Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

    ตอนพิเศษ

                ณ.กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นตอนนี้เป็นเวลา 01.30 น หิมะสีขาวโปรยปรายแต่งแต้มราตรีให้งดงามแผ่ไอความหนาวเย็นจับใจ ภายในห้องคาราโอเกะแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียวตกแต่งอย่างดีโซฟาสีแดงกลิ่นน้ำหอมอบอวนแสงไฟสีส้มอ่อนๆส่งเสริมบรรยากาศและอารมณ์  ปรากฎร่างชายหนุ่มเก้าคนในชุดเสื้อผ้าแฟชั่นหรูหราและหญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อยหลายคนกำลังดื่มด่ำเมามายถึงขีดสุดภายในห้องเห็นหญิงพีอาร์ในชุดสีแดงสั้นเว๊าหน้าตาสระสวย

                “คุณเพิร์จค่ะ เพื่อนคุณคนนั้นชื่ออะไรหรอคะ แนะนำฉันหน่อยสิ” สาวพีอาร์คนหนึ่งถามเพิร์จ  ชี้มาทางศิลาที่กำลังนั่งยกแก้วเบียร์สดดื่มพรวดๆ

                “อ๋อ...เจ้าหมอนั่นชื่อศิลา”  เพิร์จชี้

                “หรอค่ะ...”  สาวพีอาร์คนดังกล่าวพูดลุกขึ้นเดินเข้าไปนั่งข้างศิลา  “สวัสดีคะ ฉันชื่อมิยาบิ”  หญิงสาวพูดเสียงอ่อย

                พรวด!.....  ศิลาพ่นเบียร์ออกมาเป็นสาย  หันมามองหญิงสาวข้างกายใบหน้าคมหวานสวยผมสีดำยาว  ดึ๋งดั๋ง

                “สวัสดีครับ...ผมศิลา”  เขาตอบยิ้มๆสีหน้าเหยเก  ก่อนจะหันไปมองพวกเพิร์จ เกนจิ ซูซูรัน นีทและออเกลสายตาเขาประมาณว่าพวกเองอยากเห็นไอ้จ้อนฉันโดนกุตหรือไง 

               แต่สิ่งที่เขาปวดใจกว่านั้นก็คือเพียงแค่เพิร์จมาห้องคาราโอเกะสถานที่ทำการก็ต้องปิดเพื่อพวกเขาเพราะถูกยากูซ่ามายึดครอง  รวมถึงชื่อพวกแปดมงกุฎในโลกจริงมันก็ช่างชวนคิดว่าพวกเองจะไปถล่มใครฟร่ะ

                เพื่อนของเขาหัวเราะคิกคักกันอย่างสนุก

                “แล้วทำไมต้องพาฉันมาที่แบบนี้ด้วยเนี่ย”  ศิลาบ่นหันไปมองหน้าเพิร์จ

                “เอ๊าพวกฉันไม่มีแฟนนี่หว่า  อีกอย่างนายมาญี่ปุ่นทั้งทีก็อยากแนะนำของเรื่องชื่อให้รู้จักบ่างไง  เดี๋ยวไปต่อที่อาบอบนวดกันเลย”  เพิร์จหัวเราะ

                โอ่วว.....ทั้งหมดรับคำ

                “เดี๋ยวซิ...”  นีทตวาดเสียงสูง  “เห็นใจผู้หญิงอย่างฉันบ่างซิ”  เธอหันไปมองศิลา  “ศีลร้องเพลงให้ฟังหน่อยซิ  นานแล้วนะที่นายไม่ได้ร้องเพลงเลยยิ่งช่วงนี้นายเครียดๆเกินเหตุด้วย”

                บรรดาเพื่อนเขายุจนศิลาไม่อาจจะปฏิเสธได้

                “เย้ย....”  เขาร้องเล่นลูกคอ

                “โย่ว...โอ้...โอ้”  ออเกลหรืออดัมรับช่วงทำนอง  จากนั้นศิลาก็ร้องเพลงขึ้นเสียงหวาน

                “เที่ยวกับมันทีไรกูต้องขโมยตังเมีย หาเงินมาเองแต่เมียดันเอาตังไปใช้”  ศิลาร้อง

                “โอ้...เยี้ย...ยูโนคุณเมีย...ยูโน๊คุณเมีย”  ออเกลรับทำนอง

                “ไอ้เราก็งงว่าเงินที่ซ่อนมันหายไปไหน  ค่อยไปวัดกับเมียวันที่เมียอยากไหว้พระ”

                “ยูโนคุณเมีย...ยูโนคุณเมีย”  ออเกลเสริม

                “กูซ่อนเงินเมีย...กูซ่อนเงินเมียจนไม่รู้ว่าเงินอยู่ไหน...โรงพยาบาล  โรงพยาบาลรามา...จบงานนี้...สงสัยกูคงได้ไป”  เหมือนศิลาจะรู้ตัว

                ทั้งหมดหัวเราะก๊าก....คิดว่าเพลงอะไรของเองฟร๊ะ  หรือแค่ยากระบายความในใจ

                หลังจากจบห้องคาราโอเกะพวกเขาก็ไปต่ออีกหลายที่ก่อนจะกลับไปพักที่บ้านของเพิร์จ

                ศิลาหยิบมือถือขึ้นมาดูซึ่งเป็นรุ่นไอโฟน  พบว่ามีการตรวจเช็คตำแหน่งมือถือของเขาว่าอยู่ที่ไหน  เขาโทรไปบอกฝันดีหวานใจก่อนจะทิ้งตัวหลงนอนเข้าสู่ห้วงนิทราและความฝันที่ย้อนถึงความทรงจำคืนวันเก่าๆ

                ในบ้านหลังหนึ่งที่ตกแต่งอย่างดีมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวงครบครันบ่งบอกถึงการมีฐานะที่ดีของเจ้าของบ้านปรากฎหญิงวัยกลางคนใบหน้าคมหวานเปี่ยมไปด้วยเมตตาเรือนผมสีดำแต่งกายชุดอยู่บ้านปกติกำลังทำอาหารเช้าอยู่ในครัวในห้องนั่งเล่นปรากฎชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อมสมวัยใบหน้าคล้ายกับว่าเขากำลังยิ้มเอ็นดูอยู่ตลอดเวลากำลังนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือเอกสารไปพราง

                 ตึก...ตึก...ตึก...เสียงฝีเท้าวิ่งร้อนรนดังขึ้นลงมาตามบันได

                “ศิลาจะไปแล้วหรอลูก  ไม่ทานข้าวเช้าก่อนหรอ”  เสียงหญิงสาวร้องถามกับลูกชาย  ที่อยู่ในชุดมหาลัยเสื้อแขนยาวสีขาวกางเกงยีนสีดำ

                “ไม่เป็นไรครับแม่  เดี๋ยวผมไปกินที่มหาลัยพร้อมกับพลัมดีกว่า”  เขายื่นหน้าไปตอบพร้อมยิ้มอ่อน

                “ถ้างั้นเอาเงินติดตัวไปเพิ่มซิลูก”  เสียงหนักทุ้มของพ่อศิลาดังขึ้น  “จ่ายให้หนูพลัมเข้าด้วย  เราเป็นผู้ชายเมื่ออยู่กับแฟนต้องเทคท์แคเขาดีๆรู้ไหม”

                ศิลายิ้มร่า....

                “เงินที่พ่อให้ของเดือนที่แล้วยังเหลืออยู่เลยครับ  อีกอย่างช่วงนี้เพื่อนๆในเอกเดียวกันจ่างผมทำรายงานอยู่ด้วยเลยได้ค่าขนมมาหลายอยู่”  เขาวิ่งไปหยิบขนมปังมาคาบก่อนจะรีบออกจากบ้านไป

                “เฮอ...”  แม่ของศิลาถอนหายใจ ส่ายหัว  “น่าจะมุ่งแต่เรียนก็พอแล้ว  ไอ้ลูกคนนี้ทำหลายอย่างพร้อมกันเดี๋ยวก็พังหมดทุกอย่างหรอก”

                “ไม่เป็นไรหรอกแม่จ๋า”  พ่อของศิลายิ้มภูมิใจ  “ลูกเราไม่ใช่คนที่ยอมแพ้กับความเหนื่อยหรือลำบากแค่นี้หรอก  เราตั้งชื่อให้เขาว่าศิลาก็เพราะแบบนั้นไม่ใช่หรอ”

                ศิลาออกมาหน้าบ้านก็พบนีทและออเกลยืนรออยู่

                “ตื่นสายนะย๊ะ.....”  นีทหน้ามุ่ย  “มั่วแต่ทำรายงานลูกค้าอยู่ซิเลยนอนดึกใช่ไหม”  

                ศิลาหัวเราะแฮะๆแสยะยิ้ม

                “ฉันล่ะไม่เข้าใจนายเลยจริงๆ  บ้านก็รวยเงินเหลือกินเหลือใช้ทำไมต้องรับจ้างทำรายงาน”  ออเกลส่ายหัว

                “เดือนหน้าวันเกิดแฟนนี่หว่า  ฉันจะเอาเงินไปซื้อของขวัญให้พลัม  ถ้าเอาเงินที่พ่อแม่ให้  ซื้อของขวัญให้ผู้หญิงสำหรับฉันมันไม่เท่เลยสักนิด”

                “ค้าบ...ค้าบ พ่อคนเข้าใจยาก”  

                ทั้งสามขับมอไซต์เรียบฟุตบาตเพื่อไปมหาลัยโดยที่นีทซอนท้ายกาเซล  ท่ามกลางเช้าอันสดใส

                “ศีลเรื่องพลัมน่ะ”  นีทสีหน้าจริงจัง

    “ฮ่ะ!?...ทำไมหรอ”

                “ฉันคิดว่าพลัมสนิทกับอาโนมากเกินไปหรือเปล่า  เมื่อวานฉันกับกาเซลเจอสองคนนั้นที่ห้าง  บอกตามตรงดูผ่านๆเหมือนคู่รักกันมากกว่าเพื่อนซ่ะอีก”

                ศิลายิ้ม  “ขอบใจนะ  ฉันเข้าใจว่านีทเป็นหวงฉัน  แต่ไม่มีอะไรหรอก  อาโนก็เพื่อนรักฉันเรื่องนั้นพลัมก็รู้ดี  ดีซะอีกที่พลัมสนิทกับพวกนายได้ขนาดนี้”

                “ฉันก็ขอให้เป็นแบบนั้น”  ออเกลพูดขึ้นต่อ  “ถ้าแค่อาโนคงไม่มีความคิดอะไรพิเรนๆหรอก  เพราะหมอนั่นขนาดหมาชิวาว่าเห่าใส่มันยังกลัวจนร้องไห้เลย  แต่ถ้าพ่อของอาโนก็อีกเรื่อง”

                ทั้งสามขับรถไปตามทางจนถึงมหาวิทยาลัย

                “ศีล......”  เสียงหวานใสเรียกเขามาแต่ไกล

               เขาหันไปมองพบหญิงสาวหน้าตาคมหวานผมสีดำยาวถึงกลางหลังในชุดนักศึกษากระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่า สะพายกระเป๋าหมีพูล

                “พลัม”  เขาทัก  

                หญิงสาวเดินมาควงแขนศิลา

                “คิดถึงจัง”

                “นายมากับพลัมหรอ  อาโน” ออเกลหันไปถามชายหนุ่มผมสีขาว  “นี่นายย้อมผมตามศิลาอีกแล้วหรอเนี่ย”  เขาถอนหายใจ  “จะเอาตามมันไปถึงไหน”

                “ก็แหม่ศิลาเท่จะตาย  สาวๆรุ่นพี่ที่เอกเราก็ปลื้มกันทุกคน  ฉันเองก็ไม่มีแฟนต้องอัพเดตตัวเองบ่างไรบ่าง”  อาโนพูดยิ้ม

                พวกเขาทั้งห้าคนเข้าเรียนตามปกติจนเวลาร่วงเลยไปซึ่งช่วงเวลานี้ศิลายังคงเรียนอยู่ปีสองที่มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในวิชาการออกแบบและตกแต่งภายใน

                ศิลากำลังท่านข้าวเที่ยงอยู่กับนีทและพลัมในโรงอาหาร  ตอนนั้นเองออเกลก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา

                “ศิลา....แฮก..แฮก..”  เขาหอบ

                “ฮืม..”  ศิลาละมือจากข้าวหันมองเพื่อน  ไม่ใช่แค่นั้นนักศึกษาตามโต๊ะต่างๆก็หันมามอง

                “แย่แล้วอาโน  อาโนกำลังถูกพวกปีสามคณะนิเทศรุมซ้อมอยู่ที่หลังมหาลัย”

                “พาไปที”  ศิลารุกยืนร้อนรนหน้าเครียดก่อนจะรีบวิ่งออกไปพร้อมกับออเกลโดยที่เขาไม่หันกลับมามองข้างหลังสักนิดเดียว  แสดงถึงนิสัยและความรักเพื่อนของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี

                เขาทั้งสองวิ่งมาได้ห้านาทีก่อนจะเจอรั้วของมหาลัยทั้งสองปืนกระโดดข้ามรั้วไป อย่างรวดเร็วคล้ายพญาวานรมาเอง   ด้านหลังมหาลัยที่เงียบไร้ผู้คนมีแต่ต้นไม้

                “เฮ่ย...”  ศิลาตะคอกลั่น  เห็นชายหนุ่มกำยำหกเจ็ดคนกำลังรุมประเคนเท้าใส่อาโน

                “เฮ่ย...เพื่อนมันมาช่วยว่ะ”  หนึ่งในนั้นพูดขึ้นฉีกยิ้มหันมามองหน้าศิลา  “ไอ้เตี้ยมาช่วยเพื่อนหรอ  ไปกินนมให้ตัวสูงใหญ่ก่อนไป๋”  ชายคนดังกล่าวไล่เขา  ซึ่งไม่แปลกเพราะศิลาในตอนนี้สูงแค่ 162 เซนติเมตร หนัก 48 กิโลกรัม เพียงแค่ลมพัดแรงๆเขาก็พร้อมที่จะหนีบินตามสายลมนั้นไป

                “โทษที่พี่ชาย”  ศิลาพูดขึ้น  “ของแบบนี้อยู่ที่ใจ”  พูดจบเข้าก็พุ่งเปิดสุดตัวตามมาด้วยกาเซลกลายเป็นภาพสองปะทะเจ็ดชนิดหาความสูสีไม่เจอ

                ตุบ...ตับ...แอ๊ก...อั๊ก...

                ซึ่งเมื่อภาพตัดมาอีกทีศิลาและออเกลก็ลงไปนอนคุยกับออเกลด้วยสภาพไม่ต่างกัน ตาบวม ปากแตก คิ้วแตก สภาพหน้าปูด

                “นายบ้าหรือเปล่าศิลา”  อาโนพูดขึ้นหลังจากพวกรุ่นพี่ปีสามกลับไปหมดแล้ว  “นายไม่เคยชกต่อยชนะใครแท้ๆนี่รุ่นพี่เลยนะเว่ยยังจะเข้ามาหาเรื่องใส่ตัวช่วยฉันอีกทำไม”

                “เออ...ฉันบ้า”  เขารุกขึ้นจับแผลบนหน้าตัวเอง  มองดูชุดสีขาวที่เปื่อนเลือดเปื่อนฝุ่น  “แล้วนายเคยเห็นฉันหนีหรือทิ้งเพื่อนหรือเปล่า”  เขาหันไปถามออเกล

                “ไม่เคยอ่ะ  นายเนี่ยนะชอบออกหน้าแทนคนอื่นตลอดซิน่า”  อาโนยิ้ม  ยื่นหมัดมาหาศิลา  “แต่ขอบใจมากศิลา”

                “อยู่แล้ว....”  เขายื่นหมัดไปชนกับหมัดของอาโน  “ออเกลนายตัวใหญ่สุดทำตัวดุๆน่าเหี้ยมๆหน่อยใครเห็นจะได้กลัว”

                “ฉันทำไม่เป็น  แค่จะชกใครมือเท้าฉันก็สั่นแล้ว”  ชายหนุ่มตอบเสียงเครือ

                “แล้วนายจะกระโดดตามฉันเข้ามาทำไมฟร๊ะ”  

                “ฉันรู้ไงว่านายต้องบวกกับพวกมันแน่นอยเพราะนายเป็นคนแบบนั้น  และฉันก็รู้ว่านายต้องแพ้เพราะตัวนายเล็ก  ถ้าฉันไม่ตามนายเข้ามาพวกมันก็ประเคนบาทาใส่นายคนเดียวอะเด่”

                ศิลาส่ายหัว....

                ทั้งหมดไม่สามารถเข้าเรียนในคาบต่อไปได้จึงต้องกลับบ้าน พลัมได้ตามศิลากลับมาที่บ้านเพื่อทำแผล

                ในบ้านแห่งหนึ่งหรูหราเป็นบ้านปูนสามชั้นตกแต่งอย่างดีตัวบ้านมีขนาดกว้าง  มีคนรับใช้เสร็จสรรพ

                “คุณอาโนค่ะ  คุณท่านให้ไปพบที่ห้องทำงานคะ”  แม่บ้านวัยกลางคนเดินเข้ามาบอกอาโน  ในขณะที่เขากำลังนั่งทำแผลอยู่

                “ครับป้า”  เขารุกเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง  ทว่าสีหน้าของเขากลับดูเหมือนคนที่อมทุกข์ก้ำกลืนฝืนทนถึงขีดสุด  “ขอเข้าไปนะครับพ่อ”  เขาบอกก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง

                วูบ....เพ๊ง...

                แจกันลอยพุ่งเข้าใบหน้าของอาโนทว่าเขาเอนหัวหลบได้อย่างฉิวเฉียดก่อนที่แจกันจะพุ่งเลยผ่านเขาไปด้านหลังตกถึงพื้นด้านล่าง

                “เมื่อไหร่...เมื่อไหร่งานที่ฉันให้แกไปทำจะเสร็จ  บริษัทของพ่อไอ้ศิลากำลังโตเอาๆอีกหน่อยบริษัทบ้านเรานี่แหละที่จะพัง”  พ่อของอาโนตะคอกเสียงสูงน้ำเสียงเดือดดาลถึงขีดสุด

                “แต่ศิลาเป็นเพื่อนผมนะครับ”  เขาตอบเสียงสั่น

                พ่อของอาโน ในชุดสูทสีดำหน้าตาดุดันรุกเดินเข้ามาปิดประตูห้อง  ยืนหน้ามามองอาโน  “เพื่อนหรอ  แกยังเห็นมันเป็นเพื่อนอยู่อีกหรอทั้งๆที่แกแอบขึ้นคอนโดแฟนมันเนี่ยนะ”

                อาโนชะงักวูบเบิกตาตลึง  “พ่อรู้หรอครับ”

                “เออ...แกรักผู้หญิงที่ชื่อพลัมหรือเปล่า”

                “ครับ”  เขาตอบสั้นๆแต่หนักแน่น

                “แต่น่าเสียดายถึงแกจะได้ขึ้นคอนโดแม่นั่นกี่ครั้งก็ไม่สำคัญเพราะแกเป็นแค่ตัวสำลอง  ดูซิขนาดแกเจ็บปางตายแม่ยังเลือกไปทำแผลให้ศิลาเลย  เชื่อพ่อทำให้ศิลาหมดตัว”  ชายหนุ่มเอามือจับไหล่ลูกชาย  “ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนอยู่กับผู้ชายที่เหลือแต่ตัวได้หรอก”

                “ครับ...ผมจะทำ”  เขาหยุดพูดกัดฟันแน่น  “ตามที่พ่อบอก”  คำตอบที่คล้ายฝืนทนออกมาจากปากของอาโน

                “ดีมากไอ้ลูกรักสมกับเป็นลูกพ่อ  แกไม่ต้องห่วงเรื่องที่จะตามมา  พ่อรู้จักคนใหญ่คนโตและผู้พิพากษา  แกจะไม่โดนจับแน่นอน  เชื่อพ่อถ้าศิลาไม่มีเงินทั้งออเกล  ทั้งนีท  ทั้งรุ่นพี่ในคณะจะต้องหันมาสนใจลูกของพ่อแน่นอน  หน้าตาแกก็หล่อกว่าไอ้ศิลาที่แพ้มันก็แค่ความรวย  ท่องไว้ลูกเชื่อพ่อแล้วจะสบาย  ไม่มีพ่อคนไหนไม่อยากเห็นลูกได้ดีหรอก  ไม่มีพ่อคนไหนจะไม่หวังดีกลับลูกหรอก”

                “จริงหรอครับ ถ้าศิลาเหลือแต่ตัวทุกคนจะสนใจผม”

                “พ่อจะโกหกแกทำไม  คนที่คบหากับไอ้ศิลาชื่นชมไอ้ศิลาพวกมันก็แค่หวังจะได้เศษเงินจากมันเท่านั้นแหละ  เมื่อศิลาหมดตัวก็เหลือแต่แกที่รวย  และหล่อกว่าศิลาเป็นไหน  แกต้องเป็นดาวเด่นจุดสนใจของเอกไม่ซิของคณะแน่นอน”