ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

เล่มที่ 6 ตอนที่ 172 พญาอสูรย่ำยี

  “ระวัง!”

      ตงหลีชิงชิงที่หมดแรงอยู่ในอ้อมแขนของตู้เซ่าฝู่มองเห็นแขนโคยักษ์พุ่งลงมาจากฟ้าก็ตกใจสีหน้าเปลี่ยน

  “ไอ้โคป่าเถื่อนน่ารำคาญ!”

      ตู้เซ่าฝู่อุทานตะโกนออกมาเสียงดังลมปราณของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองที่อยู่ในร่างปะทุระเบิดออกมาอย่างรุนแรงบนร่างมีอักษรยันต์ไหลเวียนออกมาจำนวนมากรวมตัวออกมาเป็นคล้ายปีกสีทองคู่หนึ่งติดอยู่ที่กลางหลังทันใดนั้นความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จนสามารถหลุดพ้นลมปราณเผาไหม้ของอสูรโคเพลิงหมอกชาดตัวนั้นไปได้เพียงในเวลาชั่วพริบตาเขากลับสามารถหลบพ้นวงรัศมีโจมตีของเท้าอสูรโคยักษ์ที่เหยียบลงมา

  “ตึงโครม!”

      เมื่อตีนโคเหยียบพื้นดิน แผ่นดินก็สั่นไหวก้อนหินยักษ์สามารถพลังทลายในพริบตา พื้นแตกแยกเกิดรอยร้าวเป็นเส้นยาว

      “ซูมๆ ๆ!”

      แม้ตู้เซ่าฝู่จะหลบการโจมตีของบาทาโคที่มีพลังทำลายล้างสูงมากนั้นได้ทว่าเมื่อตีนของมันพุ่งชนพื้นแล้วก่อให้เกิดคืนพลังอันน่าสะพรึงกลัวและลมกระโชกซัดออกเป็นวงกว้างคลื่นลมที่เกิดซัดกระแทกไปที่ร่างของตู้เซ่าฝู่ พัดจนร่างของตู้เซ่าฝู่ลอยบนอากาศและตกลงบนพื้น

  “ฟู่ด”

      พลังโจมตีอันรุนแรงนี้เป็นพลังโจมตีที่ร้ายกาจยิ่งกว่าของการโจมตีของผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณมากมายแรงจนทำให้ร่างของตู้เซ่าฝู่สามารถถูกพัดกระเด็นบนฟ้า เขากระอักโลหิตพ่นเลือดออกมาตงหลีชิงชิงที่เขาอุ้มก็ตกสู่พื้นไปด้วยพร้อมกัน

  “แย่แล้ว!”

      ตู้เซ่าฝู่ตกใจหน้าซีด เปล่งพลังปราณออกมารวบกายระหว่างที่กำลังตกสู่พื้น ก็หมุนตัวกลางอากาศหันหลังให้แผ่นหลังที่แข็งแกร่งรับแรงกระแทกร่างของเขาตกลงใส่ก้อนหินที่นูนออกมียอดด้านบนทรงคล้ายสามเหลี่ยมก้อนหนึ่ง

      “ปึงๆ ๆ!”

      การตกลงด้วยแรงกระแทกรุนแรงเช่นนี้ทำให้ก้อนหินแตกเป็นเศษได้ในพริบตาตงหลีชิงชิงที่อยู่ในอ้อมแขนตู้เซ่าฝู่ปลอดภัยดี เพียงแต่ใบหน้างดงามของนางเปรอะเลือดประกายสีทองอ่อนๆตู้เซ่าฝู่ที่รับการกระแทกเต็มๆ พ่นเลือดออกมาอีกครั้ง ครั้งนี้บาดเจ็บสาหัสมาก

  “เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”

      ตงหลีชิงชิงเอ่ยถามตู้เซ่าฝู่อย่างเป็นห่วงการที่ตู้เซ่าฝู่ล้มลงพื้นในครั้งนี้ทำให้ร่างของนางนอนแนบหน้าอกของตู้เซ่าฝู่อย่างแนบชิดเขายังคงใช้แขนที่แข็งแรงประคองคุ้มกันศีรษะให้นางอย่างแน่นหนาอีกด้วย

  “ข้าไม่เป็นไร” ตู้เซ่าฝู่ไม่มีเวลามาสนใจโลหิตที่ไหลออกจากปากและเลือดจากแผลบนตัวรีบอุ้มตงหลีชิงชิงลุกขึ้นมายืนต่ออย่างรวดเร็ว

  “เจ้ามนุษย์ประหลาดเหตุใดเจ้าจึงมีลมปราณของอสูรอย่างพวกข้าด้วย”

      อสูรโคเพลิงหมอกชาดร่างยักษ์ชะงักดวงตาสีแดงคล้ำดุจโคมไฟจ้องมองตู้เซ่าฝู่ตาเขม็ง ลมปราณน่าสยดสยองประกายสีทองเมื่อกี้ทำให้มันขนลุกขึ้นมาอย่างประหลาดลมปราณที่ดุดันเผด็จการนั้นเป็นลมปราณของราชาอสูรที่ทำให้มันต้องเกรงขามทำให้ในใจมันไม่อาจต่อต้านความกลัวต่อความแข็งแกร่งนั้น

  “เจ้ารีบปล่อยข้าไม่ต้องพาข้าไป พวกเราไปกันสองคนหนีไม่รอดหรอก”

      ตงหลีชิงชิงแหงนหน้าดวงตาสุกใสของนางจ้องมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้ใบหน้าของนางมากอย่างเป็นห่วงแม้ใบหน้าชายหนุ่มจะขาวซีดมาก มุมปากมีรอยเลือดแต่นางจ้องมองแล้วรู้สึกอบอุ่นผูกพันมากเป็นพิเศษ

  “ข้าไม่มีทางทิ้งเจ้าไว้แน่นอนกอดข้าแน่นๆ จะไปก็ต้องไปด้วยกัน!” ตู้เซ่าฝู่กอดตงหลีชิงชิงที่อุ้มไว้แน่นขึ้นส่งพลังปราณไปที่เท้า เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นเพื่อหลบหนี

  ตงหลีชิงชิงมองตู้เซ่าฝู่รู้สึกลังเลครู่หนึ่ง แม้มือเรียวบางคู่นี้ไม่ได้สวมกอดตู้เซ่าฝู่ทว่านางก็กำเสื้อที่หน้าอกของตู้เซ่าฝู่ไว้แน่นดวงตาสุกใสคู่นั้นของนางเกิดนัยน์ตาสั่นไหว จากนั้นเริ่มชุ่มชื้นขึ้นด้วยน้ำใสๆมีพลังที่ทำให้คนพบเห็นรู้สึกบีบหัวใจ สีหน้าอารมณ์ของนางทำให้รู้สึกห่างเหินแต่ก็เปี่ยมด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้งที่อยู่เบื้องลึกภายในใจ

      “เจ้ามนุษย์เจ้าหนีไม่พ้นหรอก!”

      พลังลำแสงพุ่งลงมา ครั้งนี้ตู้เซ่าฝู่ไม่ทันได้ตั้งตัวจึงหนีไม่ทันพลังอักษรยันต์สาดลงมาพร้อมกัน พลังลำแสงที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงมืดพุ่งไปที่กลางหลังอย่างจัง

  “ปึง!”

      เกิดเสียงระเบิดทุ้มดังอักษรยันต์เพลิงมืดจำนวนมากเปล่งพลังออกมาแผดเผาแผ่นหลังของตู้เซ่าฝู่

      “ฟู่ด……”

      ตู้เซ่าฝู่โซเซพุ่งไปด้านหน้า พ่นโลหิตออกมาเป็นละอองปริมาณมากการถูกอสูรที่มีฌานสูงถึงขั้นพญาอสูรโจมตีอย่างรุนแรง ทำให้ร่างของตู้เซ่าฝู่ไม่อาจต้านทานได้อีกแล้วหลังจากเซไปไม่กี่เก้า บริเวณพื้นที่เหยียบก็แตกละเอียด ร่างของเขาล้มไปข้างหน้า

      “ปึง!”

      ทว่าสุดท้ายก่อนจะล้มดิ่งพื้น ตู้เซ่าฝู่ก็ยังฮึดดึงแรงออกมาหมุนร่างของเขาให้แผ่นหลังเขากระแทกพื้นเพื่อปกป้องให้ตงหลีชิงชิงที่อยู่ในอ้อมแขนปลอดภัย

  “ไฉนเจ้าจึงต้องทำเช่นนี้ด้วย?”

      ตงหลีชิงชิงมองดูใบหน้าชายหนุ่มที่ถลอกปอกเปิกเต็มไปด้วยรอยเลือดน้ำใสๆ เอ่อล้นออกมาจากดวงตา กล่าวน้ำเสียงสะอื้น “พละกำลังของเจ้าไม่อาจต้านทานอสูรโคเพลิงหมอกชาดได้อยู่แล้วชัดๆข้าไม่ควรพาเจ้ามาเสี่ยงอันตรายเลย”

      “วางใจเถิดข้าหนังหนา ข้าเกิดเป็นบุรุษคนหนึ่ง สมควรปกป้องสตรีเป็นเรื่องธรรมดา” ตู้เซ่าฝู่ยิ้ม หน้าซีด อ่อนแรง มุมปากมีรอยเลือดเป็นเส้นๆ

  “พวกเจ้าหนีไม่พ้นหรอก!”

      อสูรโคเพลิงหมอกชาดที่ร่างมหึมาดั่งภูเขายักษ์ที่ลอยอยู่บนฟ้าพุ่งเข้ามาอีกครั้งร่างของมันปกคลุมร่างของคนทั้งสองที่อยู่บนพื้นได้มิดพลังลมปราณน่ากลัวที่แผดเผาอยู่แผ่ซ่านออกมาทั่ว

  “ข้ารับไว้เอง เจ้ารีบหนีไปไม่อย่างนั้นพวกเราจะหนีไม่รอดสักคน!”

      ตงหลีชิงชิงฝืนดึงแรงตะโกนออกมาพร้อมกับพยายามลุกขึ้นมายืน นางแหงนหน้ามองอสูรยักษ์บนฟ้า บอกกับตู้เซ่าฝู่ “ข้าเคยช่วยเจ้า เจ้าก็เคยช่วยข้า พวกเราถือว่าไม่มีอะไรติดค้างกันไม่ต้องห่วงข้าอีก หากยังไม่ไป เจ้าต้องตายแน่!”

      “ไม่มีใครไปได้ทั้งนั้นตายเสียเถิด!”

      อสูรโคเพลิงหมอกชาดแผดเสียงตะโกนขายักษ์ของมันพุ่งทะยานลงมาจากฟ้าอีกครั้ง เตรียมจะกระทืบร่างของทั้งสองมันต้องการที่จะเหยียบให้พวกเขาร่างแหลกคาบาทาบนมันพลังลมปราณที่น่าสะพรึงกลัวเข้ามาใกล้ทุกที

  “ฟู่ด!”

      มีธนูปรากฏอยู่ในมือของตงหลีชิงชิงอีกครั้งนางพ่นโลหิตใส่ธนูทำให้ธนูคันนั้นราวกับมีชีวิตอักษรยันต์เปล่งแสงสีมรกตสาดจ้าขึ้นมาส่องสว่างราวกับดวงอาทิตย์ทันใดนั้นพลังปราณอันน่ากลัวก็ระเบิดออกมาราวกับอสูรโบราณที่ตื่นจากการหลับใหล

      “เอ๋!”

      อสูรโคเพลิงหมอกชาดที่มีฌานขั้นพญาอสูรจ้องมองปราณที่แผ่ออกมาที่ถูกปลุกในตัวของตงหลีชิงชิงในใจก็รู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างแปลกๆมันเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ ความรู้สึกกระวนกระวายเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆทว่าขายักษ์ของมันยังคงพุ่งดิ่งใส่ต่อไป

  “ศรสรวงสวรรค์อสูรหมอบ!”

      ตงหลีชิงชิงตะโกนพลังลึกลับที่อยู่ในตัวของนางถูกปลุกออกมา นางดึงสายธนูง้างไว้ ทันใดนั้นก็มีศรพลังอักษรยันต์ปรากฏบนธนูจำนวนมากแล้วก็พุ่งออกไป

      “ฟึ่บ!”

      พลังอักษรยันต์พุ่งออกไป บริเวณที่ศรพุ่งผ่านทำให้เกิดภาพบิดเบี้ยวราวกับมันสามารถทำลายชั้นบรรยากาศได้

      เพียงเวลาอันสั้นพลังอักษรยันต์ก็พุ่งผ่านชั้นบรรยากาศที่บิดเบี้ยวนี้ไปปะทะกับขายักษ์ของ อสูรโคเพลิงหมอกชาดที่น่าหวาดผวาอย่างรวดเร็ว

  “ครืนๆ”

      ทันใดนั้นพลังอันน่าสยดสยองของอสูรโคเพลิงหมอกชาดถูกทำลายจนหมดสิ้นพลังศรของตงหลีชิงชิงสามารถสกัดพลังโจมตีนี้ไว้ได้ ทำให้อสูรโคเพลิงหมอกชาดตกตะลึงไปด้วย

      “ฟู่ด!”

      แม้จะสามารถสกัดการโจมตีของขายักษ์นั้นไปได้ทว่าตงหลีชิงชิงก็ยังสำลักโลหิตมาอีกครั้ง ราวกับว่าหมดเรี่ยวแรงแล้วพลังอักษรยันต์ที่ต้านอักษรยันต์เปลวเพลิงมืดที่ห่อหุ้มขายักษ์ของอสูรโคสลายหายไปแล้ว

  “ตึงโครม!”

      หลังจากที่ขายักษ์หยุดชะงักชั่วครู่ มันก็ส่งพลังลมปราณอันน่ากลัวแผ่ออกไปใส่ตงหลีชิงชิงกับตู้เซ่าฝู่ต่อพลังนี้เพียงพอที่จะเหยียบสองคนให้บี้เละได้

      เมื่อบาทายักษ์พุ่งลงมาพร้อมกับพลังที่แผดเผาอีกครั้งตงหลีชิงชิงสีหน้าเคร่งเครียด ขณะนี้นางไร้พลังใดๆ ไปต่อกรอีกแล้ว

  “เจ้ารีบหนีไปข้าสกัดเจ้าอสูรร้ายตัวนี้เอง!”

      ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ตงหลีชิงชิงถูกพลักไปข้างๆพลังลมปราณแผดเผาอันน่าสะพรึงกลัวนี้สร้างคลื่นลมแรงให้เศษสิ่งที่อยู่บนพื้นทั้งหลายปลิวว่อนแรงกดดันทำให้พื้นเกิดรอยแยกขึ้นเรื่อยๆ

      ตงหลีชิงชิงหันหลังกลับไปมองอย่างตกใจรูม่านตาหดลง ภายในแววตาของนางสะท้อนภาพเด็กหนุ่มชุดม่วงคนนั้นพยายามใช้ร่างของตัวเองรับพลังเขายกมือสองข้างรับแรงโจมตีของขายักษ์ที่ใหญ่แข็งแรงเสมือนเสาหินยักษ์ไว้รอบกายมีแสงสีทองอ่อนๆ ห่อหุ้ม ท่าทางของเขาแลดูเสมือนเทพแห่งการต่อสู้มิปาน

      ชายหนุ่มชุดม่วงใช้แรงกายในการรับการโจมตีของอสูรร่างมหึมาไว้ได้เพียงแต่ขาของเขาจมลงไปนิดหน่อย เขาพ่นโลหิตออกมา ร่างของเขาค่อยๆ จมลงไปกับพื้นเพิ่มขึ้นทั้งสองเท้าของเขาปักลึกลงไปกับพื้นหินแล้ว และพื้นหินรอบๆ แตกกระจุยเป็นชิ้นเล็กๆ

  “รีบหนีไป เร็วเข้า!”

      ตู้เซ่าฝู่ตะโกนพลังปราณภายในร่างของเขาโถมกระหน่ำออกมา อวัยวะภายในร่างสั่นไหวราวกับจะแตกระเบิดทว่าในขณะนี้ก็ยังฝืนทนรับมันไว้

  “เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำเจ้ามารนหาที่ตายชัดๆ ข้าจะเหยียบเจ้าให้เละเป็นโจ๊กไปเลย!”

  อสูรโคเพลิงหมอกชาดตะโกนทว่าแววตาก็ยังมองอย่างตะลึง มนุษย์ตัวเล็กๆคนหนึ่งสามารถต้านพลังบาทาของมันไว้ได้ และพลังดุดันร้ายกาจที่ระเบิดออกมาจากร่างของเขาก็ทำให้ในใจมันแอบรู้สึกกลัว

  “เจ้าโคถึก แค่นี้ไม่พอหรอกมีฌานขั้นพญาอสูรแล้วจะทำไม ขั้นพญาอสูรข้าเจอมาเยอะแล้ว ไม่กลัวเจ้าหรอก!”

      ตู้เซ่าฝู่ตะโกน ต่อให้ทั้งสองเท้าจมลงพื้นแต่เขาก็ยังยื่นตัวตรงต่อได้

  ตงหลีชิงชิงทองไปที่ชายหนุ่มชุดม่วงอย่างตะลึงนิ่งภาพที่เห็นราวกับฝันไป จากนั้นก็พยายามฝืนลุกขึ้นมาขณะที่น้ำตาไหลรินออกจากตาก็ก้าวเดินไปหาตู้เซ่าฝู่บาทายักษ์ที่เหยียบลงมาก็สูงมืดศีรษะนางแล้ว นางยื่นมือดันตีนยักษ์นี้ไปด้วยกัน

  “ทำไมยังไม่ไปอีก รีบไปข้าจะฝืนต่อไม่ไหวแล้ว!” ตู้เซ่าฝู่ตะโกนสภาพร่างกายของเขาเขารู้ดี คงทนต่อไปได้อีกไม่นานแล้ว

  ตงหลีชิงชิงยกแขนยันบาทายักษ์นี้ไว้มุมปากมีโลหิตไหลออกมา พลังบาทาที่กดลงมาทำให้ขาสองข้างของนางจมลงไปกับพื้นด้วยนางจ้องมองตู้เซ่าฝู่ ใบหน้าเผยรอยยิ้มออกมา ริมฝีปากค่อยๆขยับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงใดอันไพเราะว่า “ข้าไม่ไปข้าจะอยู่กับเจ้า”

      “คิดไม่ถึงว่าพวกเราจะมาตายใต้บาทาของอสูรร้ายโคถึกตัวนี้นะและคิดไม่ถึงว่าจะได้ตายไปพร้อมกับเจ้า” ตู้เซ่าฝู่กล่าวมุมปากที่เปื้อนเลือดยิ้มขึ้นมาเศร้าๆ

  “ฟู่ด!”

      พลังอักษรยันต์เปลวเพลิงที่แผดเผาและกดทับทำให้ทั้งสองพ่นโลหิตออกมาพร้อมกัน

  “ครืนๆ!”

  อักษรยันต์สีทองบนตัวตู้เซ่าฝู่เริ่มร้าวในที่สุดเขาก็ไร้แรงต้านทาน สมองเริ่มพร่ามัวเหมือนจะหมดสติจากนั้นทั้งสองก็เห็นเป็นภาพสีดำ ต่างหมดสติล้มลงไปกับพื้นทั้งคู่

  “โครม!”

      พลังบาทาที่กดทับลงมาพร้อมกับคลื่นพลังอันน่าสยดสยองขณะนี้เหยียบทับร่างของสองคนนั้นแล้วเมื่อเปรียบกับบาทายักษ์แล้ว ร่างของสองคนนั้นแลดูเล็กน้อยและอ่อนแออย่างมาก