หลังจากที่อินเหยากลับเข้าห้องพักของตนไป บรรดาคุณหนูตระกูลอื่นก็ต่างสลายตัวกลับไปด้วยเช่นกัน ไม่มีใครจะยืนอยู่ในตนถูกตำหนิ บัดนี้ที่ลานกว้างเหลือเพียงกูกู ผู่เยว่และซูหนิงเพียงเท่านั้น
กูกูถอนหายใจอย่างเอือมระอา สายตาของหญิงผู้ผ่านการเวลามานานของกูกูพลางเหลือบไปสะดุดลงกับบาดแผลที่แขนข้างขวาของซูหนิง “คุณหนูท่านบาดเจ็บ! ข้าจะรีบไปตามหมอหลวง!” สิ้นเสียงกล่าวของกูกูนางก็รีบวิ่งออกไป
บาดเจ็บ?
ผู่เยว่หยุดชะงักรีบหันมองมายังแขนที่เปื้อนไปด้วยเลือด บาดแผลค่อนข้างฉกรรจ์ “เจ้าบาดเจ็บ! เป็นเพราะข้าแท้ๆ ไหนให้ข้าดูแผลเจ้าหน่อย...” ผู่เยว่กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มือเรียวเล็กพลางเอื้อมไปจับแขนบางของซูหนิง
แผลลึกมากจริงๆ นางไม่เจ็บเลยหรือ?
ใบหน้าไร้ความรู้สึกของซูหนิงทำให้ผู่เยว่อดคิดแบบนั้นไม่ได้จริงๆ “เจ้าไม่เจ็บเลยหรือ?” ผู่เยว่ถามขึ้นด้วยใบหน้าที่สงสัย ตัวของซูหนิงเมื่อได้ยินก็พลันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
“ไม่...”
นางจะรู้สึกเจ็บได้อย่างไร ก็เพราะชาติที่แล้วของนางโดนเฆี่ยนตีและถูกทรมานมาสารพัดบาดแผลจากปิ่นปักผมเพียงนี้ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกเจ็บปวดเลยสักนิดเดียว
แต่ทว่าความจริงนางก็ไม่ได้อยากมายุ่งเรื่องของคนอื่นเสียหน่อย แต่พอเห็นว่าจะมีคนบาดเจ็บเท้ามันก็ก้าวเข้ามาเองเสียแล้ว
ทันทีที่ซูหนิงตอบกลับ มือบางของนางก็พลางปัดมือของผู่เยว่ออก ผู่เยว่ที่ถูกซูหนิงปฏิบัติออกมาอย่างห่างเหินเช่นนั้น...ธรรมชาติของมนุษย์ ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ท่าทีของซูหนิงนั้นพลันทำให้ผู่เยว่อดรู้สึกอยากเข้าไปทำความรู้จักกับซูหนิงมากขึ้นไม่ได้
ในขณะที่สายตาของผู่เยว่เริ่มเห็นว่าแขนบางของซูหนิงมีเลือดค่อยๆไหลออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ผู่เยว่ที่เห็นดังนั้นจึงลนลานรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ยังไม่ได้ใช้ของตนออกมา นางยืนมือเรียวเล็กเข้าไปจับแขนบางของซูหนิงอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆนำผ้าเช็ดหน้าพันลงที่บาดแผลเพื่อหยุดการไหลของเลือดให้ช้าลงอย่างระวังมือ
ซูหนิงที่ถูกผู่เยว่กระทำเช่นนั้นก็มองไปที่ใบหน้าไร้ซึ่งเล่ห์กลของดรุณีตรงหน้า ในใจนึกคิดว่าถ้าหากตนไม่ได้มีหนี้แค้นให้ต้องชำระก็อยากจะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดามีเพื่อนที่ดีเหมือนกับคนอื่นๆเช่นกัน
ผู่เยว่ที่เห็นว่าซูหนิงเอาแต่มองใบหน้าของนางไม่วางตา ก็พลันเอ่ยขึ้น
“เจ้าไม่ต้องห่วงผ้าเช็ดหน้านี่สะอาด ข้ายังไม่ได้ใช้มันกับสิ่งใด”
ซูหนิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ‘ข้าไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นเสียหน่อย...’
“เสร็จแล้ว!” ผู่เยว่กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าที่ภูมิใจ สายตามองดูแต่ผ้าเช็ดหน้าที่ถูกพันด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย ซูหนิงที่ว่านางมองเช่นนั้นก็เหลือบสายตาไปมองเสียบาง
อะไรกัน?
นางพันแผลให้เสียงดงามดุจกับจะไปประกวดประชัน ในขณะที่ซูหนิงกำลังแสดงใบหน้าที่ตกตะลึงมึนงง กูกูก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับหมอหลวง
จวนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปไม่นานนัก
“เสร็จแล้วขอรับ นี่คือยาใส่แผลกับยาทาลดรอยแผลเป็น ยาใส่แผลให้ใส่สามเวลานะขอรับ ส่วนยาทาไว้รอให้แผลแห้งสนิทก่อนแล้วค่อยเริ่มทา ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยขอตัว...” ทันทีที่หมอหลวงกล่าวจบ มีหนาวางขวดยาไว้บนโต๊ะ ก่อนจะถดตัวถอยเดินออกไปอย่างสำรวม
กูกูที่ยืนอยู่เมื่อเห็นว่าหมอหลวงออกไปแล้วจึงเริ่มกล่าวถาม “คุณหนูบาดเจ็บเช่นนี้ยังจะร่วมการคัดเลือกอยู่หรือไม่เจ้าคะ?” คำถามของกูกูทำให้ซูหนิงเมื่อได้ยินก็พลันตอบกลับมาอย่างไม่ลังเล “ข้าจะเข้าร่วม!” ซูหนิงกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าที่มุ่งมั่น บาดแผลเพียงแค่นี้นางไม่ยอมให้มาขัดขวางแผนการที่นางอุตส่าห์วางไว้ให้พังเสียหรอก!
ทันทีที่กูกูได้ยินก็พลางพยักหน้ารับก่อนจะกล่าวลาแล้วออกจากห้องไป หลังจากที่กูกูออกไป ผู่เยว่ที่ยืนรออยู่ด้านนอกมีหรือจะรอช้า นางรีบเดินเข้ามา แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่อิดโรยของซูหนิงผู่เยว่ก็พลางกล่าวขึ้นก่อนจะเดินจากไป “หากมีโอกาสข้าจะตอบแทนบุญคุณของเจ้าแน่!”
หลังจากที่ผู่เยว่ออกไป ภายในห้องก็เหลือเพียงแค่นางบรรยากาศที่เงียบสงบชวนให้นางรู้สึกอยากหลับสักงีบเสียจริง ทันทีที่คิดจบดวงตาใสพลางปิดเปลือกตาลงอย่างช้าๆ กายเอนนอนด้วยท่าที่สบาย
พรุ่งนี้ยังต้องใช้สมองอีกเยอะ วันนี้ข้าขอพักให้เต็มอิ่มเสียหน่อย...