บทที่ 23โลหิตสาดกระจาย
ปราณโลหิตอันพลุ่งพล่านช่วยให้ความอบอุ่นแก่ลู่เฟิงแม้จะสวมเพียงชุดฝ้ายเนื้อบางแต่เขากลับไม่รู้สึกหนาวเลย
เด็กหนุ่มสะกดรอยตามหลิวต้ามาอย่างเงียบเชียบจนถึงหน้าเรือนตระกูลหลิวเขาหลบเข้าหลังลำต้นของต้นหลิว ก่อนจะกระชับผ้าให้ปิดหน้าตาอย่างรัดกุม
บานประตูไม้ผุพังของบ้านตระกูลหลิวเปิดแง้มอยู่มันส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดครวญครางยามต้องลมหนาว
"บัดซบ!เหมือนเจอผีไม่มีผิด!"
เสียงสบถอย่างหัวเสียของหลิวต้าดังลอดออกมา
"เมื่อครู่พวกเจ้าดูชัดแล้วใช่ไหมว่านั่นคือไอ้เด็กตระกูลลู่จริงๆ?"
"เด็กนั่นแค่มัดไก่ยังไม่มีปัญญาแล้วมันจะ..."
"แต่หน้าตามันใช่เลยนะพี่ใหญ่"
ชายหน้าบากเอ่ยเสียงต่ำ
"ถ้าไม่ใช่ลู่เฟิงแล้วจะเป็นใครไปได้?"
"มารดามันเถอะเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นวะ!"
เจ้าสี่ทั้งโกรธทั้งผวา
"ครึ่งเดือนก่อนตอนข้าซ้อมมันมันยังไม่มีแรงจะคลานด้วยซ้ำหายหัวไปแค่ครึ่งเดือนกลับมีฝีมือร้ายกาจขนาดนี้ได้ยังไง?"
ตรงมุมห้องชายเตี้ยที่คาบข่าวมาบอกกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ มันโดนพวกหลิวต้าทุบตีจนสะบักสะบอมหน้าตาบวมช้ำ เขียวช้ำ ได้แต่นอนคุดคู้สั่นท้านไม่กล้าส่งเสียง
ลู่เฟิงผ่อนลมหายใจแผ่วเบาทะยานร่างขึ้นสู่กิ่งต้นหลิวอย่างรวดเร็ว เขากวาดสายตามองสำรวจลานบ้านแวบหนึ่งก่อนจะทิ้งตัวดิ่งลงสู่พื้นด้านในอย่างนุ่มนวล
เด็กหนุ่มย่องเข้าประชิดขอบหน้าต่างแอบมองผ่านรูเล็กๆ บนกระดาษกรุที่จับตัวเป็นน้ำแข็งแสงตะเกียงน้ำมันสลัวส่องกระทบให้เห็นท้ายทอยของหลิวต้าอย่างชัดเจน
ชายหน้าบากก็ลุกพรวดขึ้น
"ข้าไปปลดทุกข์ก่อน...บัดซบ หมัดไอ้เด็กนั่นหนักฉิบหาย เหมือนโดนค้อนทุบเลย"
ลู่เฟิงได้ยินดังนั้นก็หลบเข้ามุมมืดมือขวาค่อยๆ ชักขวานผ่าฟืนออกจากเอว กระชับด้ามไม้แน่น
สวบ... สวบ...
เสียงย่ำหิมะของชายหน้าบากใกล้เข้ามาจังหวะที่มันเดินเซเข้ามาพิงกำแพงตรงหัวมุมเพื่อทรงตัวแสงเย็นของเนื้อเหล็กก็วาบขึ้นกลางความมืด!
ฉึก!
ชายหน้าบากเบิกตากว้างสองมือยกขึ้นกุมลำคอตัวเองโดยสัญชาตญาณ เลือดอุ่นทะลักสาดกระเซ็นผ่านซอกนิ้วทว่ากลับไม่มีเสียงร้อง มีเพียงเสียงสำลักลิ่มเลือดในลำคอดังครืดคราด
มันพยายามยื่นมือซ้ายหมายจะคว้าตัวลู่เฟิงแต่เด็กหนุ่มขยับถอยฉากออกไปแล้ว มันจึงคว้าได้เพียงความว่างเปล่าก่อนร่างจะทรุดฮวบลงจมกองหิมะ
ลู่เฟิงก้มมองด้วยสายตาเรียบนิ่งคมขวานฟันฉับตัดหลอดลมและเส้นเลือดใหญ่ไปกว่าครึ่งลำคอคนธรรมดาจะไปแข็งกว่าท่อนไม้ได้อย่างไร ในเมื่อเขาผ่าฟืนขาดได้ในง้างเดียวลำคอคนก็ไม่ต่างกัน
เด็กหนุ่มเช็ดคราบเลือดบนใบขวานเช็ดกับเสื้อของคนตายจนสะอาด
นับตั้งแต่วิชาดาบผ่าฟืนปรากฏขึ้นบนระบบเขาเคยคิดจินตนาการอยู่บ่อยครั้งว่ายามที่ต้องฆ่าคนจริงๆ ตนเองคงจะตื่นตระหนกหวาดกลัว หรือมือไม้สั่นเทา
ทว่าในยามนี้จิตใจของเขากลับมีเพียงความสงบนิ่งอันเยือกเย็น แฝงด้วยความตื่นเต้นกระหายบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
'นี่ข้า... กลายเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?'
ลู่เฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกดึงสติกลับมาประคองขวานผ่าฟืนมุ่งหน้ากลับไปที่ห้องโถงอีกครั้ง
ภายในห้องหลิวต้าเริ่มขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด
"เจ้าสามมันไปตกส้วมหรือไงทำไมช้านัก? ...เจ้าสี่พรุ่งนี้เจ้าไปที่ร้านขายยา ชื้อยาพิษแรงๆ มาสักหน่อย แล้วไปตามเจ้าสองมาด้วย ข้าต้องฆ่ามันให้ได้!"
"รับทราบ..."
เจ้าสี่ขานรับพลางนึกบ่นในใจพี่ใหญ่สั่งให้ไปซื้อยาพิษแต่กลับไม่ยอมควักเงินให้สักเหรียญ
จังหวะนั้นเองประตูไม้ก็ถูกผลักเปิดออก
คนในห้องนึกว่าเป็นชายหน้าบากเดินกลับมาหลิวต้าซึ่งนั่งหันหน้าเข้าหาประตูยกมือเตรียมจะกวักเรียกให้มาดื่มต่อทว่าเมื่อสายตากลับสบเข้ากับร่างบุรุษลึกลับที่ใช้ผ้าดำปิดบังใบหน้า
เขาก็ชะงักค้างไปทันที!
ลู่เฟิงไม่รอช้าเขาสืบเท้าทะยานร่างเข้าไปราวกับภูตพราย
ฟุ่บ!
ขวานผ่าฟืนกรีดผ่านความมืดคมขวานตวัดตัดผ่านลำคอของเจ้าสี่อย่างแม่นยำศีรษะของมันหลุดกระเด็นลอยคว้างกลางอากาศ ก่อนจะตกกระทบพื้นดังตุบแล้วกลิ้งไปหยุดอยู่แทบเท้าของชายเตี้ยหน้าหนู
ชายเตี้ยก้มมองดวงตาที่ยังเบิกโพลงของเจ้าสี่ด้วยความสยดสยองดวงตามันเหลือกขึ้นบนก่อนจะช็อกหมดสติล้มพับไปทันที
"บัดซบ!"
หลิวต้าขวัญกระเจิงมันออกแรงทุ่มโต๊ะสุราอาหารทั้งตัวเข้าใส่ลู่เฟิงเพื่อเปิดทางหนี
ลู่เฟิงคาดการณ์ไว้อยู่แล้วเขาใช้ท่าร่างรูปแบบเหยี่ยวเอี้ยวตัวหลบฉากไปทางซ้ายก้าวหนึ่ง หลบเศษไม้ และน้ำแกงที่สาดกระจายได้อย่างง่ายดาย
จังหวะนั้นหลิวต้าอาศัยความเร็วฉวยดึงดาบเล่มโตที่ซ่อนอยู่ใต้ขอบหน้าต่างออกมาถือไว้
"แกเป็นใคร!กล้าดียังไงมาลองดีกับพวกข้า!"
สองมือที่กุมด้ามดาบของหลิวต้าสั่นระริกแต่มันยังพยายามตะโกนข่มขู่
"ข้าเป็นคนของนายน้อยหวงอวี่แห่งพรรคดาบโลหิต!ถ้าแกฆ่าข้า นายน้อยหวงไม่มีวันปล่อยแกไว้แน่!"
"หวงอวี่รึ?"
ลู่เฟิงเอ่ยเสียงเรียบพลางก้าวสืบเท้าเข้าไปหา
หลิวต้าลนลานสายตากลอกไปมาเหลียวมองหาทางออก ทว่าพริบตานั้นลู่เฟิงกลับสะบัดมือขว้างขวานผ่าฟืนพุ่งเข้าใส่หน้ามันตรงๆ!
ฟิ้ว! ฉึก!
หลิวต้าเบี่ยงหัวหลบตามสัญชาตญาณจนขวานพุ่งทะยานไปปักลึกเข้ากับผนังห้อง
ทว่าในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นลู่เฟิงได้ใช้ท่าร่างรูปแบบวิหคพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวดุจพญาอินทรีโฉบเหยื่อ
หลิวต้าหน้าถอดสีรีบง้างดาบหมายจะฟันสวนทว่ากระบวนท่านั้นในสายตาของลู่เฟิงกลับเชื่องช้าราวกับภาพนิ่ง
ดาบเล่มโตยังยกขึ้นไม่ทันพ้นอกหมัดรูปแบบหมีของเขาก็ชกกระแทกเข้ากลางยอดอกของมันไปแล้ว
ตูม!
เสียงกระดูกซี่โครงหักสะบั้นดังสนั่นหลิวต้ากระอักเลือดร่างลอยละลิ่วทะลุบานหน้าต่างกระเด็นออกไปกองอยู่ที่ลานบ้าน
ลู่เฟิงเดินไปดึงขวานผ่าฟืนออกจากผนังสะบัดมือฟันฉับเข้าที่ลำคอของชายเตี้ยหน้าหนูที่สลบอยู่ทันที
เด็กหนุ่มกระโดดปราดออกจากหน้าต่างตามลงมาที่ลานบ้านหลิวแต่นอนแผ่อยู่บนพื้นหิมะ เลือดสดๆ ทะลักออกจากปากจนเป็นฟอง เขาพยายามจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นแต่ร่างกายไม่ฟังคำสั่ง
หมัดเมื่อครู่ไม่เพียงแต่หักกระดูกอกแต่แรงกระแทกอันมหาศาลได้ทำลายอวัยวะภายใน และหัวใจของมันไปแล้วต่อให้ลู่เฟิงไม่ลงมือซ้ำ มันก็ไม่มีทางรอดชีวิต
"แก...แกเป็นใครกันแน่..."
หลิวต้าเค้นเสียงถามด้วยสายตาแห่งความสิ้นหวังคล้ายเดาฐานะของคนตรงหน้าได้ลางๆ
ลู่เฟิงไม่ได้ตอบคำถามเขาเพียงก้มลงหยิบดาบเล่มโตของหลิวต้าที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาจับปลายแหลมคว่ำลงแล้วปักกระแทกลงกลางอกของมัน
ตรึงร่างนั้นให้แน่นิ่งไปกับพื้นหิมะอย่างถาวร
เด็กหนุ่มกอบหิมะขึ้นมาล้างคราบเลือดออกจากขวานผ่าฟืนจนสะอาดก่อนจะลงมือค้นตัวศพของพวกมัน
เขาหยิบถุงเงินของหลิวต้าออกมาพบเศษเงินก้อนอยู่จำนวนหนึ่ง เมื่อไปค้นศพของเจ้าสาม และเจ้าสี่ก็ได้เศษเงินมาอีกเล็กน้อย
ส่วนชายเตี้ยหน้าหนูมีเพียงเหรียญทองแดงเก่าๆสามเหรียญติดตัวเท่านั้น
ช่างยากจนข้นแค้นสิ้นดี
ลู่เฟิงเก็บเงินทั้งหมดเข้าอกเสื้อก้าวเดินออกจากเรือนตระกูลหลิว มุ่งหน้าตรงไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ทันที
'ยังเหลืออีกหนึ่งคน...'
คนสุดท้ายของกลุ่มนอนอยู่ในกระท่อมดินหลังเล็กไม่ไกลจากที่นี่
นับตั้งแต่วันแรกที่เขาตื่นขึ้นมาบนโลกใบนี้ลู่เฟิงได้ให้คำสัตย์กับตนเองไว้แล้ว คนที่เคยรุมลงมือกับร่างเดิมของเขาจะต้องไม่มีใครรอดชีวิตไปได้แม้แต่คนเดียว
ต้องฆ่าให้หมด...ถอนรากถอนโคนอย่าให้สิ้น!