กับตน
“ เ้าัักับแสงสีทองนั่นใช่หรือไม่ ”
“ มีสิ่งใดเช่นนั้นหรือตาแก่ ”
หญิงชรามองชายแก่ที่มีแววตาเปลี่ยนไป ั์ตาของเขากำลังแสดงออกถึงความหวังครั้งใหม่ ราวกับว่าอีกไม่นานเขาจะออกจากสภาพที่เป็อยู่
“ เ้ารู้สึกโล่งสบายเช่นเดียวกับข้าหรือไม่ ”
“ ใช่ แม้อาการเจ็บป่วยของข้าจะยังอยู่ ข้ากลับไม่รู้ว่าเหตุใดถึงรู้สึกดีกับร่างกายในตอนนี้ หลายปีมานี้ข้าไม่เคยรู้สึกเช่นนี้เลย ”
“ เ้าล่ะ ”
ผู้ที่ััแสงสีทองสอบถามกัน แต่ละคนล้วนแล้วรู้สึกเช่นเดียวกัน เมื่อนึกไปถึงคำพูดของคุณหนูจากตระกูลม่อทิ้งเอาไว้นั้น นัยต์ตาของพวกเขาก็เริ่มมีความหวังอีกครั้งหนึ่ง หากพวกเขาได้อาหารหรือสมุนไพร ร่างกายอาจจะกลับมาเป็ปกติได้เพราะพลังปีศาจถูกสลายออกไปจากร่างแล้ว
การคุยกันของผู้ที่ัักับแสงได้เรียกความสนใจของผู้ที่อยู่รอบๆ พวกเขายังคงมีสีหน้าตายด้านเช่นเดิม แต่ก็ยังมีบางคนแสดงความรู้สึกมีความหวังหลังจากเห็นอาการของคนที่ัักับแสง
“ ตระกูลม่ออยู่ที่ใด ”
“ ข้ารู้ มีผู้ใดอยากจะไปกับข้าบ้าง ”
ชายวัยกลางคนเหลือมือเพียงหนึ่งข้างลุกขึ้นยืน เขาถูกปีศาจเล่นงานจนเสียแขน พลังปีศาจที่ติดมากับาแกัดกร่อนพลังของเขาจนกลายเป็เพียงคนธรรมดา สมุนไพรและโอสถที่ซื้อมากลับไม่สามารถขจัดปราณปีศาจออกไปได้ สุดท้ายเงินของเขาก็หมดลงจนลงเอยด้วยการถูกทิ้งให้อยู่ภายในตรอกแห่งนี้เพื่อรอวันตาย
การมาของคุณหนูตระกูลม่อทำให้เขาเห็นความหวังที่จะกลับมาเป็ปกติอีกครั้งจึงต้องไปตระกูลม่อในทันที.