ทารกน้อยวัยย่าง 5 เดือนมองเขาตาใสแป๋ว
“สวัสดีครับพี่ภรีม” หมอปรินซ์เอ่ยทักทายพี่เขยแล้วเดินเข้ามาชะโงกหน้าดูยัยหนูลูกสาวแสนรักของเขา อังหลังมือแตะแก้มลูกสาวเบาๆ ด้วยความรักใคร่ลึกซึ้ง
“สวัสดีครับหมอปรินซ์”
“อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนสิครับ เดี๋ยวสั่งจากร้านอาหารตรงปากซอยเข้ามา” ปริตถกรเสนอไอเดีย ทั้งภรรยาและพี่สะใภ้ต่างพยักหน้าเห็นด้วย
ดีเหมือนกัน เย็นวันศุกร์ชิวๆ แบบนี้ ได้ทานข้าวพูดคุยกับคนวัยใกล้เคียงกันก็คงดีอีกแบบ
“แวะมาหายัยหนูบ่อยขนาดนี้เหมือนพี่ภรีมอยากมีเป็นของตัวเองเลยนะคะ” บารมิตาแกล้งแซวเมื่อแขกของบ้านอาสาดูแลลูกสาวให้เองระหว่างเธอเตรียมมื้ออาหารกับกณิกนันท์ในครัว แล้วปล่อยให้ 2 คู่เขยคุยกันอย่างถูกคอตรงห้องโถงรับแขกกว้างมีวิวทะเลสาบอยู่เบื้องหน้า
คนยังไม่เคยเป็นพ่อแต่ชักอยากมีโมเมนต์นี้ใจจะขาดยิ้มรับแล้วเหลือบมองภรรยาซึ่งตั้งหน้าตั้งตาเตรียมตั้งโต๊ะทานอาหาร
กณิกนันท์ไม่ได้หันมองและไม่ได้รับมุกกับเขา
เธอได้ยินแล้วแต่แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเพราะไม่อยากหวั่นไหวกับสิ่งที่ไม่มีวันเป็นไปได้
ภัทรกรผิดหวังลึกๆ เมื่อไม่เห็นการตอบรับ หรือท่าทียินดียินร้ายจากหญิงสาวเลยสักนิด
…คงหมายความว่าไม่อยากมี
หลังจากหย่ากันเธอจะเป็นอิสระ แถมอายุยังน้อยกว่าเขาหลายปีเริ่มต้นใหม่ได้สบายๆ มีโอกาส มีคนดีๆ รออยู่อีกตั้งเยอะแยะ จะอยากมีลูกกับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเคยแต่งงานผ่านการหย่าร้างมาแล้วครั้งหนึ่งทำไม อีกอย่างแม่ของเขายังไม่มีท่าทีจะรับเธอเป็นสะใภ้ใครกันจะอยากทนอยู่ท่ามกลางความง่อนแง่นของชีวิตคู่โดยที่ครอบครัวของสามีไม่เห็นด้วย
“ทำไมไม่ตอบเขา” บารมิตากระทุ้งศอกพลางโน้มใบหน้าไปกระซิบถามเสียงเบา
กณิกนันท์เม้มปากยังไม่ทันอธิบายเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ก็ดึงหญิงสาวออกจากการสนทนา
“อาหารมาส่งแล้วแน่ะ เดี๋ยวฉันออกไปรับให้เอง”
บารมิตาเดินออกไปรับอาหารจากไรด์เดอร์ส่งอาหารหน้ารั้วพร้อมสามีแทนพี่สาวกับพี่เขย
พ่อกับแม่ยัยหนูใบบัวออกไปด้านนอกจึงเหลือเพียงสองสามีภรรยาจอมปลอมคนอยู่ละมุมบ้าน ห้องครัวเปิดโล่งทว่าระบายอากาศดีควรจะมีผนังกั้นเดี๋ยวนั้นเพราะเธอไม่รู้จะมองหน้าภัทรกรอย่างไรดี จึงแสร้งทำเป็นง่วนจัดโต๊ะอาหาร
“บัว หยิบผ้าอ้อมให้ผมหน่อย น้องใบบัวแหวะนม”
เธอรีบทิ้งผ้าขี้ริ้วเดินไปล้างมือแล้วซับด้วยผ้าขนหนูก่อนก้าวดุ่ยๆ ไปหยิบผ้าอ้อมกับทิชชูเปียกมาเช็ดปากเลอะๆ ให้หลานสาว แล้วจัดการทำความสะอาดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่รอบเปรอะเป็นดวงของสามีอย่างคล่องแคล่ว
“คุณแม่เป็นที่เก่งได้เลยนะเนี่ย” เขาชมหากแต่หญิงสาวเพียงยิ้มเร็วๆ ไม่ยอมสบตาแล้วรับยัยหนูไปอุ้มไว้เอง
“ไปเปลี่ยนเสื้อก่อนสิคะ”
เขามีเสื้อยืดออกกำลังกายสำรองท้ายกระโปรงรถสำหรับแวะเข้ายิมหลังเลิกงานก่อนกลับบ้านเธอเป็นคนเตรียมให้เองจึงรู้ที่เก็บของดีกว่าเขาซึ่งเป็นเจ้าของเสียอีก
ภัทรกรสังเกต กณิกนันท์หาทางบ่ายเบี่ยงทุกครั้งเมื่อเขาเอ่ยถึงเรื่องลูกหรือเด็กเล็กๆ สักคน เขาเคยเอ่ยปากด้วยซ้ำไปว่าอยากเป็นพ่อ แต่คำตอบของเธอค่อนไปทางค่อนข้างเย็นชาเสียด้วยซ้ำ
‘เหรอคะ ดีจังเลยค่ะ บัวว่าคุณภรีมต้องเป็นพ่อที่ดีมากแน่ๆ’
เธอตอบเขาเพียงเท่านั้นแล้วเบี่ยงความสนใจทำอย่างอื่นต่อ
เขาอยากได้เธอนั่นแหละเป็นแม่ แต่ท่าทางไม่เปิดใจรับ ของหญิงสาวทำให้เขาไม่กล้าออกปากบอกความต้องการตัวเองสักที ไม่กล้ารั้งให้เธออยู่เคียงข้างในตอนนี้เพราะห่วงกลัวว่าหญิงสาวจะพาลอึดอัด ไม่ชอบใจหากเธอไม่คิดจะอยู่กับเขาต่อไปอีกยาวๆ
ชายหนุ่มเก็บความน้อยใจพยักหน้ารับแล้วเดินกลับไปที่รถหยิบเสื้อผ้ามาเปลี่ยน
บรรยากาศทานมื้อเย็นพร้อมหน้ายังคงชื่นมื่นอย่างที่เคยเป็นกระทั่งสองหนุ่มสาวอยู่กันตามลำพังในรถความเงียบจึงโรยตัวปกคลุมอีกครั้ง
“คุณอึดอัดอะไรหรือเปล่าบัว” เขาถามพยายามข่มเสียงไม่ให้ตึงเครียดเกินไป
“เปล่าเลยค่ะ บัวแค่ยังรู้สึกปวดหัวหน่อยๆ น่าจะเป็นเพราะเมื่อคืนดื่มเยอะเกิน” หญิงสาวยักไหล่พลางยิ้มจนตาเป็นสระอิ พยายามทำตัวเป็นธรรมชาติแม้มันไม่ง่ายนัก
ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าภรรยาทำตัวผิดแผกกว่าปกติแต่แสดงออกเกินพอดีไม่ได้เกรงว่าเธอจะอึดอัดใจหนักกว่าเดิม
คืนนั้นเขาหลับนอนกับเธอ โดยหญิงสาวให้ความร่วมมืออย่างเต็มอกเต็มใจ แต่เขายังไม่คลายความสงสัยอยู่ดีว่าตลอดเวลาเกือบเดือนครึ่งที่ผ่านมามีคืนไหนบ้างที่พวกเขาไม่ได้มีเซ็กซ์กัน มันควรจะมีเวลาที่ว่างเว้นไปสักสัปดาห์หนึ่งไม่ใช่หรือในช่วงที่หญิงสาวมีประจำเดือน แต่เธอยังไม่ยอมปริปากเอ่ยถึงเรื่องความผิดปกตินั้นเลยด้วยซ้ำอีกอย่างเมื่อคืนยังดื่มเหล้าไปตั้งมาก
จริงๆ แล้วมันมีเรื่องอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับคุณหรือเปล่านะบัว…
...
.
อีบุ๊กเรื่อง "รักอย่างมีเงื่อนไข - Love With Benefits" จะเผยแพร่แบบอีบุ๊กที่ Mebmarket วันที่ 20 ส.ค. นี้นะคะ ^^
--------------------
เป็นพระเอกที่ดูผิวเผินเหมือนจะเฟอร์เฟกต์แต่จริงๆ แล้วคุณปัณน่าสงสารกว่านั้นค่ะ ตอนที่ยังเป็น Friend With Benefits กับน้ำอิง ก็ไม่รู้ตัวเลยว่ารัก คิดว่าเจอกันหลับนอนกันด้วยความสะดวกทางกาย และเมื่อคิดจะลงหลักปักฐานกับผู้หญิงอีกคน ตอนที่เสียน้ำอิงไปแล้วก็เพิ่งรู้ตัวว่ารู้สึกยังไงกับน้องรหัสคนนี้กันแน่ แต่ก็สายไปซะแล้วเพราะตอนที่เขาอยากจะเลือก เธอก็เลือกตัดเยื่อใยไปซะแล้ว แถมยังกลายเป็นพ่อแบบไม่ทันรู้ตัวอีกต่างหาก พอกลับมาเจอนางเอกอีกครั้งตัวเองก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะเปิดเผยความรู้สึกกับอีกฝ่ายได้อีกแล้ว ทำอะไรไม่ได้เลยแม้จะรักจนหมดหัวใจ
ส่วนนางเอกของเราแม้ลึกๆ ไม่ใช่คนใจร้ายแต่ก็ต้องพยายามปฏิเสธเพื่อไม่ทำลายความสัมพันธ์ของปัณกับคู่หมั้นและพยายามเก็บความลับเรื่องลูกให้แนบเนียนที่สุดอีกด้วย พร้อมกับหาทางผลักไสเขาไปพร้อมๆ กัน
“พี่ควรขอปิ่นแต่งงานเหรอ” เขาลองใจแต่ไม่คิดว่าคำตอบที่ได้มันจะทิ่มแทงใจอย่างสาหัส
“ค่ะ” เธอตอบเช่นนั้นแม้ตรงข้ามกับหัวใจ
ปริณธวัฒน์แค่นยิ้มอย่างสุดฝืน ไม่พูดว่าเขาผิดหวังเพียงไรที่ได้ยินคำตอบนั้นจากปากผู้หญิงที่เฝ้ารอคอยตลอดหลายปี
มือเรียวยกเบียร์กระป๋องใหม่ขึ้นจรดเรียวปากแบบไม่ผสมน้ำแข็ง ได้เหล้าเพรียวๆ ตอนนี้เลยยิ่งดี
เขาอยากรู้ว่าเธอพูดคำนั้นด้วยความจริงใจขนาดไหนจึงแสร้งถามลองใจอีกครั้ง
“แหวนวงนี้คงใช้ขอแต่งงานไม่ได้หรอกจริงมั้ย อิงช่วยพี่เลือกสักวงสิ”
ความเจ็บแปลบแล่นแทงกลางใจหญิงสาว เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้ภายในแล้วแค่นยิ้มก่อนตอบ
“ได้ค่ะ พี่ปัณนัดอิงมาได้เลย จะได้ไปช่วยเลือก”
...
ปล. ขอบอกว่าพระเอกของเรื่องนี้เป็นผู้ชายที่ซื่อตรงกับหัวใจของตัวเองมากนะคะ เพียงแต่เลือกทำตามความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ก็เท่านั้นเอง