บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 1 โลกเยาหลิง โลกแห่งจิตอสูร บทที่ 21 ประโยชน์ของหญ้าจื่อหลัน

           หลังจากกลั่นยามาสองชั่วโมงหยางซินต้องตกตะลึงกับผลลัพธ์ที่ได้


            การเติมหญ้าจื่อหลันลงในสูตรยาหลอมรวมจิตวิญญาณกับยาเสริมจิตวิญญาณสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของมันได้ถึงสามสิบส่วนจริงๆไม่เพียงเท่านั้น อัตราความสำเร็จยังเพิ่มมากขึ้นจากเดิมถึงห้าสิบส่วน

            ผลลัพธ์ของบทวิจัยชิ้นนี้นับว่ามีความสำคัญต่อการปรุงยาวิเศษอย่างใหญ่หลวง!เหตุผลที่ว่าเหตุใดยาหลอมรวมจิตวิญญาณและยาเสริมจิตวิญญาณจึงไม่สามารถผลิตเป็นจำนวนมากได้ก็เพราะอัตราสำเร็จในการกลั่นยาต่ำเกินไปประสิทธิภาพก็ไม่ดีพอ และราคาที่ขายได้ก็ไม่สูงนัก บัดนี้อัตราสำเร็จเพิ่มขึ้นเป็นอันมากประสิทธิภาพของยาก็ดีขึ้น ยาหลอมรวมจิตวิญญาณและยาเสริมจิตวิญญาณจึงสามารถส่งเสริมให้ผลิตเป็นจำนวนมากได้แล้ว

            แม้หญ้าจื่อหลันจะถูกกว้านซื้อไปจนหมดเกลี้ยงแต่หญ้าจื่อหลันใช้เวลาเติบโตเพียงสามปี เมื่อผ่านไปสามปี ย่อมมีการเพาะปลูกหญ้าจื่อหลันเป็นจำนวนมากซึ่งจะเป็นของที่มีคุณค่าที่สุดในเมืองกวงฮุย

            เมืองกวงฮุยอยู่ภายใต้การคุกคามของสัตว์อสูรร้ายหากสามารถกลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณและยาเสริมจิตวิญญาณได้เป็นจำนวนมาก ก็ย่อมสามารถช่วยเพิ่มจำนวนยอดฝีมือแก่เมืองกวงฮุยได้มากมายเช่นกัน

            “แม้ข้าจะรู้ว่าเจ้าคิดทำกำไรกับเรื่องนี้ทว่าเห็นแก่ที่เจ้าทำประโยชน์ใหญ่หลวงให้แก่เมืองกวงฮุยและสมาคมนักปรุงยาวิเศษ เงินจำนวนนี้ข้าจะยอมให้เจ้า!”ใบหน้าของหยางซินเต็มไปด้วยความดีใจ นางรู้ว่าจดหมายฉบับนี้จะต้องมาจากผู้ที่ส่งคนออกไปกว้านซื้อหญ้าจื่อหลันทั้งหมดอย่างแน่นอน

            ประโยชน์อย่างที่สองของหญ้าจื่อหลันคือใช้หญ้าจื่อหลันประกอบกับสมุนไพรพื้นๆอีกห้าชนิดผสมน้ำอาบ สามารถบำรุงพลังวิญญาณอย่างนั้นหรือ?

            หยางซินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงปิดประตูห้องจากนั้นก็ทำตามวิธีในจดหมาย นางผสมสมุนไพรหลายอย่าง เทน้ำร้อนลงไปในถังไม้ ค่อยๆ เปลื้องผ้าของนางเผยให้เห็นเรือนร่างเรียบลื่น เรือนร่างของนางช่างเร่าร้อนนัก สองอกอวบอิ่มชูชัน นางมีกลิ่นอายเปี่ยมเสน่ห์ของสตรีที่เติบโตสมบูรณ์ค่อยๆ ก้าวลงไปในถังไม้ อย่างช้าๆ

            สารเข้มข้นในสมุนไพรต่างๆ ค่อยๆ ละลายออกมาและถูกดูดซับเข้าไปในร่างกายผิวของหยางซินค่อยๆ แดงระเรื่อขึ้น ยิ่งดูนุ่มลื่นและงดงามยิ่ง จิตวิญญาณของนางก็ได้รับการบำรุงไปด้วย

            “ประสิทธิภาพช่างเด่นชัดจริงๆ!”หยางซินตกตะลึง นางคิดไม่ถึงว่าหญ้าจื่อหลันที่ดูธรรมดายิ่งชนิดนี้จะมีคุณสมบัติวิเศษมากมายราวกับเวทมนตร์ที่ผ่านมามีกี่ครอบครัวแล้วที่เผาหญ้าจื่อหลันพวกนี้ทิ้ง! ความคิดนี้ทำให้หยางซินบังเกิดความรู้สึกปวดใจให้แก่หญ้าจื่อหลันที่ถูกเผาทิ้งไป!

            หลังจากที่แช่อยู่ในน้ำสมุนไพรอีกพักหนึ่งกระทั่งตัวยาในถังน้ำถูกดูดซับจนหมดแล้วหยางซินจึงลุกขึ้นมา ปาดเช็ดคราบน้ำที่หยาดหยดอยู่ตามร่างกายจากนั้นจึงหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ก่อนเดินออกจากห้องไป

            “ท่านผู้อำนวยการหยาง เกิดสิ่งใดขึ้นกับท่านรึขอรับ?จู่ๆ ทำไมท่านจึงดูอ่อนเยาว์ขึ้นถึงเพียงนี้?” พวกผู้ชายในสมาคมนักปรุงยาวิเศษหันมามองหยางซิน ต่างรู้สึกยากที่จะถอนสายตาไปจากนางได้

            ผิวกายของหยางซินขาวผ่องแดงระเรื่อ แลดูนุ่มลื่นชุ่มชื้นงดงามจนไม่อาจบรรยายได้

            หญ้าจื่อหลันผสมกับสมุนไพรห้าชนิด นอกจากสามารถบำรุงพลังวิญญาณได้แล้วยังสามารถบำรุงผิวพรรณและความงามได้อีกด้วย!

            หยางซินแอบดีใจ ไม่มีสตรีนางไหนที่จะไม่รู้สึกยินดีกับความงามทว่าช่างน่าเสียดาย หญ้าจื่อหลันสามจินถูกใช้ไปจนหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว หยางซินรีบเย็บวิธีใช้อันแสนวิเศษและประสิทธิภาพของหญ้าจื่อหลันไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งและจัดส่งฉบับคัดลอกไปให้แก่นักปรุงยาทุกคนทั้งยังหมายเหตุไว้ด้วยว่าสูตรปรุงยาสูตรแรกและสูตรที่สองนั้น นางได้ทำการทดสอบแล้วและมีประสิทธิภาพดีเยี่ยมจริงๆส่วนสำหรับวิธีใช้อื่นๆ เนื่องจากความขาดแคลนหญ้าจื่อหลัน นางจึงยังไม่ได้พิสูจน์

            หญ้าจื่อหลันมีคุณสมบัติวิเศษมากมายถึงปานนี้ย่อมก่อให้เกิดความชุลมุนวุ่นวายขึ้นภายในสมาคมนักปรุงยาวิเศษ พวกนักปรุงยาทุกคนต่างพากันกระวนกระวายใจยิ่งนักรีบร้อนพากันหารวบรวมหญ้าจื่อหลันจากชาวบ้านทุกครัวเรือนที่มีหญ้าจื่อหลันเก็บตุนเอาไว้และเริ่มตรวจสอบวิธีใช้หญ้าจื่อหลัน

            วิธีใช้หญ้าจื่อหลันกว่าหกสิบวิธีทีละอย่างๆ ไม่มีข้ามขั้นแม้แต่วิธีเดียว!

            ข่าวนี้ทำให้เกิดความตื่นเต้นสนใจในท่ามกลางวงการปรุงยาวิเศษยิ่งนัก

            เพียงพริบตาเดียว ราคาของหญ้าจื่อหลันก็เริ่มพุ่งขึ้นไปเพราะมูลค่าทางเศรษฐกิจของหญ้าจื่อหลันในเวลานี้สูงลิบลิ่วอีกทั้งในตลาดเวลานี้ก็หาหญ้าจื่อหลันไม่ได้

            ราคาของหญ้าจื่อหลันเพิ่มขึ้นจากหนึ่งเหรียญจิตอสูรต่อหลายจินจนกลายเป็นหลายเหรียญจิตอสูรต่อหญ้าจื่อหลันหนึ่งจิน และราคาก็ยังคงไต่ขึ้นไปจนถึงสิบเหรียญจิตอสูรต่อหญ้าจื่อหลันหนึ่งจินราคาของมันเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งเป็นร้อยเท่า ชนชั้นสูงบางคนกระทั่งเสนอซื้อหญ้าจื่อหลันหนึ่งจินด้วยราคาหลายร้อยเหรียญจิตอสูรประสิทธิภาพด้านความงามของหญ้าจื่อหลันที่สามารถบำรุงผิวพรรณได้ทำให้สตรีมากมายคลั่งไคล้มันอย่างยิ่ง

            ไม่ว่าอย่างไร หยางซินก็คือตัวอย่างตัวเป็นๆ!พวกนางย่อมไม่อยากให้ตาเฒ่าของตนถูกบรรดาดอกไม้งามฉูดฉาดนอกบ้านฉุดคร่าไป

            ไร่นาตามชนบททุกหนทุกแห่งเริ่มลงมือปลูกหญ้าจื่อหลันกันอย่างแข็งขันทว่าภายในสามปี อย่างไรเสียก็ต้องเกิดความขาดแคลนหญ้าจื่อหลันขึ้นในเมืองกวงฮุย

            ตระกูลอี้หลง

            เซียวหนิงเอ๋อร์กำลังจดจ่ออยู่กับการฝึกเคล็ดวิชาที่เนี่ยหลีมอบให้บ่าวรับใช้หลายคนวิ่งเข้ามาหาด้วยท่าทีรีบเร่ง

            “บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้ว คุณหนูข่าวดีขอรับ!”

            “ข่าวอะไรหรือ?” เซียวหนิงเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยความสงสัย

            สาวใช้คนหนึ่งหอบหายใจและพูด “คุณหนู เมื่อเร็วๆ นี้ท่านมิใช่สั่งให้พวกเราออกไปกว้านซื้อหญ้าจื่อหลันหรอกหรือ?เวลานี้ราคาของหญ้าจื่อหลันพุ่งสูงขึ้นถึงสิบกว่าเหรียญหรือแม้กระทั่งเป็นร้อยเหรียญจิตอสูรต่อหญ้าหนึ่งจินแล้วยิ่งกว่านั้นยังพูดกันว่าตระกูลเสินเซิ่งนั้นเสนอซื้อหญ้าจื่อหลันหนึ่งร้อยจินด้วยเงินสามร้อยเหรียญจิตอสูรเชียวนะขอรับ!”

            เซียวหนิงเอ๋อร์รู้สึกแปลกใจกับข่าวที่ได้ยินนางจมสู่ความคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พลันเข้าใจว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้จะต้องเป็นฝีมือของเนี่ยหลีอย่างแน่นอนนอกจากเนี่ยหลีแล้วยังจะมีผู้ใดสามารถเปลี่ยนหินให้กลายเป็นทองเช่นนี้ได้เล่า? พอครุ่นคิดถึงเนี่ยหลี ใบหน้าของเซียวหนิงเอ๋อร์ก็อดที่จะแดงระเรื่อขึ้นมามิได้เวลานี้ ในใจของเด็กสาวแรกรุ่นไม่อาจขจัดเงาร่างของคนผู้นั้นออกไปได้อีกแล้ว

            ณ ห้องสมุดของโรงเรียน

            ราคาของหญ้าจื่อหลันพุ่งพรวดขึ้นไปจนถึงระดับที่น่าอัศจรรย์ใจจนตู้เจ๋อและลู่เพียวต่างเซ่อซ่าเพราะเวลานี้เนี่ยหลีมีหญ้าจื่อหลันนับแสนจินอยู่ในกำมือ!

            ต่อให้ขายหญ้าจื่อหลันออกไปในราคาเฉลี่ยสิบกว่าเหรียญจิตอสูรต่อหนึ่งจินนั่นก็เป็นเงินถึงเกือบสิบล้านเหรียญจิตอสูรแล้ว ไม่ต้องพูดถึงความจริงที่ว่ามีชนชั้นสูงบางครอบครัวได้เปิดราคาไว้แล้วที่ร้อยถึงหลายร้อยเหรียญจิตอสูรทั้งหมดนี้จะเป็นเงินเท่าไหร่กัน?

            จำนวนเงินเท่านี้แค่คิดก็ทำให้ผู้คนมึนงงแล้ว!เนี่ยหลีใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถสะสมเงินทองได้เท่ากับครอบครัวชั้นสูงครอบครัวหนึ่งที่สะสมเงินทองมาเป็นเวลานับสิบปี!

            เงินเหรียญจิตอสูรจำนวนมากมายเช่นนี้ พวกเขาก็จะมีทุนสนับสนุนการฝึกยุทธ์จำนวนมหาศาลแล้ว!

            เนี่ยหลียิ้มเล็กน้อย นี่เพิ่งจะเป็นเพียงแผนการเริ่มต้นของเขาเท่านั้น!เนี่ยหลีแวะไปร้านสมุนไพรหลายแห่ง ค่อยๆ ทยอยระบายสินค้าออก เขาขายหญ้าจื่อหลันในราคาสามร้อยเหรียญจิตอสูรขายได้กว่าหนึ่งหมื่นจินแล้ว พวกที่สามารถซื้อหญ้าจื่อหลันที่ราคานี้ได้ล้วนเป็นพวกชนชั้นสูงทั้งนั้นโดยเฉพาะส่วนใหญ่เป็นพวกฮูหยินของชนชั้นสูงเหล่านั้น

            ในเวลาสั้นๆ นี้ เนี่ยหลีก็ได้รับเงินมากว่าสามล้านเหรียญจิตอสูรแล้วแต่หลังจากนี้เขาคงไม่สามารถขายได้ในราคาที่สูงเช่นนี้อีก เพราะความสามารถในการระบายสินค้าของตลาดนั้นมีจำกัดดังนั้นเนี่ยหลีจึงเตรียมที่จะค่อยๆ ลดราคาลงและทยอยขายมันออกไปช้าๆ

            ในห้องสมุด

            “นี่เป็นของพวกเจ้า!”เนี่ยหลีส่งยาหลอมรวมจิตวิญญาณและยาเสริมจิตวิญญาณคุณภาพเยี่ยมจำนวนหนึ่งให้แก่ตู้เจ๋อลู่เพียวและพวกทั้งสาม

            ยาหลอมรวมจิตวิญญาณหรือยาเสริมจิตวิญญาณคุณภาพเยี่ยมเม็ดหนึ่งมีราคาขายถึงกว่าหกพันเหรียญจิตอสูร!

            หกคน แต่ละคนได้รับเป็นสิบๆ เม็ด ทั้งหมดรวมแล้วมากกว่าสามแสนเหรียญจิตอสูร!

            กระทั่งลูกหลานชนชั้นสูงบางคนก็ยังไม่กล้าฟุ่มเฟือยขนาดนี้!

            เมื่อพวกเขารู้ว่ายาแต่ละเม็ดนี้มีราคากว่าหกพันเหรียญจิตอสูรตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวกทั้งสามก็อดที่จะมือสั่นเท้าสั่นขณะถือมันไม่ได้

            “รีบไปฝึกยุทธ์เร็วเข้า คืนนี้ใช้หญ้าจื่อหลันผสมน้ำอาบบำรุงพลังวิญญาณของเจ้า!” เนี่ยหลีพูดและหัวเราะเบาๆ หลังจากทำเงินได้มากมายขนาดนั้นได้แล้วหากพวกเขาไม่ซื้อพวกชุดเกราะหรืออาวุธราคาแพง ในเวลาสั้นๆ นี้ย่อมไม่ขาดเงิน

            เนี่ยหลีนั่งลงขัดสมาธิ โยนยารวบรวมจิตวิญญาณเข้าปากไปเม็ดหนึ่งเขารู้สึกถึงคลื่นความร้อนที่ค่อยๆ แผ่ซ่านขึ้นมาจากท้องน้อย ค่อยๆ ซึมซาบขึ้นมาที่อาณาเขตวิญญาณและอาณาเขตวิญญาณของเขาก็ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            พลังวิญญาณกระเพื่อมซัดอยู่ในอาณาเขตวิญญาณแม้อาณาเขตวิญญาณของเขามีรูปแบบกระจัดกระจายเหมือนหมู่เมฆ แต่เมื่อพิจารณาโดยละเอียดแล้วเนี่ยหลีรู้สึกว่ามีบางอย่างอยู่ภายในอาณาเขตวิญญาณของเขาเป็นจิตวิญญาณลึกลับชิ้นหนึ่ง กำลังขยับไหวอย่างแรงอยู่

            อย่างช้าๆร่างของเนี่ยหลีค่อยๆ กระจายแสงสีฟ้าออกมา

            ประสิทธิภาพของยาหลอมรวมจิตวิญญาณแรงยิ่งนักหากคนทั่วไปสามารถดูดซับฤทธิ์ของมันได้สักสิบส่วนก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่เพราะเนี่ยหลีฝึกเคล็ดวิชาเทียนเต้าเขาจึงสามารถดูดซับฤทธิ์ของยาหลอมรวมจิตวิญญาณเข้าสู่ร่างกายได้เต็มร้อยส่วน เนี่ยหลีรู้สึกว่าพลังวิญญาณของเขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

            หลังจากที่ดูดซับยาหลอมรวมจิตวิญญาณไปหนึ่งเม็ดพลังวิญญาณของเนี่ยหลีก็เพิ่มขึ้นจากสามสิบสองจุดเป็นห้าสิบเอ็ดจุด ประสิทธิภาพเช่นนี้ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนักและเขายังต้องดูดซับยาที่เหลืออีกห้าเม็ด

            ขณะที่เนี่ยหลีกำลังเดินลมปราณ เสียงตูมครั้งหนึ่งดังขึ้นให้ได้ยินข้างๆ เขามีแสงสีครามสว่างวาบขึ้นมา ตู้เจ๋อเป็นคนแรกที่ก้าวขึ้นสู่ระดับทองแดง กลายเป็นนักสู้ระดับทองแดงได้สำเร็จ

            สามชั่วโมงต่อมา ลู่เพียวก็ก้าวขึ้นสู่ระดับทองแดงเช่นกัน

            เทียบกับการฝึกยุทธ์ของตู้เจ๋อและลู่เพียวแล้วเคล็ดวิชาเทียนเต้าไม่ใช่เคล็ดวิชาที่ทรงอำนาจและก้าวหน้ารวดเร็วนัก ทว่าชนะในด้านการสร้างพื้นฐานและความสำเร็จในอนาคตซึ่งมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ

            “ระดับทองแดงหนึ่งดาว เยี่ยมยอดยิ่งนัก!”ตู้เจ๋อกำหมัดแน่น ความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ทำให้เขาตื่นเต้น อนาคตเต็มไปด้วยความหวังเขาชำเลืองมองไปทางเนี่ยหลีด้วยความรู้สึกสำนึกรู้คุณ ทุกสิ่งนี้ล้วนเป็นเนี่ยหลีที่มอบให้!

            ลู่เพียวก็กำลังตื่นเต้นอย่างยิ่งก้าวขึ้นถึงระดับทองแดงหนึ่งดาว เมื่อกลับไปบ้าน บิดาของเขาก็ไม่มีข้ออ้างมาไล่ทุบตีเขาอีกต่อไปแล้ว!

            พวกเขาเต็มไปด้วยความคาดหวังกับการทดสอบในอีกสองเดือนข้างหน้าเวลาสองเดือน พวกเขาจะสามารถก้าวหน้าได้อีกมากเพียงใด? แม้ความก้าวหน้าของเนี่ยหลีจะค่อนข้างช้ากว่า แต่การที่จะทะลุเข้าถึงด่านระดับทองแดงหนึ่งดาวตามเวลานั้นยังคงถือเป็นเรื่องที่ง่ายดายและบางทีอาจจะไปถึงระดับที่สูงกว่าอีกด้วย

            เสิ่นเยวี่ยและคนพวกนั้น เกรงว่าคงคิดไม่ถึงขยะในสายตาของพวกมัน ตู้เจ๋อ ลู่เพียวก้าวขึ้นถึงระดับทองแดงตามๆ กันทีละคนภายในเวลาแค่ไม่กี่วัน!

            เวลาค่ำ!

            ห้องสมุดชั้นแรก เนี่ยหลีได้พบเยี่ยจื่ออวิ๋นอีกครั้งหนึ่งนางกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะ ทว่าดูค่อนข้างเหม่อลอย นางสวมใส่ชุดสีขาวและใบหน้างดงามนั้นก็ดูราวกับนางฟ้าแสนสวยผู้หนึ่ง

            เนี่ยหลีเดินตรงไปหาเยี่ยจื่ออวิ๋น

            เสิ่นเยวี่ยและพวกโผล่อยู่ที่มุมหนึ่งของห้องสมุดเขาเห็นภาพนี้ ดวงตาแปรเปลี่ยนเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกน่าสะพรึงกลัว

            “คุณชายเสิ่นเยวี่ย เจ้านั่นดูเหมือนนัดหมายกับคุณหนูเยี่ยจื่ออวิ๋นเอาไว้นะขอรับ!คุณหนูเยี่ยจื่ออวิ๋นก็ดูเหมือนกำลังรอมันอยู่ด้วย!” เด็กหนุ่มสวมชุดสีฟ้าคนหนึ่งอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปีพูดขึ้น

            แม้อายุของเขาจะมากกว่าเสิ่นเยวี่ยเล็กน้อยทว่าพวกเขาล้วนฟังคำสั่งของเสิ่นเยวี่ย เนื่องเพราะเสิ่นเยวี่ยเป็นคนของตระกูลเสินเซิ่งและครอบครัวของเสิ่นเยวี่ยนั้นสูงส่งกว่าพวกเขา หากเชื่อฟังเสิ่นเยวี่ย พวกเขาก็จะได้รับเงินจำนวนไม่น้อยในทุกๆเดือน และเมื่อพวกเขาโตขึ้นก็จะสามารถเป็นนักสู้ผู้รับใช้ของเสิ่นเยวี่ยได้!

            นักสู้ระดับทองแดงหนึ่งดาวสามคน นักสู้ระดับทองแดงสองดาวสามคนในฐานะที่เป็นนักสู้ แสวงหาที่พึ่งกับผู้ควบคุมจิตอสูรชั้นสูงผู้หนึ่งถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

            เสิ่นเยวี่ยทำเสียงฮึเย็นชา โกรธจนไม่อาจฝืนทนได้อีกไม่ว่าจะเป็นฐานะครอบครัวหรือพรสวรรค์ ส่วนไหนที่ไม่อาจเทียบเนี่ยหลีได้รึ? ยามที่เขาตามตื๊อเยี่ยจื่ออวิ๋นนั้น นางกลับไม่สนใจตัวเขาเลยแม้แต่น้อย แต่กลับให้ความสำคัญกับเนี่ยหลีเป็นพิเศษซึ่งทำให้เขาโกรธจนแทบบ้าคลั่งแล้ว

            หากเป็นแค่แม่นางน้อยบ้านสามัญชนเสิ่นเยวี่ยเพียงแค่ใช้วิธีการบางอย่าง อีกฝ่ายก็ต้องยอมอยู่ในกำมือของเขาอย่างว่าง่ายแล้วทว่าเยี่ยจื่ออวิ๋นมีเบื้องหลังสูงส่ง เขาจึงไม่กล้าเคลื่อนไหว

            “คุณชาย เราควรจัดการเจ้านี่ดีหรือไม่ขอรับ?” นักสู้หลายคนเอ่ยถาม

            “อืม” เสิ่นเยวี่ยพยักหน้า แม้เขาเคยพ่ายแพ้เนี่ยหลีมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่กระทั่งถึงวันนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าตนพ่ายแพ้เนี่ยหลีได้อย่างไร “เจ้าเด็กนี่มีวิธีการบางอย่างพวกเราจะหาโอกาสสั่งสอนมันสักทีสองที เรื่องพวกนี้ต้องแอบทำ จะให้เยี่ยจื่ออวิ๋นล่วงรู้มิได้!”

            ดวงตาของเสิ่นเยวี่ยฉายแววตาที่เหี้ยมเกรียมแล้วพูดว่า“จะดีที่สุดหากให้เจ้าเด็กนี่ได้รับบาดเจ็บภายใน อย่าให้คนอื่นเห็นและก็อย่าให้ผู้อื่นรู้ว่าเป็นฝีมือของตระกูลเสินเซิ่ง!”

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน