ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 205 ธาตุชีวิตไม้

“ตูมม!”

เสียงฝีเท้าของนาฟกระแทกลงสู่พื้นดินด้วยความเร็วพื้นดินสั่นสะเทือนจากแรงเหยียบ

เสียงสายลมหวีดหวิวรอบตัว เสือดำลายขาวพุ่งตัวออกมาอย่างรวดเร็วเงาร่างของมันกลายเป็นเส้นสายสีดำตัดผ่านกลางอากาศเข้ามาประชิดตัวนาฟทันที

 แต่ดาบใหญ่ในมือของนาฟฟาดลงไปตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

“เปรี้ยง!”

แรงฟันดาบผ่าผ่านอากาศเป็นเสียงหวิวดังสนั่น

เสียงโลหะปะทะกันดังก้องเสือดำลายขาวเบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด ก่อนที่มันจะขยับถอยไปตั้งหลัก แต่นาฟก็พุ่งตามไปด้วยความเร็วเท่าที่ร่างกายจะรับไหวดาบใหญ่ถูกยกขึ้นอีกครั้ง พร้อมปลดปล่อยพลังทั้งหมดลงไปในการโจมตี

“โครมมม!”

ในขณะนั้นเองอสรพิษเกล็ดหนาก็โผล่พุ่งขึ้นจากใต้ดินหัวของมันขยายใหญ่คมเขี้ยวเผยออกมาพร้อมที่จะกัดทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าแต่มืออีกข้างของนาฟพลันยกขึ้น ปล่อย “ดัชนีสุญญากาศ” ออกไป

กวาดล้างทางข้างหน้าจนเศษหินดินทรายกระจายกระจุยอสรพิษต้องเบี่ยงตัวหลบฉากออกไปด้านข้าง แต่ความเร็วของมันไม่ได้ลดลงเลย

นาฟหันกลับมาปลายดาบใหญ่ฟาดฟันเข้าหาตัวเสือดำอีกครั้ง คราวนี้มันไม่สามารถหลบได้ทัน

“เคร้งงง!”

เสียงดาบกระทบกับเกล็ดของมันดังก้องร่างของมันกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว พร้อมรอยร้าวที่เกิดขึ้นตามร่าง แต่ยังไม่ทันที่นาฟจะทันได้ตั้งตัวอสรพิษก็พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง เลื้อยเป็นวงกลมปิดเส้นทางและหดเล็กลงเรื่อยๆเตรียมรัดร่างของนาฟ

ถ้าแรงรัดที่มีพลังมหาศาลระดับนี้รัดลงบนร่างของเขาคงถูกบีบรัดจนกระดูกแตกแน่ นาฟขยับแขนข้างซ้ายปลดปล่อยพลังออกมาประกายแสงส่องแสงเจิดจ้าพร้อมกับโล่พลังงานทรงโดมที่ก่อตัวขึ้นอย่างฉับพลัน

“ฟู่!”

โล่รูปโดมคลุมร่างกายของเขาไว้ทั้งหมด

แรงบีบมหาศาลของอสรพิษถูกต้านทานไว้อย่างสมบูรณ์มันพยายามรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่สามารถทะลุผ่านเกราะป้องกันนี้ได้

นาฟรีดเร้นพลังลงช่วงล่างอีกครั้งขณะปลดปล่อยพลัง

“ย่างเวหา”

กระโดดทะยานออกมาจากการพันธนาการอย่างรวดเร็วร่างของนาฟพุ่งขึ้นไปกลางอากาศ

ทว่าเสือดำลายขาวที่ซุ่มอยู่บนที่สูงก็ไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปมันพุ่งตัวลงมาจากเบื้องบนด้วยความเร็วที่น่ากลัวเงาของกรงเล็บยักษ์คมกริบที่เต็มไปด้วยพลังทำลายพุ่งตรงมาทางนาฟ มันตั้งใจจะตะปบนาฟให้ร่วงลงสู่พื้นดินด้วยพลังที่ท่วมท้น

นาฟหมุนตัวกลางอากาศดาบใหญ่ในมือขวาของเขาเหวี่ยงออกไปต้านทานแรงปะทะ

“เคร้งงงง!”

กรงเล็บคมกริบของเสือดำปะทะเข้ากับดาบใหญ่เสียงดังสนั่น

แรงปะทะมหาศาลส่งทั้งสองร่างกระเด็นออกจากกันร่างนาฟพุ่งกลับลงสู่พื้นด้วยความเร็ว

ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้น นาฟยกขาขวากระทืบพื้นดิน

“ย่างเวหา...ทำลาย!”

“ตูมมม!”

เกิดเป็นแรงระเบิดบนพื้นดินส่งแรงระเบิดออกไปรอบฝุ่นควันพุ่งกระจายบดบังทุกทิศทางเพื่อกวาดล้างเส้นทางการจู่โจมของสัตว์จำแลงทั้งสอง

 

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมให้ใครสายตาของนาฟเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขารู้ดีว่า หากพลาดแม้แต่เพียงเสี้ยววินาทีผลที่ตามมาอาจร้ายแรงเกินกว่าจะแก้ไข

องค์ชายสามที่เฝ้าสังเกตการต่อสู้ของนาฟ มองเห็นการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วการตอบสนองที่รวดเร็ว และการใช้พลังที่เชี่ยวชาญในการต่อสู้กับสัตว์จำแลงสองตัวนี้

ดวงตาขององค์ชายแฝงด้วยความประทับใจ แม้นาฟจะอยู่ในระดับพลังที่ต่ำกว่าสัตว์จำแลงแต่ความสามารถในการรับมือนั้นเกินกว่าผู้ใช้พลังทั่วไปจะทำได้

“น่าประหลาดใจจริงๆ เขาเป็นแค่ผู้ใช้พลังระดับ 3แน่รึ!” องค์ชายพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มบางๆกับความรู้สึกภาคภูมิใจ

 

ในขณะเดียวกัน มฤตยูดำที่เฝ้ามองการต่อสู้จากอีกด้านหนึ่งก็กำลังจับตามองอย่างเงียบๆดวงตาของเขาบ่งบอกความรู้สึกหลายอย่าง เต็มไปด้วยความอาฆาตอยากทำลายและอีกความรู้สึกก็ทั้งสงสัยและชื่นชมเช่นกัน

“ไม่เลวเลยจริงๆ สมกับเป็นคนที่สมาคมต้องการตัว        ดูเหมือนข่าวลือจะไม่ได้เกินจริงเลยความเฉียบคมของประสาทสัมผัสนี้ช่างน่าทึ่งนัก!”

เสียงของมฤตยูดำที่กล่าวออกมาเบาๆ

“แต่ยังไง.....แกก็ต้องตาย!”

 

ขณะที่นาฟพยายามครุ่นคิดถึงวิธีการต่อสู้อยู่นั้นเสียงอันแผ่วเบาของปราชญ์หวางก็ดังขึ้นมาในหัวอีกครั้งเสียงนั้นแฝงด้วยความสงบและมั่นคงแม้สถานการณ์รอบข้างจะวุ่นวายและเต็มไปด้วยการต่อสู้ แต่เสียงของปราชญ์กลับทำให้จิตใจของนาฟนิ่งไปชั่วขณะ

“เจ้าหนุ่ม...ฟังให้ดี”

เสียงของปราชญ์กระซิบแต่ดังชัดเจนในหัว

 “ลูกแสงที่ติดตามเจ้าอยู่ตลอดเป็นธาตุแห่งชีวิตที่แตกตัวมาจากธาตุชีวิตไม้ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของโลกมิติใบนี้ ข้าไม่รู้ว่าทำไมมันถึงติดตามเจ้านะ....แต่ว่ามันต้องการให้เจ้าควบคุมมันมันต้องการให้เจ้าเป็นเจ้าของมัน

ข้าอนุญาตให้เจ้าครอบครองพลังนี้ได้มันจะช่วยเจ้าได้ในความได้เปรียบเชิงพื้นที่และทำให้เจ้าเชื่อมโยงกับพลังของโลกมิติใบนี้ได้ในช่วงเวลาสั้นๆ”

นาฟตาเบิกกว้าง ความคิดมากมายพุ่งเข้ามาในหัว

“นี่....ท่านปราชญ์มองเห็นมาตลอดเลยสินะว่าเจ้าลูกแสงนี่ มันตามเราอยู่ตลอด!”

จริงๆ แล้วนาฟตระหนักมาตลอดถึงธาตุแห่งชีวิตนี้ เขารู้สึกถึงมาตลอดมันเคลื่อนที่ตามเขาตั้งแต่เขาเข้าสู่การแข่งขันไม่ห่างเลย

 

 “ถ้าเจ้ายอมรับมันเจ้าจะสามารถใช้พลังนั้นเพื่อต่อสู้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ได้” ปราชญ์หวางกล่าวต่อด้วยความสงบ

 

นาฟเข้าใจว่าทำไมธาตุแห่งชีวิตนี้ถึงตามติดเขามาตลอดเขามีเศษเสี้ยวธาตุแห่งชีวิตทั้งห้าในร่างกายสามารถเชื่อมโยงกับมันได้

“เข้าใจแล้วในเมื่อมันเคยเป็นส่วนหนึ่งของโลกมิติใบนี้...ถ้าเรายอมรับ มันจะเชื่อมโยงกับสถานที่นี้อีกครั้ง....."