ตอนที่ 58: ปราบปรมาจารย์สิงฟง
ยันต์อัคคีทมิฬทั้งสามแผ่นที่ลอยหมุนวนรอบกายของผู้อาวุโสสิงฟงพลันระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว "ตู้มมม!... ตู้มมม!... ตู้มมม!..." เปลวเพลิงสีดำสนิทลุกโชนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าราตรีก่อนจะควบแน่นกลายสภาพเป็น 'มังกรเพลิงทมิฬสามเศียร' ขนาดมหึมายาวกว่าสิบเมตร ดวงตามังกรไฟลุกโชนด้วยประกายแสงสีเลือด อ้าปากคำรามพ่นคลื่นความร้อนระอุเผาผลาญจนเศษซากหินอ่อนรอบลานประมูลหลอมละลายกลายเป็นลาวาเดือดปุดๆ พุ่งทะยานแหวกม่านอากาศตรงเข้าหาผมด้วยความเร็วประดุจดาวตกหมายจะแผดเผาร่างและวิญญาณของผมให้มอดไหม้เป็นเถ้าธุลี!
"กรี๊ดดด!... คุณเย่เฉินระวังค่ะ!" ถังลู่เหยาและถังหลิงเอ๋อร์สองพี่น้องคนงามที่ยืนอยู่ด้านหลังกรีดร้องลั่นด้วยความตกใจสุดขีด ทั้งสองพยายามจะพุ่งตัวเข้ามาช่วยทว่าแรงกดดันความร้อนอันมหาศาลพัดกระหน่ำจนพวกเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่
ทว่าตัวผมกลับยืนนิ่งสงบไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ก้าวเดียว สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงสูททักซิโด้ แววตาสีทองทอดมองมังกรเพลิงทมิฬที่กำลังพุ่งอ้าปากกลืนกินร่างของผมด้วยความเฉยเมยราบเรียบประดุจผิวน้ำในบึงลึก
"ฮ่าๆๆๆ!... ไอ้เด็กเมื่อวานซืน! มึงคิดว่ายืนเก๊กท่าแล้วจะรอดพ้นจากมังกรเพลิงผลาญวิญญาณของกูได้งั้นเรอะ?! จงกลายเป็นเถ้าถ่านสังเวยยันต์อัคคีของกูซะเถอะ!" ผู้อาวุโสสิงฟงหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่งลอยตัวชี้นิ้วสั่งการ
[ระบบ: ตรวจพบการโจมตีธาตุไฟทมิฬระดับสูง - มีส่วนผสมของไอพิษวิญญาณและเพลิงโลกันตร์]
[ระบบ: ฟังก์ชัน 'ร่างกายหยางสวรรค์เก้าทิศ' ผสาน 'พลังกายศิลาหยางฟ้า' เปิดใช้งานอัตโนมัติ!]
[ระบบ: คำนวณผลลัพธ์ - พลังเพลิงทมิฬไม่สามารถทำลายโฮสต์ได้ และสามารถเปลี่ยนสภาพเป็นพลังงานลมปราณบริสุทธิ์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งได้ 100%!]
"โฮกกก! ตู้มมม!..."
มังกรเพลิงทมิฬทั้งสามเศียรพุ่งกระแทกเข้าใส่ร่างของผมอย่างจัง เปลวเพลิงสีดำและควันพิษระเบิดครอบคลุมร่างของผมเป็นลูกไฟยักษ์ขนาดสิบเมตร เปลวเพลิงหมุนวนแผดเผาอย่างบ้าคลั่งจนพื้นดินแตกระแหง เสียงระเบิดดังกึกก้องสะท้านไปทั่วทั้งย่านธุรกิจใจกลางเซี่ยงไฮ้
"คุณเย่เฉินนน! / นายท่านนน!" สองพี่น้องตระกูลถังและจางเสวี่ยฉีทรุดเข่าลงกับพื้น ร้องไห้น้ำตานองหน้าด้วยความใจสลายเมื่อเห็นร่างของชายคนรักถูกกลืนหายไปในกองเพลิงนรก
"ฮ่าๆๆๆ! สิ้นชื่อไอ้หนุ่มอวดดีไปอีกหนึ่งคน! คราวนี้ก็ถึงตาพวกมึงสองพี่น้องตระกูลถังแล้ว... มาเป็นเตาหลอมให้กูซะดีๆ!" สิงฟงแสยะยิ้มหื่นกระหายเตรียมจะร่อนกายลงมาคว้าตัวถังลู่เหยาและถังหลิงเอ๋อร์
ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่แฝงคลื่นลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวพลันดังสะท้อนออกมาจากใจกลางกองเพลิงสีดำ:
"ไฟแค่นี้... ยังไม่พอให้อุ่นร่างกายสำหรับมังกรสวรรค์อย่างผมเลยครับ ตาแก่"
"วูบบบ!..."
ทันใดนั้น เปลวเพลิงสีดำทมิฬขนาดยักษ์ที่กำลังลุกโชนพลันหยุดชะงัก ก่อนจะถูกดูดกลืนหมุนวนเข้าสู่จุดกึ่งกลางราวกับมีหลุมดำขนาดยักษ์คอยสูบกินพลังงานทั้งหมด! ออร่าแสงสีทองอร่ามเจิดจ้าสว่างวาบขึ้นมาแทนที่ ขับไล่ความมืดและควันพิษจนสลายไปในพริบตา
ร่างของผมยืนตระหง่านอยู่ตรงจุดเดิม ผิวกายเปล่งประกายสีทองดั่งเทวรูปทองคำโบราณ เสื้อสูททักซิโด้ดำสนิทสะบัดพริ้วไหวไร้รอยไหม้แม้แต่น้อย ลมปราณหยางในร่างของผมกลับทวีความหนาแน่นและอบอุ่นขึ้นจากการดูดซับพลังงานเพลิงทั้งหมดเข้าไปหล่อเลี้ยงตันเถียน!
"บะ...บ้าน่า!... มึงดูดกลืนมังกรเพลิงทมิฬของกูเข้าไปได้ยังไงกัน?! มึง... มึงเป็นตัวประหลาดอะไรกันแน่?!" สิงฟงเบิกตากว้างอ้าปากค้างด้วยความตื่นตระหนกตกใจขีดสุด ร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
"ตาแก่เล่นกับไฟมาเยอะ... แต่คงยังไม่เคยเห็น 'เพลิงสุริยันสวรรค์' ของจริงสินะครับ"
ผมคลี่ยิ้มเหี้ยมเกรียม ขยับเท้าใช้ 'ก้าวพริบตา' พุ่งทะยานตัวขึ้นสู่ท้องฟ้ากลางอากาศเหนือศีรษะของสิงฟงในเสี้ยววินาทีโดยที่สายตามนุษย์มองไม่ทัน!
"ฝ่ามือมังกรทองทะลวงสวรรค์!"
ผมทิ้งน้ำหนักตัวลงมาพร้อมฟาดฝ่ามือขวาที่ห่อหุ้มด้วยลมปราณมังกรสีทองมหาศาลลงใส่กระหม่อมของสิงฟงอย่างดุดัน คลื่นพลังลมปราณสีทองก่อตัวเป็นรูปกรงเล็บมังกรยักษ์กดทับลงมาปานภูเขาถล่ม!
"โล่อัคคีคุ้มกาย! ยันต์เกราะโลหิต!" สิงฟงกรีดร้องลนลาน ประสานมือร่ายเวทย์สร้างบาเรียเปลวเพลิงสีเลือดหนาสามชั้นขึ้นมาต้านทานเหนือหัว
"เพล้งงง!..."
ทว่าบาเรียเวทมนตร์ที่มันภาคภูมิใจกลับเปราะบางปานแผ่นกระจกบาง ทันทีที่ฝ่ามือทองคำของผมปะทะเข้ากับโล่เพลิง บาเรียทั้งสามชั้นพลันแตกกระจายละเอียดเป็นผุยผงในพริบตา แรงอัดลมปราณกระแทกเข้าใส่หน้าอกของสิงฟงเต็มเหนี่ยว "ผัวะ!..."
"อ๊อกกก!..." สิงฟงกระอักเลือดสีดำคล้ำคำโต ร่างของมันร่วงดิ่งลงจากกลางอากาศกระแทกพื้นหินอ่อนจนจมลึกลงไปเป็นหลุมกว้างกว่าสองเมตร กระดูกซี่โครงและกระดูกแขนขาหักสะบั้นไปเกือบทั้งร่าง
ผมร่อนกายลงสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวล ก้าวเดินเข้าไปยืนเหยียบบนหน้าอกของมันที่กำลังนอนพะงาบๆ จมกองเลือด
"อย่า... อย่าฆ่ากู... ได้โปรดไว้ชีวิตกูด้วย..." สิงฟงที่เคยเย่อหยิ่งทระนงตน บัดนี้กลับละล่ำละลักร้องขอชีวิตด้วยน้ำตานองหน้า แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสิ้นหวัง
"ตอบคำถามผมมาสามข้อ แล้วผมอาจจะพิจารณาให้แกตายสบายขึ้นหน่อย" ผมก้มมองมันด้วยสายตาเย็นชา น้ำเสียงดุร้ายปานราชันผู้พิพากษา "ข้อแรก... ใครเป็นคนบงการให้สำนักอัคคีสวรรค์มาลอบวางยาพิษผู้เฒ่าตระกูลถังและยึดสัมปทานท่าเรือเซี่ยงไฮ้?"
"กู... กูจะบอกแล้ว!..." สิงฟงรีบตอบเสียงสั่น "ตระกูลหวัง... หวังเทียนเต๋อมันจ่ายเงินและยกหุ้นท่าเรือให้สำนักกูสามหมื่นล้านหยวนเพื่อแลกกับการส่งพิษอัคคีสลักวิญญาณไปสังหารตาแก่ถังเซียน และกำจัดตระกูลถังให้สิ้นซาก!..."
"ข้อที่สอง... เจ้าสำนักอัคคีสวรรค์ของแกอยู่ที่ไหน และกำลังวางแผนการชั่วอะไรอยู่?"
"ท่าน... ท่านเจ้าสำนัก 'จ้าวเทียนหลง' กักตัวฝึกวิชามารเพลิงโลกันตร์ขั้นสูงสุดอยู่ที่ 'วิหารอัคคีเร้นลับ' ในหุบเขาชานเมืองเซี่ยงไฮ้... ท่านกำลังรวบรวมหญิงสาวพรหมจรรย์ที่มีชีพจรหยินพิเศษจากตระกูลใหญ่ต่างๆ เพื่อนำมาเป็นเตาหลอมสกัดพลัง... รวมถึงคุณหนู 'ซ่งเชี่ยนเอ๋อร์' ลูกสาวประธานพันธมิตรยุทธภพเจียงหนานที่เพิ่งโดนลักพาตัวมาขังไว้เมื่อสามวันก่อนด้วย!..."
"ข้อสุดท้าย... แกมีสิทธิ์อะไรมาร้องขอความเมตตาจากผม?"
"มะ...ไม่มี... กูยอมรับผิดแล้ว... อัก! เมตตาด้วย..."
ผมสะบัดนิ้วมือขวาอย่างรวดเร็ว เข็มทองคำสวรรค์เก้าทิศเก้าเล่มพุ่งปักเข้าใส่จุดตันเถียนและจุดชีพจรหลักทั้งเก้าแห่งทั่วร่างของสิงฟงอย่างแม่นยำ "ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!..."
"อ๊ากกกก!... ลมปราณกู!... พลังเวทย์กูสลายหมดแล้ว! มึงทำลายการบำเพ็ญเพียรห้าสิบปีของกู!" สิงฟงกรีดร้องโหยหวนดิ้นพล่านด้วยความทรมานแสนสาหัสเมื่อจุดตันเถียนถูกทำลายจนกลายเป็นคนพิการไร้วิชาต่อสู้อย่างถาวร
"การปล่อยให้คนชั่วช้าอย่างแกมีชีวิตอยู่ต่อไปในสภาพไร้พลัง... นั่นแหละคือการลงทัณฑ์ที่สาสมที่สุด" ผมเอ่ยเสียงเรียบ
ทว่าในวินาทีนั้นเอง บริเวณหน้าอกของสิงฟงพลันเปล่งแสงสีม่วงดำกระพริบถี่ๆ ไอพิษคำสาปสลักวิญญาณที่เจ้าสำนักอัคคีสวรรค์ฝังไว้ในหัวใจของมันเกิดปะทุขึ้นมาเนื่องจากมันเปิดเผยความลับของสำนัก!
"มะ...ไม่นะ! ท่านเจ้าสำนัก... อ๊ากกกก!"
"พรึ่บ!"
เปลวไฟสีม่วงดำลุกพรึ่บขึ้นจากภายในหัวใจของสิงฟง แผดเผาอวัยวะภายในและร่างของมันจนกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำสลายไปกับสายลมในเวลาไม่ถึงสิบวินาที ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดทั่วบริเวณวิหารประมูล
[ระบบ: กำจัดเป้าหมายระดับปรมาจารย์ สิงฟง สำเร็จ!]
[ระบบ: โฮสต์ได้รับแต้มพลังยุทธภพ 50,000 แต้ม และปลดล็อกแผนที่พิกัด 'วิหารอัคคีเร้นลับ' (Hidden Fire Temple) ในระบบนำทาง!]
ผมหันหลังกลับไปมองยังห้องโถงใหญ่ของวิหารประมูล ขยับเท้าก้าวเข้าไปตัดเชือกและปลดปล่อยบอร์ดบริหารและพนักงานตระกูลถังกว่ายี่สิบคนที่ถูกจับขังไว้ออกมาได้อย่างปลอดภัย ทุกคนต่างพากันคุกเข่าก้มกราบขอบคุณผมด้วยน้ำตานองหน้าและยกย่องผมดั่งเทพเจ้าผู้พิทักษ์ตระกูล
ถังลู่เหยาและถังหลิงเอ๋อร์วิ่งเข้ามากอดร่างของผมจากซ้ายและขวาอย่างแนบแน่น อกนุ่มอวบอิ่มของสองพี่น้องเบียดบดแขนทั้งสองข้างของผมจนร้อนผ่าว
"คุณเย่เฉินคะ... ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยปกป้องตระกูลถังและช่วยชีวิตพวกเราไว้อีกครั้ง..." ลู่เหยากระซิบเสียงหวานซาบซึ้ง แววตาเต็มไปด้วยความรักเทิดทูน
"นายท่านเก่งที่สุดในโลกเลยค่ะ!... หลิงเอ๋อร์สัญญาว่าจะดูแลรับใช้นายท่านด้วยทั้งชีวิตและร่างกายนี้ชั่วกาลนานเลยค่ะ!" หลิงเอ๋อร์ซบหน้าลงกับแผ่นอกผมอย่างออดอ้อน
ผมคลี่ยิ้มลูบหลังพวกเธอเบาๆ ทว่าในวินาทีนั้นเอง หน้าจอระบบโฮโลแกรมในม่านตาของผมพลันกะพริบแสงสีแดงเตือนภัยระดับฉุกเฉินขึ้นมาอย่างกะทันหัน!
[ติ๊ง! ระบบตรวจพบคลื่นสัญญาณความแม่นยำสูงระดับกองทัพ!]
[ระบบ: ตรวจพบการจับตามองจากกล้องส่องทางไกลความแม่นยำสูงและศูนย์เล็งปืนสไนเปอร์ไรเฟิลระยะ 800 เมตร จากชั้นดาดฟ้าของอาคารสูงฝั่งตรงข้ามถนน!]
[ระบบ: ระบุแหล่งที่มา - หน่วยปฏิบัติการพิเศษกองปราบปรามคดีอุกฉกรรจ์ มหานครเซี่ยงไฮ้!]
ผมหรี่ตาคมสีทองลง มองทะลุผ่านความมืดข้ามถนนไปยังยอดตึกสูงฝั่งตรงข้าม ในเงามืดนั้นมีเงาร่างเพรียวระหงสุดเซ็กซี่ของหญิงสาวในเครื่องแบบรัดกุมกำลังลดกล้องส่องทางไกลลงและยกวิทยุสื่อสารขึ้นสั่งการด้วยท่าทีดุดันและเด็ดขาด
"หึ... กองปราบปรามพิเศษงั้นเหรอ?" ผมกระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย "ดูเหมือนว่าคืนนี้ที่เซี่ยงไฮ้... จะยังมีเรื่องสนุกๆ ให้ผมได้จัดการอีกเยอะเลยสินะครับ!"