"ประกาศเริ่มการประชุม ณ บัดนี้" เสียงดังก้องกังวานภายในห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีผู้คนมากหน้าหลายตาหลายเผ่าพันธุ์นั่งล้อมวงกับโต๊ะขนาดใหญ่ตรงกลาง
"ในเมื่อผู้นำของแต่ละเผ่ามารวมกันหมดแล้ว ในฐานะที่ตัวข้านั้นเป็นผู้นำของเผ่ามนุษย์ซึ่งครอบครองพื้นที่มากที่สุดจึงยังคงเป็นผู้นำอาณาจักรอาฟ หากแต่การตัดสินใจก็จำเป็นต้องผ่านเหล่าผู้มีอำนาจจากนานาเผ่าพันธุ์ภายในอาณาจักรแห่งนี้-"
"เออ ๆ เข้าเรื่องเลยได้แล้วฉันเบื่อ" เสียงใสเล็ก ๆ พูดแทรกขึ้นกะทันหัน ทุกคนในที่นั่งตอนนั้นก็มองไปยังภูตตัวจิ๋วที่มีปีกคล้ายกับผีเสื้ออันกว้างใหญ่สีสันลวดลายสวยงามยิ่ง
"หน็อยท่านชาร์ลอท ไม่เห็นต้องรีบไปไหนเลยเราอยู่ดื่มฉลองสักหน่อยสินาน ๆ ทีจะได้เห็นการรวมตัวกันแบบนี้ อ้อแต่ว่าท่านคงจะดื่มได้ไม่ถึงแก้วด้วยซ้ำ ฮ่าฮ่าฮ่า" เสียงหัวเราะดังขึ้นจากมนุษย์หมาป่าก่อนที่คนอื่น ๆ จะขำคิกคักตาม
"เชอะ! กล้ามากนะที่พูดแบบนั้น [จำแลงกาย] " ควันสีขาวฟุ้งขึ้นปกคลุมเลื่อนร่างของเธอ หลังจากที่ควันพวกนั้นจางลงก็เผยให้เห็นร่างของภูตที่เคยตัวจิ๋วใหญ่เท่ากับมนุษย์และด้วยปีกที่ใหญ่มากอยู่แล้วทำให้มันสยายกว้างจนไปเบียดกับคนอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ติดกัน
"โฮ พอตัวเท่ากันเธอก็ใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย" เจ้าหนุ่มมนุษย์หมาป่าจ้องมองมาที่หน้าอกภายใต้ชุดสีเขียวเปิดเนื้อหนังให้เห็นไปยันขาอ่อน
"นี่ที่รักจะจ้องอีกนานไหม?" เสียงอันน่าสะพรึงเอ่ยขึ้นเบา ๆ จากข้างหลังของเขาเล่นเอาขนลุกสู้ไปทั้งตัว
"แฮะแฮะแฮะ ก็แค่สงสัยการแปลงร่างเฉย ๆ เองไม่ได้มีลับลมคมในอะไรเลยสักนิด"
"อะแฮ่ม มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า" ผู้นำเผ่ามนุษย์จำเป็นต้องพูดแทรกก่อนที่มันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้
"สถานการณ์ในปัจจุบันของเรากำลังแย่เพราะพวกอาณาจักรเซียมันกำลังพัฒนายุทโธปกรณ์ อุตสาหกรรมรวมถึงกำลังรบล้ำหน้าอาณาจักรเราไปมากโข หากสนธิสัญญาสงบศึกหมดลงเมื่อไหร่พวกเรามีหวังได้ถูกกวาดล้างแน่ ๆ"
"แล้วเราจะทำยังไงล่ะ? การพัฒนาก็ต้องมีต้นทุนและความรู้หรือเราจะส่งสปายไปแอบล้วงข้อมูลของพวกมัน" หญิงสาวจากเผ่าพันธุ์แห่งท้องนภาฮาร์พี เธอดูจะไม่สบอารมณ์กลอกตามองเหล่าผู้นำคนอื่น ๆ ราวกับจ้องจะกัดกินให้ได้
"ส่งสปายไปอย่างงั้นเหรอ? ถ้าแบบนั้นพวกภูตจิ๋วอย่างท่านชาร์ลอทก็น่าจะหลบสายตาและลอบเข้าไปได้ง่ายที่สุดจริงไหม" อมนุษย์ที่มีรูปร่างตัวเล็กสูงประมาณหนึ่งร้อยเซนติเมตรเห็นจะได้อีกทั้งยังมีผิวสีเขียวอีกด้วย
"ฉันเห็นด้วยนะ" ชายสูงวัยที่มีหนวดเครายาวด้วยตัวที่เตี้ยมากทำให้หนวดพวกนั้นยาวเกือบจะถึงพื้นเลย เขายกมือขึ้นเป็นสัญญาณโหวดเช่นเดียวกับคนที่เหลือ
"ให้ตายเถอะเอางั้นก็ได้ ภายในหนึ่งปีนี้ฉันจะล้วงข้อมูลมาให้ได้มากที่สุด" ชาร์ลอทถอนหายใจยาวหลังจากเห็นทุกคนตัดสินใจเหมือนกันหมด
"ฉันเหรอ ? ท่านชาร์ลอทคะ" หญิงสาวภูตจิ๋วที่บินลอยอยู่ข้าง ๆ ชาร์ลอทถึงกับอุทานออกมาเสียงดัง
"ไม่ต้องพูด...ฉันจะไม่ให้คนในเผ่าเราไปเสี่ยงหรอก ดีซะด้วยซ้ำที่ฉันจะไปเองยังไงก็มั่นใจกว่าไหน ๆ"
ถนนรุกรังกว้างพอที่จะเอารถม้าสองคันมาเดินคู่กันได้เหมือนกับถนนสองเลน ที่นั่นได้มีสิ่งมีชีวิตแบบประหลาดล่องลอยอย่างกับผีเสื้อบินไปตามทาง
"เวรเอ๊ยแค่คิดถึงเรื่องเมื่อเดือนก่อนก็ได้แต่เจ็บใจรู้งี้ฉันให้เลขามาแทนดีกว่า ไอ้การเดินทางข้ามฟากมหาสมุทรไกลหลายพันกิโลเมตรแบบนี้โคตรจะน่าเบื่อเลย แถมต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อีกจะหาอะไรกินทีก็ลำบากฉิบหาย" เสียงอันแหลมเล็กได้กล่าวขึ้นพร้อมด้วยท่าทางหงุดหงิดสะบัดเหวี่ยงมือไม้ไปมา
"ถ้าดูจากแผนที่รู้สึกว่าใกล้จะถึงเมืองหลวงแล้วสินะ เดี๋ยวก็จะมืดแล้วด้วยสิรีบไปดีกว่า" มานามหาศาลรวบรวมอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเธอแปลเปลี่ยนเป็นกระแสลมเร็วดังพายุ ชาร์ลอทเคลื่อนไปกับมันด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง
เร็วมากกว่านี้จะดีไหมนะ? เอาให้เท่าเจ้ารถยนต์ที่เคยนั่งเลยดีกว่า เธอมุ่งหน้าต่อไปร่วม ๆ สามสิบนาทีก่อนจะได้เห็นบ้านเมืองอยู่ในระยะสายตาเธอจึงหยุดใช้เวทมนตร์
"นั่นสินะเมืองหลวงที่ที่รวมเทคโนโลยีไว้มากมาย ถ้าเราแอบเข้าไปได้สำเร็จละก็...ของง่าย ๆ ตัวฉันเล็กขนาดนี้แค่บินสูง ๆ เกินที่สายตามนุษย์จะมองได้ก็พอแล้ว" เธอบินลอยขึ้นไปสูงเทียบเท่าตึกเจ็ดชั้นดห็นจะได้ผ่านหมู่บ้าน กำแพงเมืองและทหารยามมากมายไปอย่างง่ายดาย
"ฮ่าฮ่าฮ่าของกล้วย ๆ เอาล่ะที่นี่เราก็ต้องหาโรงงานหรือที่ที่สร้างของพวกนั้นสักที่ อะ-" จู่ ๆ แรงลมก็เปลี่ยนทิศอีกทั้งยังแรงขึ้นจนทำเธอเสียหลักแต่ก็ไม่ได้หนักหนานักยังคงประคองขึ้นมาได้อยู่
"เกือบไปแล้วไง อืม...พอได้มองจากที่สูง ๆ แล้ววิวที่นี่ก็ดีเหมือนกันนะเนี่ย ตรงนั้นคงเป็นที่ที่พวกคนใหญ่คนโตของอาณาจักรนี้อยู่แน่ ๆ เล่นซะใหญ่โตแถมสีทองอีกต่างหาก" เธอจ้องมองไปยังราชวังที่อยู่ห่างออกไปมองได้ราง ๆ
"โห! แถวนั้นมันอะไรกัน ดูล้ำหน้าสุด ๆ เลยแถมตึกแถวนั้นก็สูงมาก" ดวงตากลมโตจ้องไปทุก ๆ ที่ด้วยความตื่นเต้นเหมือนมาเที่ยวเล่น
"ตรงนั้นมันไฟไหม้เหรอ?" ด้วยความสงสัยเธอรีบบินไปใกล้ ๆ หมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลจากใจกลางเมืองที่ที่มีควันลอยสูงจนเห็นได้จากที่ไกล ๆ
"นี่มันอะไรกัน มีพวกโจรหรือยังไงทำไมไฟถึงไหม้เยอะขนาดนี้แถมแถวนี้ก็เละไปหมดเลย" เธอบินวนดูรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจนได้เจอกับกลุ่มคนกำลังสู้รบกันอยู่
"อืม...เธอคนนั้นก็เก่งใช้ย่อยนะเนี่ยเล่นบุกฝ่าดงเข้าไปเฉยเลยทั้งที่แค่เลเวลหกแท้ ๆ แต่ดูเหมือนจะพึ่งมารู้ตัวสินะว่าอยู่ตัวเองเผลอถลำลึกเกินไป" ชาร์ลอทสาดส่องอยู่บนท้องฟ้ามองดูเหมือนกำลังสนุกไปกับการต่อสู้ข้างล่าง
"ฮ่าฮ่าไม่ใช่แค่เราที่แอบดูสินะ" เธอเหลือบไปเห็นผู้หญิงผมสีทองอยู่ที่มุมตึกใกล้ ๆ
"เอาแล้ว ๆ เธอคนนั้นกำลังจะโดนยำเละ" แต่ทันใดนั้นแสงเปลวเพลิงก็ลุกโชนซัดพวกที่อยู่ใกล้ ๆ ให้ถอยออกห่างได้
"หือ...มีสกิลจากเวททั้งสี่ธาตุหลักเลยแฮะหายากสุด ๆ ไปเลยนี่แต่จะทำยังไงกับจำนวนคนที่มากขนาดนั้นล่ะ" ขณะที่ทุกอย่างกำลังจะจบลงจู่ ๆ สาวผมทองที่แอบมองอยู่ก็โผล่มาช่วยได้ทัน
"ถูกหยุดอย่างงั้นเหรอ? ดูเหมือนจะไม่ใช่การสตันด้วยงั้นก็แสดงว่าเจ้าผู้หญิงผมสีทองนั่นก็เป็นผู้ถือพลังเดอะสตอปเปอร์สินะ เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เห็นจะจะไม่คิดเลยว่าจะทำให้คนจำนวนมากขนาดนี้หยุดนิ่งไปได้ถ้าในสงครามเธอต้องเป็นกำลังรบสำคัญแน่ ๆ ละอองมานาจำนวนมากถูกปล่อยออกมาก่อนที่เจ้าพวกโง่นั่นจะรู้ตัวที่ทำแบบนั้นแสดงว่าการใช้งานต้องเกี่ยวกับมานาแน่ ๆ ระยะหวังผลคงจะไม่กว้างนัก" เธอจ้องมองไปยังผู้คนมากมายข้างล่างอยู่นานพอจนพวกเขาจับใส่โซ่ล่ามไว้หมดแล้ว
"เจ้าสี่ธาตุนั่นเลเวลหกส่วนนังผมทองก็เลเวลแปดสินะ ถ้าเทียบกับหน้าตาที่ยังดูสาวอยู่คงจะไม่ยี่สิบปลาย ๆ ก็สามสิบต้น ๆ นับว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์เลยทีเดียว ถ้าเราเป็นมนุษย์ก็คงจะไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำได้แน่ ๆ ด้วยอายุขัยที่น้อยกว่ามาก ๆ " แววตาอันเศร้าสร้อยเหม่อมองพื้นดินข้างล่างอยู่พักหนึ่งเหมือนกับกำลังคิดเรื่องบางอย่างอยู่ภายในใจ
"นี่มันก็ผ่านมาหลายปีแล้วนะถึงจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเผ่าและยังเป็นผู้ที่มีเลเวลเก้าแต่ก็ยังหาทางข้ามไปโลกนั้นไม่ได้สักทีหรือว่าเราต้องล้มเลิกความตั้งใจซะ" เธอบินตามลักซ์ต่อไปหวังจะหาความลับหรือข้อมูลอะไรสักอย่างที่เป็นประโยชน์
"ถ้าจากข้อมูลส่วนหนึ่งที่ได้ก่อนจะมาที่นี่ ดูเหมือนคนที่ควบคุมพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ คือผู้หญิงที่ชื่อแคลลี่ อือ..." เธอพยายามนึกคิดที่ที่แคลลี่จะอยู่แทบตายแต่เบาะแสมันก็น้อยเกินไป
"ช่างมันละกันยังเหลือเวลาอีกหลายปีก่อนสนธิสันติสัญญาจะหมดแถมอีกไม่เกินสี่ปีก็จะมีสงครามกับพวกอาณาจักรไอร์อีกคงใช้เวลาฟื้นฟูกองทัพนานพอให้พวกเราเตรียมตัวทัน"
"สวัสดีค่ะคุณเคล ช่วงนี้ไม่เห็นที่กรมเลยนะคะ" ลักซ์เอ่ยทักทาย
"โอ้ลักซ์เองเหรอ พอดีช่วงนี้ช่วยดอนน่าทำภารกิจสอดแนมน่ะไหนจะต้องเข้าไปดูเรือบินที่แคลลี่กำลังสร้างอีกแค่นี้เวลาพักผ่อนก็แทบจะไม่มีแล้ว" เคลใช้นิ้วกระตุกแว่นขึ้นนิดหนึ่งก่อนจะโบกมือลารีบร้อนไปที่ไหนต่อ
"โชคดีนะคะยังไงก็หาเวลาพักผ่อนบ้าง !" เธอตะโกนบอกไปทีหลัง เคลเองก็ตอบกลับด้วยการยกมือขึ้นระดับไหล่เป็นสัญญาณว่ารับรู้แล้ว
"ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหม? แคลลี่สินะยังไงก็ต้องลองตามไปก่อน" หลังจากที่ชาร์ลอทบินตามหลังเคลมาเรื่อย ๆ ฟ้าก็เริ่มมืดเสียแล้ว
"โห มืดแล้วแต่ไฟยังสว่างได้ขนาดนี้เลยเหรอมองไปทางไหนก็มีแสงสีชักจะเหมือนกับโลกนู้นมากขึ้นแล้วสิ" อาคารขนาดเล็กที่ทาสีขาวดูสะอาดตา ตัวตึกที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสหลังคาแทบจะราบเป็นแนวนอนที่ครึ่งหนึ่งเป็นกระจกส่วนอีกครึ่งเป็นแผ่นหลังคาปกติทำให้สามารถมองจากข้างบนเข้าไปข้างในหรือมองจากข้างในออกมาก็ได้
"โว ๆ โวะ เป็นตึกที่แปลกจริง ๆ อืม..." ชาร์ลอทแอบมองเข้าไปข้างในผ่านหลังคาใสจนได้ไปสบตากับหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ตรงโต๊ะทำงาน บนนั้นมีแผ่นกระดาษไม้บรรทัดและอุปกรณ์มากมายวางกระจัดกระจายเต็มไปหมด
"เมื่อกี้เธอเห็นเราหรือเปล่านะ? " ชาร์ลอทที่ตกใจบินหลบไปอีกทางค่อย ๆ กลับมามองใหม่อีกรอบ เห็นเคลกับแคลลี่คุยกันสนิทสนมพากันไปตรวจดูแผ่นกระดาษพวกนั้นอยู่พักหนึ่ง
"มองไม่ชัดเลยแฮะดูเหมือนจะเขียนหรือวาดอะไรสักอย่างอยู่" ขณะที่ชาร์ลอทกำลังเพ่งสายตาจ้องไปที่แผ่นกระดาษจนไม่รู้สึกตัวเลยว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ข้างหลังของเธอ
"อือ...เรือเหรอ? ดูจากลักษณะแล้วมันอ้วนแปลก ๆ ไม่เคยเห็นเรือรูปร่างอย่างงี้มาก่อนเลย" แม้จะมีบางอย่างสะกิดตัวเธอแต่ในขณะที่กำลังเพ่งสมาธิจ้องเข้าไปข้างในมันทำให้ชาร์ลอทเมินเฉยความรู้สึกนั้นไป ซึ่งไม่นานเคลก็เดินกลับออกมาและกระดาษแผ่นนั้นก็ถูกม้วนเก็บไปทันที
"โถ่เว้ยแทบจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย...กรี๊ด!" เสียงร้องแหลม ๆ ดังขึ้นเมื่อชาร์ลอทหันหลังไปมองเจ้านกแปลก ๆ ตัวหนึ่งที่กำลังจิกตัวเธออยู่ด้วยความสงสัย
"ถอยไปนะเจ้านกบ้า [ใบมีดลม] " เพียงเอ่ยคำสั้น ๆ ร่ายเวทลมตัดเฉือนนกผู้โชคร้ายตัวนั้นขาดครึ่งได้ในทันทีถึงจะตั้งสติกลับมาได้แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ใบมีดลมที่เธอใช้ดันพุ่งทะลุไปโดนตัวตึกอีกหลังหนึ่งตัดหน้าต่างพังเป็นรอยของมีคม
"อุ๊บ! โทษที" เธอบินลงต่ำเลาะ ๆ ตัวตึกที่แคลลี่อยู่พยายามจะหาทางเข้าไปข้างใน
"ตาแก่นั่นคงไม่ต้องตามแล้ว ดูเหมือนในนี้จะมีอะไรแปลก ๆ หลายอย่างถ้าเข้าไปได้ก็จะล้วงข้อมูลได้" เสียงอะไรบางอย่างดังโครมออกมาจากข้างใน
"อ๊าก! ให้ตายสิ เจ้าตัวอย่างระเบิดอีกแล้วคงต้องไปเบิกวัสดุเพิ่มอีก" เสียงถีบประตูออกมาด้วยความโมโหร้าย
"มืดแล้วเหรอเนี่ย? พวกคนคุมคลังจะอยู่ไหมนะ"
สวยสิเปิดประตูแบบนี้ ชาร์ลอทโผบินไปอย่างรวดเร็วสอดแทรกเข้าไปก่อนที่ประตูจะปิดถึงแม้จะโดนหนีบไปนิดหน่อยแต่ร่างกายเธอก็แข็งแกร่งใช่เล่นทำให้แทบจะไม่รู้สึกอะไรเลย
"อือ...เหมือนปิดประตูหนีบอะไรเลยแฮะแต่ช่างมันละกันคงจะเป็นแมลง" แคลลี่ได้เดินจากไปโดยที่เปิดไฟทิ้งไว้ในห้องใหญ่ ๆ ที่เหมือนกับทั้งตัวตึกนั้นมีเพียงแค่ห้องห้องเดียว
"ฮ่าฮ่าฮ่าในที่สุดเราก็ลอบเข้ามาได้สำเร็จ" ชาร์ลอทดีใจจนบินเล่นไปทั่วเหมือนเด็กที่ได้ลูกอมกำลังกระโดดดีใจ
"ดูสิเจ้ากระดาษแผ่นนั้นไปอยู่ไหนแล้ว" เธอค้นของภายในห้องทุกที่ตั้งแต่โต๊ะทำงานไปยันตู้เสื้อผ้ารวบรวมม้วนกระดาษและของที่น่าสนใจออกมาทั้งหมด แบบแปลนโครงสร้างของรถยนต์ เรือ เครื่องบินอีกทั้งยังมีอาวุธสงครามอย่างปืนไรเฟิลจู่โจม ปืนใหญ่ ระเบิดมือของอันตรายมากมายเต็มไปหมด
"ให้ตายเถอะเจ้าคงเป็นแคลลี่แน่ ๆ ไปหาข้อมูลเรื่องพวกนี้มาได้ยังไงหรือจะคิดขึ้นมาเอง" ชาร์ลอทถึงกับตกตะลึงกับภาพทั้งหมดที่เห็นหากอาณาจักรเซียทำสำเร็จก็คงจะไม่มีใครทัดเทียมได้อีกด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าไปมากโข แม้ตัวเธอจะเป็นผู้มีเลเวลเก้าก็ยังต้องสั่นกลัว
"ตรงนี้คืออะไรน่ะ สัญลักษณ์แปลก ๆ ที่ทุกแผ่นจะวาดไว้" หลังจากที่อ่านแบบแปลนมากมายจนหมดเธอก็รีบเอาไปเก็บที่ให้เนียนที่สุดแต่ก่อนจะได้หนีออกไปประตูบานนั้นก็เปิดกลับเข้ามาเสียก่อน
"โอ๊ย! โอ๊ย! น่าเบื่อจริง ๆ แค่ไปขอวัสดุเพิ่มก็โดนดุมาซะได้ พึ่งจะสองทุ่มเองใครเขานอนกันไวขนาดนั้นล่ะ" แคลลี่กลับมานั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง หลังจากวางของที่แบกกลับมาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า
"เฮ้อ...หลับสักงีบละกัน" ชาร์ลอทที่ลงไปแอบอยู่ใต้โต๊ะเพราะตกใจกำลังบินออกไปทางประตูช้า ๆ
"ฉันว่าในห้องมันไม่มีแมลงหรือยุงนะ" ก่อนที่ชาร์ลอทจะได้หนีออกไปแคลลี่ก็เข้ามาอยู่ด้านหลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"กรี๊ด!" ชาร์ลอทถึงกับตกใจกรีดร้องออกมาเมื่อเธอค่อย ๆ หันหลังมองดูสีหน้ามืดมนเต็มไปด้วยรอยย่นและถุงใต้ตาของแคลลี่ที่กำลังจ้องมองอยู่ในระยะเผาขน
"เป็นแมลงสายพันธุ์ใหม่อย่างงั้นเหรอ? ทำไมดูแปลกตาไม่เคยเห็นที่ไหนมาเลย" แคลลี่เอื้อมมือมาจับตัวชาร์ลอทไปโดยไม่ทันตั้งตัว
"ปล่อยนะยัยบ้า หน้าตัวเมีย เจ้าลิงไร้ขน ไอ้หน้าเหี่ยวหน้าแก่ นังผมหยิก พ่อแม่ไม่สั่งสอนเหรอว่าอย่ามาแตะตัวสาวน้อยทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน" สำหรับแคลลี่เสียงตะโกนด่าทอของชาร์ลอทก็เหมือนกับเสียงของแมลงธรรมดาฟังไม่รู้เรื่องว่าพูดอะไรอยู่
"เอาไปให้พวกคนในห้องวิจัยดีไหมนะ? เผื่อเจ้านี่อาจจะเป็นแหล่งพลังงานหรือเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง"
"จริงด้วยสิถึงเราจะเรียนภาษาของพวกคนที่นี่มาแต่ภาษาของเราพูดไปมันก็ไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว คงต้องพูดภาษาของที่นี่สินะ"
"ปล่อยข้านะเจ้ามนุษย์!" พูดถูกไหมนะ
"โอ้ พูดภาษาคนได้ด้วยอยู่ตรงนี้รอฉันเดี๋ยวนะ" เธอปล่อยชาร์ลอทลงบนโต๊ะไม่กลัวหนีก่อนจะวิ่งไปค้นหนังสือมาเล่มหนึ่ง
"เผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญา อือ...เจอแล้วแกคือเผ่าภูตจิ๋วนี่เอง ปกติจะอาศัยอยู่ในป่าลึกเป็นเผ่าที่ไม่สุงสิงกับเผ่าอื่นนักเช่นเดียวกับตอนที่เหล่ามนุษยชาติยังเป็นทาสก็มีพวกเขานี่แหละที่ไม่เคยทำร้ายหรือทำอันตรายกับเรา ในหนังสือเขียนไว้แบบนี้แสดงว่าไม่เป็นพิษภัยสินะ" แคลลี่อ่านหนังสือไปก็ยิ้มไปด้วยทำเอาชาร์ลอทรู้สึกขนลุกแปลก ๆ
"หน็อย แกชื่ออะไรแล้วพูดภาษาของเราได้มากน้อยแค่ไหน?" ทันทีที่แคลลี่หันกลับมามองที่โต๊ะ ชาร์ลอทก็หายตัวไปแล้วเหลือเพียงเสียงปิดประตูเท่านั้น
"ไปซะละยังไม่ทันได้คุยด้วยเลย ถ้าพวกนั้นมีเทคโนโลยีอะไรแปลกใหม่เราอาจจะสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้แท้ ๆ"
แสงไฟสาดส่องในยามค่ำคืนตกกระทบปีกอันสวยงามของชาร์ลอทขณะที่เธอกำลังบินว่อนไปทั่วหาที่ซุกหัวนอนสักแห่ง
"ในเมืองใหญ่แบบนี้คงจะมีห้องดี ๆ บ้างนะ น่าจะอยู่แถวตึกพวกนั้น" เธอบินตรงไปยังราชวังที่แค่มองจากภายนอกยังดูหรูหราขนาดนี้ทำให้ชาร์ลอทแอบลอบเข้าไปข้างใน
"เห...ดูดีกว่าที่คิดนะเนี่ย? แต่ก็รู้สึกอึดอัดยังไงไม่รู้สิไม่เหมือนบ้านที่เคยอยู่เลย" เธอบินหลบสายตาของพวกทหารยามโดยรอบไปเรื่อย ๆ จนได้ไปพบกับประตูขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหราอย่างกับเป็นทองคำทั้งบาน
"น่าสนใจดีนี่" ทันใดนั้นประตูก็เปิดออกก่อนจะมีแม่บ้านออกมาในสภาพที่โทรมผมเผ้ายุ่งเหยิง ชาร์ลอทใช้จังหวะนั้นแทรกตัวเข้าไปในห้อง
"ท่านช่วยอ่อนโยนกับดิฉันสักหน่อยนะคะ" เสียงอันปลอบประโลมพูดอยู่ข้างหูจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ก่อนที่จะเลื่อนมือของเธอลูบไล้หน้าท้องลงไปเรื่อย ๆ
"หน็อย ๆ ข้าคิดว่าจะพอแล้วนะแต่ในเมื่อเธอขอมาขนาดนี้ก็จะจัดให้อีก" โอบาในสภาพเปลือยได้โอบตัวของหญิงสาวคนนั้นเข้ามาจูบเล้าโลมก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปด้วย
"แหวะเราไม่น่าเข้ามาในห้องนี้เลยรีบหนีดีกว่า"
"ท่านราชาได้โปรดใช้แท่งเนื้อของท่านทำให้ฉันรู้ซึ้งทีเถอะค่ะ" เธอขึ้นคร่อมตัวโอบาก่อนจะสอดใส่เข้าไปแล้วขย่มไม่ยั้ง
"ท่านราชาเหรอ? จะว่าไปห้องนี้มันก็ดูดีกว่าที่อื่น ๆ มากเลย..." ชาร์ลอทเหลือบตาไปเห็นตราสัญลักษณ์ของอาณาจักรซึ่งจะมีแค่พวกราชวงศ์เท่านั้นที่มีมัน
"ดูเหมือนเราจะเจอพวกคนใหญ่คนโตแล้วสินะ" รอยยิ้มกระตุกขึ้นด้วยความดีใจจนไม่ได้สนใจเรื่องที่พวกเขาสองคนทำกันบนเตียงเลยสักนิด
"ทำกันขนาดนี้คงไม่ทันสังเกตเราหรอก รีบหาข้อมูลอะไรสักอย่างหรือจะจับเจ้านี่ไปเลยดีล่ะ" ทั้งโต๊ะทำงานที่มีกระดาษปากกาวางอยู่และตู้เก็บของที่มีเสื้อผ้าสีฉูดฉาดดูโดดเด่นแทบจะไม่มีชุดที่มันดูสุภาพเรียบร้อยเลย
"อา! แบบนั้นแหละค่ะท่านราชาของหนู" เสียงครวญครางยังคงดังลั่นจนกลบเสียงของชาร์ลอทไป แม้เธอจะค้นของภายในตู้หรือใต้โต๊ะใต้เตียงก็ไม่รับรู้ได้เลย
หน็อยพลอดรักกันเข้าไป สีหน้าเซ็ง ๆ จนกัดปากตัวเองด้วยความหมั่นไส้ก่อนที่จะแอบร่ายเวทเปิดหน้าต่างและผ้าม่านไว้ แรงลมพวกนั้นที่เกิดขึ้นทำให้พวกโอบาตกใจนึกว่าพายุเข้าแต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพักมันก็สงบลง
"ใครน่ะ! ใครเป็นคนทำ?" เมื่อรู้ว่าไม่ใช่ลมธรรมชาติเขาก็ตะโกนออกไป สวมผ้าขนหนูปกปิดส่วนสำคัญไว้เรียบร้อยก่อนจะเดินออกจากห้องไปเรียกทหารยาม
"เกิดอะไรขึ้นครับท่าน?" นายทหารสองคนรีบวิ่งตรงเข้ามาทันทีที่ได้ยินเสียง
"มีใครบางคนมาก่อกวนข้าตอนกำลังทำธุระส่วนตัวอยู่ มันอาจจะไปไม่ไกลพวกแกออกไปดูรอบ ๆ ซะถ้าเจอให้จับมันไว้" ด้วยท่าทางเกรี้ยวกราดจนเส้นเลือดปูดของโอบาทำเอาทหารยามเหงื่อตกกันเลยทีเดียว
"ครับท่าน!" เสียงตอบรับอย่างเข้มแข็งก่อนจะแยกกันออกไปคนละทาง
ขณะเดียวกันภายในห้องของโอบาที่กำลังทางสะดวกก็ถูกชาร์ลอทค้นจนเละไปหมด ทันทีที่พวกเขากลับมาก็ต้องตกใจเมื่อเหรียญตราประจำราชวงศ์หายไปเสียแล้ว
"เรียกหน่วยองครักษ์ทั้งหมดออกตามหาตัวคนที่หวังร้ายต่อองค์ราชา พบเห็นใครที่น่าสงสัยให้จับเป็นแต่หากขัดขืนสามารถกำจัดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่ง !" เสียงประกาศดังก้องจนคนใกล้ ๆ ไม่ได้นอนต่างก็ต้องตื่นลุกขั้นมาสอดรู้สอดเห็นกันหมด
"เซ็งจริง ๆ โดนเรียกตอนกลางคืนแบบนี้ทั้งที่ไม่ใช่เวรปกป้องราชวัง" ลักซ์เดินออกจากห้องพักหลังจากได้ยินเสียงประกาศ สีหน้าท่าทางที่ยังไม่ตื่นดีดวงตาที่พลอยจะหลับได้ทุกเมื่อกับผมที่กระเซอะกระเซิงไม่ได้มัดให้เรียบร้อย
"อือ...สกิลตรวจจับทำงานพบเห็นการใช้เวทมนตร์ในระยะใกล้" ขณะที่กำลังวิ่งไปที่ราชวังเธอก็หยุดชะงักเสียก่อนเมื่อสัมผัสได้ถึงเวทมนตร์ เมื่อลองดูดี ๆ แล้วมันก็อยู่ด้านบนเหมือนกับลอยไปตามลม
"ใครมันใช้เวทอยู่บนที่สูงแบบนั้นกันนะ ?" หลังจากเร่งฝีเท้ามากขึ้นเพื่อตามรอยเวทมนตร์จนไปสุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ไกลออกไปจากราชวัง
ใครกันที่ออกมาใช้เวทมนตร์ตอนกลางคืนแบบนี้แถมปริมาณออร่าที่เหลืออยู่ก็มากจนมองเห็นได้ชัดคงไม่ใช่แค่เล่น ๆ แน่ เธอแอบอยู่ข้าง ๆ ตัวบ้านพยายามจะแอบมองผ่านหน้าต่างสักบานเพื่อดูผู้คนที่อยู่ภายใน
"บ้าที่สุดก็แค่เหรียญโง่ ๆ อันเดียวทำไมถึงวุ่นวายขนาดนี้"
เมื่อกี้มันเสียงอะไรน่ะ ลักซ์พยายามเงี่ยหูฟังให้ชัดมากขึ้นแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล
"คงต้องหาที่พักรอเรื่องซาก่อนค่อยเข้าไปหาข้อมูลใหม่" ชาร์ลอทบินออกมาจากขอบหน้าต่างที่นั่งพักอยู่จนได้เจอกับลักซ์เมื่อทั้งคู่สบตากันก็นิ่งกันไปครู่หนึ่ง
"กรี๊ด !" ลักซ์คว้าแส้สะบัดฟาดเล็งไปที่ชาร์ลอทแต่เธอก็ร่ายเวทลมป้องกันได้ทัน
"แกมันตัวอะไร ? ใช้เวทมนตร์ได้แถมยังออร่ามานาพวกนั้นก็ดูรุนแรงมากซะด้วย" ไม่ทันที่ลักซ์จะได้คำตอบก็ถูกเวทลมพุ่งกระแทกพังไปพร้อม ๆ กับบ้านหลังนั้น
"ชิ สมกับเป็นเลเวลแปดจริง ๆ" แม้บ้านจะพังทลายแต่ลักซ์ก็ยังยืนอยู่อีกทั้งยังช่วยคนภายในนั่นได้อีกด้วย
"ฉันไม่รู้ว่าแกเป็นตัวอะไร...แต่ถ้าทำถึงขนาดนี้คงจะปล่อยผ่านไม่ได้ซะแล้ว" เธอวางตัวชายผู้โชคร้ายคนนั้นลงก่อนจะพุ่งเข้าจู่โจมด้วยการสะบัดแส้ไปพร้อม ๆ กับการใช้เวทมนตร์เฉพาะตัวเหมือนอย่างที่เคย
"ทำไมเจ้านั่นถึงไม่เป็นอะไรล่ะ ?" ลักซ์ถึงกับตกใจเมื่อเห็นชาร์ลอทที่ยังบินไปมาได้อิสระอยู่
"ฮ่าฮ่าฮ่า เป็นแบบที่ฉันเดาไว้จริงด้วย พลังเดอะสตอปเปอร์ของแกน่ะใช้กับฉันไม่ได้แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า"