เสี่ยวเทียนเดินเข้ามาในดินแดนในป่าหิมพานต์ อย่างปลอดภัย ไม่เห็นมีอันตราย
จากสัตว์ร้ายใดๆ ทั้งสิ้น อาจเป็นเพราะว่า เสี่ยวเทียนมีร่างอรหันต์ติดกาย ทำให้เวลาเดินผ่านสัตว์ร้าย ต่างๆ ทำให้พวกมันไม่กล้าเข้ามาใกล้ แต่แต่แอบมองอยู่ห่างๆ ในระหว่างเดินทางเสี่ยวเทียนพบว่าเจ้าไป๋น้อย แล้วเจ้าแพนด้าน้อย และติงติง รู้สึกได้ถึงพลังงานจากป่าหิมพานต์ ก็เลยขอออกมาด้วย เสี่ยวเทียนเห็นว่าไม่มีอะไร ก็เลยให้พวกมันออกมาเที่ยวด้วย เจ้าช้างน้อยก็อยากออกมาด้วย แต่เห็นว่าแม่มันยังคงเป็นห่วง เลยบอกว่า หากถึงสระอโนดาต จะให้พวกมันออกมา
พอคราวนี้มีเจ้าแพนด้า น้อยออกมาด้วย เหล่าฝูงสัตว์ก็แตกตื่นกันยิ่งนัก เพราะไม่มีใครเคยเห็นเจ้าแพนด้าน้อยมาก่อน จนกระทั่งมีกินนร กินนรี กลุ่มหนึ่ง ลอยมาอยู่ตรงหน้าเสี่ยวเทียนแล้วเอ่ยว่า
“ น้องชาย เจ้าหมีสีขาวดำตัวนี้เรียกว่าอะไร ช่างน่ารักจริงๆ” กินนรีที่ช่วงร่างเป็นนก ส่วนบนเป็นมนุษย์สตรี เข้ามามองแพนด้าน้อยอย่างชื่นชม
“ มันชื่อแพนด้าน้อยพวกท่านเป็นคนในดินแดนหิมพานต์นี่หรือ?”
เจ้าแพนด้าน้อยก็ไม่ได้เล่นตัวอะไร พอกินนรีเข้ามากอดมันก็กอดกลับไป พร้อมแลบลิ้นเลียหน้าอกและหน้า ของกินรี จนเสี่ยวเทียนต้องดึงหัวมันออกมา
กลัวว่ากินนรีกลุ่มนี้จะรังเกียจเอา
“ ไม่เป็นไร อย่าไปดุแพนด้าน้อยเลย พวกท่านจะไปไหนกัน”
“ พวกเราว่าจะไปที่สระอโนดาต จากนั้นก็จะไปที่ดินแดนชั้นที่ 9”
“ สระอโนดาตเวลานี้ ถูก ราชาสัตว์เทพทั้งห้าครอบครองไว้ ห้ามผู้ใดเข้าออก แต่ว่าน้ำที่ไหลออกมาจากสระอโนดาต ก็มีอยู่ที่ดินแดนเอราวัณแห่งนี้ ซึ่งใครจะเข้าไปดื่มกิน ก็ได้ ข้าจะพาไปดีไหม” กินนรีเข้ามาอุ้มลูกแพนด้าน้อย ที่เวลานี้มันเริ่มตัวหนักมากว่าก่อนเยอะทีเดียว
“ ถ้าเช่นนั้น รบกวนพี่สาวและพี่ชายแล้ว”
กินนรที่เป็นผู้ชาย อุ้มเจ้าแพนด้าน้อยแทน และพาบินลอยไปเหนือป่าหิมพานต์
ส่วนกินนรคนอื่นๆ ก็มาช่วยจับแขนเสี่ยวเทียนแล้วพาบินไปด้วยกัน ทำให้เสี่ยวเทียนพูดไม่ออก จะบอกว่าตนเองก็บินได้ แต่เห็นความปราถนาดีแล้ว เลยปล่อยให้พาไป ตามสบาย
พอมาถึงสระน้ำแห่งหนึ่ง ที่ใสแจ๋วเหมือนกระจก พื้นด้านล่างหน้าจะมีหยกอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ สีของน้ำกลายเป็นสีเขียวมรกต มองดูแล้วสวยงามมาก มีเหล่าสัตว์เล็ก สัตว์น้อยต่างมันดื่มกิน ที่ต้นน้ำ และอาบน้ำชำระร่างกายที่สระใหญ่กันมากมาย เจ้าแพนด้าน้อย กระโดดน้ำเล่นกับพวกกินนร กับ กินนรี อย่างสนุกสนาน เหมือนกับรู้จักกันมานานปี ไป๋น้อยก็กระโดดลงไปเล่นน้ำเช่นกัน
เสี่ยวเทียนกำลังจะพาเด็กๆ ลงมาเล่นด้วย แต่ถูกอาจารย์ลู่เอินบอกว่า
“ น้ำในสระนี้ไหลมาจากสระอโนดาตก็จริง แต่คุณสมบัตินั้น ต่างกันลิบลับ ไว้รอเข้าไปในสระอโนดาตได้ ค่อยเรียกเด็กๆ ลงไปอาบ”
เสี่ยวเทียนก็ได้แต่พยักหน้า คิดว่าน้ำที่เขียวมรกตเช่นนี้ มีพลังพอๆ กับ สระเทพเจ้าของเขาเลย หากว่า เป็นสระอโนดาต จะมีพลังเช่นไรกันนะ?
เจ้าแพนด้าน้อย เป็นตัวที่ถูกดึงดูดได้มากจริงๆ แม้แต่สัตว์อื่นๆ ก็ต่างเข้ามาเพื่ออย่างเล่นกับมันทั้งนั้น กินนรกับกินนรี ต่างแย่งกันอุ้มเจ้าแพนด้าน้อยที่ ก็ไม่ได้ว่าอะไร มันเห็นใครมีนม มันก็ไล่ดูดนมทุกคน มันคงนึกว่า ทุกคนคงจะมีนมให้มันกินเหมือนแม่ของมัน
“น้อยชายเจ้าจะไปไหนต่อ” หนุ่มน้อยกินนรชื่อ ราเชน เข้าทักเสี่ยวเทียน
“ ความจริงข้าก็อยากเข้าไปชม สระอโนดาตสักครั้งในชีวิต แต่ว่า ถ้าราชาสัตว์เทพห้ามไว้ ก็อาจจะรีบออกไปจากที่นี่”
“ ความจริงพวกมนุษย์ด้านนอกนั้น เป็นพวกโลภมาก ใจคอโหดร้าย แต่เจ้ากลับไม่เหมือน แถมมีสัตว์ที่น่ารักหลายตัว ติดตามเจ้า ข้ารู้สึกอิจฉาจริงๆ พรุ่งนี้เช้า ที่ดินแดนเอราวัณแห่งนี้ ต้นนารีผล กำลังจะออกผล เจ้าสนใจไปแย่งชิง นารีผลพวกนี้กับพวกข้าไหม โชคดดีอาจได้สักผลหนึ่ง เจ้าสามารถนำไปเสพสุขได้ ถึงเจ็ดวันก่อนที่ร่างของนารีผลจะเน่าสลายไป “
“ ต้นนารีผล?”
“ ต้นไม้นารีผล เป็นต้นไม้ที่เทพพฤษาอารักษ์ ได้สร้างขึ้นมาเมื่อหลายพันปีก่อน เพื่อป้องกันมิให้ ชาวหิมพานต์ที่เป็นบุรุษจะได้มีสิ่งที่คลายอารมณ์กำหนัดในกาย
เพราะว่า ในช่วงนั้นมี เจ้าชายผู้มีบุญบารมีและชายาได้มาบำเพ็ญเพียรบารมีในป่าหิมพานต์แห่งนี้ สิริโฉมของพระชายานั้น เลื่องลือระบือไกล เทพพฤษาอารักษ์ป่าหิมพานต์ไม่อยากให้พระนางต้องเสื่อมเสียพระเกียรติ ด้วยสายตา จึงได้สร้างต้นนารีผล ล้อมรอบเอาไว้ ถึง 16 ต้น เพื่อให้ชาวหิมพานต์ได้นำนารีผลนี้ไปเสพสมกันได้อย่างเต็มที่ แต่ปัจจุบันมีเหลือแค่เพียงต้นเดียวที่ออกผลเท่านั้น”
กินนรราเชนเล่าประวัติให้เสี่ยวเทียนฟัง ทำให้เสี่ยวเทียนสนใจอยากไปดูเช่นกัน
กะว่าคืนนี้จะเข้าไปที่สระอโนดาต แล้วก็ รุ่งเช้าค่อยไปชม ต้นนารีผลของจริงนั้นเป็นเช่นไร
เสี่ยวเทียนนัดแนะสถานที่กันแล้ว พรุ่งนี้ค่อยพบกัน คืนนั้นเสี่ยวเทียนต้องอุ้มเจ้าแพนด้าน้อยที่เล่นน้ำจนหลับคาสระ แล้วพากลับไปในมิติฟ้าคราม แล้วก็พุ่งร่างขึ้นไปบนต้นน้ำ ที่ว่ากันว่ามีสระน้ำอโนดาตตั้งอยู่ บนยอดเขา เสี่ยวเทียนหายวับเข้าไปโดยผ่านทหารเวรยามของ สัตว์เทพทั้ง ห้าที่ส่งกองทหารมาเฝ้าเอาไว้
แต่ไม่มีใครสามารถมองเห็นเสี่ยวเทียนได้เลยสักคน เพราะเสี่ยวเทียนแปลงกายเป็นวายุ พุ่งเข้าไป พอถึงยอดเขาเสี่ยวเทียนก็พบกับสระน้ำอโนดาตที่ใสสะอาดยิ่งนัก สามารถมองเห็นพื้นใต้ล่างของสระได้อย่างชัดเจน ด้านล่างเป็นผลึกเพชรแท้วาววับ ยิ่งเข้าไปใกล้ พลังงานบางอย่าง ที่มีอยู่ในน้ำซึ่งคล้ายกับ พลังของพระอรหันต์โมคลาณะ อยู่ในน้ำแห่งนี้ แต่ดูมีพลังที่ยิ่งใหญ่มหาศาลกว่ามากนัก
“ อาจารย์ ข้าสัมผัสถึงพลังอันมหาศาลบรรจุอยู่ใน ใต้สระแห่งนี้?”
“ ถูกแล้ว น้ำสระนี้พระพุทธเจ้าได้ทรงเคยอาบน้ำชำระล้างร่างกายเอาไว้ พลังอำนาจมหาศาลจึงยังคงสถิตย์อยู่ไม่หายไปไหน ข้าจะทำการนำน้ำนี้เข้าไปในมิติฟ้าคราม โดยยังคงสภาพพลังนี้เอาไว้ทั้งหมด” อาจารย์ลู่เอินดึงน้ำออกไปจำนวนหนึ่ง น้ำในสระอโนดาตก็ยังคงกลับมาเป็นเหมือนเดิม แล้วสระอโนดาตขนาดเท่ากันก็ไปปรากฏในมิติฟ้าคราม เสี่ยวเทียนพาครอบครัวทั้งหมดลงมาแช่น้ำพร้อมกัน พลังงานอันมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่ร่างของแต่ละคนมากมาย
จนภรรยาทั้งสองคน มีพลังเซียนสวรรค์ขั้นสุงสุด ส่วนเด็กทั้งสองแม้มีพลังเซียนระดับต้นแล้ว ก็มีพลังขั้นเซียนจักรพรรดิกันทั้งสองคนแล้วด้วย ส่วนเสี่ยวอี้นั้นเพิ่งฝึกพลังขั้นเทพแต่บัดนี้ก็มีพลังขึ้นมาจนถึงระดับ ราชันพรหมยุทธ์ด้วย
เสี่ยวเทียนลงมาจากยอดเขาในตอนเช้าโดยไม่มีผู้ใดพบเห็น แล้วพอมาเจอกับกินนรราเชน ที่บัดนี้รอเสี่ยวเทียนอยู่ที่ สระน้ำเอราวัณ
“ ไปกันเถอะ ป่านนี้ พวกวิทยาธร คนธรรพ์ ฤาษี ไปรอเฝ้าเด็ดดอกนารีผลกันเต็มไปหมดแล้ว” กินนรราเชนจับมือเสี่ยวเทียนบินไปที่ต้นนารีผล พอมาถึงเห็นต้นไม้ต้นใหญ่มี ชายหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ ทั้งฤาษี วิทยาธร คนธรรพ์ มากันเต็มไปหมด
นันแล้วไม่ต่ำกว่าสามสี่ร้อยคน เพื่อรอให้ต้นนารีผลออก ผลออกมา
“ แย่แล้ว คราวนี้ พวกเทพช้างเอราวัณส่งคนมาแย่งชิงด้วย!” กินนรราเชนเอ่ยด้วยความตกใจ
“ พวกมันเป็นสัตว์เทพ ยังต้องการสมสู่กับมนุษย์อีกหรือ?”
“ ขอให้เป็นสิ่งมีชีวิต แม้แต่ปลาพวกมันยังสมสู่ ออกลูกมาเป็นมัจฉาไอยราหรือช้างน้ำ ว่ายน้ำไปมาอยู่ในสระเอราวัณมากมาย”
เสี่ยวเทียนฟังแล้วได้แต่อึ้งพูดไม่ออก
“ พวกเราเตรียมตัว หากว่านารีผลเปิดออก ข้าจะรีบบินไปเก็บก่อน ใครที่บินไปไม่ได้ ก็นารีผลร่วงมา ใครรับได้ก็เป็นสิทธิของคนผู้นั้นไป”
เสี่ยวเทียนมองไปที่บนต้นไม้ พบกับ นารีผล อยู่เพียง 8 ผลแต่คนที่มารอนารีผลมีเป็นร้อย คงต้องแย่งชิงกันวุ่นวายแน่
“ ที่ผ่านมามีการตายเพื่อแย่งชิงนารีผลกันหรือไม่”
“ แน่นอน ทุกๆ ปี ต้องมีการตายไม่ต่ำกว่าร้อยคน ที่เห็นๆ อยู่นี้ คงเหลือไม่ถึงครึ่งอยู่แล้ว น้องชายถ้าเห็นว่ามีอันตราย ก็อย่าพาตัวเข้าไปเสี่ยง”
ในทันใดนั้นเอง คนของสัตว์เทพอีกสี่อาณาจักรก็มากันครบ ไม่ว่าจะเป็น อัศวเทพ พญานาคราช พญาครุฑ พญาราชสีห์ ถึงแม้ผู้ที่มาจะเป็นเพียง ชนชั้นระดับกลาง
แต่ก็สร้างความแตกตื่นให้กับชาวหิมพานต์อาณาจักรเอราวัณไม่น้อย เพราะว่าต้นไม้วิเศษต้นนี้เหลือเพียงแค่ต้นเดียวเท่านั้นแล้ว
พอใกล้เวลาเที่ยงวัน ซึ่งเป็นเวลาที่ นารีผลใกล้สมบูรณ์ มีคนคิดจะเด็ดผลออกมาก่อน แต่ไม่สำเร็จ ถูกพลังลึกลับ ฟ้าผ่าออกมา ร่างไหม้กลายเป็นซากศพไปเป็นคนแรก จึงไม่มีใครกล้าขึ้นไปเด็ด ตราบใดที่ยังไม่ถึงกำหนด
“ ตัดต้นไม้นารีผลนี้ทิ้งซะ” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเฉยเมย
เสี่ยวเทียนได้ฟังก็สะดุ้งทันที
“ อาจารย์ นี่...ท่านจะให้ข้าเป็นศัตรูกับคนทั้งหมดเลยหรือนี่?”
“ ทำเดี๋ยวนี้ ต้นไม้มารนี่ถูกสร้างโดยเทพมารพฤษา อ้างว่าทำเพื่อศักดิ์ศรีของผู้อื่นแต่ว่า มันดูดพลังชีวิตของ สิ่งมีชีวิต ไปเพิ่มพลังให้กับ พวกมัน เจ้าสังเกตรากไม้ พวกมัน กำลังรอดูดเลือด ของการแย่งชิง นารีผลทั้งแปดนี้”
เสี่ยวเทียนเข้าใจแล้ว จึงพุ่งตัวออกไปยืนต่อหน้าทุกคน แล้วชักดาบเทพเจ้าออกมา แล้วฟันฉับไปในทันที ฉัวะ !! อ๊ากกกกกกกก !! ต้อนนารีผลเลือดไหลเป็นน้ำสีเขียวพุ่งกระฉูดส่งเสียงร้องออกมา อย่างทุกข์ทรมาน ชาวหิมพานต์ทุกคนอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะทำเช่นนี้
กินนรราเชน แข้งขาสั่นตกใจ ไม่คิดว่า คนที่เขาพามาด้วย จะกล้าตัดต้นไม้ ที่เหล่าผู้คนเฝ้ารอชิง นารีผล
“ ไอ้บ้านี่แกเป็นใครกันวะ กล้าตัดตนนารีผล ต้นนี้ได้อย่างไร” เสียงผู้คนต่างส่งเสียงร้องไม่พอใจ ฮือกันเข้ามา ถืออาวุธนานาชนิด พร้อมจะทำร้ายเสี่ยวเทียน
แต่พื้นดินด้านล่างกลับสั่นหวั่นไหว ต้นนารีผล กลับมีรากไม้ รากใหญ่เป็นร้อยๆเส้น พุ่งเข้ามารัด ทำร้ายผู้คนมากมาย ที่ยืนรอเก็บนารีผล
เสี่ยวเทียน ไม่ได้สนใจเหล่าผู้คนหันกลับมาที่ต้นไม้ปีศาจต้นนี้ ที่บัดนี้ มันใช้รากดูดกลืนชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมาก แล้ว จึงรีบใช้ดาบผ่าตอไม้ปีศาจเข้าไปอีกที เปรี้ยง !
ตอไม้ถูกทำลาย ไปสิ้น รากที่โผล่ออกมา ก็ค่อยๆ กลายเป็นเถ้าถ่านไป ผู้คนต่างรอดตายกันถ้วนหน้า แต่คราวนี้ไม่กล้าต่อว่าเสี่ยวเทียน ได้แต่ขอบคุณ
ในขณะเดียวกัน บนท้องฟ้ากลับมีชายหนุ่มสองคนที่หัวเป็นช้างทั้งสองคนยืนมองอยู่อีกแล้ว
“ เทพไอยราเงิน ท่านว่าพาเด็กหนุ่มคนนี้ จะช่วยพวกเราได้ไหม?”
“ ทำตามที่ ท่านราชันเอราวัณสั่งก็พอ แต่ถ้าหากได้มันมาช่วย ศึกครั้งนี้ พวกเราอาจจะเป็นฝ่ายมีชัยก็เป็นได้”
ทั้งสองเห็นดีแล้วจึงลอยลงมาหาเสี่ยวเทียนทันที
“ เจ้าหนุ่มน้อย พวกเราคือ ไอยราเงินกับ ไอยราทอง พวกเราอยากเชิญเจ้าไปที่ตำหนักเอราวัน ท่านราชันเอราวัณอยากพบเจ้า”
“ ราชันเอราวัณ ต้องการพบข้ารึ”
“ พวกเรารู้ว่าเจ้าเป็นคนดี ท่านอยากขอความช่วยเหลือ หากว่าเจ้าช่วยได้ ท่านต้องการอะไร ในป่าหิมพานต์แห่งนี้ พวกเราจะหามาให้เจ้าได้ทั้งหมด”
ไอยราทองเอ่ยขึ้น
“ ช่วยเหลือเรื่องอันใดหรือ?”
“ เรื่องนี้มีส่วนสำคัญมาก กับ ชาวป่าหิมพานต์เรา เชิญเจ้าไปฟังท่านราชันเอราวันบอกด้วยตัวเองจะดีกว่า” อาจารย์ลู่เอิน สั่งเสี่ยวเทียนให้ไปพบราชันเอราวัณเสี่ยวเทียนจึงตกปากรับคำในทันที
จากนั้นเสี่ยวเทียนก็ถูกพาเหาะลอยไปในอากาศ มาพบกับ ตำหนักเอราวัณที่อยู่กลางป่าแห่งนี้ ด้านในสร้างคล้ายพระราชวังอย่างสวยงามเลยทีเดียว
พอเสี่ยวเทียนเข้ามาในห้องโถง พบกับราชาเอราวันที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ในหน้าใหญ่โต มีหัวที่เป็นช้างอยู่สามหัว ร่างกายอ้วนใหญ่โต เห็นเสี่ยวเทียนก็หัวร่อออกมาเสียงดัง จากหัวช้างทั้งสาม ทันใดนั้นเอง หัวช้างทั้งสามก็มีลอยออกมาโจมตีใส่เสี่ยเทียนทั้งสามหัวพร้อมกัน เสี่ยวเทียนใช้ฝ่าเท้ายันไปที่หัวตรงกลาง
อีกสองหัวที่อยู่ติดกัน ก็ไม่สามารถทำอะไรเสี่ยวเทียนได้ จึงปล่อยงวงยาวเข้ามารัดเสี่ยวเทียนเอาไว้ แต่ว่าเสี่ยวเทียนปล่อยพลังอัสนีออกไปช็อต งวงช้างกระตุกกลับไปหา ราชันเอราวัน อย่างรวดเร็ว
“ ดีมาก” ราชันลุกขึ้นจากที่บัลลังก์ แล้วมายืนต่อหน้าเสี่ยวเทียน แล้วคุกเข่าหนึ่งข้าง คำนับเสี่ยวเทียน
“ ได้โปรดช่วยชีวิตชาวป่าหิมพานต์ทั้งหมดนี้ด้วยเถิด” เสี่ยวเทียนเห็นราชันอยู่ดีๆ ก็คุกเข่าแล้วเอ่ยเช่นนี้ก็ตกใจ รีบประคองราชันเอราวันผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ขึ้นยืน
“ เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“ อีกไม่เกิน 15 ราตรี อสูรราหูทมิฬ มันจะกลืนกินป่าหิมพานต์นี้ทั้งหมด ทุกชีวิตจะสูญสิ้นไม่มีเหลืออีกต่อไป”
“ อสูรราหูทมิฬที่มันชอบกลืนกินดวงจันทร์เนี่ยนะ”
“ ใช่แล้ว เมื่อห้าพันปีก่อน มันถูกกงจักรพระนารายณ์ตัดจนขาดครึ่ง แต่ว่ามันได้กินน้ำอมฤตเข้าไป น้ำอมฤตไหลลงไปได้ถึงครึ่งตัว จึงทำให้มันไม่มีวันตายแม้มีเพียงร่างกายเพียงครึ่งเดียว มันก็ยังฤทธิ์เดช อาละวาดไปทั่ว บัดนี้อีกไม่เกิน 15 ราตรี จะมีดวงแก้วมณีนพเก้าที่จะทำลายร่างของมันได้ ผุดขึ้นที่ใจกลางป่าหิมพานต์ ยอดเขาสุวรรณบรรพต มีเพียงผู้เป็นทายาทของนางฟ้าเมขลาเท่านั้นที่จะกลับมาจัดการกับ อสูรราหูทมิฬตนนี้ได้ คนนั้นก็คือท่าน”
“ ข้าเนี่ยนะ ทายาทนางฟ้าเมขลา?” เสี่ยวเทียนอึ้งไปเลย.....