บทที่ 11 พร์ด้านกระบี่ปรากฏ วันนี้ไปถอนหมั้น!
"เขาพบข้าแล้ว!
ไม่ ไม่ใช่!
เขามองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาว่างเปล่า ทั้งที่ข้าใช้วิชาพรางลมหายใจอยู่แต่เขาก็ยังดูเหมือนจะมองเห็นข้า!
เพียงแต่ััได้ว่ามีคนแอบดูอยู่เท่านั้น!"
สายตาของหลินม่อสั่นไหว หัวใจเต้นระรัวไม่หยุด
ท่าทางของเด็กหนุ่มเมื่อครู่ เห็นได้ชัดว่าเขาััถึงการมีอยู่ของตนได้
นี่พิสูจน์ได้อีกครั้งว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ!
"ด้วยระดับกลั่นลมปราณขั้นสามของเด็กหนุ่มคนนั้น ตามหลักแล้วไม่มีทางััถึงข้าได้เลย!
นั่นหมายความว่า... เื้ัของเด็กคนนี้ต้องมีผู้คอยชี้แนะอย่างแน่นอน
ประหลาด ประหลาดเกินไปแล้ว!
รวมถึงวิชาควบคุมไฟนี้ด้วย น่าทึ่งเกินไป!"
ความตื่นตระหนกบนใบหน้าของหลินม่อค่อย ๆ จางหายไป
สายตาของเขาเริ่มกวาดมองไปทุกซอกทุกมุมภายในลานบ้าน เพื่อค้นหาร่องรอยเพียงเล็กน้อย แต่ต่อให้เขาใช้กำลังทั้งหมดในการค้นหา ก็ยังคงไม่พบสิ่งใดเลย
เพียงแค่สังเกตคร่าว ๆ ในวันนี้เขาก็ดูออกแล้ว
เด็กคนนี้... มีของดีแน่นอน!
"ได้ยินว่าเ้าหนูตระกูลเซียวที่หมั้นหมายกับลูกสาวสุดที่รักของข้า เดิมทีเป็นายน้อยของตระกูลเซียว พร์ก็ยอดเยี่ยมมาก เพียงแต่สามปีมานี้ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจู่ ๆ พัฒนาการกลับถดถอย ถึงขั้นล้าหลังกว่าคนรุ่นเยาว์ในตระกูลเซียว
ตอนนี้ดูเหมือนว่า... จะเกี่ยวข้องกับคนเื้ัของเขาแน่นอน
แต่ดูจากทิศทางนี้... คาดว่าหลังจากลูกสาวข้าถอนหมั้น เ้าหนูคนนี้คงจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็วราวกับทะยานขึ้นฟ้าแน่!"
เมื่อคิดได้ดังนี้หลินม่อก็เกิดแผนการ
เขาตัดสินใจแล้วว่าจะทำตามที่คิดไว้ั้แ่แรก
ซูชิงลั่วถอนหมั้น ส่วนเขาจะเป็คนขอโทษเอง!
"หึ! พ่อจะขอโทษแทนลูกสาวสักหน่อยจะเป็ไรไป ไม่น่าอายหรอก!
ที่ข้าทำทั้งหมดนี้ ก็เพื่อลูกสาวสุดที่รักของข้าทั้งนั้น!
ขอเพียงลั่วเอ๋อร์สามารถก้าวหน้าอย่างมั่นคงจนบรรลุสู่แดนเซียน จะให้ข้าทำอะไรข้าก็เต็มใจ!"
แววตาของหลินม่อฉายประกายความเด็ดเดี่ยว
ใช่แล้ว ทุกอย่างต้องมีเป้าหมายคือการบรรลุเป็เซียนและมีชีวิตะ!
ขอเพียงได้เป็เซียน การขอโทษเพียงครั้งเดียวจะนับเป็อะไรได้
ยังโชคดีที่เ้าหนูตระกูลเซียวไม่ใช่สตรี ไม่เช่นนั้นต่อให้ต้องแต่งงานเขาก็ยอม
ลูกเขยแต่งเข้าบ้านงั้นหรือ? จะเป็ครั้งที่หนึ่งหรือครั้งที่สองก็ช่างเถิด
หลินม่อลูบจมูก ในใจวางแผนการไว้แล้ว
เขามองสำรวจลานบ้านอีกครั้ง แล้วจากไปในทันที
อยู่ที่นี่ต่อไปก็คงไม่เห็นอะไรเพิ่ม ยิ่งไปกว่านั้นในใจเขายังรู้สึกหวั่นใจอยู่ตลอด โดยเฉพาะหลังจากที่เ้าหนูตระกูลเซียวััถึงตัวเขาได้ความรู้สึกนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
ในเมื่อตอนนี้รู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร รีบจากไปเสียจะดีกว่า ส่วนเื่ที่จะลงมือกำจัดอีกฝ่าย...
"ช่างมันเถอะ ทำไมพอคิดเื่นี้แล้วถึงรู้สึกเย็นสันหลังขึ้นมานะ เ้าหนูนั่นประหลาดนัก คนเื้ัก็ต้องมีเล่ห์เหลี่ยมแน่นอน
ข้าจะเสี่ยงไม่ได้ ต้องทำอย่างรอบคอบจะดีกว่า
ข้าไม่เชื่อหรอกว่าหากข้ายอมทิ้งศักดิ์ศรีของคนแก่เช่นนี้แล้ว อีกฝ่ายจะไม่ซาบซึ้งในน้ำใจ!"
เมื่อคิดจบ ร่างของหลินม่อก็หายลับไปในความมืดของราตรีอย่างรวดเร็ว
วันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องเต็มลานบ้าน
ณ เรือนหลังของตระกูลซู ภายในหอคอยสองชั้นที่ตกแต่งอย่างประณีต
ซูชิงลั่วสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที
"ฝัน... ถึงท่านแม่ อีกแล้ว... ท่านแม่ ลั่วเอ๋อร์คิดถึงท่านเหลือเกิน..."
นางเอ่ยเสียงเบา ใบหน้าอันงดงามปรากฏความโศกเศร้า ผมสั้นสีเงินขาวยุ่งเหยิง นางตกอยู่ในภวังค์เป็เวลานาน
นางไม่ได้ฝันถึงมารดาขณะนอนหลับ แต่ฝันถึงในระหว่างการบำเพ็ญเพียร
นางฝันว่านั่นคือพื้นที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ภายในมีสมุนไพริญญา ของล้ำค่า และของวิเศษมากมาย และยังมีเงาร่างของคนที่นางคิดถึงที่สุด นั่นทำให้นางอดไม่ได้ที่จะโผเข้าหาอีกฝ่าย
ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะััตัวอีกฝ่าย ความฝันก็แตกสลายลงทันที และนางก็ตื่นจากการบำเพ็ญเพียรโดยสมบูรณ์
"ท่านแม่ ท่านยังคงรอข้าอยู่ใช่หรือไม่?"
ดวงตาของซูชิงลั่วบวมแดง ในใจยิ่งเกิดความเด็ดเดี่ยวอย่างรุนแรง
"ท่านแม่ รอข้านะ! ข้าจะต้องหาท่านให้พบแน่นอน!"
ซูชิงลั่วกำหมัดแน่น ทว่า ที่ปลายนิ้วกลับมีความรู้สึกประหลาด
เมื่อก้มลงมอง ก็พบว่าเป็แหวนสีดำสนิทที่หลินม่อมอบให้
"แหวนวงนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ของธรรมดา..."
นิ้วมือลูบไล้แหวนวงนั้น สีหน้าของซูชิงลั่วเริ่มดูแปลกไป เพราะนางรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า การบำเพ็ญเพียรเมื่อคืนนี้รวดเร็วขึ้นมาก
และ...
"ความฝันเมื่อคืนสมจริงอย่างยิ่ง ไม่เคยเป็เช่นนี้มาก่อน หรือจะเป็เพราะแหวนวงนี้
แล้วก็... ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ข้าถึงมีความรู้สึกว่าอยากจะฝึกกระบี่ขึ้นมาทันที ราวกับหากวันใดไม่ได้ฝึกกระบี่ จะรู้สึกไม่สบายใจ!"
ซูชิงลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย ในใจเริ่มมีการคาดเดา
นางยื่นมือขวาออกไป ดีดนิ้วชี้หนึ่งครั้ง กระบี่ที่เอวก็ปรากฏขึ้นในมือทันที
กระบี่ราวกับเป็ส่วนหนึ่งของมือ คมกริบและเยือกเย็น ประกายเย็นวาววับ
ซูชิงลั่วกุมด้ามกระบี่ ร่างทะยานขึ้น แล้วฟันกระบี่ออกไปหนึ่งครั้ง!
ทันใดนั้น บนคมกระบี่ก็สาดประกายแสงเจิดจ้าราวกับดวงดาวที่กรีดผ่านความว่างเปล่า
ฟันลงไปเบื้องหน้า
ปัง!
เสียงปะทะดังสนั่น ูเาจำลองเบื้องหน้าถูกฟันแยกออกเป็สองซีกอย่างเด็ดขาด
"ซี๊ด! เกิดอะไรขึ้น?! ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าความเข้าใจในวิชากระบี่ของตนเองเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้?
นี่เป็เพราะสาเหตุใดกัน?"
ดวงตาของซูชิงลั่วฉายแววประหลาดใจ
นางมองแหวนที่นิ้วชี้ด้วยความยินดี ทันทีที่นางกุมกระบี่ แหวนวงนั้นก็ร้อนผ่าวอย่างยิ่ง แต่นางกลับไม่รู้สึกเ็ป มีเพียงความรู้สึกปลอดโปร่งอย่างที่สุด
เมื่อกุมกระบี่ไว้ ก็ราวกับกุม... ทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในมือ!
"แหวนวงนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน!" ซูชิงลั่วคิดอย่างมั่นใจ
แม้ไม่รู้ว่าแหวนวงนี้คือสิ่งใดกันแน่ แต่จากอาการทั้งหมดที่ปรากฏ แหวนวงนี้ต้องเป็ของวิเศษล้ำค่าแน่นอน! และของวิเศษชิ้นนี้มาจาก... หลินม่อ!
"เขารู้หรือไม่ว่าแหวนวงนี้ล้ำค่ามาก? หากรู้แล้ว เขายังจะมอบให้ข้าอีกหรือ?
แต่เมื่อพิจารณาจากระดับการบำเพ็ญของเขา เขาไม่น่าจะรู้ ไม่เช่นนั้นคงไม่มอบให้ข้าหรอก"
ซูชิงลั่วคิด ในขณะที่สีหน้าเริ่มอ่อนโยนลงเล็กน้อย
ไม่ว่าอย่างไร นางก็ได้ของวิเศษชิ้นหนึ่งมา
แต่เมื่อวานนางกลับะเิอารมณ์ใส่หลินม่อ สิ่งนี้ทำให้นางรู้สึกผิดอยู่ในใจไม่น้อย
"เอาเถอะ วันนี้หลังจากถอนหมั้นกลับมา จะไปหาเขาเสียหน่อย พูดคุยกับเขาดี ๆ เพื่อให้เขาสบายใจ
ไม่ว่าข้าจะไปสำนักชิงอวิ๋นหรือไปที่ใด จะไม่ปล่อยให้เขาต้องเผชิญชะตากรรมตามลำพังแน่นอน
เมื่อข้าเข้าสำนักแล้ว เห็นแก่หน้าข้า ตระกูลซูก็คงจะไม่รังแกเขาอีก"
เมื่อคิดได้ดังนั้น ซูชิงลั่วจึงลุกขึ้นใช้วิชาทำความสะอาดร่างกาย แล้วเปลี่ยนเป็ชุดใหม่ สะพายกระบี่ผลึกเหมันต์แล้วเดินออกจากห้องนอนไป
นางในชุดสีขาวบริสุทธิ์ทั้งตัว ประกอบกับผมสั้นสีเงินขาวดูเฉียบคมอย่างยิ่ง ราวกับกระบี่ที่คมกริบเล่มหนึ่งที่เดินอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลซู เมื่อรวมกับแหวนสีดำสนิทที่นิ้วชี้ เปรียบเสมือนหยดหมึกบนผืนหิมะ ยิ่งส่งให้นางดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ตลอดทางที่นางเดินผ่านบรรดาบ่าวรับใช้ต่างพากันตกตะลึง
เมื่อถึงห้องโถงใหญ่ ผู้นำตระกูลซูและผู้าุโใหญ่ก็รออยู่ที่นั่นก่อนแล้ว
"คารวะท่านผู้นำตระกูล ผู้าุโใหญ่!
ชิงลั่วเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว พวกเราไปกันเถอะเ้าค่ะ" ซูชิงลั่วประสานมือคารวะ
"อืม ไปกันเถอะ วันนี้จะไปถอนหมั้นให้เ้า ถือเป็การสะสางเื่จุกจิกนอกสำนักให้สิ้นซาก เพื่อที่วันหน้าเ้าจะได้ตั้งใจบำเพ็ญเพียร"
ซูฉี่อู่พยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืน เตรียมที่จะเรียกใช้อุปกรณ์วิเศษ
ทว่า ในขณะนั้นเอง ร่างหนึ่งในชุดสีดำสนิทเดินเข้ามาจากด้านนอก สวมอาภรณ์สีหมึก ใบหน้าคมเข้มแฝงไปด้วยความกร้านโลก
ผู้ที่มาก็คือหลินม่อ!
"เดี๋ยวก่อน ข้าไปด้วย!"