และเมื่อเทียนฉินเดินมาถึงตู้ที่หลงยู่หมิงบอก ก็เห็นท่อนไม้สีดำท่อนหนึ่งวางอยู่ในตู้ จากที่ดูผ่านตาและส่งกระแสจิตเข้าไปตรวจสอบ เขากลับไม่พบความผันผวนอันใดเลยราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่ถ่านก้อนหนึ่งเท่านั้นเอง
"คุณชายเทียนฉินสนใจสิ่งนี้หรือเจ้าค่ะ!" เมี่ยวยู๋ที่เห็นเทียนฉินหยิบท่อนไม้สีดำนั้นขึ้นมาก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างดีใจ เพราะว่าหากลูกค้าที่นางพามาซื้อสินค้าไป นางก็จะได้ส่วนแบ่งของสินค้านั้นๆตามแต่ราคาที่ระบุไว้ด้วย
ณ บ้านพักหลังหนึ่งภายในนิกายเมฆอนันต์
ชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ สีหน้าแววตาคล้ายกับกังวลใจอะไรบางอย่างอยู่ เพียงไม่นานนักเขาก็แหงนหน้าขึ้นมองไปทางประตูที่กำลังเปิดออกมา ด้านหน้ามีชายหนุ่มคนหนึ่งสวมชุดสีน้ำเงินทั้งชุด เดินเข้ามาทางชายชราคนนั้นอย่างรีบร้อน
"เจ้าได้ข่าวคราวของโหวงจู้หรือไม่?"ชายชราที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เอ่ยถามกับชายหนุ่มที่กำลังเดินมาด้วยน้ำเสียงขึงขัง ที่จริงแล้วชายชราคนนี้ก็คืออาจารย์ของโหวงจู้ที่ถูกเทียนฉินสังหารไปแล้วนั่นเอง
"ศิษย์ได้ตรวจสอบมาแล้วว่า ก่อนที่ศิษย์น้องโหวงจะหายตัวไปน้องชายของมันได้มาหา จากนั้นทั้งสองคนจึงพากันไปพบกับตี่ลั้งเพื่อให้วาดภาพชายคนหนึ่ง ก่อนจะรีบร้อนพากันออกไปอย่างรวดเร็ว!"ชายหนุ่มคนนั้นตอบกลับไปอย่างนอบน้อม
"แล้วเจ้าได้ภาพวาดนั้นมาหรือไม่?"ชายชราคนนั้นพยักหน้าอย่างพอใจก่อนจะเอ่ยถามออกมา
ชายหนุ่มคนนั้นรีบหยิบม้วนกระดาษออกมาจากแหวนมิติ ก่อนจะเดินไปยื่นให้กับชายชรา เมื่อชายชรารับม้วนกระดาษมาเปิดดูก็เห็นเป็นภาพวาดของชายหนุ่มผู้หนึ่ง จากนั้นจึงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ถึงเรื่องที่เกี่ยวกับลูกศิษย์คนนี้ของเขา
"เจ้าจงพาคนไปที่เมืองฝู่โจวเพื่อสืบให้แน่ชัดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับโหวงจู้กันแน่!"
ชายชราส่งคืนม้วนกระดาษให้กับศิษย์ของเขา แล้วจึงสั่งให้ไปตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ทางด้านชายหนุ่มที่ยื่นไปรับม้วนกระดาษคืนมา ก็ก้มหัวคำนับก่อนจะรีบออกไปทันที แต่แล้วเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ จึงหันกลับมาทางอาจารย์เขาอีกครั้ง
"หืม! เจ้ามีอะไรอีกรึ?"ชายชราคนนั้นเห็นศิษย์ของตนหันกลับมาก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"เอ่อ! คือว่าทางเจียงโป้ยก็ได้มาสอบถามศิษย์ถึงเรื่องนี้เหมือนกัน!"ชายคนนั้นเอ่ยออกไปตามตรง
"แล้วทำไมศิษย์ของอาวุโสมุ่ยถึงได้มาสนใจเรื่องของโหวงจู้!"
"เพราะเท่าที่อาจารย์รู้พวกมันสองคนไม่ได้สนิทกันเท่าไรนี่!"ชายชราคนนั้นทำท่าแปลกใจ พลางสงสัยว่าต้องมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ชายหนุ่มจึงเล่าเรื่องที่เตียงโป้ยมาสอบถามเขาเกี่ยวกับศิษย์น้องของมัน ซึ่งศิษย์น้องของมันคนนี้ก็คือกังลี่นั้นเอง เพราะลูกน้องของกังลี่ได้บอกกับมันว่า กังลี่ได้ไปช่วยโหวงจู้ตามหาคนๆหนึ่งอยู่
ชายชราได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดสีหน้าก็เริ่มตึงเครียดขึ้นมา พร้อมกล่าวให้ศิษย์ของเขากับเจียงโป้ยรีบไปตรวจสอบที่เมืองฝู่โจวอย่างเร็วที่สุด เพราะเขาสังหรณ์ใจว่าต้องเกิดเรื่องกับคนทั้งสองแน่
ภายในชั้นสองของหอพันสมบัติ
"มันคือสิ่งใดกันหรือ?"
เทียนฉินแกล้งถามออกไปราวกับคิดว่ามันเป็นเพียงท่อนไม้ที่โดนเผาไหม้ท่อนหนึ่งเท่านั้นเอง แต่อันที่จริงแล้วทันทีที่เขาสัมผัสกับท่อนไม้ท่อนนี้ หลงยู่หมิงก็ได้บอกกับเขาแล้วว่ามันคือแก่นไม้อสุนีบาตของจริง
แก่นไม้อสุนีบาตนี้ที่จริงแล้วมันคือชิ้นส่วนของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ที่เล่าลือกันว่าเป็นต้นไม้ที่เกิดมาจากเมล็ดพันธุ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเมล็ดพันธุ์ชนิดนี้นั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาตามธรรมชาติ แต่มันเกิดมาจากการควบแน่นของสายฟ้าที่ก่อรวมกันจนกลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีชีวิตที่สามารถเติบโตขึ้นเองได้
เมื่อเมล็ดพันธุ์เมล็ดนี้เติบโตขึ้นมาจนกลายเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แล้ว มันจะดึงดูดทัณฑ์สายฟ้าให้ฟาดผ่าลงมาใส่มันอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน บางส่วนของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจทนต่อทันฑ์สายฟ้าได้อีกต่อไป ก็จะแตกหักร่วงหลุดออกมาจากลำต้นของมันเอง เพื่อแตกกิ่งก้านใหม่ออกมาให้ดำรงค์คงอยู่ต่อไปตามวัฎจักรของมัน
แต่ที่หลงยู่หมิงแปลกใจก็คือ แก่นไม้อสุนีบาตท่อนนี้ทำไมถึงได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของหอพันสมบัติแห่งนี้ได้ เพราะต้องบอกก่อนเลยว่าต่อให้แก่นไม้อสุนีบาตร่วงหล่นมาจากต้นของมันแล้วก็ตาม แต่การที่จะมีคนไปนำมันออกมาได้นั้นล้วนอันตรายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีทัณฑ์สายฟ้าฟาดผ่าลงมาไม่หยุดหย่อนตรงบริเวณนั้นนั่นเอง
และที่ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่านั้นก็คือ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ประเภทนี้ไม่อาจพบเจอได้โดยง่าย เพราะปกติแล้วสถานที่ที่จะเกิดต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ ต้องเป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์โบราณเป็นอย่างมาก และต้องเคยมีปรากฏการณ์ทัณฑ์สายฟ้าเกิดขึ้นมาเท่านั้น จึงจะก่อเกิดเป็นเมล็ดพันธุ์ให้เติบโตขึ้นมาได้
"อันที่จริงท่อนไม้ท่อนนี้ได้มีคนนำมันมาแลกเปลี่ยนกับทางหอพันสมบัติของเรา ซึ่งคุณประโยชน์ของมันหลังจากที่อาวุโสหลายท่านของหอพันสมบัติตรวจสอบดูแล้ว ก็พบเพียงว่ามันมีกลิ่นอายของธาตุสายฟ้าซึ่งเป็นธาตุที่พบเจอได้ยากยิ่งแฝงอยู่ในนั้น ทางหอพันสมบัติของเราจึงตกลงรับสินค้าชิ้นนี้ไว้"
"หากคุณชายเทียนฉินสนใจท่อนไม้นี้จริงๆ ทางหอพันสมบัติของเราจะลดราคาให้เป็นพิเศษ!"
เมี่ยวยู๋อธิบายถึงความเป็นมาของท่อนไม้ท่อนนี้ให้เทียนฉินได้รู้อย่างละเอียด แววตาที่มองมาราวกับกำลังอ้อนวอนให้เขาช่วยซื้อสินค้าชิ้นนี้ไปที เพราะนอกจากจะได้ส่วนแบ่งจากการขายสินค้าแล้ว เมี่ยวยู๋ยังอวดอ้างได้ว่าตนเองมีความสามารถทางด้านการขายเหมือนกัน
เทียนฉินยิ้มให้เมี่ยวยู๋อย่างเห็นใจ ก่อนตกลงราคาทำการแลกเปลี่ยนแก่นไม้อสุนีบาตกับนางอย่างใจเย็น ทั้งที่ในใจพยายามอดกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้ไม่ให้เผยพิรุธใดใดออกมาให้รู้
ส่วนทางด้านตาเฒ่าหม่าที่เดินดูไปรอบๆ ก็เกิดสนใจกับเกราะอ่อนชิ้นหนึ่งเข้า ซึ่งเกราะอ่อนชิ้นนี้มีชื่อว่าเกราะแปรอสูร ที่ถูกหลอมสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญที่โด่งดังมากคนหนึ่งในแคว้นชิงแห่งนี้ และวิธีการใช้ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนักเพียงแค่สวมใส่ใว้ใต้เสื้อผ้าเหมือนเกราะทั่วไป แต่ความพิเศษของเกราะอ่อนชิ้นนี้คือมีรูเล็กๆที่อยู่ตรงกลางหน้าอกรูหนึ่ง
และรูที่ว่านี้เองที่สามารถนำแก่นอสูรของสัตว์อสูรต่างๆมาใส่ไว้ได้ ยิ่งสัตว์อสูรตัวนั้นมีพลังมากเท่าไหร่ การนำแก่นอสูรของมันมาใส่ยิ่งจะทำให้ผู้ใช้มีพลังการป้องกันมากขึ้นตามมานั่นเอง และถ้าหากแก่นอสูรมีแก่นแท้ธาตุแฝงเข้ามาด้วย จะยิ่งทำให้ผู้ใช้มีการป้องกันที่แฝงไปด้วยแก่นแท้ธาตุนั้นเพิ่มมาอีก
จึงนับได้ว่าเกราะอ่อนชิ้นนี้คุ้มค่าที่จะนำมาใช้จริงๆ เพียงแต่ว่าข้อเสียของมันก็คือ ต้องมีแก่นอสูรที่เพียงพอต่อการใช้งานเป็นจำนวนมาก เพราะเมื่อแก่นอสูรถูกใช้งานจนหมดสิ้นแล้ว มันก็จะกลายเป็นเพียงเกราะอ่อนทั่วไปที่พลังป้องกันแสนจะธรรมดายิ่งนัก
เมื่อได้สิ่งที่ตนเองสนใจกันแล้ว ทั้งสองคนจึงออกมาจากหอพันสมบัติทันที เทียนฉินกับตาเฒ่าหม่ายังคงเดินชมสินค้าไปทั่วตลอดทางเดินอย่างไม่รู้สึกเบื่อจนผ่านไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็สังเกตเห็นว่าด้านหน้ามีกลุ่มคนกำลังรวมตัวกันอยู่ไม่ไกลนัก กำลังพูดคุยกันอย่างมีชีวิตชีวา ทั้งสองจึงเดินไปดูอย่างสนใจ
ด้านหน้ามีกระดานไม้สีน้ำตาลที่มีความสูงตั้งอยู่ มีแผ่นกระดาษหลายแผ่นแปะอยู่ที่กระดานนั้น มีทั้งภาพวาดของชายคนหนึ่งที่ประกาศนำจับและระบุจำนวนรางวัลไว้อย่างชัดเจนด้านล่าง
"แค่แจ้งเบาะแสของคนในภาพก็ได้รับอาวุธขั้นสามและอีกหนึ่งแสนผลึกเงิน!"ชายคนหนึ่งหันมาคุยกับคนด้านข้างพร้อมกับชี้ไปที่ผู้ชายในภาพวาดด้านบนและรางวัลที่เกี่ยวข้อง
"คนผู้นี้เป็นใครกันถึงได้ถูกประกาศจับเช่นนี้?"ตาเฒ่าหม่ากล่าวออกมาอย่างใคร่รู้
แต่เทียนฉินไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก พลางเลื่อนสายตาไล่มองไปที่กระดาษที่ติดอยู่ทีละแผ่น อย่างช้าๆ ข้อความส่วนใหญ่บนกระดาษนั้นจะเป็นการประกาศหากลุ่มเพื่อออกล่าสัตว์อสูร แต่มีแผ่นหนึ่งที่สะดุดตาเทียนฉินเป็นอย่างมาก
# หาคนเข้ากลุ่ม! ถ้าใครสนใจให้มาเจอกันที่ร้านตรงหัวมุมถนนท้ายเมือง กรุณาใส่หน้ากากเพื่อความปลอดภัยของตนเองด้วย #
"แปลกจริง! ทำไมถึงไม่มีข้อมูลอะไรระบุไว้เลย แต่กลับบอกเพียงสถานที่และการป้องกันตัวไว้เท่านั้นเอง!"เทียนฉินยกมือขึ้นลูบคางไปมาพรางครุ่นคิดอยู่ในใจ
"หืม! เจ้าสนใจที่จะร่วมกลุ่มกับคนที่ประกาศนี้หรือ?"ตาเฒ่าหม่าที่เห็นเทียนฉินไม่พูดไม่จา ก็หันมาเห็นว่าเขากำลังจดจ้องอยู่กับกระ
ดาษแผ่นหนึ่งอยู่ แต่เมื่อได้อ่านดูก็เอ่ยออกถามมาอย่างสงสัย
จบตอนที่ 101