บทที่ 21 ใช้พิษอย่างชาญฉลาด
หลังจากฟังพวกเขาพูดจบ จื่อเชียนเกอก็พอจะเข้าใจสถานะของพวกเขาแล้ว เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ฮั่นตั้น พวกเขาเป็ลูกพี่ลูกน้องของหลิวซีซวง เป็พวกเดียวกัน เ้าว่าข้าควรจะสั่งสอนพวกเขาเสียหน่อยดีหรือไม่?”
ฮั่นตั้นดูสนใจขึ้นมาทันที “เ้าจะทำอย่างไรหรือ?”
จื่อเชียนเกอยิ้มเบาๆ “พวกเขาไม่ได้มาหาเื่ข้า ก็ปล่อยพวกเขาไปเถอะเราใช้แค่ผงคันก็พอ”
ฮั่นตั้นหัวเราะ “ก็ได้”
หลังจากที่ทำสำเร็จ จื่อเชียนเกอก็อารมณ์ดีเป็พิเศษ เธอออกจากที่นั่นอย่างเงียบๆ แล้วเดินต่อไปข้างหน้า
องครักษ์ลับที่คอยติดตามและคุ้มกันเธออยู่ตลอดมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย
หลังจากสังเกตการณ์มาหลายวัน เขาก็เข้าใจศิษย์คนเล็กที่ท่านประมุขพากลับมาเป็อย่างดี สรุปได้ว่านางเป็คนที่ไม่ยอมเสียเปรียบใคร
เหล่าศิษย์สกุลหลิวค้นหาไปทั่วเทือกเขาฉีอวิ๋นหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงาของเด็กหญิงอายุแปดเก้าขวบ
ทุกคนเริ่มหงุดหงิด ศิษย์สองคนในชุดสกุลหลิวเดินไปบ่นไป
“เราก็หามาตั้งหลายวันแล้ว ยังไม่เจอเบาะแสอะไรเลย ฮูหยินใหญ่ก็ยังไม่ยอมถอนกำลังอีก ได้ยินว่าร้องไห้โวยวายอยู่ในจวนทุกวัน
ทั้งยังใช้เส้นสายของตระกูลตัวเองกดดันท่านผู้นำตระกูลกับเหล่าผู้าุโ ข้าเบื่อเต็มทีแล้ว”
อีกคนพูดอย่างหัวเสีย “เ้าจะหงุดหงิดไปทำไม ก็ถือเสียว่ามาฝึกฝน เื่ของเบื้องบนไม่ใช่สิ่งที่เราจะพูดได้ อดทนหน่อยก็แล้วกัน
เ้าไม่เห็นหรือว่า่นี้รองผู้นำตระกูลสงบลงมาก ไม่ก่อเื่แล้ว ข้าเชื่อว่าอีกไม่กี่วันพวกเราก็คงได้กลับแล้ว”
“เ้าน่าจะรู้ ข้ากับหลิวซีอวี๋ไม่ถูกกัน เคยมีเื่กันหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้นางก่อเื่เอง ข้าจะไปช่วยนางทำไม
หึ ข้ายังอยากให้นางถูกขังอยู่ในศาลบรรพชนตลอดไปเลย เห็นนางแล้วรำคาญ”
“คราวนี้นางก็ได้รับบทเรียนแล้ว ต่อไปน่าจะสำรวมขึ้นบ้าง เหล่าผู้าุโไม่พอใจกับการกระทำของนางมาก ต่อไปนางก็ต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่สามารถอวดดีได้อีกแล้ว”
จื่อเชียนเกอซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ใหญ่ข้างทางที่ไม่ใหญ่นัก เธอวางแผนที่จะรออยู่ตรงนี้ และแน่นอนว่าแค่รออยู่พักเดียวก็มีศิษย์สกุลหลิวเดินผ่านมา หลังจากฟังบทสนทนาของพวกเขาแล้ว เธอตัดสินใจที่จะปล่อยพวกเขาไป นิ้วเรียวของเธอดีดผงสีเขียวจางๆ ลงบนศีรษะของคนทั้งสอง
หลังจากที่คนทั้งสองเดินไปไกลแล้ว ฮั่นตั้นก็ถามขึ้น “พี่หญิง เมื่อครู่เ้าใช้ผงพิษอะไรหรือ?”
จื่อเชียนเกอยิ้ม “เอ่อ ข้ายังไม่ได้ตั้งชื่อ แต่พิษนี้ไม่ถึงตาย แค่ทำให้เส้นลมปราณของพวกเขาปวดร้าวสักสี่ห้าวัน”
ฮั่นตั้นอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจ “พี่หญิง เ้าคิดจะใช้วิธีนี้ไล่พวกเขาออกจากเทือกเขาฉีอวิ๋นใช่หรือไม่”
“ใช่ คนที่ข้าโกรธคือพี่น้องสกุลทั้งสามคนนั้นต่างหาก ถ้าเป็คนสนิทของพวกเขา ข้าจะไม่ปล่อยไปง่ายๆ หรอก พวกที่ไม่ได้สนิทกับพวกเขามากนัก แค่แกล้งเล็กๆ น้อยๆ ก็พอ” จื่อเชียนเกอพูดอย่างเรียบเฉย
ที่นี่เป็สถานที่ซุ่มโจมตีที่ดีจริงๆ ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ก็มีศิษย์สกุลหลิวผ่านมาสี่กลุ่มแล้ว แต่ระดับพลังของพวกเขาทั้งหมดอยู่เหนือระดับหวงเสวียน จื่อเชียนเกอไม่มีโอกาสได้ประลองฝีมือ จึงได้แต่ใช้ผงพิษแทน
หลังจากกลุ่มที่สี่เดินจากไป ฮั่นตั้นก็เสนอว่า “พี่หญิง เราเปลี่ยนที่กันเถอะ ครั้งนี้สกุลหลิวส่งคนที่มีอายุมากกว่ามา ระดับพลังล้วนอยู่เหนือระดับหวงเสวียน ถ้าเ้าปรากฏตัวเมื่อไหร่คงหนีไม่รอดแน่”
จื่อเชียนเกอพยักหน้า “ตกลง” พูดจบเธอก็ไถลลงมาจากต้นไม้อย่างรวดเร็ว เคลื่อนที่ผ่านป่าอย่างคล่องแคล่วเพื่อหาจุดซุ่มโจมตีต่อไป
เธอเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ ยุ่งอยู่เกือบสองชั่วยาม โปรยผงพิษไปยี่สิบกว่าถุง เห็นว่าใกล้ค่ำแล้ว ฮั่นตั้นก็เตือน “พี่หญิง เราเลิกเล่นกันเถอะ กลับกันได้แล้ว แถวนี้มีสัตว์อสูรเยอะ กลางคืนยิ่งอันตราย”
จื่อเชียนเกอก็คิดเช่นนั้นเช่นกัน เธอพูดอย่างเสียดายเล็กน้อย
“เฮ้อ อยากหาคนสกุลหลิวมาประลองฝีมือสักหน่อยก็ไม่ได้สมหวังเสียที มีแต่ระดับหวงเสวียนกับลวี่เสวียน ระดับพลังต่างกันมากเกินไป”
ฮั่นตั้นหัวเราะเบาๆ “พี่หญิง ที่จริงพร์ของพวกเขาก็ธรรมดามาก อายุก็ปาเข้าไปยี่สิบปีแล้ว ยังอยู่แค่ระดับหวงเสวียนกับลวี่เสวียน
ด้วยพร์และความสามารถของเ้า คาดว่าไม่ถึงสองปีก็จะเลื่อนขั้นเป็หวงเสวียนได้แล้ว ข้าเชื่อมั่นในตัวเ้านะ”
จื่อเชียนเกอยิ้ม “ก็ได้ เพื่อที่จะหาคู่ต่อสู้ ข้าก็ต้องรีบฝึกฝนให้หนักขึ้น”
ถึงแม้ว่าเธอจะคุยกับฮั่นตั้นผ่านทางกระแสจิต แต่ความเร็วในการเดินของเธอก็ไม่ได้ช้าลงเลย เมื่อใกล้ถึงหุบเขาที่พัก เธอก็พบกับศิษย์สกุลหลิวอีกสองคน
ฮั่นตั้นเตือน “พี่หญิง สองคนนี้มีระดับพลังต่ำที่สุดในบรรดาศิษย์ที่เราเจอวันนี้ ระดับพลังอยู่ที่เฉิงเสวียนขั้นห้าทั้งคู่ เ้าจะสู้หรือไม่”
จื่อเชียนเกอตอบอย่างไม่ลังเล “สู้!” พูดจบร่างของเธอก็หายวับไปในพริบตา
ศิษย์สกุลหลิวสองคนที่ตกเป็เป้าหมายกำลังหงุดหงิดใจ คนเตี้ยพูดอย่างกระสับกระส่าย
“ซื่อหยวน วันนี้ก็ยังไม่ได้ข่าวของเด็กขอทานนั่นอีก พวกเรากลับไปต้องถูกคุณชายใหญ่ตำหนิอีกแน่”
คนตัวสูงก็กังวลเช่นกัน “ถ้าแค่ถูกตำหนิก็ยังดี ข้ากลัวว่าคุณชายใหญ่จะคิดว่าพวกเราทำงานไม่ได้เื่ แล้วจะให้พวกเราไปดูแลกิจการของตระกูลแทนน่ะสิ”
สีหน้าของคนเตี้ยเปลี่ยนไปอย่างกังวล “ไม่หรอกกระมัง ถ้าเป็เช่นนั้น พวกเราก็ซวยแล้วจริงๆ ”
คนตัวสูงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงลมเย็นๆ พัดมาจากด้านหลัง เขาเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว ะโว่า “ระวัง!”
แต่น่าเสียดายที่คำเตือนของเขามันช้าไปแล้ว เมื่อเขาหันกลับไป ก็เห็นปลายดาบแหลมคมปักอยู่ที่หน้าอกของคนเตี้ย เืพุ่งกระฉูดออกมา ดาบเล่มนี้แทงทะลุหัวใจจากด้านหลังอย่างชัดเจน
คนเตี้ยกระอักเืออกมาคำใหญ่ หันกลับไปอย่างช้าๆ เพื่อที่จะได้เห็นหน้าฆาตกรเป็ครั้งสุดท้าย
จื่อเชียนเกอยิ้มเยาะเย้ยให้เขา พลางโบกมืออย่างขี้เล่นแล้วพูดว่า
“ลาก่อนนะ!”
คนเตี้ยตายตาไม่หลับจริงๆ ตอนที่ร่างของเขาล้มลงกับพื้น ดวงตาทั้งสองข้างยังคงจ้องมองมาที่เธอ
เขาไม่คิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาตายด้วยน้ำมือของเด็กคนหนึ่ง แถมยังเป็เด็กที่สกุลหลิวส่งคนออกตามหามาหลายร้อยคนก็ยังหาไม่เจอ
คนตัวสูงไม่คิดเลยว่าเพื่อนของเขาจะตายต่อหน้าต่อตาในพริบตา เมื่อเขาเห็นหน้าตาของฆาตกร เขาก็ร้องออกมาด้วยความใ “เ้า!”
จื่อเชียนเกอเช็ดคราบเืบนดาบสั้นอย่างไม่ใส่ใจแล้วยิ้มเยาะ “ข้าเอง ตามหาข้าตั้งหลายวัน ในที่สุดก็เจอแล้ว ดีใจหรือไม่?”
คนตัวสูงมองไปที่เพื่อนที่ตายตาไม่หลับ กัดฟันพูดว่า “ดีใจ? นังเด็กบ้า เ้าฆ่าสหายข้า ข้าจะแก้แค้นให้เขา”
จื่อเชียนเกอยิ้ม “ได้เลย เชิญ!”