ว่ากันว่าเพลงที่ดีที่สุดนั้นไม่ได้แต่งขึ้น มันรอมาก่อนที่นักดนตรีจะเกิด รอในอากาศรอในสายฝน รอในความเงียบระหว่างโน้ตสองตัว และเมื่อนักดนตรีที่ถูกต้องมาถึง เพลงนั้นก็ออกมาเองในแบบที่ทำให้รู้สึกว่าเคยได้ยินมาก่อน ในชีวิตที่จำไม่ได้แล้ว
ห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปีก่อน หุบเขาเสียงหยก........
หุบเขาเสียงหยกในยามรุ่งสาง
หมอกขาวปกคลุมสันเขาในแบบที่หมอกยามเช้าจะปกคลุมเมื่อคืนก่อนหน้ามีฝนตกต้นไม้ในหุบเขายังเปียกชื้น หยดน้ำที่ห้อยอยู่ตามใบไม้สะท้อนแสงรุ่งสางในแบบที่บอกว่าโลกนั้นยังใหม่อยู่ในตอนเช้ายังไม่ได้แบกภาระของวันนั้น
และในซุ้มไม้ไผ่เล็กๆ ที่ขอบหุบเขา
มีเสียงดนตรีที่ไม่ควรมีในเวลานั้น
ผู่เยว่ นั่งอยู่บนหินก้อนใหญ่ริมลำธารนิ้วของเขาวิ่งอยู่บนกู่ฉินเก่าที่ไม้เริ่มดำจากอายุการใช้งาน ดวงตาปิดลงใบหน้าของชายหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ นั้นนิ่งในแบบที่นิ่งเมื่อเขาเล่นดนตรีในแบบที่ไม่นิ่งในเวลาอื่น
แสงเงินจางๆออกมาจากปลายนิ้วของเขาทุกครั้งที่ััสาย ในแบบที่เขาไม่รู้ว่ามีเพราะตาปิดอยู่แต่ผีเสื้อที่บินผ่านมานั้นหยุดนิ่งในอากาศรอบๆเขาในแบบที่สัตว์หยุดเมื่อมีบางอย่างที่เหนือธรรมชาติเกิดขึ้น
เพลงที่เขาเล่นนั้นไม่มีชื่อเพราะเขาไม่ได้แต่งมัน เขาแค่เล่นสิ่งที่มือของเขาจำได้ในแบบที่มือจำสิ่งที่สมองไม่จำ
"เ้าเล่นเพลงนั้นอีกแล้ว"
เสียงจากขอบซุ้มไม้ไผ่
ผู่เยว่ไม่หยุดเล่น แต่มุมปากขยับขึ้นเล็กน้อย
"เล่อหยาง" เขาพูดโดยไม่เปิดตา "เ้ามาเร็วกว่าปกติ"
"ฝนจะมาบ่าย" ชายที่ชื่อ เล่อหยาง เดินเข้ามาในซุ้มไม้ไผ่ด้วยก้าวที่เงียบในแบบที่เขาเดินเสมอเงียบในแบบที่คนที่โตมากับธรรมชาติจะเดิน "รู้สึกได้ในอากาศ"
เขานั่งลงบนหินก้อนเล็กข้างๆ ผู่เยว่มองนิ้วที่วิ่งบนสายกู่ฉินในแบบที่เขามองเสมอในแบบที่บอกว่าเขามองดูมาตลอดและไม่เคยเบื่อ
"เพลงนั้นมาจากไหน?" เล่อหยางถามเสียงเงียบ
"ข้าไม่รู้" ผู่เยว่พูดตรงในแบบที่เขาพูดทุกอย่างตรงและไม่ตกแต่ง "มันอยู่ในมือข้ามาตลอด ั้แ่จำความได้ ข้าเล่นมันได้ก่อนที่จะรู้จักชื่อโน้ตตัวแรก"
เล่อหยางเงียบสักพัก มองลำธารที่ไหลผ่านหินเสียงน้ำที่ผสมกับเสียงกู่ฉินในแบบที่ธรรมชาติบางครั้งเล่นดนตรีร่วมกับคนโดยไม่ได้นัดหมาย
"ข้าได้ยินเพลงนั้นในฝัน" เล่อหยางพูดเบาๆ
ผู่เยว่หยุดเล่น เปิดตาขึ้นมองเล่อหยาง
"ฝัน?"
"ทุกคืน ั้แ่เด็ก" เล่อหยางพูด ไม่หันมามองเขายังมองลำธารอยู่ "ฝันว่าอยู่ในที่ที่ไม่รู้จัก มีฝนตก และมีเสียงเพลงนี้มาจากที่ไหนสักแห่ง ข้าตามเสียงเพลงนั้นในฝันทุกคืนแต่ไม่เคยพบแหล่งที่มา"
เขาหันมามองผู่เยว่ในที่สุด
"จนกระทั่งวันที่ข้าได้ยินเ้าเล่น"
หุบเขาเสียงหยกเงียบลงในแบบที่เงียบเมื่อบางอย่างสำคัญเพิ่งถูกพูดออกมา
ผู่เยว่มองเล่อหยางดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่มีแสงบางอย่างอยู่ในนั้นที่เขาไม่มีชื่อเรียก
"ห้าปีที่เราอยู่ในหุบเขาเดียวกัน" เขาพูดเสียงเบา "เ้าไม่เคยบอกข้าเื่นี้"
"ข้าไม่แน่ใจว่าจะบอกอย่างไรโดยไม่ฟังดูบ้า" เล่อหยางพูดเสียงเรียบแต่มีบางอย่างในน้ำเสียงที่บอกว่าเขาพูดสิ่งที่หนักกว่าที่เขาแสดง
ผู่เยว่หยิบกู่ฉินขึ้นมาอีกครั้งเล่นโน้ตสามตัวแรกของเพลงที่ไม่มีชื่อ
ในพริบตาที่เสียงออกมา
เล่อหยางปิดตาลง และในอากาศรอบๆ ตัวเขาความชื้นที่สะสมจากคืนที่ผ่านมาเริ่มรวมตัวกัน ไม่ใช่ฝน แต่เป็ละอองน้ำเล็กๆที่ล้อมรอบเขาในแบบที่บอกว่ามีบางอย่างในตัวเขาที่ตอบสนองต่อเพลงนั้น
"เ้าทำอยู่" ผู่เยว่พูดเบาๆ ไม่หยุดเล่น
"ข้าไม่ได้ตั้งใจ" เล่อหยางเปิดตามองละอองน้ำรอบตัวด้วยสีหน้าที่เคยชินแต่ยังรู้สึกอยู่ "มันเกิดขึ้นเองเมื่อข้าได้ยินเพลงนั้น"
"เหมือนกัน" ผู่เยว่พูด ชี้ที่มือของตัวเอง
แสงเงินที่ปลายนิ้วนั้นชัดขึ้นในตอนนี้ในแสงรุ่งสาวที่กรองผ่านใบไม้ไผ่ มองเห็นได้ชัดเจน
ทั้งสองมองที่ปลายนิ้วและละอองน้ำพร้อมกันแล้วก็มองกัน
และในหุบเขาเสียงหยกในยามรุ่งสาวที่หมอกยังไม่จางมีบางอย่างที่เกิดขึ้นในพริบตานั้น บางอย่างที่ทั้งสองไม่มีชื่อเรียกในตอนนั้นแต่รู้จักในแบบที่ลึกกว่าความรู้จัก
ในคืนที่ฝนมา และสิ่งที่ตามมากับฝน
บ่ายของวันเดียวกัน
เล่อหยางพูดถูก ฝนมาในบ่ายและมาในแบบที่ฝนในหุบเขาจะมา ไม่มีคำเตือน ไม่มีฟ้าร้องก่อนแค่ท้องฟ้าเปลี่ยนสีในพริบตาแล้วฝนก็ตกลงมาหนัก
ผู่เยว่วิ่งกลับมาที่กระท่อมเล็กๆที่เขาอาศัยอยู่คนเดียวมาสามปีแล้ว กู่ฉินอยู่ในมือ ผ้าพันรอบมันเพื่อกันฝน
เขาเปิดประตูกระท่อมเข้าไปในแบบที่คนเปิดประตูบ้านตัวเองในแบบเคยชินแต่สิ่งที่อยู่ในกระท่อมนั้น
ทำให้เขาหยุดนิ่ง
มีหญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่ที่มุมกระท่อมในชุดที่ขาวเกินกว่าจะสวมได้โดยไม่เปียกหลังจากเดินในฝน แต่ชุดของเขานั้นแห้งสนิทผิวที่ขาวในแบบที่ขาวเกินปกติและดวงตาที่มองเขาในแบบที่รู้จักเขามานานกว่าที่เขาจำได้
"ท่านเป็ใคร?" ผู่เยว่ถามเสียงเงียบ
"คนที่รู้จักท่านมาก่อนที่ท่านจะเกิด" หญิงชราพูดเสียงที่เบาแต่ดังในแบบที่เสียงดังเมื่อมีน้ำหนักอยู่ในนั้น
ผู่เยว่ยืนอยู่ที่ประตู ฝนตกอยู่ข้างหลัง
"ท่านเล่นเพลงอีกครั้งในเช้านี้" หญิงชราพูดต่อ ไม่ตอบคำถามของเขา "ห้าร้อยปีมาแล้วที่เพลงนั้นไม่ได้ถูกร้อง"
"ห้าร้อยปี" ผู่เยว่พูดซ้ำ
"ห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปี" หญิงชราแก้ "นับแม่นยำ"
นางยืนขึ้น และผู่เยว่เห็นในพริบตานั้นว่าเท้าของนางไม่แตะพื้น
"ท่านเป็ิญญา" เขาพูดในแบบที่ใไปด้วยส่วนหนึ่ง
"ข้าเป็ผู้รักษาพันธะ" หญิงชราพูด "และพันธะระหว่างท่านกับชายที่ควบคุมฝนได้นั้นยังไม่สมบูรณ์ในชาตินี้ เหมือนกับที่ยังไม่สมบูรณ์ในทุกชาติที่ผ่านมา"
ฝนนอกกระท่อมหนักขึ้น
"ชาติที่ผ่านมา" ผู่เยว่พูดซ้ำ เสียงเบาลง "ข้าเวียนว่ายมาแล้ว?"
"ห้าชาติ" หญิงชราพูด "และในทุกชาติท่านและเขาพบกัน รักกัน และสูญเสียกันในแบบที่ต่างออกไป ชาติแรก ท่านตายเพราะโรคชาติที่สองเขาตายเพราะา ชาติที่สาม ทั้งสองพลาดกันโดยหนึ่งก้าว ชาติที่สี่คำสาปของผู้ร้ายตัดสองคนออกจากกัน และชาตินี้—"
นางหยุด
"ชาตินี้คือโอกาสสุดท้าย" นางพูดเสียงเงียบ
หยดน้ำตกลงบนหลังคากระท่อมหนักและสม่ำเสมอในแบบที่ฝนในหุบเขาจะตก
"โอกาสสุดท้ายในแบบไหน?" ผู่เยว่ถาม
"ถ้าชาตินี้ไม่สมบูรณ์ พันธะจะตัดขาดิญญาของท่านและเขาจะไม่พบกันอีก ไม่ใช่ในอีกชาติหนึ่ง ไม่ใช่ในอีกห้าร้อยปีแต่ตลอดกาล"
เล่อหยางวิ่งมาที่กระท่อมของผู่เยว่ในตอนค่ำเปียกจากฝนทั้งตัวในแบบที่บอกว่าเขาวิ่งมาตลอดทาง
"มีบางอย่างที่ข้าต้องบอกท่าน" เขาพูดเมื่อผู่เยว่เปิดประตูเสียงเร่งในแบบที่ไม่เคยเร่ง
"ข้าก็มีบางอย่างที่ต้องบอก" ผู่เยว่พูด เปิดประตูให้กว้างขึ้น
เล่อหยางเดินเข้ามาในกระท่อม มองรอบๆในแบบที่ค้นหาบางอย่าง
"มีคนอยู่ในนี้" เขาพูด ไม่ใช่คำถาม
"มี" ผู่เยว่พูด "แต่จากไปแล้วหลังจากบอกสิ่งที่ต้องบอก"
เล่อหยางมองเขา ในดวงตาของเขามีบางอย่างที่ผู่เยว่ไม่เคยเห็นมาก่อนบางอย่างที่หนักและเก่าในแบบที่ไม่ใช่ดวงตาของชายอายุยี่สิบห้า
"ข้าจำบางอย่างได้" เล่อหยางพูดเสียงเงียบ "เมื่อฝนตกในบ่ายนี้ข้าจำบางอย่างได้ ภาพที่ไม่ใช่ของชาตินี้ ชายที่เล่นดนตรีริมแม่น้ำ เสียงเพลงที่ข้ารู้จักและข้ายืนอยู่ในฝนและเรียกชื่อที่ไม่ใช่ชื่อในชาตินี้"
เขาหยุด
"เ้าชื่ออะไรในชาติก่อน?" เขาถาม
ผู่เยว่มองเขาสักพัก
"ข้าไม่รู้" เขาพูดตรง "แต่ิญญาที่มาหาข้าบอกว่าพันธะระหว่างเราสองคนนั้นเก่ากว่าห้าร้อยปี"
"ห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปี" เล่อหยางพูดทันที
ผู่เยว่หยุดนิ่ง
"เ้ารู้ตัวเลขนั้น" เขาพูด
"ข้าจำได้เมื่อกี้" เล่อหยางพูดเสียงเงียบ "ในแบบที่นึกออกโดยไม่รู้ว่ารู้มาจากไหน"
ฝนนอกกระท่อมเบาลงเล็กน้อยในแบบที่ฝนเบาลงเมื่อบางอย่างในอากาศปรับตัว
ผู่เยว่หยิบกู่ฉินขึ้นมา ไม่พูดอะไรเล่นโน้ตสามตัวแรกของเพลงที่ไม่มีชื่อ
และในพริบตาที่เสียงออกมา เล่อหยางปิดตาลง
ในอากาศของกระท่อมเล็กๆ ความชื้นรวมตัวกันออกมาเป็รูปร่างที่ไม่ใช่ละอองน้ำปกติ แต่เป็รูปร่างที่ชัดเจนกว่าเป็เส้นสายที่วิ่งระหว่างผู่เยว่และเล่อหยาง ในแบบที่มองเห็นได้ใน่สั้นๆก่อนจะจางออกไป
ทั้งสองเห็นมันพร้อมกัน
"เ้าเห็นไหม?" ผู่เยว่ถาม
"เห็น" เล่อหยางพูดเปิดตาเสียงนั้นเงียบในแบบที่คนพูดเมื่อพวกเขาเพิ่งพบบางอย่างที่ใหญ่กว่าที่คาด
ห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปีต่อมา ณ เมือง ฉงชิ่ง.........
ปัจจุบัน คืนวันศุกร์
เสียงฝนบนกระจกคอนโดชั้นสิบสอง
ผู่เยว่ นั่งอยู่หน้าเปียโนเก่าที่ครอบครัวทิ้งไว้เมื่อสิบปีก่อนไม่มีใครในบ้านสอนเขาเล่น ไม่มีใครรู้ว่าเขาเล่นได้ในโรงเรียนเขาเป็แค่นักศึกษาสถาปัตย์ปีสอง ที่พ้นออกจากหอพักมาเช่าคอนโดถูกๆคนเดียว เพราะเขา้าความเงียบในตอนกลางคืน
เงียบเพื่อเล่นดนตรี
เล่นเพลงที่เขาไม่รู้ว่าเรียนมาจากไหนแต่มือจำได้ทุกโน้ต
แสงเงินจางๆออกมาจากปลายนิ้วที่วิ่งบนคีย์เปียโน ในแบบที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่เขาเล่นจริงๆไม่ใช่เล่นเพื่อฝึก แต่เล่นเพราะ้าเขาไม่รู้ว่าแสงนั้นมีอยู่เพราะมันปรากฏอยู่ข้างหน้าเขาและเขาชินกับมันเสียจนไม่เห็นอีกต่อไป
ฝนนอกกระจกหนักขึ้น
และในกระจกที่เปียกฝนนั้น ผู่เยว่มองเห็นสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่
เงาของชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หลังเขาในห้องที่เขารู้ว่าว่างเปล่า
เขาหยุดเล่นในพริบตา หันกลับ
ไม่มีใคร
แต่กลิ่นของฝนในห้องนั้นหนักกว่าปกติในแบบที่บอกว่ามีบางอย่างที่มาพร้อมฝนเมื่อกี้
เขาหันกลับมามองกระจก
เงานั้นไม่อยู่แล้ว
ผู่เยว่นั่งอยู่กับกระจกฝนและห้องที่ว่างเปล่าสักพักแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดโน้ตที่เขาพยายามจดเพลงนั้นมาหลายปีแล้วเพลงที่ไม่มีชื่อที่มือของเขาจำได้ แต่สมองไม่รู้ว่ามาจากไหน
พิมพ์ลงไปสั้นๆ
"ฝนคืนนี้หนักและเห็นบางอย่างในกระจกที่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร"
แล้วก็ลบมัน
ใครจะอ่านก็ไม่เข้าใจ
เล่อหยาง ขับรถกลับจากงานในคืนที่ฝนตกหนักที่สุดในรอบเดือนปัดน้ำฝนทำงานอยู่ในระดับสูงสุดแต่ก็ยังมองถนนข้างหน้าไม่ชัด
เขาอายุยี่สิบห้าทำงานในบริษัทอุตุนิยมวิทยาเอกชนได้งานนี้เพราะสัญชาตญาณพยากรณ์อากาศของเขานั้นแม่นกว่าโมเดลคอมพิวเตอร์ในหลายกรณีสิ่งที่เขาไม่บอกในที่ทำงานคือสัญชาตญาณนั้นไม่ใช่แค่การอ่านข้อมูลมันคือการรู้สึกอากาศในแบบที่เขาไม่สามารถอธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ได้
และในคืนที่ฝนตกหนักเป็พิเศษ
เขามักฝันถึงเพลงที่ไม่มีชื่อ
โทรศัพท์บนที่วางข้างคนขับสั่นขึ้นแอปพลิเคชันที่เขาตั้งไว้เพื่อติดตามสภาพอากาศแสดงค่าผิดปกติไม่ใช่ค่าผิดปกติในแบบพายุหรือน้ำท่วม แต่เป็ค่าผิดปกติที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
ความชื้นในบริเวณหนึ่งของเมืองสูงกว่าปกติในแบบที่ไม่ควรเป็ในแบบที่บอกว่ามีบางอย่างที่ไม่ใช่สภาพอากาศปกติกำลังเกิดขึ้น
และสัญชาตญาณของเขาบอกว่าต้องไปที่นั่น
ไม่ใช่เพราะเป็หน้าที่ของนักอุตุนิยมวิทยาแต่เพราะมีบางอย่างที่เก่ากว่าเหตุผลบอกว่าต้องไป
เขาเปลี่ยนเลนขับไปในทิศที่โทรศัพท์ชี้ในแบบที่เขาทำโดยไม่ตั้งคำถาม ในคืนที่ฝนตกหนักและสัญชาตญาณนั้นดังกว่าปกติ
ห้องคอนโดชั้นสิบสอง
ผู่เยว่กลับมานั่งที่เปียโนอีกครั้งไม่รู้ว่าทำไม ในวันที่มีสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในกระจก ปกติเขาจะหยุดเล่นและไปนอนแต่คืนนี้มือของเขา้าเล่น
เล่นเพลงที่ไม่มีชื่อ
แสงเงินออกมาจากปลายนิ้ว สว่างกว่าปกติในแบบที่สว่างขึ้นตามความรู้สึกที่เขารู้สึก
และในครั้งนี้ เขาเห็นมันเอง
เห็นแสงเงินที่ปลายนิ้วตัวเองเห็นอย่างชัดเจนในแบบที่ไม่เคยชัดมาก่อน
"เล่นดีนะ"
เสียงจากมุมห้อง
ผู่เยว่หยุดเล่นในพริบตา หันไปมองมุมห้อง
มีเด็กชายนั่งอยู่ในมุมห้อง อายุไม่เกินสิบขวบในชุดที่ไม่ใช่ชุดของยุคนี้ และในแสงของห้องที่ผู่เยว่มองเห็นได้ชัดเจนเท้าของเด็กนั้นไม่แตะพื้น
ผู่เยว่มองเด็กสักพัก ไม่ใในแบบที่ควรใเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นบางอย่างที่คนอื่นมองไม่เห็นเพียงแต่ปกติมันไม่พูดกับเขา
"้าอะไร?" เขาถามเสียงเงียบ
"บอกให้ท่านรู้ว่าคืนนี้ฝนตกเพราะเขามา" เด็กชายพูดเสียงที่เบาในแบบที่เสียงิญญาจะเบา"และท่านต้องออกไปพบเขา"
"ใคร?"
เด็กชายชี้ไปที่หน้าต่างที่มีฝนตกอยู่
"คนที่ท่านรู้จักมาตลอดห้าร้อยปีที่ผ่านมา"
ผู่เยว่มองหน้าต่างที่มีฝนตกมองฝนที่ตกหนักในคืนนี้ในแบบที่ต่างจากฝนปกติในแบบที่เขาไม่มีคำอธิบายแต่รู้สึกได้
แล้วก็หยิบเสื้อกันฝนจากตะขอข้างประตู สวมใส่
เปิดประตูออกไปในฝน
โดยไม่รู้ว่ากำลังเดินเข้าไปสู่บางอย่างที่รอมาห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปี
ถนนหน้าคอนโด........
เล่อหยางจอดรถข้างทางในแบบที่ไม่รู้ว่าทำไมรู้แค่ว่าต้องจอดที่นี่
เขาลงจากรถในฝน ไม่มีร่ม ไม่มีเสื้อกันฝนเพราะเขาไม่เคยเปียกจากฝนในแบบที่คนปกติเปียก ฝนรอบๆเขานั้นเบาลงในแบบที่เบาเมื่อบางอย่างในตัวเขาบอกให้เบา
เขายืนอยู่หน้าอาคารคอนโดเก่ามองขึ้นไปที่ชั้นต่างๆ ไม่รู้ว่ารออะไรแต่สัญชาตญาณที่เก่ากว่าชาตินี้บอกว่ารอที่นี่
ประตูอาคารเปิดออก
ชายหนุ่มในเสื้อกันฝนสีกรมท่าเดินออกมาหยุดนิ่งเมื่อเห็นเขา
ทั้งสองมองกัน ในฝนที่ตกระหว่างพวกเขาในแสงไฟถนนที่กรองผ่านเม็ดฝน
เล่อหยางไม่รู้ชื่อชายคนนี้
แต่รู้จักเขา ในแบบที่ลึกกว่าชื่อ
และในอากาศระหว่างทั้งสองความชื้นจากฝนรวมตัวกันในแบบที่เล่อหยางไม่ได้ตั้งใจทำรวมตัวและออกมาเป็รูปทรงบางอย่างที่มองเห็นได้สักวินาทีก่อนจะจางออกไปพร้อมกับสายฝน
รูปทรงของเส้นสายที่ร้อยระหว่างสองคน
เหมือนกับที่เขาเคยเห็นในห้าชาติที่ผ่านมาแต่จำไม่ได้ว่าเคยเห็น
ผู่เยว่มองเส้นสายนั้นหายไปในฝนแล้วก็มองชายที่ยืนอยู่หน้าอาคารของเขาในสายฝน
"เธอกำลังรอบางอย่างอยู่ที่นี่?" เขาถาม
"อื้อม แต่ไม่รู้ว่ารออะไร" เล่อหยางพูดตรง "แต่รู้ว่าต้องรอที่นี่"
"เราก็ไม่รู้ว่าออกมาทำไม" ผู่เยว่พูด "แต่มีบางอย่างบอกว่าต้องออกมา"
ทั้งสองยืนอยู่ในฝนในแสงไฟถนนสองคนแปลกหน้าที่ไม่แปลกหน้า
แล้วก็มีเสียงดนตรีดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่งเบาและไกลในแบบที่ดนตรีดังเมื่อลมพัดมันมาจากระยะห่าง เพลงที่ทั้งสองรู้จัก
เพลงที่ไม่มีชื่อ
ที่รอห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปีมาแล้วที่จะได้เล่นจบ
"เสียงที่ลืมไม่ได้ในฝนที่จำไม่ได้"เพราะฝนนั้นตกซ้ำ แต่เสียงในฝนนั้นไม่ซ้ำ มันรอจนกว่าจะมีคนสองคนที่ถูกต้องยืนในฝนเดียวกันในเวลาเดียวกัน และในคืนนั้น ห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปีของการรอ เริ่มจบลงแล้ว
..สุสาส์นราคะ..