Pioneer Era

    ตอนที่ 27 ปะทะหุ่นยนต์โบราณ

    ***ลูกแห่งราชสีห์ [ไพไรต์]

    *โครม! *

    "ตัวเชี่ยไรนั่น! "

    ผมที่กำลังยืนเฝ้าสังเกตุการณ์จากริมทะเลสาบถึงกับหลุดตะโกนออกมาอย่างตกใจ

    บนพื้นดินตรงหน้ากลุ่มอสูรกายนั้น กำลังมีสิ่งมีชีวิตสีขาวสี่แขนผุดขึ้นมาจากดิน

    สิ่งนั้นสูงเกือบสามเมตร มีร่างกายที่เล็กเพียงหนึ่งเมตร แต่มีแขน ขา กับหัวที่ใหญ่โตจนดูผิดสัดส่วนอย่างชัดเจน

    โดยเฉพาะแขนทั้งสี่ข้างที่มีขนาดเป็นสามเท่าของร่างกายนั้น ดูก็รู้ว่ามันอันตรายมากแค่ไหน

    มันมีดวงตาเป็นเส้นสีแดงยาวพาดผ่านใบหน้า ไม่มีจมูกกับปาก รวมไปถึงขนขึ้นตามผิว

    ผิวหนังของมันเรียบและทอประกายแสงด้วยสีขาว ราวกับว่าสร้างมาจากแร่เฮเดสบริสุทธิ์เช่นนั้น

    เป็นสัตว์ประหลาดที่ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนในชีวิต

    "ต้องรีบไปช่วย! "

    "หยุดก่อนโทแพช"

    ผมรีบหยุดยัยเสือเอาไว้ก่อน

    ดูเหมือนว่าเพื่อนสาวของผมจะติดใจเจ้าอสูรตัวเล็กปีกใส

    คงเห็นว่าตัวเล็กน่ารักละมั้ง?

    แต่นั่นไม่ใชเหตุผลที่เธอจะไปตีสนิทกับพวกอสูรได้นะเฟ้ย

    ลืมไปแล้วหรือว่าพวกมันเกือบทำให้แม่ของเธอตายในสนามรบนะ?

    "ให้พวกอสูรรับมือไปเถอะ พวกเรารอดูสถานการณ์---"

    "อันตรายค่ะนายท่าน"

    เทพโนอาร์พูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับเข้ามายืนขวางตรงหน้าพวกเราเอาไว้

    ทั่วทั้งวิสัยทัศน์ตรงหน้าถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดงที่กระจายตัวออก

    ทะเลสาบที่ถูกแสงนั้นวิ่งผ่าน ถึงกับระเหยกลายเป็นม่านสีขาวแทบจะในทันที

    เขตแดนป้องกันของท่านเทพโนอาร์กำลังขวางกั้นเส้นแสงสีแดงนั้นเอาไว้

    "ขอเรียนแจ้ง ถ้าหากไม่สามารถจัดการหยุดหุ่นคลั่งพวกนี้ได้ ก็คงไม่อาจซ่อมต้นกำเนิดระบบพลังงานสุริยะได้ค่ะ"

    "หุ่นคลั่ง? มันคืออะไรละนั่น? "

    "ตรงหน้าคือหุ่นโมเดล [G-01] เป็นหุ่นเพื่องานก่อสร้างในสนามรบค่ะ มีพละกำลังสูง ทนทาน และมีดวงตาเลเซอร์สำหรับใช้ในงานเชื่อมก่อสร้างค่ะ เนื่องจากระบบถูกตัดขาดจากระบบแม่ เลยทำให้มันทำตามคำสั่งสุดท้ายก่อนถูกตัดขาด คือการกำจัดผู้บุกรุกค่ะ ถ้าจะซ่อมระบบพลังงานสุริยะ ต้องทำให้มันหยุดโจมตีใส่พวกเราก่อนค่ะ แต่ถ้าจะหยุดมัน มีแต่จะต้องพังทิ้งหรือไม่ก็กู้ระบบหลักกลับมาใส่คำสั่งใหม่อีกครั้งเท่านั้นค่ะ"

    ท่านเทพโนอาร์พูดอะไรที่เข้าใจยากออกมาอีกแล้ว…

    "ขอสรุปเป็นภาษาคนที"

    "... มันคิดจะฆ่าพวกเราค่ะ"

    ท่านเทพพูดด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ก่อนจะวิ่งผ่าลำแสงสีแดงเข้าไปหาเจ้าสัตว์ประหลาด

    สุดท้ายก็มาอีหรอบนี้หรือเนี่ย…

    ช่วยไม่ได้ สู้ก็สู้ฟะ!



    หุ่นยนต์รูปร่างแมวสีเงินขนาดเล็กกำลังวิ่งสวนแสงสีแดงตรงเข้าใส่หุ่นยนต์รูปร่างกอลิล่าสี่แขน

    ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งภูติน้อยเองก็ใช้จังหวะนั้นในการเตรียมพร้อมโจมตีเพื่อปิดฉากศัตรู

    "ฝากลี่ทีค่ะคุณจาวิส"

    "รับทราบค่ะ"

    "โฮปรอตรงนี้ก่อน เดียวผมจะไปช่วยพรุนสู้ด้วย"

    "อึ๊ก… ได้…"

    เจ้าหุ่นสี่แขนหยุดยิงแสงเลเซอร์ แล้วหันไปทางกลุ่มที่ยืนอยู่ทางด้านซ้ายของมัน

    เพราะกลุ่มคนที่กำลังเตรียมการโจมตีนั้น กำลังจะกลายเป็นภัยคุกคามเร่งด่วนต้องรีบจัดการก่อน

    โดยเฉพาะลูกครึ่งภูติที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้าสูงขึ้นไปห้าเมตร ที่ต้องรีบฆ่าทิ้งให้ได้ก่อนใครคนอื่น

    แต่มันไม่สามารถยิงแสงเลเซอร์ออกไปโจมตีใส่ได้

    เพราะมันรับรู้ได้ถึงคลื่นพลังงานม่านรังสีที่แผ่ออกมาคุ้มกายได้

    สิ่งนั้นแผ่ออกมาจากสตรีเผ่ามนุษย์ในชุดเมดสีขาวที่กำลังยืนอยู่ข้างใต้ภูติคนนั้น

    ดังนั้นมันจึงเลือกที่จะเข้าไปโจมตีในระยะประชิดแทน

    แขนทั้งสี่ของมันถูกยกขึ้นสูง พร้อมกับถีบตัวเองอย่างรุนแรงจนแผ่นดินสั่นสะเทือน

    มันกระโดดได้สูงอย่างน่าเหลือเชื่อ

    "มันไปทางนั้นแล้วค่ะ! "

    ร่างสีขาวของมันลอยข้ามเหนือหัวของสตรีเผ่ายักษ์ที่มีความสูง 250 เซนติเมตร ได้อย่างง่ายดาย

    แต่บนท้องฟ้ากว้างแห่งนี้ไม่ได้อนุญาตให้มันสามารถโบยบินได้อย่างอิสระเช่นนี้

    "ขอเอาคืนหน่อยเถอะ! "

    เผ่ามนุษย์นกพูดด้วยน้ำเสียงที่โกรธแค้น

    เธอนั้นมีความภาคภูมิใจในขนที่สวยงามของตัวเอง และพยายามดูแลจัดเรียงให้สวยทุกเช้า

    ดังนั้นสภาพที่ถูกจับเผาขนจนแทบโกรนไปทั้งตัวอย่างปัจจุบัน จึงทำให้เธอรู้สึกโกรธอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

    ในเวลานั้นเองที่เส้นแสงสีแดงของหุ่นยนต์สีขาวเริ่มส่องประกาย

    ไฮเจนซันไฟล์รีบหุบปีกพร้อมกับกัดฟันทนเจ็บกระดูกซี่โครงที่แตกร้าวข้างใน

    ร่างของเธอทะยานดิ่งลงต่ำ ก่อนจะกางปีกร่อนถล่าลมเลียบไปกับพื้นดิน

    เจ้าหุ่นเคลื่อนสายตาตามเป้าหมายที่บินลงต่ำหมายจะสังหารให้สิ้นชีพ

    ระยะแค่นี้ไม่มีทางยิงพลาดเป้าแน่นอน

    แต่แล้วเป้าหมายของมันกลับกางปีกออกกว้างกระทันหัน ณ เวลาเดียวกับที่มันยิงลำแสงออกไป

    ร่างของมนุษย์นกหยุดลงกลางอากาศพร้อมกับที่แสงสีแดงวิ่งเฉือนผ่านปลายจมูกของเธอ

    เจ้าหุ่นยิงพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย

    แต่ขอเพียงแค่เอียงหัวอีกสามองศา ชีวิตของมนุษย์นกคนนั้นก็จะสิ้นชีพไปจากโลกด้วยลำแสงของมันได้

    ทว่ามันกลับทำแบบนั้นไม่ได้

    เพราะจาวิสกำลังพุ่งตรงเข้าไปขวางมัน

    เธอเปิดท่อไอพ่นออกมาจากใจกลางหลัง แล้วพุ่งเข้าใส่พร้อมกับง้างลูกแตะที่หุ้มไปด้วยแสงรังสีที่ร้อนแรง

    ในเวลาเดียวกัน บนพื้นเองก็มีโนอาร์กระโดดหมุนตัวขึ้นสูงพร้อมสร้างลมพายุขึ้นที่ปลายหมัดของเธอ

    สองหุ่นยนต์เมดสีขาวกับดำ ต่างพร้อมใจกันประเคนขาและหมัดเข้าใส่ร่างสีขาวโดยมิได้นัดหมาย

    เจ้าหุ่นสีขาวใช้แขนอันใหญ่โตข้างหนึ่งรับการโจมตีนั้น

    เกิดเสียงปะทะดังน่ากลัว พร้อมกับเกิดรอยยุบขนาดใหญ่ขึ้นบนแขนของมัน

    แต่มันจงใจให้เป็นเช่นนั้น

    เจ้าหุ่นยนต์สีขาววิเคราะห์แล้วว่าตัวเองไม่อาจล้มศัตรูลงได้ ถ้าหากไม่ยอมเฉือนเนื้อตัวเองออกไปบ้าง

    กำปั้นขนาดสามเมตรจากแขนที่เหลือทั้งสามได้ถูกเหวี่ยงใส่ร่างของสองสาวเมด

    บาเรียรังสีแสงของทั้งคู่ช่างไร้ค่าต่อหน้าหมัดที่สร้างจากแร่เฮเดส

    คลื่นรังสีได้ถูกตัววัสดุดูดซับ จนบาเรียของพวกเธอเป็นได้เพียงแค่อากาศอันว่างเปล่า

    ร่างของจาวิสพุ่งลงไปกระแทกผิวดินด้านล่างที่เต็มไปด้วยแร่ภูติแข็งกระด้าง

    แขนกับขาของเธอหักผิดรูป พร้อมกับมีของเหลวสีใสไหลออกมาจากรอยบาดแผล

    ถึงจะยังไม่พังสมบูรณ์แบบ แต่ตอนนี้จาวิสไม่อาจจะขยับตัวได้อีกต่อไป



    มีเพียงแค่โนอาร์ที่รอดพ้นจากหมัดสังหารถึงตายนั้นได้

    ร่างแมวที่บอบบางราวกับเปลือกแก้วนั้น ได้เล็ดลอดหลบหมัดขนาดยักษ์ไปสู่ด้านหลัง ประดุจผ้าไหมที่พริ้วบางลอยลอดผ่านช่องแคบไปสู่อีกฟาก

    เพราะว่าโนอาร์คือหุ่นยนต์ที่เกิดจากเทคโนโลยีเดียวกับเจ้าหุ่นสีขาวตัวนี้ ดังนั้นเธอจึงทราบดี ว่าอาวุธกับเครื่องป้องกันจำพวกรังสีทุกประเภทนั้น มันไร้ค่าต่อหน้าวัสดุที่สร้างจากแร่เฮเดส

    "ตราประทับแมวเหมียว~! "

    เธอเค้นเสียงที่น่ารักออกมา พร้อมกับใช้ขาสองข้างถีบใส่แผ่นหลังสีขาวตรงหน้า

    ไม่น่าเชื่อว่าขาที่เล็กบอบบางคู่นั้น จะสามารถส่งร่างขนาดใหญ่ร่วงลงสู่พื้นราวกับเป็นอุกกาบาตได้

    "แง้ว!? "

    แต่มันเองก็ไม่ลืมที่จะโจมตีสวนกลับใส่เธอ

    มันหมุนตัวสามร้อยหกสิบองศาพร้อมกับเหวี่ยงหมัดเข้าใส่เต็มแรง

    ร่างของเมดแมวน้อยหล่นลงมากระแทกพื้นแล้วจมลงไป

    สภาพของเธอนั้นพังยับแทบไม่ต่างไปจากจาวิส

    โนอาร์ได้ออกจากการต่อสู้ไปอีกคนแล้ว



    เจ้าหุ่นสีขาวลุกขึ้นยืนในสภาพที่ไร้รอยบุบสลาย

    มีเพียงแขนขวาบนเท่านั้น ที่มีรอยบุบขนาดใหญ่ปรากฏให้เห็น

    มันใช้แขนทั้งสี่เพื่อยันตัวเองให้ลุกขึ้นมาจากหลุมบนพื้น

    "ไม่ให้ทำได้หรอก! "

    ในตอนนั้นเองที่ไฮเจนซันไฟล์บินเข้ามาจากทางด้านบน

    เธอใช้กรงเล็บที่คมกริบจิกลงไปในเส้นแสงสีแดงของมัน

    เป้าหมายคือการทำลายอาวุธเลเซอร์

    พริบตาที่กรงเล็บจิกลงไปนั้น แสงสว่างสีแดงก็เจิดจ้าขึ้นมา

    ขาทั้งสองข้างของไฮเจนถูกแสงสีแดงตัดขาดออกจากร่าง

    "กรี๊ดดดด! "

    เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

    แต่เธอสามารถทำลายดวงตาสีแดงได้สำเร็จ

    ขาทั้งสองข้างของไฮเจนที่หลุดออกจากร่างนั้น กำลังปักทะลุลงไปในเลนส์แก้วสีแดงที่เป็นเส้นบาง ๆ ของมัน

    เกิดประกายไฟฟ้าลุกไหม้ขึ้นมาอย่างรุนแรง ก่อนที่จะระเบิดอย่างรุนแรง

    แผ่นสีขาวที่หุ้มส่วนศตรีษะได้ระเบิดออก จนเผยให้เห็นเครื่องจักรกลทรงกลมสีดำที่น่ากลัว

    ถึงจะสูญเสียความสามารถในการยิงเลเซอร์ แต่ใช่ว่าจะสูญเสียการมองเห็น

    เลนส์ส่วนในที่ติดบนก้อนทรงกลมยังคงทำงานได้ดีอยู่

    มันจับจ้องไปที่ร่างของมนุษย์นกไร้ขาตรงพื้น พร้อมกับง้างหมัดขึ้นสูงเพื่อหมายที่จะซ้ำให้ตายคาที่

    "บังอาจทำร้ายท่านเทพโนอาร์เช่นนั้นหรือ! "

    แต่โชคดีที่ไพไรต์วิ่งเข้ามาขวางเอาไว้ทัน

    เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะช่วยไฮเจนซันไฟล์ แต่เขากำลังโกรธที่พรรคพวกของเขาโดนทำร้าย

    ใช่ เขาเพียงแค่ต้องการที่จะล้างแค้นให้กับโนอาร์

    ดาบสีดำกับสีขาวถูกถือในลักษณะไขว้ลงพื้น ก่อนจะแทงลงไปเป็นรอยกากบาทลงบนผิวสีขาวของศัตรู

    “แข็ง!? ”

    เขาตั้งใจที่จะตัดแขนทั้งสี่ออกมาพร้อมกัน แต่ทว่าดาบของเขากลับหยุดลงในตอนที่แทงลงไปได้เพียงแค่สามเซนติเมตรเท่านั้น

    “อันตรายไพไรต์! ”

    เจ้าหุ่นยนต์สีขาวเลิกให้ความสนใจมนุษย์นกที่ไร้สภาพต่อสู้ตรงหน้า แล้วหันมาเตรียมง้างหมัดใส่บนแขนของมันแทน

    แต่แม่เสือตัวน้อย [โทแพซ] ได้เข้ามาถีบใส่ไพไรต์จนกระเด็นออกไป ก่อนที่มันจะได้ทันโจมตีใส่

    เลยกลายเป็นว่า---

    “โทแพซ! ”

    ผู้ที่ถูกกำปั้นขนาดใหญ่กว่าสามเมตรทุบใส่เป็นตัวของแม่เสือน้อยเสียเอง

    กำปั้นสีขาวจากทั้งสี่หมัดกำลังกระหน่ำลงพื้นดิน ณ จุดที่เธอยืนอยู่จนเกิดเป็นควันลอยขึ้นสูง

    “โทแพซซซซซซซ! ”

    ไพไรต์กรีดร้องด้วยหัวใจที่แตกสลาย

    น้ำตาไหลออกมาเป็นหยาดโลหิตสีฟ้า กรงเล็บในมือจิกลงบนหน้าอกจนเป็นแผลยาวอย่างปวดร้าว

    แต่หัวใจที่สูญเสียสาวอันเป็นที่รักไปนั้น มันเจ็บยิ่งกว่าแผลทางกายมากนัก

    “โทแพซซซซซซซ! ”

    “ยังไม่ตายค่ะ~”

    “!? ”

    หลังจากที่ม่านฝุ่นควันได้จางลง เขาก็พบว่าเพื่อนสาวของตนยังไม่ตาย

    แม่เสือสาวกระโดดหลบออกมาจากม่านฝุ่นตรงหน้าในสภาพที่ไร้รอยขีดข่วน

    ทั้งที่เป้าหมายกระโดดหนีออกมาแล้ว แต่เจ้าหุ่นยนต์สีขาวยังคงกระหน่ำชกลงบนพื้นดินไม่หยุด

    “ทำไม--”

    “พวกอสูรช่วยฉันเอาไว้นะ~”

    ท่ามกลางม่านฝุ่นนั้น มีร่างของเผ่ายักษ์ผิวสีเขียวสูงสองเมตรครึ่งยืนอยู่คนหนึ่ง

    เธอยืนประจันหน้ากับหุ่นยนต์ยักษ์ด้วยมือเปล่าที่กำหมัดเป็นกำปั้นอันทรงพลัง

    ที่แขนขวาของเธอมีมังกรวารีสีฟ้าตัวเล็กพันเอาไว้ ราวกับเป็นเครื่องประดับร่างกายที่งดงาม

    ชุดคลุมนักเรียนสีเทาของเธอกำลังพริ้วหลบพายุหมัด เธอเคลื่อนไหวได้อย่างอย่างอ่อนโยน ประดุจเป็นกระแสน้ำที่ไหลผ่านก้อนหินขนาดใหญ่อย่างไม่คิดต่อต้าน

    ใช้ผ่ามือปัดการโจมตีออก พร้อมกับสวนกำปั้นใส่อย่างรุนแรงไปพร้อมกับเปลวไฟสีทองที่พ่นออกมาจากปากของมังกรวารี

    จนราวกับเห็นเป็นภาพหลอนว่ากำปั้นของเธอนั้นกำลังลุกเป็นเปลวไฟ

    แต่หมัดเปล่ากับเปลวไฟจากลูกมังกรวารี ทำได้อย่างมากเพียงแค่สร้างเป็นรอยบุบขนาดเล็กเท่านั้น

    “... จังหวะนี้แหละ! ”

    ไพไรต์คิดว่านี่คือช่วงเวลาที่ดี ที่จะลอบโจมตีศัตรู

    เขารีบวิ่งอ้อมไปด้านหลัง พร้อมกับเก็บดาบสีขาวที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา

    แต่เขาไม่เห็นดาบสีดำของเขา

    “นี่แก---”

    “...”

    เพราะว่าตรงหน้าของเขามีบุรุษเผ่ามนุษย์คนหนึ่งแย่งอาวุธของเขาไปใช้ก่อนแล้ว

    ดาบที่บิดาของไพไรต์ขโมยมาจากทวีปคริสตัล ได้กลับไปอยู่ในมือของเผ่าพันธุ์ที่เป็นผู้ให้กำเนิดมัน

    อยู่ในมือของเผ่ามนุษย์ที่มีชื่อว่า [โฮป]

    โฮปไม่สนใจไพไรต์ แล้วสิ่งเข้าใส่ศัตรูจากทางด้านหลัง

    ดาบรังสีถูกปลดปล่อยความสามารถ มันเริ่มเปลี่ยนพลังงานแคลลอรี่ในกายของผู้ถือ แล้วกลายเป็นคลื่นรังสีความร้อนสูงที่รุนแรง

    ใบดาบสีดำได้ถูกห่อหุ้มไปด้วยแสงสีฟ้าเจิดจ้า

    “แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”

    เมื่อไม่จำเป็นต้องถือดาบสองเล่ม ไพไรต์จึงจับดาบเฮเดสสีขาวด้วยสองมืออย่างมั่นคง แล้วพุ่งใส่ในท่าแทง

    แรงพุ่งตัวจากพละกำลังขาอันโดดเด่นได้สร้างเป็นระเบิดฝุ่นทิ้งเอาไว้ข้างหลัง

    ดาบสีขาวและดาบสีดำ ดาบทั้งสองเล่มกำลังเล็งไปที่รอยแผลเดิมของไพไรต์ซึ่งสร้างเอาไว้เมื่อกี้

    ถึงไม่อาจตัดแร่เฮเดสได้ดวยรังสี แต่คลื่นความร้อนอันบ้าคลั่งนั้น กำลังทำให้ผิวของมันกลายเป็นสีแดงฉาน

    รอยแผลเริ่มละลาย พร้อมกับที่ดาบสีดำเริ่มจมมิดเข้าไปมากขึ้น

    แต่ทว่านี่คือแรงเฮือกสุดท้ายของโฮปแล้ว

    เขาหมดแรงแล้วล้มตัวลงไปในสภาพที่กำดาบสีดำเอาไว้แน่น

    แต่การโจมตีของเขาจะไม่สูญเปล่า

    “ย๊ากกก! ”

    ไพไรต์ที่พุ่งมาตามหลังนั้น ได้ใช้ดาบสีขาวของเขาแทงซ้ำลงไปในรอยแผลที่เปิดกว้างจากฝีมือของโฮป

    ดาบทั้งสองเล่มถูกแทงทะลุเข้าไปลึก พร้อมกับเกิดเสียงโลหะที่แตกหักดังลั่น

    แล้วแขนขวาข้างที่เป็นรอยบุบก็หักลงมาเหมือนกับกิ่งไม้ที่หักลงมาจากต้นไม้ใหญ่

    “@! #%&”

    เจ้าหุ่นยนต์สีขาวส่งเสียงไม่เป็นภาษา ก่อนจะรีบวิ่งถอยออกไปตั้งหลัก

    “ดีละ เหลืออีกแค่สามข้างเท่านั้น! ”

    ไพไรต์คิดที่จะวิ่งเข้าไปซ้ำ

    “เดียวก่อนค่ะ”

    แต่เขาถูกพรุนหยุดเอาไว้ก่อน

    ถึงจะไม่ทราบภาษา แต่ด้วยฝ่ามือที่ยื่นออกมาบังเอาไว้ จึงทำให้เขาพอจะทราบถึงความต้องการของพรุนได้



    สาเหตุที่พรุนหยุดไพไรต์เอาไว้นั้น เป็นเพราะว่าเพื่อนภูติน้อยของเธอพร้อมที่จะสังหารศัตรูแล้ว

    แสงสว่างจากปีกที่เจิดจ้าได้ฉับพลันจางหายเป็นสัญญาณว่าเตรียมการเสร็จแล้ว

    ตอนนั้นเองที่ธรรมชาติรอบตัวหุ่นสีขาวเริ่มผิดเพี้ยน

    มันเริ่มจากที่มีก้อนกลมขนาดเล็กหมุนวนก่อนตัวขึ้นมาอย่างรุนแรงก่อน

    สิ่งนั้นหมุนวนดูดทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป

    หิน ดิน ทราย แร่ อากาศ

    รวมไปถึงแสงสว่าง

    ใช่แล้ว สิ่งนั้นคือ [แบล็คโฮล] เทหวัตถุที่มีแรงโน้มถ่วงสูงซึ่งดูดทุกสิ่งทุกอย่างไปรวมที่ตัวมันเอง

    “@! $^&***”

    ร่างกายของหุ่นยนต์สีขาวเริ่มถูกแรงหมุนนั้นบีบอัดเข้าไป

    เกิดเสียงบดขยี้ที่รุนแรง และพอรู้ตัวอีกที มันก็กลายเป็นก้อนขยะสีขาวทรงกลมไปแล้ว

    “ฮึบ! ”

    เมื่อเห็นว่าจัดการศัตรูได้สำเร็จ ภูติน้อยผมเขียวจึงหยุดใช้พลังเพื่อคืนสภาพธรรมชาติโดยรอบด้วยสภาพที่เหงื่อท่วมกาย



    ถึงจะใช้พลังไปทั้งหมดกับการโจมตีเพียงครั้งเดียว แต่ในที่สุดเธอก็ปราบมันได้สำเร็จ

    แต่พวกเขาต้องแลกมาด้วยขาสองข้างของไฮเจนซันไฟล์ กับร่างบอดี้ของจาวิสกับโนอาร์

    “ท่านเทพโนอาร์”

    “ท่านโนอาร์ค่ะ! ”

    แน่นอนว่าไพไรต์กับโทแพชยังไม่รู้ว่าโนอาร์คือหุ่นยนต์

    การที่เห็นเลือดซึ่งไหลออกมาเป็นสีใสนั้น ยิ่งตอกย้ำพวกเขาให้เชื่อว่าโมเดลรุ่น [หมายเลข 1332213] ของโนอาร์ คือร่างจำแลงของเทพเจ้า

    พวกเขาทั้งสองคนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของโนอาร์ด้วยความเป็นห่วง

    แต่พวกเขาไม่อาจมีเวลามากพอจะทำการรักษาให้โนอาร์

    “เฮ้ย!? ”

    เพราะในเวลานั้นแผ่นดินโดยรอบตัวพวกเขากำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง

    แผ่นดินแยกตัวออก พร้อมกับที่มีร่างของหุ่นยนต์กอลิล่าสี่แขนแบบเมื่อกี้ปรากฏตัวขึ้น

    แถมไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเดียว

    มันมีจำนวนมากถึงยี่สิบตัว

    “ไม่จริง…”

    ไพไรต์เริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ร้าย

    “หมดแรงแล้วดอง…”

    แถมคนเพียงคนเดียวของกลุ่มที่สามารถทำลายหุ่นพวกนั้นได้อย่างเด็ดขาด ก็ยังหมดแรงไปแล้วด้วย

    พวกเขาถูกหุ่นยนต์สีขาวทั้งยี่สิบตัวล้อมหน้าล้อมหลังอย่างไร้ทางหนี

    ในเวลานั้นความคิดเคียดแค้นที่มีต่ออสูรได้หายไปจนหมดสิ้นจากสมองของไพไรต์

    ถ้าจะต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ คงมีแต่ต้องยอมร่วมมือกับพวกอสูรกายเท่านั้น

    เขาคิดเช่นนั้น

    พวกกลุ่มเด็กนักเรียนต่างหันหลังชนกันโดยมีผู้บาดเจ็บรวมตัวอยู่ที่ข้างหลังของพวกเขา

    แสงสว่างจากดวงตาของหุ่นยนต์สีขาวทั้งยี่สิบตัวเริ่มส่องสว่างมากขึ้น

    ไม่มีความหวังเหลืออยู่ ไม่มีแรงกายเหลือมากพอ แต่ทว่าพวกเขายังไม่อยากยอมแพ้

    พวกเขาจะขอสู้ต่อไปจนลมหายใจสุดท้าย!

    “สู้---! ”

    “ตรงนั้น ดูท่ากำลังจะสนุกกันอยู่เลยนะ”



    เกิดเสียงอะไรบางอย่างที่รุนแรงดังขึ้นมาจากที่เส้นขอบฟ้า

    เสียงนั้นเกิดขึ้นมาจากฝั่งทิศตรงข้ามกับของทะเลสาบ

    กลุ่มหุ่นยนต์สีขาวที่อยู่ตรงนั้นกำลังโดนใครบางคนกวาดขึ้นท้องฟ้ากว้างราวกับเป็นเศษขยะ

    สิ่งที่กวาดพวกมันขึ้นสู่ท้องฟ้านั้น คือง้าวสีดำที่มีขนาดใหญ่ถึงสามเมตร

    ร่างของผู้เหวี่ยงมันนั้นมีด้วยกันสี่แขน มีเขี้ยวยืดยาว และมีร่างกายสูงถึงสองเมตร

    ดวงตานั้นไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ แต่เป็นดวงตาปุ่มจำนวนมากที่ทอประกายแสงอันเป็นเอกลักษณ์ของเผ่ามนุษย์มด

    เขาคืออาจารย์ผู้ฝึกสอนวิชาการต่อสู้ [บุรุษไร้พ่าย-ฮอร์เนส]

    “คิดถูกจริง ๆ ที่เลือกตามแกมาแทนที่จะฆ่าทิ้ง”

    ที่ด้านข้างของเขามีอสรพิษขนาดใหญ่เลื้อยอยู่ตัวหนึ่งในสภาพที่เหงื่อท่วมอย่างหวาดกลัว

    มันมีเกล็ดโปร่งแสงคล้ายผลึกคริสตัล

    ใช่แล้ว มันคือ [ควอตซ์] สัตว์เลี้ยงของไพไรต์

    เพราะมันรับรู้ได้จากแรงสั่นสะเทือนจากใต้ผิวดิน เลยรู้ว่าข้างล่างนี้ยังมีตัวอันตรายเช่นนั้นอยู่อีกเป็นจำนวนมาก และรู้ด้วยว่ามีคนอีกกลุ่มกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ ๆ นี้

    ดังนั้นในตอนที่เกิดเรื่อง มันจึงเลือกที่จะเลื้อยไปหาคนมาช่วยมากกว่าจะอยู่ต่อสู้กับเจ้านาย

    “ไม่ได้ต่อสู้มานาน รู้สึกร่างกายฝืดขึ้นเยอะเลยแฮะ”

    เขาพูดอย่างสบายอารมณ์ต่อหน้าหุ่นยนต์สีขาวสามตัวที่กำลังโถมเข้าใส่

    ฮอเนสไม่คิดหลบ แต่ใช้ง้าวขนาดสามเมตรที่สั่งทำพิเศษเหวี่ยงส่วนกลับไปด้วยแขนทั้งสี่ข้างอย่างรุนแรงแทน

    พริบตานั้นเองที่ร่างของเจ้าพวกหุ่นยนต์ได้ขาดออกครึ่งหนึ่ง

    เขาตัดพวกมันได้ง่ายดายราวกับเป็นการตัดเต้าหู้เท่านั้น

    ครึ่งหนึ่งเกิดจากที่ง้าวสั่งทำพิเศษของเขา และอีกครึ่งหนึ่งเกิดจากพละกำลังของเขาล้วน ๆ

    “อย่าทำร้ายนักเรียนที่น่ารักของข้าแบบนั้นสิ”

    ฮอเนสพูดด้วยน้ำเสียงที่สนุกสนาน ก่อนจะวิ่งเข้าใส่ศัตรูที่กำลังส่องแสงสว่างออกมาจากดวงตา

    ชุดคลุมสีเทาสำหรับคณาจารย์ของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงฉับพลันในเวลานั้น

    มันเกิดประกายแสงสีฟ้า ก่อนจะหุ้มรัดแน่นร่างกายคล้ายกับเป็นการเสริมกล้ามเนื้อให้กับเขา

    เขาใช้เวลาเพียง 0.1 วินาทีในการออกตัววิ่ง

    และใช้เวลาอีก 1 วินาทีในการวิ่งระยะ 50 เมตรเพื่อเข้าประชิดศัตรูที่กำลังจะยิงเลเซอร์ใส่นักเรียน

    ปลายคมของง้าวได้ทิ่มทะลุดวงตา ทะลุผ่านแกนข้างใน ทะลุไปสู่อีกฝั่งของศรีษะของมัน

    เจ้าหุ่นตัวนั้นพังลงแทบจะในทันที

    “ฮึบ! ”

    ฮอร์เนสใช้พละกำลังของตัวเองในการยกร่างที่หนักเป็นตันของหุ่นยนต์ขึ้นเหนือหัว

    เขาใช้ร่างของหุ่นสีขาวที่พังลง ในการทุ่มใส่ศัตรูอีกตัวที่กำลังเล็งยิงมาทางเขา

    “!? ”

    ระบบวิเคราะห์ต่อสู้ของพวกหุ่นสีขาวเริ่มรวนเรเพราะวิธีต่อสู้อันป่าเถื่อนของฮอร์เนส

    เขาไม่เพียงแค่ใช้ร่างของเพื่อนมันขัดจังหวะโจมตี แต่ยังใช้เพื่อบดบังร่างของเขาเองด้วย

    เขาวิ่งอยู่ใต้เงาของร่างที่โยนไป แล้วเหวี่ยงง้าวฟันในทางนอนอย่างรวดเร็ว

    หุ่นยนต์ที่อยู่ฝั่งทางขวาจำนวนห้าตัวได้กลายเป็นสองซีกแทบจะในทันที

    “อีกสิบตัวหรือ? ”

    ฮอร์เนสพูดเช่นนั้นแล้วใช้ง้าวแทงลงไปที่ซากของหุ่นอีกตัว ก่อนจะเอามาใช้เป็นโล่กำบังแสงเลเซอร์ที่ยิงเข้าใส่

    “สร้างได้ทนทานน่าดูนี่? ”

    แสงเลเซอร์สีแดงที่ยิงมานั้น ไม่อาจวิ่งผ่านทะลุผิวของซากนั้นได้

    ฮอร์เนสวิ่งเข้าประชิดศัตรูในเวลานั้น แล้วหมุนตัวฟาดง้าวในแนวราบไปทางซ้ายอย่างต่อเนื่องประดุจพายุ

    เขาใช้เวลาทั้งสิ้นเพียง 30 วินาที พวกหุ่นยนต์ที่พึ่งปรากฏทั้ง 20 ตัวก็สิ้นท่ากลายเป็นเศษขยะไปเสียแล้ว

    “จบแล้วหรือ? ”

    ฮอร์เนสรู้สึกว่าตัวเองยังอาละวาดไม่พอเลยแม้แต่น้อย

    คนบ้าการต่อสู้อย่างเขานั้น ยังอยากต่อสู้มากกว่านี้

    ซึ่งดูเหมือนว่าพระเจ้าจะตอบรับความต้องการของเขา

    เพราะแผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง พร้อมกับที่มีหุ่นรูปแบบเดิมผุดขึ้นมาจากพื้นดินถึงสี่สิบตัว

    “ฮะ ฮะ ฮะ มันต้องแบบนี้สิ พวกนักเรียนอย่างเจ้ารีบไปทางฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบซะ ทีมช่วยเหลืออยู่ที่นั้น”

    ฮอร์เนสพูดอย่างสนุกสนานในเวลาที่เขาเดินผ่านกลุ่มของนักเรียน

    เขามุ่งหน้าไปที่ทะเลสาบเพียงคนเดียวพร้อมกับง้าวคู่ใจของเขา

    มุ่งไปที่นั่น เพื่อกำหราบหุ่นยนต์ป้องกันทั้งหมดในเขตนี้ให้สิ้นซากไม่มีเหลืออีกต่อไป

    นิยายแนะนำ

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577