บทที่ 40 สินสอดสามแสน ซื้อรถให้น้องชายเธอได้พอดี
จางเยว่เลี่ยงจ้องมองน้องชายด้วยความโกรธทันที ส่วนหลางจิ้งก็ขมวดคิ้ว มองไปที่น้องชายของคนรักสาว
“โจวต้าเหว่ยไม่ดีตรงไหน?” ลุงจางถามอย่างสงสัย “เกิดอะไรขึ้น?”
“พ่อ! โจวต้าเหว่ยไม่ใช่คนดี ฉันจะไม่แต่งงานกับเขาเด็ดขาด! ถึงบ้านเขาจะมีเงิน แต่ตัวเขานิสัยไม่ดี ทั้งกินเหล้า เล่นการพนัน เจ้าชู้ แถมยังชอบใช้ความรุนแรงอีก
ภรรยาคนก่อนของเขาก็หนีไปเพราะโดนเขาซ้อม!” จางเยว่เลี่ยงพูดอย่างโมโห
“อะไรนะ เขาแต่งงานแล้ว?” ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น สีหน้าลุงจางก็เปลี่ยนไป แล้วหันไปดุภรรยา “เธอดูคนแบบไหนกัน!”
เดิมทีลุงจางคิดว่าซุนชุ่ยจวนไม่รู้เรื่องนี้จึงถูกหลอก แต่ซุนชุ่ยจวนกลับเบะปาก “แต่งงานแล้วก็ไม่เห็นจะเป็นไรนี่ เขาไม่ได้มีลูกด้วยกันเสียหน่อย บ้านเขาก็ออกจะรวย ถ้าไม่ใช่เพราะเคยแต่งงานแล้ว คนแบบนั้นจะมาชายตามองบ้านเราเหรอ?”
ยังไม่ทันที่ลุงจางจะได้พูดอะไรต่อ ซุนชุ่ยจวนก็หันไปพูดกับจางเยว่เลี่ยง
“พอเขาได้ยินว่าเป็นแก เขาก็ตกลงทันที แถมยังบอกว่าจะให้สินสอดตั้งสามแสน พอดีน้องชายแกอยากได้รถ ก็ซื้อให้น้องได้เลย เดี๋ยวไปเจอเขาก่อน ปีใหม่นี้ก็จัดงานหมั้นเลย”
คำพูดของซุนชุ่ยจวนทำให้ทุกคนตกใจ
จางเยว่เลี่ยงพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ “แม่! แม่จะให้ฉันแต่งงานกับผู้ชายที่ผ่านการแต่งงานมาแล้ว แถมยังชอบใช้ความรุนแรงอีกเหรอ?”
“อะไรคือใช้ความรุนแรงไม่ใช้ความรุนแรง ชีวิตคู่มันก็ต้องมีทะเลาะกันบ้าง ฉันกับพ่อแกแต่งงานกันมาตั้งนาน ก็เคยตีกัน ผัวเมียทะเลาะกัน ตื่นมาก็คืนดี ผู้หญิงบ้านนอกอย่างเรา จะมาเรื่องมากอะไรนักหนา”
น้ำตาของจางเยว่เลี่ยงคลอเบ้าทันที
เธอมองแม่ด้วยความผิดหวัง
เธอเรียนเก่งกว่าน้องชายมาก แต่แม่กลับบอกว่าเธอเป็นผู้หญิง ไม่จำเป็นต้องเรียนมาก บ้านก็ไม่มีเงินส่งเธอเรียน พอจบมัธยมปลายก็ไล่เธอไปทำงาน
แต่น้องชายเธอสอบติดมหาวิทยาลัยได้ แม่กลับดีใจราวกับลูกชายสอบได้ที่หนึ่ง แถมยังเอาไปคุยอวดไปทั่ว
ตอนที่เธอไปทำงาน เธอพกเงินไปแค่ห้าร้อย พอไปถึงเมืองที่ไม่คุ้นเคย พอเข้าเดือนที่สอง เงินเดือนยังไม่ออก แม่ก็โทรมาขอเงิน บอกให้เธอส่งเงินไปให้ โดยไม่คิดเลยว่าเธอยังเหลือเงินแค่ไม่กี่สิบหยวน จะใช้ชีวิตยังไง
หกปีมานี้ที่เธอต้องดิ้นรนอยู่ในเมืองใหญ่ โชคดีที่มีหลางจิ้งอยู่เคียงข้าง คอยบอกให้เธอเก็บเงินไว้บ้าง อย่าส่งไปให้ที่บ้านหมด
ตอนแรกเธอคิดว่าหลางจิ้งพยายามยุแยงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแม่ แต่พอเธอกลับบ้าน ลองขอเงินแม่ดูบ้าง เธอกลับได้เงินแค่ไม่กี่สิบหยวน
แม่บอกว่าเงินนั้นแม่เก็บไว้ให้เธอแล้ว แต่เธอกลับเห็นกับตาว่าพอน้องชายขอเงิน แม่หยิบยื่นให้เป็นร้อยๆ
แถมเสื้อผ้า รองเท้าของน้องชาย…
พ่อแม่ของเธอไม่มีปัญญาซื้อของพวกนั้นแน่ ๆ นั่นมันเป็นเงินของเธอทั้งนั้น!
ตอนนั้นเอง เธอถึงได้เข้าใจทุกอย่าง เงินเดือนที่เธอส่งกลับบ้าน เธอไม่ได้คืนสักหยวน
จางเยว่เลี่ยงไม่ได้เสียใจอะไรมากนัก เพราะตั้งแต่เล็กจนโต เธอก็ไม่เคยได้รับความยุติธรรมอยู่แล้ว พอกลับบ้าน เธอก็ทำตามที่หลางจิ้งบอก แอบเก็บเงินไว้ส่วนหนึ่ง ที่เหลือถึงค่อยส่งกลับไป
โชคดีที่เธอขยัน จนสามารถตั้งหลักในเมืองใหญ่ได้ ความสัมพันธ์กับหลางจิ้งก็มั่นคง รอแค่พาคนรักกลับบ้านไปพบพ่อแม่ แล้วแต่งงานกันปีหน้า
ไม่คิดเลยว่า สุดท้ายก็เป็นแบบนี้
ในเวลาเดียวกัน ลุงจางก็โกรธมาก เขาเองก็รู้ว่าภรรยารักลูกไม่เท่ากัน แต่ลูกชายยังเล็ก ให้พี่สาวตามใจน้องบ้างเขาก็พอเข้าใจ
แต่เรื่องแบบนี้มันเกินคาดจริง ๆ
“ไม่ได้ เรื่องนี้ฉันไม่เห็นด้วย ลูกสาวเรามีคนรักแล้ว ทำไมต้องไปแต่งงานกับผู้ชายที่ผ่านการแต่งงานมาแล้ว!”
บรรยากาศในบ้านตึงเครียดขึ้นมาทันที
จางสือเลี่ยงน้องชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอามือลูบท้องอย่างไม่ใส่ใจ แล้วพูดอย่างหงุดหงิด “จะกินข้าวกันรึยัง ผมหิวแล้ว!”
ซุนชุ่ยจวนบ่นอุบอิบแล้วเดินเข้าครัวไปทำอาหาร
หลางจิ้งอยากจะเข้าไปช่วย เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ แต่จางเยว่เลี่ยงดึงเขาไว้
ไม่มีใครรู้จักแม่ดีเท่าเธอ จางเยว่เลี่ยงรู้ว่าถ้าซุนชุ่ยจวนตัดสินใจอะไรแล้ว จะไม่มีทางเปลี่ยนใจ แม้แต่ครั้งนี้พ่อของเธอจะคัดค้าน สุดท้ายแม่ของเธอก็จะหาทางให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการอยู่ดี
“เราไปกันเถอะ” จางเยว่เลี่ยงพูดเบาๆ
หลางจิ้งอึ้งไป จากนั้นก็รู้สึกใจหาย “ตอนนี้เรายังไปไม่ได้หรอก!”
ตอนนี้ก็มืดแล้ว แม้แต่พรุ่งนี้เช้า พวกเขาก็ไปไหนไม่ได้
พรุ่งนี้ก็วันปีใหม่แล้ว จะหาตั๋วได้ที่ไหน
แต่ลุงจางกลับดับบุหรี่อย่างเงียบ ๆ “เยว่เลี่ยง หลางจิ้ง ไปเดินเล่นข้างนอกกับพ่อหน่อย”
จางเยว่เลี่ยงยังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่หลางจิ้งสบตากับลุงจาง ความเข้าใจกันระหว่างผู้ชาย ทำให้เขาผลักจางเยว่เลี่ยงเบา ๆ
ซุนชุ่ยจวนอยากจะห้าม กลัวว่าทั้งคู่จะหนี แต่พอเห็นกระเป๋าเดินทางก็ไม่ได้สนใจอะไร
ของยังอยู่ หนีไปไหนไม่ได้หรอก
ลุงจางไม่ได้พาพวกเขาไปที่อื่น แต่เดินไปที่บ้านของครอบครัวไป๋ที่อยู่ข้าง ๆ
ตอนนั้น ไป๋เยี่ยกำลังทำอาหาร พอเข้าไปในบ้าน จางเยว่เลี่ยงกับหลางจิ้งก็อดสูดดมกลิ่นหอมไม่ได้
“บ้านไป๋ทำกับข้าวอยู่เหรอ? หอมจัง!”
“บ้านนี้ทำกับข้าวเก่งจัง”
“อืม น้องไป๋เยี่ยลูกชายของลุงไป๋เป็นพ่อครัว แต่ฉันก็ไม่เคยกินอาหารที่เขาทำ แต่ดมกลิ่นแล้วก็น่าจะอร่อย”
ทั้งคู่คุยกันไป ก็ได้ยินเสียงลุงจางตะโกนเสียงดัง “เหล่าไป๋!”
จากนั้นพ่อไป๋ก็ออกมาต้อนรับพวกเขาเข้าบ้าน
หลังจากทุกคนแนะนำตัวกันแล้ว ลุงจางก็ไล่เด็ก ๆ ออกไปข้างนอก แล้วคุยกับพ่อไป๋และภรรยาเรื่องที่บ้าน
ถึงแม้ภรรยาของทั้งคู่จะไม่ถูกกัน แต่ลุงจางกับพ่อไป๋ก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดี แต่ผู้ชายทั้งคู่ค่อนข้างเก็บตัว พูดไม่ค่อยเก่ง
ข้างในคุยเรื่องสำคัญ ส่วนจางเยว่เลี่ยงก็พาคนรักหนุ่มไปคุยกับพี่น้องบ้านไป๋
จางเยว่เลี่ยงชอบไป๋เยี่ยและไป๋อันอันมาก ถ้าเทียบกับน้องชายแท้ ๆ ของเธอ จางสือเลี่ยง ไป๋เยี่ยเป็นเด็กดีกว่าเยอะ ส่วนไป๋อันอันก็น่ารักน่าเอ็นดู ใคร ๆ ก็ชอบ
ไป๋เยี่ยถือจานผัดผักรวมมิตรออกมา “อันอัน เอาตะเกียบมาเร็ว พวกเรากินกันก่อน”
“อะไรนะ ไม่เอาเข้าไปเหรอ?” ไป๋อันอันถามอย่างสงสัย
“ลุงจางมาคงมีเรื่องต้องคุย เดี๋ยวกับข้าวก็เย็นหมด เรากินตอนร้อน ๆ ดีกว่า พี่เยว่เลี่ยงก็เพิ่งกลับมา พาคนรักมาด้วย ลองชิมฝีมือผมหน่อย”
ทั้งสี่คนนั่งล้อมโต๊ะเตี้ย ๆ มีเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ สี่ตัว
หลางจิ้งรู้สึกถูกชะตากับไป๋เยี่ยมาก เพราะไป๋เยี่ยสนิทกับคนรักสาวเขา แถมยังเรียกเขาว่าพี่เขย ทำให้เขารู้สึกดี
พอคิดถึงน้องชายของจางเยว่เลี่ยง จางสือเลี่ยง ที่ไม่สนใจพวกเขา เห็นพี่สาวโดนตบก็ยังนั่งดูเฉย ๆ รู้เลยว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว ไร้หัวใจ
ยิ่งกว่านั้น ยังจะเอาพี่สาวไปแลกเงินสามแสน เพื่อซื้อรถอีก
เลวจริง ๆ!