ฮูหยินบ้านนอกของคุณชายเสียน

    เผลอใจ

    เหลียนฮวาพร้อมกับคนอื่นๆรีบเดินออกจากห้องของเศรษฐีเสียนในทันทีเพราะพวกเขารู้ดีว่าตอนนี้เสียนอี้หลงต้องการอยู่กับร่างไร้วิญญาณของเศรษฐีเสียนเพียงลำพัง

    หลายวันต่อมา….หลังจากงานศพของเศรษฐีเสียนเสร็จสิ้นลงเสียนอี้หลงก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมกินไม่ยอมนอนราวกับกำลังตรอมใจเหลียนฮวาที่ได้เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกเป็นห่วงเป็นอย่างมาก

    “คุณหนูฟู่ท่านมาทำอะไรในครัวเช่นนั้นหรือ”สาวใช้ในห้องครัวผู้หนึ่งถามขึ้นราวกับไม่อยากต้อนรับนาง

    เหลียนฮวายิ้มให้กับนางก่อนจะเดินไปหยิบหม้อพร้อมกับไก่ดำและเครื่องยาจีน

    สาวใช้มองนางอย่างประหลาดใจแต่ก็ไม่กล้าขัดเพราะถึงอย่างไรนางก็คือฮูหยินของเสียนอี้หลงผู้เป็นเจ้าของบ้าน

    “เจ้าช่วยก่อไฟให้ข้าทีพักนี้คุณชายเสียนไม่ค่อยทานอาหารข้าจะตุ๋นไก่ดำเพื่อบำรุงร่างกายให้กับเขา”

    สาวใช้มองหน้าเหลียนฮวาอย่างไม่ใส่ใจ

    “ที่ข้าบอกเจ้า เจ้าไม่ได้ยินหรอกงั้นหรือแม้ข้าจะเป็นคนบ้านนอกแต่ข้าก็คือนายหญิงของบ้านหลังนี้คำสั่งของข้าก็คือคำสั่งของนายหญิงที่เจ้าต้องปฏิบัติตาม”เหลียนฮวาพูดขึ้นเมื่อเห็นท่านทางไม่สนใจของสาวใช้

    “อ่อหรือเจ้าจะไม่อยากอยู่ที่บ้านตระกูลเสียนอีกก็ได้ถ้าเช่นนั้นข้าจะทำเอง”นางพูดพร้อมกับเดินจะไปก่อไฟ

    สาวใช้รู้สึกกลัวขึ้นมาเมื่อได้ยินที่นางพูดก่อนจะรีบชิงไปก่อไฟให้นาง

    “คุณหนูฟู่เดี๋ยวข้าทำให้ท่านเองท่านไม่ต้องทำหรอกเจ้าค่ะ”สาวใช้พูดขึ้นพร้อมกับก้มหน้าก่อไฟให้กับเหลียนฮวา

    เหลียนฮวามองดูสาวใช้ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆอย่างเอือมระอา

    หลังจากทำซุปไก่ดำตุ๋นยาจีนเสร็จนางก็รีบยกเข้ามาในห้องให้กับเสียนอี้หลงในทันที

    “คุณชายเสียนข้าทำซุปไก่ดำตุ๋นยาจีนมาให้ท่าน ทานซักหน่อยเถอะนะ”

    “ข้าไม่อยากกิน”

    “หากท่านเอาแต่นั่งเหม่อลอยไม่ยอมทานอะไรเช่นนี้อีกไม่นานจะล้มป่วยเอาได้”

    “ช่างข้าเถอะ ข้าจะเป็นอะไรก็ช่างข้าเถอะ”

    “หากข้าไม่เป็นห่วงท่านข้าคงจะไม่ใส่ใจเช่นนี้”

    เสียนอี้หลงรีบหันไปมองยังเหลียนฮวาในทันทีเมื่อได้ฟังที่นางพูด

    “เมื่อครู่เจ้าว่าอะไรนะ”

    เหลียนฮวาใบหน้าแดงกร่ำเมื่อหลุดปากพูดในสิ่งที่คิดออกไปนางรีบวางถ้วยซุบลงตรงหน้าเสียนอี้หลงในทันที

    “ท่านรีบทานซุปร้อนๆก่อนเถอะเดี๋ยวจะเย็นเสีย”นางพูดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไป

    เสียนอี้หลงค่อยๆเผยยิ้มออกมาเบาๆ

    “เป็นห่วงข้าเช่นนั้นหรือ”เขาพูดขึ้นเบาๆราวกับดีใจก่อนจะมองดูซุปที่นางทำมาให้

    ด้านเหลียนฮวาที่รีบเดินออกมาจากห้องใบหน้าของนางแดงกร่ำด้วยความเขินอายก่อนจะเผลอยิ้มออกมา

    “บ้าจริง นี่ข้าเผลอใจให้กับคนร้ายกาจเช่นเสียนอี้หลงแล้วเช่นนั้นหรือ”นางบ่นพึมพำออกมาเบาๆก่อนจะเหลือบไปเห็นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังเดินมาหานาง

    “ฮูหยินเสียน”ชายหนุ่มผู้นั้นเอ่ยทักนางราวกับสนิทก่อนจะส่งรอยยิ้มหวานให้อย่างเป็นมิตร

    “คุณชาย เอ่อท่านคือ”

    “ข้าหวงลี่เฟยสหายของอี้หลงเช่นไรเล่าเราพบกันที่ริมบึงเมื่อหลายเดือนก่อนเจ้าลืมข้าไปเสียแล้วงั้นหรือ”

    “ขอต้องขออภัย ว่าแต่ท่านคงจะมาพบคุณชายเสียนสินะตอนนี้คุณชายเสียนอยู่ในห้องถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”

    “เดี๋ยวสิ เจ้าจะรีบร้อนไปไหนกันไม่อยู่คุยกับข้าก่อนเล่า”

    “ข้าว่าคงไม่เหมาะ ท่านเป็นสหายของคุณชายเสียนจู่ๆข้าเสียมารยาทมายืนสนทนากับท่านเช่นนี้ใครมาเห็นเข้าต้องเอาไปนินทาเป็นแน่”

    “ฮ่า ฮ่า ฮ่าใครกันจะกล้านินทา เจ้าเป็นฮูหยินของสหายข้าเช่นนั้นข้ากับเจ้าก็จะต้องทำความคุ้นเคยกันไว้ไม่ใช่หรอกหรือ หรือว่าเจ้าไม่อยากรู้จักข้ากัน"

    “ไม่ใช่เช่นนั้น”

    หวงลี่เฟยค่อยๆยิ้มให้กับนางอย่างพอใจ

    “ลี่เฟยเจ้ามัวทำอะไรอยู่ตรงนั้น”น้ำเสียงไม่พอใจเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นหวงลี่เฟยกับเหลียนฮวาสนทนากันอยู่

    หวงลี่เฟยหันไปมองเจ้าของเสียงนั่นก่อนจะแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

    “ช่างขัดคอนัก”เขาพูดขึ้นอย่างหัวเสีย

    เหลียนฮวาหันไปมองเสียนอี้หลงที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจก่อนจะรีบก้มหน้าลง

    “ถ้าเช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อน”นางพูดขึ้นก่อนจะรีบเดินจากไป