***ลูกแห่งราชสีห์ [ไพไรต์]
*โครม! *
"ตัวเชี่ยไรนั่น! "
ผมที่กำลังยืนเฝ้าสังเกตุการณ์จากริมทะเลสาบถึงกับหลุดตะโกนออกมาอย่างตกใจ
บนพื้นดินตรงหน้ากลุ่มอสูรกายนั้น กำลังมีสิ่งมีชีวิตสีขาวสี่แขนผุดขึ้นมาจากดิน
สิ่งนั้นสูงเกือบสามเมตร มีร่างกายที่เล็กเพียงหนึ่งเมตร แต่มีแขน ขา กับหัวที่ใหญ่โตจนดูผิดสัดส่วนอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะแขนทั้งสี่ข้างที่มีขนาดเป็นสามเท่าของร่างกายนั้น ดูก็รู้ว่ามันอันตรายมากแค่ไหน
มันมีดวงตาเป็นเส้นสีแดงยาวพาดผ่านใบหน้า ไม่มีจมูกกับปาก รวมไปถึงขนขึ้นตามผิว
ผิวหนังของมันเรียบและทอประกายแสงด้วยสีขาว ราวกับว่าสร้างมาจากแร่เฮเดสบริสุทธิ์เช่นนั้น
เป็นสัตว์ประหลาดที่ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนในชีวิต
"ต้องรีบไปช่วย! "
"หยุดก่อนโทแพช"
ผมรีบหยุดยัยเสือเอาไว้ก่อน
ดูเหมือนว่าเพื่อนสาวของผมจะติดใจเจ้าอสูรตัวเล็กปีกใส
คงเห็นว่าตัวเล็กน่ารักละมั้ง?
แต่นั่นไม่ใชเหตุผลที่เธอจะไปตีสนิทกับพวกอสูรได้นะเฟ้ย
ลืมไปแล้วหรือว่าพวกมันเกือบทำให้แม่ของเธอตายในสนามรบนะ?
"ให้พวกอสูรรับมือไปเถอะ พวกเรารอดูสถานการณ์---"
"อันตรายค่ะนายท่าน"
เทพโนอาร์พูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับเข้ามายืนขวางตรงหน้าพวกเราเอาไว้
ทั่วทั้งวิสัยทัศน์ตรงหน้าถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดงที่กระจายตัวออก
ทะเลสาบที่ถูกแสงนั้นวิ่งผ่าน ถึงกับระเหยกลายเป็นม่านสีขาวแทบจะในทันที
เขตแดนป้องกันของท่านเทพโนอาร์กำลังขวางกั้นเส้นแสงสีแดงนั้นเอาไว้
"ขอเรียนแจ้ง ถ้าหากไม่สามารถจัดการหยุดหุ่นคลั่งพวกนี้ได้ ก็คงไม่อาจซ่อมต้นกำเนิดระบบพลังงานสุริยะได้ค่ะ"
"หุ่นคลั่ง? มันคืออะไรละนั่น? "
"ตรงหน้าคือหุ่นโมเดล [G-01] เป็นหุ่นเพื่องานก่อสร้างในสนามรบค่ะ มีพละกำลังสูง ทนทาน และมีดวงตาเลเซอร์สำหรับใช้ในงานเชื่อมก่อสร้างค่ะ เนื่องจากระบบถูกตัดขาดจากระบบแม่ เลยทำให้มันทำตามคำสั่งสุดท้ายก่อนถูกตัดขาด คือการกำจัดผู้บุกรุกค่ะ ถ้าจะซ่อมระบบพลังงานสุริยะ ต้องทำให้มันหยุดโจมตีใส่พวกเราก่อนค่ะ แต่ถ้าจะหยุดมัน มีแต่จะต้องพังทิ้งหรือไม่ก็กู้ระบบหลักกลับมาใส่คำสั่งใหม่อีกครั้งเท่านั้นค่ะ"
ท่านเทพโนอาร์พูดอะไรที่เข้าใจยากออกมาอีกแล้ว…
"ขอสรุปเป็นภาษาคนที"
"... มันคิดจะฆ่าพวกเราค่ะ"
ท่านเทพพูดด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ก่อนจะวิ่งผ่าลำแสงสีแดงเข้าไปหาเจ้าสัตว์ประหลาด
สุดท้ายก็มาอีหรอบนี้หรือเนี่ย…
ช่วยไม่ได้ สู้ก็สู้ฟะ!
หุ่นยนต์รูปร่างแมวสีเงินขนาดเล็กกำลังวิ่งสวนแสงสีแดงตรงเข้าใส่หุ่นยนต์รูปร่างกอลิล่าสี่แขน
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งภูติน้อยเองก็ใช้จังหวะนั้นในการเตรียมพร้อมโจมตีเพื่อปิดฉากศัตรู
"ฝากลี่ทีค่ะคุณจาวิส"
"รับทราบค่ะ"
"โฮปรอตรงนี้ก่อน เดียวผมจะไปช่วยพรุนสู้ด้วย"
"อึ๊ก… ได้…"
เจ้าหุ่นสี่แขนหยุดยิงแสงเลเซอร์ แล้วหันไปทางกลุ่มที่ยืนอยู่ทางด้านซ้ายของมัน
เพราะกลุ่มคนที่กำลังเตรียมการโจมตีนั้น กำลังจะกลายเป็นภัยคุกคามเร่งด่วนต้องรีบจัดการก่อน
โดยเฉพาะลูกครึ่งภูติที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้าสูงขึ้นไปห้าเมตร ที่ต้องรีบฆ่าทิ้งให้ได้ก่อนใครคนอื่น
แต่มันไม่สามารถยิงแสงเลเซอร์ออกไปโจมตีใส่ได้
เพราะมันรับรู้ได้ถึงคลื่นพลังงานม่านรังสีที่แผ่ออกมาคุ้มกายได้
สิ่งนั้นแผ่ออกมาจากสตรีเผ่ามนุษย์ในชุดเมดสีขาวที่กำลังยืนอยู่ข้างใต้ภูติคนนั้น
ดังนั้นมันจึงเลือกที่จะเข้าไปโจมตีในระยะประชิดแทน
แขนทั้งสี่ของมันถูกยกขึ้นสูง พร้อมกับถีบตัวเองอย่างรุนแรงจนแผ่นดินสั่นสะเทือน
มันกระโดดได้สูงอย่างน่าเหลือเชื่อ
"มันไปทางนั้นแล้วค่ะ! "
ร่างสีขาวของมันลอยข้ามเหนือหัวของสตรีเผ่ายักษ์ที่มีความสูง 250 เซนติเมตร ได้อย่างง่ายดาย
แต่บนท้องฟ้ากว้างแห่งนี้ไม่ได้อนุญาตให้มันสามารถโบยบินได้อย่างอิสระเช่นนี้
"ขอเอาคืนหน่อยเถอะ! "
เผ่ามนุษย์นกพูดด้วยน้ำเสียงที่โกรธแค้น
เธอนั้นมีความภาคภูมิใจในขนที่สวยงามของตัวเอง และพยายามดูแลจัดเรียงให้สวยทุกเช้า
ดังนั้นสภาพที่ถูกจับเผาขนจนแทบโกรนไปทั้งตัวอย่างปัจจุบัน จึงทำให้เธอรู้สึกโกรธอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ในเวลานั้นเองที่เส้นแสงสีแดงของหุ่นยนต์สีขาวเริ่มส่องประกาย
ไฮเจนซันไฟล์รีบหุบปีกพร้อมกับกัดฟันทนเจ็บกระดูกซี่โครงที่แตกร้าวข้างใน
ร่างของเธอทะยานดิ่งลงต่ำ ก่อนจะกางปีกร่อนถล่าลมเลียบไปกับพื้นดิน
เจ้าหุ่นเคลื่อนสายตาตามเป้าหมายที่บินลงต่ำหมายจะสังหารให้สิ้นชีพ
ระยะแค่นี้ไม่มีทางยิงพลาดเป้าแน่นอน
แต่แล้วเป้าหมายของมันกลับกางปีกออกกว้างกระทันหัน ณ เวลาเดียวกับที่มันยิงลำแสงออกไป
ร่างของมนุษย์นกหยุดลงกลางอากาศพร้อมกับที่แสงสีแดงวิ่งเฉือนผ่านปลายจมูกของเธอ
เจ้าหุ่นยิงพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย
แต่ขอเพียงแค่เอียงหัวอีกสามองศา ชีวิตของมนุษย์นกคนนั้นก็จะสิ้นชีพไปจากโลกด้วยลำแสงของมันได้
ทว่ามันกลับทำแบบนั้นไม่ได้
เพราะจาวิสกำลังพุ่งตรงเข้าไปขวางมัน
เธอเปิดท่อไอพ่นออกมาจากใจกลางหลัง แล้วพุ่งเข้าใส่พร้อมกับง้างลูกแตะที่หุ้มไปด้วยแสงรังสีที่ร้อนแรง
ในเวลาเดียวกัน บนพื้นเองก็มีโนอาร์กระโดดหมุนตัวขึ้นสูงพร้อมสร้างลมพายุขึ้นที่ปลายหมัดของเธอ
สองหุ่นยนต์เมดสีขาวกับดำ ต่างพร้อมใจกันประเคนขาและหมัดเข้าใส่ร่างสีขาวโดยมิได้นัดหมาย
เจ้าหุ่นสีขาวใช้แขนอันใหญ่โตข้างหนึ่งรับการโจมตีนั้น
เกิดเสียงปะทะดังน่ากลัว พร้อมกับเกิดรอยยุบขนาดใหญ่ขึ้นบนแขนของมัน
แต่มันจงใจให้เป็นเช่นนั้น
เจ้าหุ่นยนต์สีขาววิเคราะห์แล้วว่าตัวเองไม่อาจล้มศัตรูลงได้ ถ้าหากไม่ยอมเฉือนเนื้อตัวเองออกไปบ้าง
กำปั้นขนาดสามเมตรจากแขนที่เหลือทั้งสามได้ถูกเหวี่ยงใส่ร่างของสองสาวเมด
บาเรียรังสีแสงของทั้งคู่ช่างไร้ค่าต่อหน้าหมัดที่สร้างจากแร่เฮเดส
คลื่นรังสีได้ถูกตัววัสดุดูดซับ จนบาเรียของพวกเธอเป็นได้เพียงแค่อากาศอันว่างเปล่า
ร่างของจาวิสพุ่งลงไปกระแทกผิวดินด้านล่างที่เต็มไปด้วยแร่ภูติแข็งกระด้าง
แขนกับขาของเธอหักผิดรูป พร้อมกับมีของเหลวสีใสไหลออกมาจากรอยบาดแผล
ถึงจะยังไม่พังสมบูรณ์แบบ แต่ตอนนี้จาวิสไม่อาจจะขยับตัวได้อีกต่อไป
มีเพียงแค่โนอาร์ที่รอดพ้นจากหมัดสังหารถึงตายนั้นได้
ร่างแมวที่บอบบางราวกับเปลือกแก้วนั้น ได้เล็ดลอดหลบหมัดขนาดยักษ์ไปสู่ด้านหลัง ประดุจผ้าไหมที่พริ้วบางลอยลอดผ่านช่องแคบไปสู่อีกฟาก
เพราะว่าโนอาร์คือหุ่นยนต์ที่เกิดจากเทคโนโลยีเดียวกับเจ้าหุ่นสีขาวตัวนี้ ดังนั้นเธอจึงทราบดี ว่าอาวุธกับเครื่องป้องกันจำพวกรังสีทุกประเภทนั้น มันไร้ค่าต่อหน้าวัสดุที่สร้างจากแร่เฮเดส
"ตราประทับแมวเหมียว~! "
เธอเค้นเสียงที่น่ารักออกมา พร้อมกับใช้ขาสองข้างถีบใส่แผ่นหลังสีขาวตรงหน้า
ไม่น่าเชื่อว่าขาที่เล็กบอบบางคู่นั้น จะสามารถส่งร่างขนาดใหญ่ร่วงลงสู่พื้นราวกับเป็นอุกกาบาตได้
"แง้ว!? "
แต่มันเองก็ไม่ลืมที่จะโจมตีสวนกลับใส่เธอ
มันหมุนตัวสามร้อยหกสิบองศาพร้อมกับเหวี่ยงหมัดเข้าใส่เต็มแรง
ร่างของเมดแมวน้อยหล่นลงมากระแทกพื้นแล้วจมลงไป
สภาพของเธอนั้นพังยับแทบไม่ต่างไปจากจาวิส
โนอาร์ได้ออกจากการต่อสู้ไปอีกคนแล้ว
เจ้าหุ่นสีขาวลุกขึ้นยืนในสภาพที่ไร้รอยบุบสลาย
มีเพียงแขนขวาบนเท่านั้น ที่มีรอยบุบขนาดใหญ่ปรากฏให้เห็น
มันใช้แขนทั้งสี่เพื่อยันตัวเองให้ลุกขึ้นมาจากหลุมบนพื้น
"ไม่ให้ทำได้หรอก! "
ในตอนนั้นเองที่ไฮเจนซันไฟล์บินเข้ามาจากทางด้านบน
เธอใช้กรงเล็บที่คมกริบจิกลงไปในเส้นแสงสีแดงของมัน
เป้าหมายคือการทำลายอาวุธเลเซอร์
พริบตาที่กรงเล็บจิกลงไปนั้น แสงสว่างสีแดงก็เจิดจ้าขึ้นมา
ขาทั้งสองข้างของไฮเจนถูกแสงสีแดงตัดขาดออกจากร่าง
"กรี๊ดดดด! "
เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
แต่เธอสามารถทำลายดวงตาสีแดงได้สำเร็จ
ขาทั้งสองข้างของไฮเจนที่หลุดออกจากร่างนั้น กำลังปักทะลุลงไปในเลนส์แก้วสีแดงที่เป็นเส้นบาง ๆ ของมัน
เกิดประกายไฟฟ้าลุกไหม้ขึ้นมาอย่างรุนแรง ก่อนที่จะระเบิดอย่างรุนแรง
แผ่นสีขาวที่หุ้มส่วนศตรีษะได้ระเบิดออก จนเผยให้เห็นเครื่องจักรกลทรงกลมสีดำที่น่ากลัว
ถึงจะสูญเสียความสามารถในการยิงเลเซอร์ แต่ใช่ว่าจะสูญเสียการมองเห็น
เลนส์ส่วนในที่ติดบนก้อนทรงกลมยังคงทำงานได้ดีอยู่
มันจับจ้องไปที่ร่างของมนุษย์นกไร้ขาตรงพื้น พร้อมกับง้างหมัดขึ้นสูงเพื่อหมายที่จะซ้ำให้ตายคาที่
"บังอาจทำร้ายท่านเทพโนอาร์เช่นนั้นหรือ! "
แต่โชคดีที่ไพไรต์วิ่งเข้ามาขวางเอาไว้ทัน
เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะช่วยไฮเจนซันไฟล์ แต่เขากำลังโกรธที่พรรคพวกของเขาโดนทำร้าย
ใช่ เขาเพียงแค่ต้องการที่จะล้างแค้นให้กับโนอาร์
ดาบสีดำกับสีขาวถูกถือในลักษณะไขว้ลงพื้น ก่อนจะแทงลงไปเป็นรอยกากบาทลงบนผิวสีขาวของศัตรู
“แข็ง!? ”
เขาตั้งใจที่จะตัดแขนทั้งสี่ออกมาพร้อมกัน แต่ทว่าดาบของเขากลับหยุดลงในตอนที่แทงลงไปได้เพียงแค่สามเซนติเมตรเท่านั้น
“อันตรายไพไรต์! ”
เจ้าหุ่นยนต์สีขาวเลิกให้ความสนใจมนุษย์นกที่ไร้สภาพต่อสู้ตรงหน้า แล้วหันมาเตรียมง้างหมัดใส่บนแขนของมันแทน
แต่แม่เสือตัวน้อย [โทแพซ] ได้เข้ามาถีบใส่ไพไรต์จนกระเด็นออกไป ก่อนที่มันจะได้ทันโจมตีใส่
เลยกลายเป็นว่า---
“โทแพซ! ”
ผู้ที่ถูกกำปั้นขนาดใหญ่กว่าสามเมตรทุบใส่เป็นตัวของแม่เสือน้อยเสียเอง
กำปั้นสีขาวจากทั้งสี่หมัดกำลังกระหน่ำลงพื้นดิน ณ จุดที่เธอยืนอยู่จนเกิดเป็นควันลอยขึ้นสูง
“โทแพซซซซซซซ! ”
ไพไรต์กรีดร้องด้วยหัวใจที่แตกสลาย
น้ำตาไหลออกมาเป็นหยาดโลหิตสีฟ้า กรงเล็บในมือจิกลงบนหน้าอกจนเป็นแผลยาวอย่างปวดร้าว
แต่หัวใจที่สูญเสียสาวอันเป็นที่รักไปนั้น มันเจ็บยิ่งกว่าแผลทางกายมากนัก
“โทแพซซซซซซซ! ”
“ยังไม่ตายค่ะ~”
“!? ”
หลังจากที่ม่านฝุ่นควันได้จางลง เขาก็พบว่าเพื่อนสาวของตนยังไม่ตาย
แม่เสือสาวกระโดดหลบออกมาจากม่านฝุ่นตรงหน้าในสภาพที่ไร้รอยขีดข่วน
ทั้งที่เป้าหมายกระโดดหนีออกมาแล้ว แต่เจ้าหุ่นยนต์สีขาวยังคงกระหน่ำชกลงบนพื้นดินไม่หยุด
“ทำไม--”
“พวกอสูรช่วยฉันเอาไว้นะ~”
ท่ามกลางม่านฝุ่นนั้น มีร่างของเผ่ายักษ์ผิวสีเขียวสูงสองเมตรครึ่งยืนอยู่คนหนึ่ง
เธอยืนประจันหน้ากับหุ่นยนต์ยักษ์ด้วยมือเปล่าที่กำหมัดเป็นกำปั้นอันทรงพลัง
ที่แขนขวาของเธอมีมังกรวารีสีฟ้าตัวเล็กพันเอาไว้ ราวกับเป็นเครื่องประดับร่างกายที่งดงาม
ชุดคลุมนักเรียนสีเทาของเธอกำลังพริ้วหลบพายุหมัด เธอเคลื่อนไหวได้อย่างอย่างอ่อนโยน ประดุจเป็นกระแสน้ำที่ไหลผ่านก้อนหินขนาดใหญ่อย่างไม่คิดต่อต้าน
ใช้ผ่ามือปัดการโจมตีออก พร้อมกับสวนกำปั้นใส่อย่างรุนแรงไปพร้อมกับเปลวไฟสีทองที่พ่นออกมาจากปากของมังกรวารี
จนราวกับเห็นเป็นภาพหลอนว่ากำปั้นของเธอนั้นกำลังลุกเป็นเปลวไฟ
แต่หมัดเปล่ากับเปลวไฟจากลูกมังกรวารี ทำได้อย่างมากเพียงแค่สร้างเป็นรอยบุบขนาดเล็กเท่านั้น
“... จังหวะนี้แหละ! ”
ไพไรต์คิดว่านี่คือช่วงเวลาที่ดี ที่จะลอบโจมตีศัตรู
เขารีบวิ่งอ้อมไปด้านหลัง พร้อมกับเก็บดาบสีขาวที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา
แต่เขาไม่เห็นดาบสีดำของเขา
“นี่แก---”
“...”
เพราะว่าตรงหน้าของเขามีบุรุษเผ่ามนุษย์คนหนึ่งแย่งอาวุธของเขาไปใช้ก่อนแล้ว
ดาบที่บิดาของไพไรต์ขโมยมาจากทวีปคริสตัล ได้กลับไปอยู่ในมือของเผ่าพันธุ์ที่เป็นผู้ให้กำเนิดมัน
อยู่ในมือของเผ่ามนุษย์ที่มีชื่อว่า [โฮป]
โฮปไม่สนใจไพไรต์ แล้วสิ่งเข้าใส่ศัตรูจากทางด้านหลัง
ดาบรังสีถูกปลดปล่อยความสามารถ มันเริ่มเปลี่ยนพลังงานแคลลอรี่ในกายของผู้ถือ แล้วกลายเป็นคลื่นรังสีความร้อนสูงที่รุนแรง
ใบดาบสีดำได้ถูกห่อหุ้มไปด้วยแสงสีฟ้าเจิดจ้า
“แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
เมื่อไม่จำเป็นต้องถือดาบสองเล่ม ไพไรต์จึงจับดาบเฮเดสสีขาวด้วยสองมืออย่างมั่นคง แล้วพุ่งใส่ในท่าแทง
แรงพุ่งตัวจากพละกำลังขาอันโดดเด่นได้สร้างเป็นระเบิดฝุ่นทิ้งเอาไว้ข้างหลัง
ดาบสีขาวและดาบสีดำ ดาบทั้งสองเล่มกำลังเล็งไปที่รอยแผลเดิมของไพไรต์ซึ่งสร้างเอาไว้เมื่อกี้
ถึงไม่อาจตัดแร่เฮเดสได้ดวยรังสี แต่คลื่นความร้อนอันบ้าคลั่งนั้น กำลังทำให้ผิวของมันกลายเป็นสีแดงฉาน
รอยแผลเริ่มละลาย พร้อมกับที่ดาบสีดำเริ่มจมมิดเข้าไปมากขึ้น
แต่ทว่านี่คือแรงเฮือกสุดท้ายของโฮปแล้ว
เขาหมดแรงแล้วล้มตัวลงไปในสภาพที่กำดาบสีดำเอาไว้แน่น
แต่การโจมตีของเขาจะไม่สูญเปล่า
“ย๊ากกก! ”
ไพไรต์ที่พุ่งมาตามหลังนั้น ได้ใช้ดาบสีขาวของเขาแทงซ้ำลงไปในรอยแผลที่เปิดกว้างจากฝีมือของโฮป
ดาบทั้งสองเล่มถูกแทงทะลุเข้าไปลึก พร้อมกับเกิดเสียงโลหะที่แตกหักดังลั่น
แล้วแขนขวาข้างที่เป็นรอยบุบก็หักลงมาเหมือนกับกิ่งไม้ที่หักลงมาจากต้นไม้ใหญ่
“@! #%&”
เจ้าหุ่นยนต์สีขาวส่งเสียงไม่เป็นภาษา ก่อนจะรีบวิ่งถอยออกไปตั้งหลัก
“ดีละ เหลืออีกแค่สามข้างเท่านั้น! ”
ไพไรต์คิดที่จะวิ่งเข้าไปซ้ำ
“เดียวก่อนค่ะ”
แต่เขาถูกพรุนหยุดเอาไว้ก่อน
ถึงจะไม่ทราบภาษา แต่ด้วยฝ่ามือที่ยื่นออกมาบังเอาไว้ จึงทำให้เขาพอจะทราบถึงความต้องการของพรุนได้
สาเหตุที่พรุนหยุดไพไรต์เอาไว้นั้น เป็นเพราะว่าเพื่อนภูติน้อยของเธอพร้อมที่จะสังหารศัตรูแล้ว
แสงสว่างจากปีกที่เจิดจ้าได้ฉับพลันจางหายเป็นสัญญาณว่าเตรียมการเสร็จแล้ว
ตอนนั้นเองที่ธรรมชาติรอบตัวหุ่นสีขาวเริ่มผิดเพี้ยน
มันเริ่มจากที่มีก้อนกลมขนาดเล็กหมุนวนก่อนตัวขึ้นมาอย่างรุนแรงก่อน
สิ่งนั้นหมุนวนดูดทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป
หิน ดิน ทราย แร่ อากาศ
รวมไปถึงแสงสว่าง
ใช่แล้ว สิ่งนั้นคือ [แบล็คโฮล] เทหวัตถุที่มีแรงโน้มถ่วงสูงซึ่งดูดทุกสิ่งทุกอย่างไปรวมที่ตัวมันเอง
“@! $^&***”
ร่างกายของหุ่นยนต์สีขาวเริ่มถูกแรงหมุนนั้นบีบอัดเข้าไป
เกิดเสียงบดขยี้ที่รุนแรง และพอรู้ตัวอีกที มันก็กลายเป็นก้อนขยะสีขาวทรงกลมไปแล้ว
“ฮึบ! ”
เมื่อเห็นว่าจัดการศัตรูได้สำเร็จ ภูติน้อยผมเขียวจึงหยุดใช้พลังเพื่อคืนสภาพธรรมชาติโดยรอบด้วยสภาพที่เหงื่อท่วมกาย
ถึงจะใช้พลังไปทั้งหมดกับการโจมตีเพียงครั้งเดียว แต่ในที่สุดเธอก็ปราบมันได้สำเร็จ
แต่พวกเขาต้องแลกมาด้วยขาสองข้างของไฮเจนซันไฟล์ กับร่างบอดี้ของจาวิสกับโนอาร์
“ท่านเทพโนอาร์”
“ท่านโนอาร์ค่ะ! ”
แน่นอนว่าไพไรต์กับโทแพชยังไม่รู้ว่าโนอาร์คือหุ่นยนต์
การที่เห็นเลือดซึ่งไหลออกมาเป็นสีใสนั้น ยิ่งตอกย้ำพวกเขาให้เชื่อว่าโมเดลรุ่น [หมายเลข 1332213] ของโนอาร์ คือร่างจำแลงของเทพเจ้า
พวกเขาทั้งสองคนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของโนอาร์ด้วยความเป็นห่วง
แต่พวกเขาไม่อาจมีเวลามากพอจะทำการรักษาให้โนอาร์
“เฮ้ย!? ”
เพราะในเวลานั้นแผ่นดินโดยรอบตัวพวกเขากำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง
แผ่นดินแยกตัวออก พร้อมกับที่มีร่างของหุ่นยนต์กอลิล่าสี่แขนแบบเมื่อกี้ปรากฏตัวขึ้น
แถมไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเดียว
มันมีจำนวนมากถึงยี่สิบตัว
“ไม่จริง…”
ไพไรต์เริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ร้าย
“หมดแรงแล้วดอง…”
แถมคนเพียงคนเดียวของกลุ่มที่สามารถทำลายหุ่นพวกนั้นได้อย่างเด็ดขาด ก็ยังหมดแรงไปแล้วด้วย
พวกเขาถูกหุ่นยนต์สีขาวทั้งยี่สิบตัวล้อมหน้าล้อมหลังอย่างไร้ทางหนี
ในเวลานั้นความคิดเคียดแค้นที่มีต่ออสูรได้หายไปจนหมดสิ้นจากสมองของไพไรต์
ถ้าจะต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ คงมีแต่ต้องยอมร่วมมือกับพวกอสูรกายเท่านั้น
เขาคิดเช่นนั้น
พวกกลุ่มเด็กนักเรียนต่างหันหลังชนกันโดยมีผู้บาดเจ็บรวมตัวอยู่ที่ข้างหลังของพวกเขา
แสงสว่างจากดวงตาของหุ่นยนต์สีขาวทั้งยี่สิบตัวเริ่มส่องสว่างมากขึ้น
ไม่มีความหวังเหลืออยู่ ไม่มีแรงกายเหลือมากพอ แต่ทว่าพวกเขายังไม่อยากยอมแพ้
พวกเขาจะขอสู้ต่อไปจนลมหายใจสุดท้าย!
“สู้---! ”
“ตรงนั้น ดูท่ากำลังจะสนุกกันอยู่เลยนะ”
เกิดเสียงอะไรบางอย่างที่รุนแรงดังขึ้นมาจากที่เส้นขอบฟ้า
เสียงนั้นเกิดขึ้นมาจากฝั่งทิศตรงข้ามกับของทะเลสาบ
กลุ่มหุ่นยนต์สีขาวที่อยู่ตรงนั้นกำลังโดนใครบางคนกวาดขึ้นท้องฟ้ากว้างราวกับเป็นเศษขยะ
สิ่งที่กวาดพวกมันขึ้นสู่ท้องฟ้านั้น คือง้าวสีดำที่มีขนาดใหญ่ถึงสามเมตร
ร่างของผู้เหวี่ยงมันนั้นมีด้วยกันสี่แขน มีเขี้ยวยืดยาว และมีร่างกายสูงถึงสองเมตร
ดวงตานั้นไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ แต่เป็นดวงตาปุ่มจำนวนมากที่ทอประกายแสงอันเป็นเอกลักษณ์ของเผ่ามนุษย์มด
เขาคืออาจารย์ผู้ฝึกสอนวิชาการต่อสู้ [บุรุษไร้พ่าย-ฮอร์เนส]
“คิดถูกจริง ๆ ที่เลือกตามแกมาแทนที่จะฆ่าทิ้ง”
ที่ด้านข้างของเขามีอสรพิษขนาดใหญ่เลื้อยอยู่ตัวหนึ่งในสภาพที่เหงื่อท่วมอย่างหวาดกลัว
มันมีเกล็ดโปร่งแสงคล้ายผลึกคริสตัล
ใช่แล้ว มันคือ [ควอตซ์] สัตว์เลี้ยงของไพไรต์
เพราะมันรับรู้ได้จากแรงสั่นสะเทือนจากใต้ผิวดิน เลยรู้ว่าข้างล่างนี้ยังมีตัวอันตรายเช่นนั้นอยู่อีกเป็นจำนวนมาก และรู้ด้วยว่ามีคนอีกกลุ่มกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ ๆ นี้
ดังนั้นในตอนที่เกิดเรื่อง มันจึงเลือกที่จะเลื้อยไปหาคนมาช่วยมากกว่าจะอยู่ต่อสู้กับเจ้านาย
“ไม่ได้ต่อสู้มานาน รู้สึกร่างกายฝืดขึ้นเยอะเลยแฮะ”
เขาพูดอย่างสบายอารมณ์ต่อหน้าหุ่นยนต์สีขาวสามตัวที่กำลังโถมเข้าใส่
ฮอเนสไม่คิดหลบ แต่ใช้ง้าวขนาดสามเมตรที่สั่งทำพิเศษเหวี่ยงส่วนกลับไปด้วยแขนทั้งสี่ข้างอย่างรุนแรงแทน
พริบตานั้นเองที่ร่างของเจ้าพวกหุ่นยนต์ได้ขาดออกครึ่งหนึ่ง
เขาตัดพวกมันได้ง่ายดายราวกับเป็นการตัดเต้าหู้เท่านั้น
ครึ่งหนึ่งเกิดจากที่ง้าวสั่งทำพิเศษของเขา และอีกครึ่งหนึ่งเกิดจากพละกำลังของเขาล้วน ๆ
“อย่าทำร้ายนักเรียนที่น่ารักของข้าแบบนั้นสิ”
ฮอเนสพูดด้วยน้ำเสียงที่สนุกสนาน ก่อนจะวิ่งเข้าใส่ศัตรูที่กำลังส่องแสงสว่างออกมาจากดวงตา
ชุดคลุมสีเทาสำหรับคณาจารย์ของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงฉับพลันในเวลานั้น
มันเกิดประกายแสงสีฟ้า ก่อนจะหุ้มรัดแน่นร่างกายคล้ายกับเป็นการเสริมกล้ามเนื้อให้กับเขา
เขาใช้เวลาเพียง 0.1 วินาทีในการออกตัววิ่ง
และใช้เวลาอีก 1 วินาทีในการวิ่งระยะ 50 เมตรเพื่อเข้าประชิดศัตรูที่กำลังจะยิงเลเซอร์ใส่นักเรียน
ปลายคมของง้าวได้ทิ่มทะลุดวงตา ทะลุผ่านแกนข้างใน ทะลุไปสู่อีกฝั่งของศรีษะของมัน
เจ้าหุ่นตัวนั้นพังลงแทบจะในทันที
“ฮึบ! ”
ฮอร์เนสใช้พละกำลังของตัวเองในการยกร่างที่หนักเป็นตันของหุ่นยนต์ขึ้นเหนือหัว
เขาใช้ร่างของหุ่นสีขาวที่พังลง ในการทุ่มใส่ศัตรูอีกตัวที่กำลังเล็งยิงมาทางเขา
“!? ”
ระบบวิเคราะห์ต่อสู้ของพวกหุ่นสีขาวเริ่มรวนเรเพราะวิธีต่อสู้อันป่าเถื่อนของฮอร์เนส
เขาไม่เพียงแค่ใช้ร่างของเพื่อนมันขัดจังหวะโจมตี แต่ยังใช้เพื่อบดบังร่างของเขาเองด้วย
เขาวิ่งอยู่ใต้เงาของร่างที่โยนไป แล้วเหวี่ยงง้าวฟันในทางนอนอย่างรวดเร็ว
หุ่นยนต์ที่อยู่ฝั่งทางขวาจำนวนห้าตัวได้กลายเป็นสองซีกแทบจะในทันที
“อีกสิบตัวหรือ? ”
ฮอร์เนสพูดเช่นนั้นแล้วใช้ง้าวแทงลงไปที่ซากของหุ่นอีกตัว ก่อนจะเอามาใช้เป็นโล่กำบังแสงเลเซอร์ที่ยิงเข้าใส่
“สร้างได้ทนทานน่าดูนี่? ”
แสงเลเซอร์สีแดงที่ยิงมานั้น ไม่อาจวิ่งผ่านทะลุผิวของซากนั้นได้
ฮอร์เนสวิ่งเข้าประชิดศัตรูในเวลานั้น แล้วหมุนตัวฟาดง้าวในแนวราบไปทางซ้ายอย่างต่อเนื่องประดุจพายุ
เขาใช้เวลาทั้งสิ้นเพียง 30 วินาที พวกหุ่นยนต์ที่พึ่งปรากฏทั้ง 20 ตัวก็สิ้นท่ากลายเป็นเศษขยะไปเสียแล้ว
“จบแล้วหรือ? ”
ฮอร์เนสรู้สึกว่าตัวเองยังอาละวาดไม่พอเลยแม้แต่น้อย
คนบ้าการต่อสู้อย่างเขานั้น ยังอยากต่อสู้มากกว่านี้
ซึ่งดูเหมือนว่าพระเจ้าจะตอบรับความต้องการของเขา
เพราะแผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง พร้อมกับที่มีหุ่นรูปแบบเดิมผุดขึ้นมาจากพื้นดินถึงสี่สิบตัว
“ฮะ ฮะ ฮะ มันต้องแบบนี้สิ พวกนักเรียนอย่างเจ้ารีบไปทางฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบซะ ทีมช่วยเหลืออยู่ที่นั้น”
ฮอร์เนสพูดอย่างสนุกสนานในเวลาที่เขาเดินผ่านกลุ่มของนักเรียน
เขามุ่งหน้าไปที่ทะเลสาบเพียงคนเดียวพร้อมกับง้าวคู่ใจของเขา
มุ่งไปที่นั่น เพื่อกำหราบหุ่นยนต์ป้องกันทั้งหมดในเขตนี้ให้สิ้นซากไม่มีเหลืออีกต่อไป