ระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง

    การต่อสู้ 3

    ในวินาทีถัดมา...

    ตูมมมม!!

    หมัดของเล่ยเฉินระเบิดหัวของอู๋จ้าวทันที! ร่างที่ขาดครึ่งและอาบไปด้วยเลือดของอู๋จ้าวนอนแน่นิ่ง พร้อมหัวที่หายไป เลือดและเศษเนื้อสาดกระเซ็นไปทั่วลานประลอง เงียบ... เย็น... ตายสนิท

    "สามี!!"

    เสียงกรีดร้องของจางฟู่ดังลั่น สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความตกใจสุดขีด

    แต่ก่อนที่นางจะได้ทันทำอะไร ฮ่าวหยางก็กระโดดขึ้นมาจากด้านหลัง เตะก้านคอของนางอย่างแรง!

    "อ๊าาาา!"

    เสียงร้องสุดท้ายหลุดจากปาก ก่อนที่ร่างของจางฟู่จะสิ้นใจในทันที

    ทว่า...

    ร่างของนางกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!

    "แก! ตายซะ!" จางฟู่ตะโกนออกมาอย่างแค้นเคือง

    ยังไม่ทันที่นางจะได้ขยับตัว เคียวสีดำของซูไป๋หนิงก็ฟันเข้าที่คอของนางอย่างแม่นยำ หัวของจางฟู่ขาดกระเด็น ร่างทรุดลงอีกครั้ง

    แต่ยังไม่ทันถึงอึดใจ ร่างของนางก็ฟื้นขึ้นมาอีกเป็นรอบที่สอง!

    ครั้งนี้ หรงหลี่เซียนไม่รอช้า พุ่งเข้าใส่ด้วยพลังทั้งหมด ระเบิดหัวใจและศีรษะของจางฟู่ในพริบตา

    แต่...

    นางฟื้นอีกครั้ง!!

    "ไม่ตายอีกเรอะ..." เฟิ่งหวงจุนขมวดคิ้ว ก่อนจะสะบัดมือแยกร่างของนางออกเป็นหมื่นส่วนกลางอากาศ

    "น่าจะจบชีวิตแล้วรึเปล่า" ฮ่าวหยางพูดขึ้นเสียงเรียบ ขณะเช็ดเลือดของจางฟู่ออกจากหน้าผาก

    ทันใดนั้น

    เปรี้ยงงง!!

    สายฟ้าสีฟ้าขาวเส้นหนา พุ่งฟาดลงใส่ทั้งสี่คนทันที! พลังทำลายล้างมหาศาลปะทะลงกลางลานประลองอย่างรุนแรง

    แต่ผู้อาวุโสของดินแดนศักดิ์สิทธิ์รีบสร้างรูปแบบป้องกันขึ้นมาทันเวลา แสงสีทองห่อหุ้มร่างของพวกเขาไว้พอดี

    ทว่า... รูปแบบนั้นก็แตกกระจายทันทีที่สายฟ้าฟาดใส่ แต่สายฟ้าก็สลายไปด้วยเช่นกัน

    "นี่งั้นเหรอ... ลูกรักของสวรรค์? ช่างน่ารังเกียจจริงๆ ..." ฮ่าวหยางสบถออกมาอย่างหัวเสีย

    พวกเขาทุกคนรู้ดี เพราะเคยได้ยินเรื่องของ บุตรแห่งโชคชะตา และ ธิดาแห่งโชคชะตา จากหานหมิงมาก่อน จึงไม่แปลกใจที่จางฟู่จะได้รับการช่วยเหลือจากสวรรค์

    "ขอบคุณผู้อาวุโสไป๋!" ทั้งสี่คนกล่าวพร้อมกัน

    ไป๋จิงเซินที่ยืนอยู่ด้านข้างเพียงยิ้ม ก่อนจะชูสองนิ้วให้พวกเขาอย่างไม่ทุกข์ร้อนใดๆ

    ในขณะนั้นเอง เล่ยเฉินกลับรู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติในร่างของอู๋จ้าว เขารีบหยิบยาที่อาจารย์ของเขาเคยมอบไว้ขึ้นมากินในทันที

    เพียงพริบตาเดียว พลังการบ่มเพาะของเขาก็พุ่งทะลุไปยังระดับนักบุญขั้นที่ 9 ทันที! ซึ่งเป็นระดับที่ร่างกายของเขาสามารถรับไหวโดยไม่ต้องเสียเวลาฟื้นฟูนานนัก หลังฤทธิ์ยาหมด

    แม้อาจารย์ของเขาจะมีเม็ดยาที่ทำให้ทะลุถึงระดับกึ่งจักรพรรดิได้ แต่ก็ห้ามใช้ยกเว้นอยู่ในสภาพใกล้ตายจริงๆ

    เล่ยเฉินไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าใส่ร่างไร้วิญญาณของอู๋จ้าวในทันที ก่อนจะใช้กระบี่ตัดมันออกเป็นชิ้นๆ

    แต่ทันใดนั้น

    ตูมมมมมม!!

    ออร่าพลังปีศาจมหาศาลพรั่งพรูขึ้นสู่ท้องฟ้า ร่างของอู๋จ้าวที่ถูกตัดเป็นชิ้นๆ ค่อยๆ รวมตัวกันอีกครั้ง!

    "พี่ชายอู๋!" หนิงซินเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม

    แต่ก่อนที่นางจะได้มีความสุขไปมากกว่านี้

    ตูม!!

    คลื่นพลังแห่งความว่างเปล่าพุ่งเฉียดหัวของหนิงซินไปเพียงเส้นผม! โชคดีที่พลังศักดิ์สิทธิ์ของเต๋าสวรรค์สามารถป้องกันเอาไว้ได้ทันเวลา

    เปรี้ยง!!

    สายฟ้าอีกเส้นฟาดลงใส่เฟิ่งหวงจุนทันที แต่ไป๋จิงเซินก็สร้างรูปแบบป้องกันขึ้นมารับไว้ได้พอดีเช่นกัน

    แต่ขณะนั้นเอง...

    ออร่าของอู๋จ้าวพลันพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างบ้าคลั่ง จากระดับรวบรวมชี่ พุ่งทะลุไปยังการสร้างรากฐาน แกนทองคำ วิญญาณแรกเริ่ม ก่อตั้งวิญญาณ

    เล่ยเฉินไม่รอช้า พุ่งเข้าไปมุ่งหมายจะสังหารอู๋จ้าว แต่กลับถูกเงาดำประหลาดบางอย่างขัดขวางไว้ กลิ่นอายของมันแผ่กระจายราวกับปีศาจ

    ในตอนนั้นเอง ออร่าปีศาจของอู๋จ้าวก็แผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน มันล้นทะลักจนทำให้ทั่วทั้งท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยพลังอันมืดมิดระดับการบ่มเพาะของอู๋จ้าวเพิ่มขึ้น การรวมร่าง นิพพาน ถ้ำสวรรค์ นักบุญ และในพริบตาเดียว... ทะลุขึ้นสู่ระดับราชานักบุญขั้นที่ 9!

    คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะที่เห็นฉากนั้น... กลับยิ้มออกมาพร้อมกันจนปากแทบจะฉีกถึงหู

    แต่ในจังหวะที่พวกเขากำลังจะรีบเข้าไปช่วยเล่ยเฉินจากจุดที่ค่อนข้างอันตราย

    ตูม!

    ออร่าความตายที่เย็นยะเยือกพลันพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างรุนแรง พลังนั้นมาจาก... พ่อของเล่ยเฉิน และด้านหลังเขา ยังมีเงาของบรรพบุรุษตระกูลอู๋อีก 25 คน ที่ล้วนอยู่ในระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ พุ่งทะยานออกมาจากเบื้องบนของท้องฟ้า

    ไป๋จิงเซินหัวเราะเบาๆ ก่อนเอ่ยด้วยเสียงเรียบ

    “ทุ่มหมดตัวเลยงั้นเหรอ”

    “ว่าแต่ยัยหนู...หยุนเจินอิง เห็นอะไรกันแน่ ถึงได้มั่นใจนักว่าเราจะชนะ โดยไม่เสียใครไปเลย?”

    หลัวหยุนไห่พูดขึ้น

    “บางที... ยัยหนูหยุนอาจจะไม่เห็นค่าการตายของเจ้าก็ได้ เราเลยไม่ได้เสียใครไป”

    ไป๋จิงเซินหัวเราะแล้วด่ากลับไปทันที

    “พูดไม่ดูเงาหัวตัวเองเลยนะ ไอ้หงอกเอ๊ย...”

    ทันใดนั้นเอง!

    ตูมมม!!

    ออร่าของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อีก 20 คน พลันพุ่งขึ้นมาจากด้านของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะ สั่นสะเทือนทั้งฟากฟ้า ก่อนที่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 2 ฝั่งที่เป็นกำลังเสริมจะเริ่มต่อสู้กันในทันที

    เหนือท้องฟ้าของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะ พายุพลังวิญญาณพัดกระหน่ำบิดเบี้ยวไปทั่ว กลางเวหากลายเป็นสมรภูมิเลือด พื้นฟ้าแยกออกเป็นเส้นดำ พลังแห่งการบ่มเพาะระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ปะทะกันจนแม้แต่ผืนฟ้ายังไม่กล้าโค้งตามแรงลม

    ที่นี่... ไม่มีที่ยืนสำหรับ กึ่งจักรพรรดิระดับต่ำกว่าขั้นที่ 9 แม้แต่ จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ที่อ่อนแอ... ยังถูกฉีกทิ้งราวกับใบไม้

    แค่เพียงกะพริบตาครั้งเดียวและลดการป้องกันลงแม้แต่นิดเดียว ก็อาจจะถูกลบหายไปจากโลกใบนี้ได้โดยไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองตายอย่างไง

    ตูมมม!!

    คลื่นน้ำขนาดมหึมาฟาดใส่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จากตระกูลอู๋ร่างหนึ่ง จนร่างฉีกกระจายกลางอากาศ เลือดปนกับหยดน้ำฝนร่วงหล่นราวน้ำตก

    อาวุธจักรพรรดิเปล่งพลังอัดกันระลอกแล้วระลอกเล่า แสงของคมดาบ รูปแบบของอักขระ ออร่าระดับสูง พลังแห่งธาตุ สาดใส่กันทุกวินาที

    พลังทำลายล้างมากมายซัดเข้าหากันจนเมฆเหนือฟ้าแยกตัวออกในรัศมีหลายล้านกิโลเมตร พื้นดินนอกขอบเขตรูปแบบของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำแตกร้าว พังทลายเป็นทางยาวราวกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ แรงกระแทกที่ทะลุออกจากสนามรบ ดึงดูดสายตาของผู้คนมากมายจากทั่วโลก

    “บ้าเอ๊ย! เกิดบ้าอะไรกันที่นี่ ทำไมถึงมีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ต่อสู้กันเยอะขนาดนี้!”

    “ใครต่อสู้กับใครกัน!”

    “ฝั่งหนึ่งต้องเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะแน่ แต่ฝั่งตรงข้ามคือใครกัน... ข้าไม่รู้เลย!”

    เสียงร้องตะโกน ความแตกตื่น และเสียงระเบิดดังก้องไปทั่ว

    ตูมมมมมมมม!!

    เสียงระเบิดพลังขนาดใหญ่สะเทือนฟ้า เรือเหาะนับพันลำที่ลอยอยู่รอบดินแดนศักดิ์สิทธิ์ร่วงหล่นอย่างไร้การควบคุม เศษเหล็กและศพมนุษย์ปะปนกันตกลงสู่พื้นราวกับห่าฝนเลือด

    แม้แต่คนที่อยู่ห่างจากสนามรบหลายล้านกิโลเมตร แค่สัมผัสแรงสั่นสะเทือนของคลื่นพลัง ยังแทบจะกระอักเลือดตายคาที่

    “ศิษย์พี่! เราควรแจ้งท่านผู้นำหรือไม่!” เสียงชายคนหนึ่งร้องถามอย่างตื่นตระหนก “ข้าสัมผัสได้ถึงออร่าของตระกูลอู๋อย่างชัดเจน!”

    หญิงสาวข้างๆ สะบัดหน้า รีบพูด “แจ้งเร็วเข้า! ถ้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะพัง เราก็อาจเป็นรายต่อไปได้!”

    ไม่นานนัก กองกำลังจากนิกายต่างๆ ที่ไม่ได้อยู่ใต้อำนาจของตระกูลอู๋ รีบส่งข้อความกลับไปยังกองกำลังของตัวเอง บางคนถึงกับเปิดรูปแบบเคลื่อนย้ายฉุกเฉินทันที

    แต่ในเวลาเดียวกัน บนท้องฟ้า...

    ตูม! ตูม! ตูม!!

    เสียงระเบิดของเรือลำแล้วลำเล่าดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    หานหมิงเพียงยกมือ ชี้ไปที่กลุ่มเรือเหาะของราชวงศ์หยินหยาง แสงสว่างสีทองน้ำเงินพุ่งออกจากปลายนิ้ว แปรเปลี่ยนเป็นสายฟ้าแสงทำลาย

    เรือเหาะนับพันลำถูกทำลายอย่างรวดเร็วด้วยการชี้นิ้วเพียงครั้งเดียว กลางอากาศ เหนือร่างกายของม้าที่บาดเจ็บสาหัส... หญิงสาวผมขาวดำร่างสะบักสะบอมลอยอยู่กลางฟ้า เลือดไหลจากปาก ร่างของนางสั่นไหวเหมือนจะตายได้ทุกเมื่อ

    “เจ้า... เจ้าเป็นตัวบ้าอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้!”

    หานหมิงไม่ได้สนใจที่จะตอบคำถามของนางแม้แต่คำเดียว ดวงตาของเขาไร้อารมณ์ เขาชี้ปลายนิ้วไปที่กลางหน้าผากของนางทันที

    แสงสีทองพุ่งตรงเป็นเส้นแหลมคม ไปที่หัวของแม่ของเล่ยเฉิน

    แต่...

    เปรี้ยงงงง!!

    สายฟ้าสีทองประหลาดจากท้องฟ้าฟาดลงใส่หานหมิงพอดี จนผืนฟ้าสะเทือน เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องจนกลบเสียงทุกอย่าง ระบบในตัวหานหมิงแทรกขึ้น ป้องกันพลังสายฟ้าเอาไว้ทั้งหมดทันที

    หานหมิงเอียงหน้าเล็กน้อยก่อนจะถามอย่างเรียบเฉย “ข้าสามารถฆ่านางได้ไหม?”

    [ฆ่าได้ โฮสต์... แต่จิตวิญญาณของนางจะรอดไปได้ โดยการช่วยเหลือของเต๋าสวรรค์ และจะกลับมาพร้อมความแข็งแกร่งที่มากกว่าเดิม]

    หานหมิงพยักหน้าเบาๆ จากนั้น…

    ฉึบ!

    ความว่างเปล่าถูกแหวกออก ชายชราในชุดคลุมม่วงเลือดพร้อมหน้ากากทองก้าวออกมาจากความว่างเปล่า จ้าวหงหลง

    “รูปแบบการเคลื่อนย้ายระยะไกล พร้อมแล้ว”

    หานหมิงพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหันไปมองที่อีกฝั่งของสนามรบ

    ที่นั่น... มู่หนานซือกำลังใช้คลื่นน้ำสังหารจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่คนที่ 7 ลงอย่างง่ายดาย สายน้ำรอบตัวนางเปลี่ยนเป็นกระแสดาบล่องหน ฟันทะลุขอบฟ้าเป็นเส้นยาวอย่างน่าสยดสยอง

    หานหมิงส่งเสียงภายในไปหามู่หนานซือพร้อมส่งคำสั่งควบคุมหุ่นเชิดระดับกึ่งจักรพรรดิจำนวนหนึ่งพันกว่าตัวให้นาง

    “ฝากดูแลศิษย์ของข้าด้วยอย่าให้พวกเขาตายละท่านเจ้าสำนัก”

    มู่หนานซือพยักหน้าอย่างเงียบๆ แววตาของนางไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย

    เมื่อทุกอย่างพร้อม หานหมิงก็เปิดประตูแห่งความว่างเปล่าขึ้น ก้าวหายไปพร้อมกับจ้าวหงหลง โดยปล่อยแม่ของเล่ยเฉินไว้ในความมึนงง

    คล้ายกับเรื่องระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง ที่คุณอ่าน