พลังเวทมนตร์..ขุมพลังลี้ลับมีความสามารถคล้ายคลึงกับพลังปราณ อาจกล่าวได้ว่าเหมือนกันไม่มีผิดถ้าผู้ครอบครองพลังเวทมนตร์ไม่มีธาตุประจำตัวต้องเหมือนกับพลังปราณแปดในสิบส่วน เนื่องจากความไม่เหมือนสองในสิบส่วนนั้นคือกลิ่นอายและกระแสพลังที่แตกต่าง รวมไปถึงความจำเพาะของพลังเวทมนตร์นั้นใช้ผสมธาตุและสลักอักษร
ระดับของพลังเวทถูกแบ่งเป็นสองเขตแดนใหญ่ ศักดิ์สิทธิ์และเทพเจ้า ทั้งยังถูกแยกย่อยไม่เหมือนกันในสองเขตแดน
เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ มีขอบเขตพลังผู้ฝึกเวท(ต้น,กลาง,ปลาย) เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการใช้เวทมนตร์ นักเวท(ต้น,กลาง,ปลาย) ผู้ใช้เวทมนตร์ได้คล่องแคล่ว จอมเวท(ต้น,กลาง,ปลาย) ผู้ใช้เวทมนตร์ได้เชี่ยวชาญ แค่เวทบทเดียวสามารถทำลายเมืองเล็กๆได้สลาย ปราชญ์(ต้น,กลาง,ปลาย) ผู้ใช้เวทมนตร์โดยไม่ต้องร่าย มีความน่ากลัวกว่าจอมเวทนับสิบเท่า ผู้ศักดิ์สิทธิ์(ต้น,กลาง,ปลาย) จุดสูงสุดของเขตแดนศักดิ์สิทธิ์และเป็นเสมือนพระเจ้าในสายตาปราชญ์
เขตแดนเทพเจ้า มีขอบเขต เทพ(ต้น,กลาง,ปลาย) ขั้นนี้จำต้องผ่านนรกแห่งความโหดร้ายเจ็ดร้อยเจ็ดสิบเจ็ดวันเพื่อทะลวงผ่าน เทพบรรพกาล(ต้น,กลาง,ปลาย) เพิ่มพูนพลังและขัดเกลาแล้วจะบรรลุได้เอง เทพศักดิ์สิทธิ์(ต้น,กลาง,ปลาย) ผ่านพ้นมหาภัยพิบัติเจ็ดครั้งเพื่อพิสูจน์ความมุ่งมั่นในเส้นทาง เทพเจ้า(ต้น,กลาง,ปลาย) ครอบครองเส้นทางเพียงหนึ่งเดียวอย่างแท้จริง พระเจ้า(ต้น,กลาง,ปลาย) บรรลุจุดสูงสุดในเส้นทางบ่มเพาะพลังเวทมนตร์..และจำต้องผ่านพ้นความโชคร้ายหกร้อยหกสิบหกวันอันแสนน่าหวาดกลัวเหนือจินตนาการผู้ใด มันน่ากลัวกว่าพบพานมหาภัยพิบัตินับร้อยในครั้งเดียว
. .
พลังปราณ..พลังลี้ลับคล้ายพลังเวทมนตร์อยู่บางส่วน แต่ความจำเพาะของพลังนี้คือการใช้เคล็ดวิชา คาถาอาคม สร้างยันต์และค่ายกล นับได้ว่าผู้บ่มเพาะพลังปราณมีความสามารถและไหวอยู่ไม่น้อย สำคัญคือระดับพลังของพลังปราณมีถึงเจ็ดเขตแดนใหญ่ แตกแขนงยิบย่อยต่างกันไปในแต่ละเขตแดน
เขตแดนแรกเรียกว่าเขตแดนมนุษย์มีอยู่หกขั้น เพียงแต่เขตแดนนี้บางคนมิจำเป็นต้องบ่อเพาะ ทั้งยังเริ่มต้นที่เขตแดนวิญญาณได้..
ขั้นแรก ขั้นต้น ขั้นสอง ขั้นกลาง ขั้นสาม ขั้นปลาย ขั้นสี่ บรรพบุรุษ ขั้นห้า มนุษย์ศักดิ์สิทธิ์ ขั้นหก เหนือมนุษย์
เขตแดนสอง..เขตแดนวิญญาณ มีอยู่สิบขั้น แบ่งออกเป็นสองช่วง
ช่วงแรกจะเป็นการสร้างรากฐานของการบ่มเพาะปราณ มีอยู่สี่ขั้นและสิบสองขั้นย่อย ลมปราณแรกกำเนิด(ต้น,กลาง,ปลาย)
สัมผัสปราณ(ต้น,กลาง,ปลาย)
ปราณแท้จริง(ต้น,กลาง,ปลาย)
ก่อกำเนิดวิญญาณ(ต้น,กลาง,ปลาย)
หากเป็นดินแดนสูงส่งบ่มเพาะกันมาเนิ่นนานจะเรียกช่วงแรกว่า 'ขั้นสร้างรากฐาน'
ช่วงสุดท้ายจะเป็นการพัฒนาและขัดเกลาพลังปราณเพื่อทำให้รากฐานแข็งแกร่ง มีอยู่ด้วยกันหกขั้น
วิญญาณแรกสัมผัส
วิญญาณปฐพี นับจากขั้นนี้เป็นต้นไปผู้ฝึกจะต้องทานรับทัณฑ์นภาและปฐพี ซึ่งจะเริ่มโหดร้ายขึ้นไปทุกช่วงขั้น
วิญญาณฟ้า สามารถบินบนท้องนภาได้ แต่ไม่สูงมากนัก
วิญญาณสวรรค์
ราชันวิญญาณ
จักรพรรดิวิญญาณ
หากเป็นดินแดนสูงส่งบ่มเพาะกันมาเนิ่นนานจะแบ่งแค่สองขั้น ซึ่งเรียกว่า ขั้นวิญญาณแรกกำเนิดกับวิญญาณฟ้าดิน
เขตแดนสาม..เขตแดนเทพ ในเขตแดนนี้มีเก้าขั้น ในแต่ละขั้นหากไม่สามารถฝ่าทะลวงไปได้จะต้องติดอยู่ระหว่างแต่ละขั้น ซึ่งเรียกว่า 'กึ่ง' และก่อนทะลวงผ่านได้จำต้องรับทัณฑ์สวรรค์ หลังจากทะลวงผ่านแล้วไม่ใช่แค่พลังปราณเพิ่มขึ้น ทะเลปราณยังเปลี่ยนรูปร่างและผู้ทะลวงไปในแต่ละขั้นจะได้รับความสามารถจำเพาะหรือถูกขัดเกลาบางส่วนของร่างกาย กระทั่งเคล็ดวิชายังถูกยกระดับ
กึ่งเทพวิญญาณ
เทพวิญญาณ
กึ่งเทพปฐพี
เทพปฐพี
กึ่งเทพนภา
เทพนภา
กึ่งเทพสวรรค์
เทพสวรรค์
กึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์
เทพศักดิ์สิทธิ์
กึ่งเทพบรรพกาล
เทพบรรพกาล
กึ่งเทพราชัน
เทพราชัน
กึ่งเทพจักรพรรดิ
เทพจักรพรรดิ
กึ่งราชันจักรพรรดิ
ราชันจักรพรรดิ
หากเป็นดินแดนสูงส่งบ่มเพาะกันมาเนิ่นนานจะแบ่งเขตแดนเทพเป็นสามขั้น เรียกว่าขั้นเทพวิญญาณ ขั้นเทพหยินหยาง ขั้นจักรพรรดิเทพ
เขตแดนสี่..เขตแดนอมตะ เดิมที่มีอยู่หกขั้น ปัจจุบันจึงถูกเปลี่ยนการเรียกไป เพราะบางขั้นจะมีพลังคล้ายคลึงกันยากแยกแยะและไม่ว่าที่ใดล้วนเรียกระดับนี้เหมือนกันทั้งหมด จะมีไม่ได้รับรู้ก็เพียงดินแดนที่ไม่มีใครบรรลุถึงเขตแดนอมตะและออกไปสู่โลกกว้าง
ชี้ชะตา จุดเปลี่ยนอันยิ่งใหญ่ หากไร้ความสามารถบรรลุจะอยู่ในขั้นนี้มิอาจไปไกลได้อีก ซ้ำยังมีอายุขัยหลงเหลือเพียงหนึ่งพันปี
จิตอมตะ จิตนิรันดร์ดำรงอยู่ท่ามกลางกาลเวลาได้ตลอดกาลแม้ร่างกายดับสลายไป ยกเว้นจิตถูกทำลายจากตัวตนเทียบเท่าหรือสูงส่งกว่า
ปฐพีอมตะ ร่างกายนิรันดร์ดำรงอยู่ได้ตลอดกาล หากตัวตนเทียบเท่าหรือสูงส่งกว่าไม่ทำลาย
นภาอมตะ อวัยวะภายในทุกส่วนเป็นนิรันดร์
สวรรค์อมตะ สามารถท่องไปในห้วงจักรวาลได้ แต่ยังได้รับผลกระทบจากห้วงจักรวาล
นิรันดร์อมตะ จิต วิญญาณ ร่างกาย ดำรงอยู่ได้ตลอดกาล ยกเว้นจะถูกตัวตนสูงส่งทำลายการบ่มเพาะจึงจะตกตาย
เขตแดนห้า...เขตแดนเซียน เป็นอีกหนึ่งเขตแดนใหญ่ แบ่งเป็นสองขั้นง่ายตามนี้
เซียนเทียม หากมิสามารถทำให้ สัมผัส กาย โลหิต กระดูก วิญญาณและปราณ ยกระดับสู่ขอบเขตเซียนได้จะไม่ถูกนับว่าเป็นเซียนอย่างแท้จริง
เซียนแท้ ผู้เปลี่ยนแปลงจุดสำคัญทั้งหกในร่างสำเร็จในร่างจึงมีพลังและกลิ่นอายของเซียนไหลเวียน มีพลังฝืนกฎเกณฑ์สวรรค์ ไม่ถูกผูกมัด
เซียนอมตะ ผู้ตัดอารมณ์ทั้งสามทิ้งเพื่อไม่ให้เป็นผลต่อเส้นทางการบ่มเพาะ
เขตแดนที่หก..เขตแดนบรรพกาล เป็นเขตแดนของตัวตนไร้ต้าน ตัวที่ท่องไปในจักรวาลโดยมิหวั่นเกรงกฎเกณฑ์จักรวาลและเภทภัย
บรรพกาล ขอบเขตแรกของเขตแดนที่หก เป็นตัวน่าหวั่นเกรง มีพลังฉีกมิติเล็กๆในจักรวาลได้ หากจะบรรลุไปอีกขั้น จำเป็นต้องจุดเพลิงในตะเกียงเต๋าสามดวงและดับลง
ผู้สยบ ขอบเขตที่สามารถสยบกฎจักรวาลและโชคชะตา
ปรมาจารย์
บุพพาจารย์
เจ้าดินแดน ควบคุมดินแดนหนึ่งเพื่อเป็นเส้นทางตัดผ่านไปยังเขตแดนที่เจ็ดหรือใช้วิธีการพิเศษบางอย่าง
เขตแดนที่เจ็ด..เขตแดนเหนือสรรพสิ่ง ตัวตนไร้ต้านมิหวั่นเกรง กฎเกณฑ์ โทษทัณฑ์ สามารถฝ่าฝืนชะตา เปลี่ยนโชคได้ดังใจนึก และไม่มีพลังตัวตนใดเหมือนกัน ซ้ำยังมีเพียงหนึ่งเดียวไม่มีสองนับตั้งแต่อยู่ในเขตแดนที่เจ็ด
แท้จริง ตัวตนเดียวไม่มีใครเสมอเหมือน
เหนือแท้จริง ตัวตนหนึ่งเดียวผู้ก้าวข้ามภัยพิบัติและเพิ่มพูนพลังจนยากจะเข้าใจ
หลุน ขอบเขตขวางกันสุดท้าย ก่อนจะไปสู่เส้นทางเพียงหนึ่งเดียวอันไร้ที่สิ้นสุดและมิอาจล่วงรู้ได้
ขั้น ขอบเขตสุดท้ายของเขตแดนที่เจ็ดและเป็นขั้นสุดท้ายในการบ่มเพาะพลังปราณ ตัวตนมิอาจบรรลุหลุนหรือตัวตนส่วนใหญ่ล้วนมิล่วงรู้ถึงการคงอยู่ของตัวตนนี้ ไม่มีใครรู้ว่า
.
.
.
เรกิ พลังภายนอกสายหนึ่งที่มิเหมือนสายใด มันฝึกฝนยากเย็นยิ่งกว่ามนุษย์ธรรมดาปีนป่ายภูผาสวรรค์ด้วยสองมือสองเท้า..ตามคำกล่าวจากโบราณกาล ไร้โชค ไร้วาสนา ไร้ชะตา ฟ้ามิลิขิต มิอาจฝึกฝน หากมีผู้ฝึกฝนได้จะเป็นตัวตนไร้ต้านผู้หนึ่ง เพียงแต่มันฝึกฝนยากลำบาก นอกจากจะต้องร่ายรำกระบวนท่า ยังต้องดึงดูดพลังภายนอกเพื่อสร้างเรกิเป็นเกราะหุ้มกาย มันใช้ได้ทันรุกและรับ ส่วนระดับพลังมันมิมีผู้ใดคาดเดาหรือสลักลายลักษณ์อักษรทิ้งไว้ คนส่วนใหญ่จึงรู้เพียงว่าเรกิยิงเห็นชัดจะยิ่งแข็งแกร่ง บางทีอาจเหมือนกับมีชีวิต
---จดหมายจากไรท์---
ไรท์ : เอาละย้ายบ้านเสร็จแล้วอะไรๆก็เสร็จแล้ว จากนี้จะค่อยๆลง ตอนนี้ลงเร็วกว่า 7 วันแน่นอน5555