จักรและกิตนั่งลงบนเก้าอี้ เขามองหน้าผมแล้วกระซิบเบาๆ:
"ไม่ต้องกลัวนะนิรันดร์ ผมจะเริ่มตะคอกใส่เธอ เพราะคนของแรงสรรค์ที่แฝงตัวอยู่ต้องเอาเื่นี้ไปรายงานมันแน่ๆ"
ผมพยักหน้าอย่างประหม่า จักรทุบโต๊ะดังปังและะเิอารมณ์ออกมาเสียงดัง:
"เธอทำแบบนั้นทำไม?! รู้ไหมว่ามันเสียหายแค่ไหน! แรงสรรค์ได้ข้อมูลที่ไม่ควรจะได้ไปหมดแล้ว!"
ผมเริ่มเล่นตามบท "ผม... ผมไม่รู้ว่ามันจะถูกเผยแพร่... ผมไม่ได้—"
"หุบปาก!" จักระโ แต่แววตาเขาไม่มีความโกรธเลย "เธอคิดว่าความลับบริษัทเป็ของเล่นหรือไง?! ไปไว้ใจคนผิดแบบนี้ได้ยังไง!"
ทุกคนที่แอบฟังอยู่หน้าห้องคงเชื่อสนิทใจว่าจักรตำหนิผมจริงๆ แต่ในความเป็จริง... เขา กำลังปกป้องผม เขาเลือกให้ผมเป็แพะรับบาปเพื่อให้ผมพ้นจากอันตรายของแรงสรรค์ไปสักพัก
อมราเข้ามาขัดจังหวะบอกว่ามีนักข่าวรออยู่ข้างนอก จักรสั่งให้บอกว่า "ไม่มีความเห็น" และกำชับไม่ให้ใครเห็นตัวผมตอนออกไป เขาให้ผมกับกิตไปเจอกันที่รถในอีก 5 นาที โดยแยกกันไปคนละทาง
เมื่อถึงบ้านจักร ผมทำน้ำชามาเสร็จพอดีกับที่แตงตามมาถึงตามคำเชิญของจักร (ผ่านโทรศัพท์ที่จักรแย่งผมไปคุย) กิตอธิบายสถานการณ์ให้แตงฟังว่าแรงสรรค์้าตัวนิรันดร์แลกกับหุ้น
กิตถามแตงว่าทำอาหารเป็ไหม "เป็ครับ เขาทำอร่อยมากด้วย" ผมช่วยยืนยัน กิตกับแตงเลยพากันเข้าครัวไปทำอะไรกิน ทิ้งให้ผมกับจักรอยู่กันตามลำพัง
จู่ๆ โทรศัพท์ผมดังขึ้น ชื่อที่ปรากฏคือ "ลัน" (แฟนเก่า) จักรแย่งไปเปิดลำโพงทันที
"ใคร และโทรหานิรันดร์ทำไม?" จักรถามเสียงเย็น
"ผมเป็แฟนเก่านิรันดร์ เห็นข่าวเลยโทรมา คุณเป็ใคร?"
"แฟนเก่าเหรอ?" จักรมองหน้าผม "ผมเป็เ้านายเขา ่นี้เขาไม่ว่างรับสาย กรุณาอย่าโทรมากวนอีก" แล้วเขาก็ตัดสายทิ้ง
"จักรครับ..." ผมกระซิบ แต่เขาแตะเข่าผมเบาๆ "เธออยู่ที่นี่แล้ว และที่นี่เธอปลอดภัย"
แต่แล้วข้อความจากเบอร์แปลกก็เด้งขึ้นมา: 'ถ้าจักรไม่ขายหุ้นภายในสิ้นอาทิตย์นี้ เธอจะไม่มีใครให้ชงกาแฟให้หรอกนะ เลือกเอาเองนะ พ่อศิลปิน'
ผมตัวสั่นส่งเครื่องให้จักรดู เขาหน้าตึงเครียดทันทีแล้วยึดโทรศัพท์ผมไป เปลี่ยนเป็มือถือรุ่นเก่าที่เล่นเน็ตไม่ได้ให้ผมใช้แทน "นับจากนี้สื่อสารผ่านเครื่องนี้เท่านั้น ผมสาบาน... เธอจะไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป"
ในครัวมีเสียงหัวเราะดังมา ผมชวนจักรไปดู เห็นสภาพครัวเละเทะไปด้วยแป้ง แตงกำลังทำแพนเค้กโดยมีกิตคอยแหย่คอยแกล้ง กิตพยายามจะโชว์เหนือด้วยการโยนแพนเค้กสลับด้าน แต่ดันพลาดไปตกที่พื้น แตงหัวเราะร่วนแล้วโชว์วิธีที่ถูกต้องให้ดูจนกิตยอมสยบในฝีมือ
"พวกเขาน่ารักดีนะครับ" ผมกระซิบ จักรเดินเข้าไปแซวว่าอย่าลืมล้างครัวด้วยล่ะ กิตย้อนเรียกจักรว่า "มนุษย์น้ำแข็ง" (Ice Man) อย่างสนิทสนม
เราสี่คนนั่งทานแพนเค้กและดื่มน้ำมะม่วงด้วยกัน มันเป็่เวลาที่ผ่อนคลายจนเราลืมปัญหาทุกอย่างไปชั่วขณะ กิตถึงขั้นจะจ้างแตงมาเป็เชฟส่วนตัวถ้าอยากกินมื้อเช้าฝีมือเขา
พอแตงกับกิตกลับไป ความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง จักรยืนพิงเคาน์เตอร์ ผมรวบรวมความกล้าถามคำถามประจำวัน
"จักรครับ... ทำไมคุณต้องปิดบังความรู้สึกจากคนอื่นด้วย?"
จักรนิ่งไปนาน มองออกไปนอกหน้าต่าง "เพราะ... คนอื่นคาดหวังให้ผมเข้มแข็ง ให้ผมควบคุมทุกอย่างได้ ถ้าผมแสดงความรู้สึก ผมจะกลายเป็คนอ่อนแอ และเมื่อคุณอ่อนแอ คนอื่นก็จะทำร้ายคุณได้" น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนแบบที่ผมไม่ค่อยได้ยิน
"แต่พื้นผิวแบบนั้นมันไม่ยุติธรรมกับคุณเลยนะครับ" ผมพูดเบาๆ "คุณไม่เคยปล่อยให้ใครรู้จักตัวตนจริงๆ ของคุณเลย"
เขาหันมาสบตาผม "แล้วเธอล่ะ? เคยยอมให้ใครเข้ามาในโลกของเธอจริงๆ บ้างไหม?"
หัวใจผมเต้นแรงขึ้น... เราทั้งคู่ต่างชินกับการซ่อนตัวอยู่หลังหน้ากาก แต่ตอนนี้... กำแพงเ่าั้กำลังค่อยๆ พังทลายลง