บทที่ 103 ผลการทดสอบ
ซูหยวนไม่ได้ปฏิเสธอีกต่อไป แม้ว่าเนื้อย่างที่ไม่อร่อยนี้จะไม่ได้ทำให้เธอพอใจเฉกเช่นที่ประธานจางต้องการ ทว่า...เธอไม่สามารถแสดงออกเหมือนไม่ต้องการได้ เนื้อย่างพวกนี้ไม่ใช่อาหารปกติ ขนาดจางอู่หยางที่อยากจะเอามาเพื่อเอาอกเอาใจอันซูหยวนก็ยังไม่สามารถปล่อยให้เธอนำออกไปข้างนอกได้ หากเธอต้องการที่จะกิน ก็ต้องกินต่อหน้าเขาทั้งหมด
ใช้เวลาไม่นาน เนื้อย่างที่เต็มไปด้วยพลังงานก็ถูกกินจนหมด ซูหยวนไม่ได้พูดคุยกับประธานจางของเธอหลังจากนั้น มีเพียงการพูดคุยกันอีกสองสามคำก่อนจะแยกย้าย จางอู่หยางเองก็ไม่ได้รั้งไว้ ตัวเขาไม่ใช่คนว่างงาน ที่ใช้เวลากับซูหยวนมากขนาดนี้ก็มากพอที่จะทำให้องค์กรระส่ำระส่ายแล้ว เอกสารมากมายยังคงรอเขาอนุมัติ ไหนจะเรื่องที่ต้องเตรียมพร้อมเพื่อร่วมมือกับกองทัพอีก
สุดท้าย ทั้งสองก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง เพราะงานของซูหยวนเสร็จแล้ว เธอจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่กองทัพเพื่อทำงานอีก ยังมีเวลาก่อนที่จะเปิดเรียนภาคเรียนที่สองอีกไม่กี่วัน นอกจากจะเอาเวลาไปลงทะเบียนแล้ว ซูหยวนก็เก็บตัวอยู่ในห้องสมุดตลอด ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็สามารถอ่านหนังสือทั้งหมดได้แล้ว
น่าเสียดายที่เวลาพักผ่อนหมดไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดภาคเรียนที่สองก็เปิดอย่างเป็นทางการ นักเรียนชั้นปีที่ 1 ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นกันมากสำหรับวันนี้ เนื่องจากเป็นการเปิดเรียนวันแรก สถาบันจึงเตรียมนำผลการทดสอบของนักเรียนชั้นปีที่ 1 มาแสดงในวันนี้
ทุกคนคาดหวังกับผลลัพธ์นี้ไม่น้อยเลย ไม่เพียงแค่ตั๋วทรัพยากรที่จะได้เพิ่มเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น ผลการทดสอบที่ยอดเยี่ยมนี้จะเป็นการบ่งบอกอะไรหลายๆอย่าง กับนักเรียนบางคน...พวกเขาสามารถเปิดเส้นทางให้กับชีวิตของตนเองได้เลย ยกตัวอย่างเช่น นักเรียนที่อยากจะเป็นนักวิจัย อาจารย์ หรือแม้แต่ผู้วางกลยุทธ์ บางคนมาตระกูลรอฟังผลอยู่ข้างหลัง หากผลคะแนนออกมาไม่ดี อาจจะทำให้ถูกตำหนิเอาได้
เรื่องคะแนนทดสอบยังเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญว่านักเรียนคนนั้น แท้จริงแล้วมีดีแค่เรื่องกำลังกาย หรือว่ามีสติปัญญาที่ยอดเยี่ยมด้วย หลายครั้งที่นักล่าออกไปปฏิบัติภารกิจและไม่สามารถกลับมาได้ พวกเขาเชื่อว่าตัวชี้วัดเหล่านี้มีผลในการคัดกรองคน
อีกอย่าง นี่เป็นการทดสอบเกี่ยวกับความรู้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นพื้นฐานนักล่า หรืออื่นๆ หากความรู้พื้นฐานก็ยังไม่มี ถ้าอย่างนั้นก็ไม่อาจจะเอาตัวรอดได้ง่ายๆแล้ว
ขนาดในกองทัพ ก่อนที่จะรับเข้ามาเป็นทหาร ยังจัดให้มีการทดสอบก่อนเข้าร่วมอยู่เลย หากเป็นฝ่ายปฏิบัติการก็ให้สอบแค่ความรู้ทั่วไป แต่ถ้าเป็นฝ่ายศึกษาวิจัย จำเป็นต้องทดสอบที่ยากมากขึ้นไปอีก
เพราะหลายสิ่งหลายอย่างขึ้นอยู่กับการทดสอบนี้ ผลของมันจึงสำคัญมาก!
อาจารย์ของสถาบันเป็นผู้รู้คะแนนก่อน นักเรียนทั้งหลายจึงคอยสังเกตเหล่าอาจารย์ว่าแสดงออกเช่นไรบ้าง ครั้งนี้มีอาจารย์เข้าร่วมฟังการประกาศผลเป็นจำนวนมาก พวกนักเรียนไม่อยากจะเชื่อว่าขนาดอาจารย์เติ้งที่มีงานรัดตัวก็ยังมาที่นี่กับเขาด้วย
ปกติ...ไม่ว่าจะมีงานอะไรก็ตาม อาจารย์เติ้งผู้นี้ก็จะปฏิเสธอยู่เสมอ และสถาบันก็ทำอะไรเขาไม่ได้ เพราะงานของอาจารย์เติ้งถือเป็นงานสำคัญจริงๆ ทางกองทัพมักจะเรียกตัวเขาไปเสมอ และถ้าสถาบันกล้าที่จะปฏิเสธโดยบังคับให้อาจารย์เติ้งอยู่ที่สถาบัน ต่อไปเมื่อกองทัพมีอะไร ก็ไม่น่าจะมาถึงมือสถาบันแล้ว...
หลายคนคาดเดาว่าอาจารย์เติ้งมาที่นี่เพราะเขามีศิษย์อยู่ชั้นปีที่หนึ่งและเข้าร่วมทดสอบด้วย คงจะมาเพื่อสั่งสอนศิษย์ของตนไปในตัว แต่หลายคนก็พูดกันว่าปีก่อนๆ อาจารย์เติ้งไม่ใช่ผู้ที่จะมาสนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ พูดให้ถูกก็คือ...นี่นับว่าเป็นครั้งแรก ที่อาจารย์เติ้งจะปรากฏตัวเพื่อศิษย์ของเขา
ซูหยวนไม่ได้คาดเดาว่าอาจารย์เติ้งมาที่นี่ทำไม เธออยากรู้แค่ผลการทดสอบของตนเองเท่านั้น หากเธอสอบได้อันดับหนึ่ง สิ่งต่างๆที่คาดหวังไว้คงจะผ่านไปด้วยดี ครอบครัวอันจะกลายเป็นพลเมืองในเขตชั้นกลาง อย่างน้อยๆ...พวกเขาก็หนีห่างจากสารพิษข้างนอกนั่นในยามพักผ่อน อีกอย่าง....บรรยากาศในเขตชั้นกลางดีกว่าเขตชั้นนอกมากๆ พวกที่เคยคิดจะล่อลวงไปทำร้ายครอบครัวของเธอ หากต้องการลงมือก็ต้องคิดซ้ำสอง
“นักเรียนทุนอัน เธอคิดว่าครั้งนี้สถาบันของเราจะเป็นยังไงบ้าง คิดว่าจะมีคนสอบติดหนึ่งในร้อยอันดับไหม” นักเรียนจางเฟยกระซิบถาม
“ติดร้อยอันดับหรอ?”
“ใช่ ฉันหมายถึงร้อยอันดับเมื่อเทียบกับนักเรียนทั้งหมดน่ะ ที่ผ่านมา...สถาบันของพวกเรามีนักเรียนที่ติดร้อยอันดับอยู่บ้างคนสองคนนะ ถ้าปีของพวกเราไม่มีใครติดร้อยอันดับแรกเลย คงจะน่าอายไม่น้อย” จางเฟยหัวเราะเบาๆ
“สถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง ได้ชื่อว่า “อันดับหนึ่ง” ที่จริงแล้วเป็นเพราะพวกเรารวบรวมคนกลางๆเอาไว้ทั้งหมด นี่คือสิ่งที่สถาบันอื่นๆพูดกัน เพราะพวกเราไม่ได้เป็นนักล่าที่เก่งกาจที่สุดจนชนะทุกการแข่งขัน เทียบกับสถาบันเพลิงพลองที่ค่าเฉลี่ยดีกว่าแล้ว พวกเราก็อาจจะเป็นอันดับสองหรืออันดับสาม”
“ในขณะที่เรื่องการทดสอบความรู้ นักเรียนของสถาบันเพลิงพลองนั้นย่ำแย่มาก แต่ค่าเฉลี่ยของพวกเราก็ยังอยู่ในอันดับสองอันดับสาม รองจากพวกสถาบันที่เน้นงานวิจัยและงานศึกษาโดยเฉพาะอยู่ แต่สถาบันเหล่านั้น...การทดสอบปฏิบัติช่างห่วยแตกสิ้นดี ดังนั้นรวมๆแล้ว...สถาบันของพวกเราที่อยู่ต้นๆทุกเรื่องก็เลยมีค่าเฉลี่ยที่มากที่สุด”
“ไม่โดดเด่น แต่ก็ไม่ตกอันดับ สุดท้ายก็ยังได้ชื่อว่าสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งของมนุษย์ชาติอยู่ แน่นอนว่าเพราะเรื่องนี้....สถาบันของพวกเราถูกเปรียบเทียบและไม่ได้รับการยอมรับอยู่เสมอ เรียกว่าเป็นสถาบันดึงดูดความเกลียดชังเลยก็ว่าได้”
จางหวานหว่านเข้ามาอธิบายให้ซูหยวนฟังเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ เธอคิดว่าซูหยวนที่อยู่เขตชั้นนอกอาจจะไม่เคยรู้ปัญหาระหว่างสถาบันพวกนี้มาก่อน ในขณะที่พวกเขตชั้นในต่างก็มีประเด็นเรื่องนี้กันมานานแล้ว
ตระกูลไหนที่อยากส่งลูกของตนไปเป็นนักล่า พวกเขาจะเลือกสถาบันอื่นที่โดดเด่นมาก แต่บางตระกูลก็ส่งมาที่สถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง ความคิดที่ขัดแย้งกันนี้ทำให้พวกเขาต่อสู้กันอยู่เสมอ บางคนก็บอกว่าสถาบันที่ลูกเรียนนั้นดีที่สุด ในขณะที่อีกคนก็บอกว่าไม่ใช่
ในขณะที่พวกนักเรียนจากเขตชั้นกลาง ขอแค่ได้เข้ามาเรียนที่สถาบันอะไรสักอย่างก็มีความสุขมากแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเด็กจากเขตชั้นนอก พวกเขาจะมีโอกาสเหมือนกับซูหยวนมากเท่าไรเชียว...
ซูหยวนไม่ได้รู้เรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี้มาก่อน แต่หลังเข้าสถาบันแล้ว ย่อมต้องเคยอ่านกระทู้ผ่านตามาบ้าง เมื่อฟังคำอธิบายของจางหวานหว่าน เธอจึงเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องที่ผู้คนมักพูดขัดแย้งกัน
แน่นอนว่าหลังจากที่เธอรู้ แผนการทั้งหมดของซูหยวนก็ยังคงเหมือนเดิม เธอไม่ได้สนใจว่ากำลังทำเพื่อสถาบันอันดับหนึ่งอยู่หรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้วเธอกำลังทำเพื่อตัวเองอยู่ ตราบเท่าที่มีโอกาสจะกลายเป็นอันดับหนึ่งในการทดสอบ เธอก็จะพยายามอย่างสุดความสามารถ
“สวัสดีนักเรียนทุกคน ขอให้อยู่ในความสงบด้วย วันนี้อาจารย์มีข่าวดีและข่าวร้ายจะแจ้งให้ทุกคนรู้” คนเป็นอาจารย์ประกาศเรียกความสนใจของทุกคน
เมื่อนักเรียนได้ยินแบบนั้น แทนที่พวกเขาจะเงียบเสียง กลับตกใจกับคำว่า “ข่าวดีและข่าวร้าย” แทน ซึ่งถ้าเป็นเรื่องข่าวดี คงจะไม่มีใครกลัว แต่คำว่า “ข่าวร้าย” ต่างหาก ที่ทำให้พวกเขาไม่สบายใจ
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงบอกว่าจะพูดข่าวร้าย”
“มีข่าวร้ายอะไรเกิดขึ้นช่วงนี้ด้วยหรอ? หรือว่า...คะแนนของสถาบันออกมาไม่ดีกันล่ะ?”
“ถ้าคะแนนของสถาบันออกมาไม่ดี อย่างนั้นจะมีข่าวดีอะไรอีก”
“นั่นน่ะสิ วันนี้มารวมกันก็เพื่อประกาศผลคะแนนไม่ใช่หรอ? ถ้าบอกว่ามีข่าวร้าย อย่างนั้นก็เป็นข่าวร้ายเรื่องคะแนน? ตายแน่! ฉันเพิ่งจะพนันกับลูกพี่ลูกน้องที่ตระกูล แข่งกันว่าสถาบันไหนจะขึ้นอันดับจากการทดสอบนี้ ที่ผ่านมา...สถาบันศึกษาวิจัยครองอันดับ 1-100 เกือบทั้งหมด พวกเขานับเป็นอันดับหนึ่งในด้านนี้ แต่ก็ยังมีใครสักคนจากสถาบันอื่นๆแทรกเข้าไปได้อยู่ ฉันได้แต่หวังว่าปีนี้จะมีสักคนที่ทำได้ สุดท้าย...กลับเป็นข่าวร้ายหรือเนี่ย!”
“ถ้าผลการทดสอบครั้งนี้ออกมาแย่ ต่อไปสถาบันอันดับหนึ่งของพวกเรา คงไม่ใช่จะกลายเป็นสถาบันอันดับสองหรอกหรอ? สถาบันที่อยู่อันดับหนึ่งมาเป็นร้อยๆปี จะถูกเปลี่ยนชื่อเพราะพวกเรา?”
“ใจเย็นๆก่อนนะ ไม่ใช่อาจารย์บอกหรอว่ามีข่าวดีด้วยน่ะ”
“ใช่ๆ ยังมีข่าวดีอยู่นะ ข่าวร้ายอาจจะเป็นเรื่องอื่นก็ได้”
“หือ? ถ้าอย่างนั้น จะบอกว่าข่าวดีเป็นเรื่องผลการทดสอบของพวกเรารึไง? คิดจริงๆหรอว่าปีนี้พวกเราจะทำคะแนนได้ดีน่ะ ฉันได้ยินว่าปีนี้...พวกสถาบันศึกษาวิจัย มีอัจฉริยะอยู่ในสถาบันมากเลยนะ มีหลายคนที่ถูกเรียกตัวไปช่วยงานที่กองทัพช่วงปิดภาคเรียนที่ผ่านมาด้วย”
“โอ้ จริงหรอ! ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะเอาอะไรไปสู้ แถมข้อสอบที่ผ่านมาก็ยากมากด้วย ถามใคร ใครก็บอกว่าทำไม่ได้”
“เฮ้อ มีแต่ต้องยอมรับชะตากรรมแล้ว....”
นักเรียนหลายคนเผยความหวาดกลัวของตนเองออกมา แม้บางคนจะพยายามคิดในแง่ดี ทว่าคำพูดของอาจารย์ก็ทำให้พวกเขาคิดในแง่ดีไม่ได้เท่าไรนัก
เห็นนักเรียนพากันวิตกเช่นนี้ อาจารย์ก็เหมือนบรรลุผลที่ตนเองได้คาดหวังไว้แล้ว เขาซ่อนรอยยิ้มที่มีแล้วปรบมือเรียกความสนใจ
“เอาล่ะๆ ข่าวร้าย...ที่จริงก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น แค่อาจารย์มีเรื่องจะบอกกับพวกเธอทุกคนว่าหลังจากนี้...วิชาที่พวกเธอเรียนมาทั้งหมดจะต้องรื้อฟื้นกันขึ้นมาใหม่ พูดให้ชัดๆก็คือ...ตำราเรียนทั้งหมดจะมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะวิชาประวัติความเป็นมาของการกลายพันธุ์”
“แม้ว่าตำราเรียนพวกนี้จะเป็นตำราเรียนของนักเรียนปีต่อไป แต่อย่าลืมว่าหลังจากที่ทุกคนขึ้นไปถึงชั้นปีที่สี่ก็ต้องมีสอบสรุปจบทุกวิชาใหม่อีกครั้ง ตอนนั้นจะเป็นภาระหนักสำหรับพวกเธอที่ต้องทบทวนวิชาเรียน ซึ่งเป็นวิชาที่ไม่เคยเรียนมาก่อน”
เมื่ออาจารย์พูดถึงตรงนี้ นักเรียนหลายคนก็ลอบมองหน้ากันเอง ถ้าอาจารย์บอกว่านี่เป็นข่าวร้าย เช่นนั้นมันก็ไม่ได้ร้ายมากอย่างที่คิดแล้ว ถึงจะบอกว่าต้องทบทวนหนังสือเรียนใหม่ที่ไม่เคยเรียนมาก่อน แล้วคิดจริงๆหรือว่าถ้าไม่เปลี่ยนหนังสือเรียน พวกเขาจะยังจำเนื้อหาไร้สาระพวกนั้นได้อยู่น่ะ!
เหอ เหอ เหอ สุดท้ายแล้ว ตอนจะจบปีสี่ พวกเขาทุกคนก็ต้องทบทวนเนื้อหาทั้งหมดอยู่ดี มันไม่นับเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจด้วยซ้ำ!
อาจารย์เห็นนักเรียนของตนทำหน้าเฉยชา ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปประกาศข่าวดีที่สุดต่อไปเพื่อไม่ให้เสียเวลา
“ต่อไปเป็นเรื่องของข่าวดี ครั้งนี้...มีข่าวดีครั้งใหญ่ของสถาบันแล้วจริงๆ”
“ข่าวดีครั้งใหญ่เลยหรอครับ”
“สุดยอด ข่าวร้ายหมดแล้วใช่ไหมคะ”
นักเรียนยังคงตอบรับอย่างกระตือรือร้น ซึ่งอาจารย์ตัวแทนก็พยักหน้ารับเพราะไม่คิดจะกลั่นแกล้งพวกเขาอีก
“ใช่ หลังจากนี้จะเป็นข่าวดี ซึ่งเป็นข่าวดีครั้งใหญ่ที่สถาบันของพวกเราไม่เคยทำได้มานับร้อยปีแล้ว”
“!!!”
“ข่าวดีที่ว่านั่น ยังต้องขอบคุณนักเรียนทุนอันมากที่สุด ดังนั้นขอเชิญนักเรียนทุนอันมาข้างหน้าด้วย” อันซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย อาจารย์ที่ไม่ยอมพูดข่าวดี แต่ขอให้เธอออกไปข้างหน้าแทน ถึงเธอจะไม่รู้ว่าอาจารย์จะเล่นอะไร แต่ข่าวดีนี้ควรจะเกี่ยวข้องกับคะแนนของเธอ
ซูหยวนไม่ได้ดีใจเมื่อเห็นเช่นนั้น จากที่เธอได้ยิน ดูเหมือนแค่นักเรียนสักคนของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งเข้าสู่ 1 ใน 100 อันดับแรก พวกเขาก็มีความสุขแล้ว ทว่า...สิ่งที่ซูหยวนต้องการไม่ใช่อันดับเท่าไรก็ได้ เธอต้องการแค่อันดับหนึ่งเท่านั้น
โชคดีที่อาจารย์ไม่ปล่อยให้ทุกคนรอข่าวดีนานเกินไป เขาเผยรอยยิ้มมีความสุขแล้วประกาศขึ้น
“ขอให้ทุกคนปรบมือให้กับความยอดเยี่ยมของนักเรียนทุนอันที่สามารถคว้า “อันดับหนึ่ง” ของการทดสอบมาได้” อาจารย์ประกาศเสียงดังชัดกว่าครั้งไหนๆ น่าเสียดายที่เสียงปรบมือที่ดังกระหึ่มอย่างเขาต้องการนั้นไม่ได้เกิดขึ้น มีเพียงเสียงดังเปาะแปะจากเหล่าอาจารย์เท่านั้น
“หืม?” ขนาดอาจารย์ที่เพิ่งประกาศก็ยังสับสน เขามองไปยังนักเรียนข้างล่าง แต่ก่อนที่จะอ้าปากถามอะไร นักเรียนคนหนึ่งก็แทรกถามขึ้นมาก่อนแล้ว
“อาจารย์....อาจารย์ประกาศอะไรผิดหรือเปล่าครับ ที่จริง...อาจารย์ต้องการบอกว่านักเรียนทุนอันก็คืออันดับหนึ่งของสถาบันเราใช่ไหมครับ? ขอโทษที่ผมต้องถามนะครับ ผมแค่กลัวว่าพวกเราทุกคนจะเข้าใจผิด ฮะ ฮะ”
เมื่อนักเรียนคนนั้นยกมือขึ้นถาม คนอื่นๆก็พยักหน้ารับเห็นด้วย ตอนแรกพวกเขาก็ตกใจอยู่บ้าง แต่ก็คิดว่าอาจารย์น่าจะพูดผิดไป อย่างไรก็ตาม...อาจารย์ที่ถูกทักท้วงก่อนหน้านี้ก็หัวเราะออกมาแทนคำตอบของเขา
ฝ“ฮ่าๆ นักเรียน...เรื่องที่นักเรียนทุนอันได้อันดับหนึ่งของสถาบันนั้นถูกต้อง แต่ยิ่งไปกว่านั้น....นักเรียนอันก็คืออันดับหนึ่งของนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งทั้งหมด เป็นอันดับหนึ่งของทุกสถาบันอย่างไรล่ะ”
“!!!”
“!!!”
………………..