หลังจากจบช่วงทดสอบระบบครั้งสุดท้ายของบริษัทเกมทั้งแปดคนเล็งเห็นแล้วว่า ในเวลาอีกไม่นาน ดิ เอจ ออฟ อโพคาลิปส์จะต้องเปิดตัวอีกครั้งและเมื่อประเมินจากเนื้อหาภายในเกม รวมถึงระบบต่างๆ ก็พบว่านี่เป็นหนึ่งในหนทางที่จะสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์รวมถึงสร้างเป็นหนึ่งในธุรกิจแบบใหม่ได้จึงตระเตรียมเงินทุนเพื่อรอเวลาที่อวตารออนไลน์เปิดตัวและเข้าไปสร้างอนันตนาคราชขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
แน่นอนว่าครั้งนี้พวกเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากกว่าเดิมเพื่อรักษาบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ของอนันตนาคราชไว้ให้ได้
แต่หลังจากบริหารกิลด์กันมาจนถึงตอนนี้ทั้งหมดก็รู้ดีว่านอกจากฉากหน้าของกิลด์ที่คอยรับภารกิจต่างๆ จากผู้เล่นแล้วงานหลังบ้านอย่างเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน
หากนับเรื่องการบริหารงานและการเงินคงมีแต่คนที่หัวถูกกระแทกมาแล้วถึงจะมอบหมายเรื่องนี้ให้กับพาราฟินหรือมะปรางทำ สุดท้ายตัวเลือกจึงมาตกอยู่ที่ฮาลอสวิฬาร์ และไซออน ทั้งสามคนนี้
แต่เพราะฮาลอสดำรงตำแหน่งหัวหน้ากิลด์มาเป็นเวลานานส่วนไซออนเองแม้เรื่องบริหารจะทำได้ดี แต่เรื่องน่าปวดหัวอย่างเงินๆ ทองๆและตัวเลขยุ่บยั่บนั้น เธอไม่ค่อยถนัดนักทำให้วิฬาร์ต้องถอนตัวออกจากเกมเพื่อดูแลเรื่องนี้แทน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแลกเงินเข้าออกเกมการรับค่าจ้างและจ่ายเงินเดือนสมาชิกกิลด์ และการตอกฐานสร้างความมั่นคงผ่านการลงทุนในทรัพย์สินอื่นๆของโลกจริง ในกรณีที่เกมประสบปัญหาต่างๆ เขาก็เป็นคนดูแลเรื่องราวทั้งหมดเพื่อที่คนอื่นๆ จะได้บริหารงานส่วนของตัวเองในเกมได้อย่างเต็มกำลัง
ส่วนหน้าที่เดิมของวิฬาร์ก็ให้ไซออนและฮาลอสที่มีความรอบคอบและถนัดในการวางแผน ดูแลแทนไปพลางๆ โดยมีคนอื่นช่วยประสานงานเพิ่มเติมอีกแรง
เดิมทีเขาตั้งใจว่าหลังจากบริหารเรื่องเงินทองจนอยู่ตัวแล้วคงจะกลับเข้าไปเล่นเกมได้ในเวลาไม่นาน แต่บังเอิญว่า เมื่อเกมเปิดตัวแล้วกิจการของอนันตนาคราชกลับรุ่งเรืองกว่าแต่ก่อนทำให้ระบบการเงินเดิมที่เขาออกแบบไว้ถูกใช้งานจนแทบเต็มพิกัดสุดท้ายเขาจึงต้องคอยดูแลประคบประหงมมันต่อไปอีกปีกว่า
แถมยิ่งเป็นช่วงสงครามเดือดครั้งนั้นที่ต่างฝ่ายต่างทุ่มกำลังเพื่อขยายอาณาเขตสุดฝีมือช่วงนั้นก็ยิ่งวุ่นวายหนัก เพราะมีสมาชิกบางส่วนทยอยลาออกจากกิลด์และสมัครเข้ากิลด์อย่างต่อเนื่องทำให้ต้องปรับเปลี่ยนจัดการระบบการเงินครั้งมโหฬาร
แต่นั่นก็ทำให้อนันตนาคราชกลายเป็นกิลด์ที่มีรากฐานทางการเงินมั่นคงที่สุดในเกม มีสภาพการเงินคล่องตัวที่สุดในหมู่กิลด์ใหญ่ทั้งสี่
จนกระทั่งถึงตอนนี้เขาถึงเพิ่งจะมีเวลากลับเข้ามาเล่นเกม หลังจากว่างเว้นไปปีกว่าๆ ที่โลกจริง
กลับมาสู่หน้าที่ที่แท้จริงของเขา
ผู้บริหารตึกที่แปดตึกความมั่นคงของกิลด์
หลังจากส่งไฟล์ข้อมูลลับเฉพาะในเกมให้วิฬาร์กันจนครบไซออนก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเห็นใจ
“ฝากที่เหลือด้วยนะ”
ข้อมูลปริมาณมหาศาลนี้ประกอบไปด้วยรายละเอียดทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องภายในหรือภายนอกของอนันตนาคราชรวมถึงความเคลื่อนไหวของขุมกำลังต่างๆที่พวกเขาต่างเก็บสะสมรวบรวมมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกิลด์ตั้งแต่เกมเปิดตัวอย่างเป็นทางการส่งต่อให้วิฬาร์เอาไปประมวลผลต่ออีกครั้ง เพื่อจะหาทั้งช่องว่าง จุดอ่อนหรืออะไรก็ตามที่พวกเขาละเลยตกหล่นไปเพื่อนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับกิลด์ของพวกเขาในภายภาคหน้า รวมถึงเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการเมืองและขุมกำลังของแต่ละกิลด์ทิศทางด้านต่างๆ ของเกมให้กับวิฬาร์ที่เพิ่งเข้าเกมมาหมาดๆ ด้วย
แน่นอนว่าการประมวลผลข้อมูลปริมาณมากขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ทำให้ไซออนและคนอื่นต่างก็มองวิฬาร์ด้วยสายตาอิจฉาระคนยินดี
อิจฉาที่ตัวเองไม่ได้มีความสามารถและสมองที่ปราดเปรื่องเหมือนกับคนตรงหน้า
และยินดีที่ได้มีวิฬาร์เป็นเพื่อนตายในชีวิตของพวกเขา
“ฝากที่เหลือด้วย”
คนอื่นประสานเสียงพูดขึ้นมาเบาๆตามไซออน ทำให้วิฬาร์ยิ้มเขินออกมาเล็กน้อยพร้อมกับน้ำตารื้น
“ฝากเฝิกอะไรกันเรื่องเล็กน้อยน่า” เขารับเอกสารลับทั้งหมดมาเก็บไว้ในหน้าต่างระบบด้วยความยินดีไว้หลังจากนี้ค่อยหาเวลาอ่านและประเมินสถานการณ์ต่อไป
จากนั้นฮาลอสก็เป็นคนช่วยสรุปให้ว่าหลังจากนี้ ให้วิฬาร์อ่านและทำความเข้าใจประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเกมเพื่อหลอมรวมตัวเองเข้ากับโลกใบใหม่แห่งนี้ให้เร็วที่สุดส่วนเรื่องอื่นๆ พวกเขาก็ทำตามหน้าที่ไปก่อนเหมือนเดิม เพราะยังไงตอนนี้เรื่องร่างอวตารทศกัณฐ์นั้นยังเผยแพร่ออกไปไม่ได้ เพราะตัวตนของวิฬาร์เป็นความลับคงไม่เหมาะกับการเอาเขาไปตั้งเป็นป้ายดึงดูดความเกลียดชังให้ศัตรูเข้ามาหาเรื่อง
โชคดีที่มีพลังของร่างอวตารทศกัณฐ์มาอยู่ในมือตอนนี้พวกเขาก็เสมือนมีไพ่ตายเพิ่มขึ้นมาอีกใบ แม้ว่าตอนนี้ไอ้ไพ่ตายนี่เพิ่งจะเลเวลสามสิบเท่านั้นก็ตาม
แต่อย่างน้อยตอนนี้มันก็ทำให้เขามีโอกาสในการเผชิญความเสี่ยงมากขึ้นแล้ว ไม่แน่ว่าในอนาคตจะสามารถใช้ความลับเรื่องนี้ทำประโยชน์อันยิ่งใหญ่ก็ได้
ดังนั้นตอนนี้เป้าหมายหลักของวิฬาร์คืออัปเลเวลขึ้นมาให้ได้เร็วที่สุด จากนั้นก็ค่อยๆทยอยรับมอบกองกำลังทัณฑฆาตให้กลับมาอยู่ในมือเขา และเริ่มบริหารงานในส่วนลับของกิลด์ต่อไป
เพื่อรอเวลาที่สุกงอมและเอาคืนสิ่งที่พวก ดาร์ค ฮอไรซอนทำกับพวกเขาไว้ในอดีต
การทรยศ!
และพอนึกถึงเรื่องนี้หัวใจวิฬาร์ก้กระตุกขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นระคนเจ็บแค้น ในห้วงสมองล่องลอยย้อนนึกไปถึงเรื่องราวในอดีต
ทั้งสี่กิลด์เป็นทั้งคู่รักและคู่แค้นกันมาตั้งแต่สมัยเบต้าเทสต์ผลัดกันจับมือ ผลัดกันฆ่าฟันกันจนเป็นกิจวัตร แย่งชิงพื้นที่ แย่งคน แย่งมอนสเตอร์แย่งความยิ่งใหญ่กันไม่เว้นวัน แต่แล้ววันหนึ่งในช่วงท้ายของการทดสอบเบต้าเทสต์ ความสงบอันราบรื่นก็จบลง
ไม่มีใครรู้ว่าดาร์คฮอไรซอนใช้วิธีใด ถึงดึงยอดขุนพลคนสำคัญของอนันตนาคราชไปได้
และเพราะการทรยศครั้งนั้นก็ทำให้กิจกรรมตีเมืองระหว่างอนันตนาคราชและดาร์คฮอไรซอนที่กำลังเริ่มต้นขึ้นเกิดการพลิกผันหลายตลบ รวมถึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อนันตกาลผู้ลึกลับถูกเปิดเผยตัว
ความลับหลายเรื่องของวิฬาร์ถูกขโมยไปให้กับฝั่งตรงข้ามเพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการตีเมืองรวมถึงในสนามรบ ยอดขุนพลคนนั้นก็ลงสนามมาประมือกับอนันตกาลด้วยตัวเอง
ทั้งสองฝ่ายดวลกันอย่างคู่คี่สูสีเพราะรู้มือกันไม่น้อยก่อความเสียหายให้กับทั้งกำลังพลและเมืองอย่างมหาศาล ศึกครั้งนั้นนับว่าเป็นศึกครั้งใหญ่ที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกมีคนตายจำนวนมาก เมืองพับยับไปหนึ่งส่วนสี่ สนามรบแทบไม่ต่างจากนรกภูมิ สมาชิกทัพทัณฑฆาตที่เข้าร่วมทั้งห้าร้อยคนตายจนหมดแต่พวกเขาก็ทำหน้าที่ได้ดีสมกับชื่อเสียงด้วยการสังหารฝ่ายตรงข้ามไปถึงสองพันนาย
การศึกด้านนั้นนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ดาร์คฮอไรซอนตีเมืองไม่แตก และพ่ายแพ้ไปในที่สุด
และเพราะการทรยศของยอดขุนพลคนดังกล่าวจึงทำให้ภายหลัง วิฬาร์ที่ยังคงโกรธแค้นอยู่ ยกทัพทัณฑฆาตข้ามพรมแดนของทั้งสองกิลด์ไปโจมตีเมืองในปกครองของดาร์คฮอไรซอน ทำลายระบบเศรษฐกิจจนย่อยยับ บ่มเพาะความแค้นของทั้งสองกิลด์จนถึงขีดสุด
แต่เพราะงานหลายๆส่วนของกิลด์ เวลาที่ไม่เหมาะสม สมาชิกกิลด์จำนวนไม่มาก รวมไปถึงการออกไปดูแลระบบการเงินของอนันตนาคราชที่โลกจริงวิฬาร์จึงไม่เคยได้เข้าถึงตัวกฤษณะ หัวหน้ากิลด์ของดาร์ค ฮอไรซอน ผู้เป็นต้นเหตุของการทรยศนี้เพื่อทวงแค้นสักทีทว่าการกลับมาของเขาในคราวนี้แหละ ที่จะปิดบัญชีแค้นนี้ลงให้จงได้
“เสร็จวันนี้แล้วก็ไปทำเรื่องสมัครเข้ากิลด์ด้วยจะได้ไม่เป็นที่สงสัย” ทรินิตี้เอ่ยตัดจังหวะจนวิฬาร์ที่กำลังย้อนนึกถึงเรื่องในอดีตสะดุ้งขึ้นมา
เธอเห็นท่าทีของวิฬาร์ก็พอจะเดาได้ว่ามันคิดอะไรอยู่จึงได้แต่ส่งยิ้มเป็นเชิงปลอบใจ
เรื่องเอาผู้เล่นที่ไหนก็ไม่รู้มาเข้ากิลด์นั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเหล่าเศียรแต่ละคนแม้แต่น้อยแต่เพราะสมาชิกกิลด์ที่มีจำนวนมหาศาล และจากจำนวนสมาชิกนับแสนคนในนี้พวกเขาก็ทราบดีว่า จะต้องมีเหล่าสายลับจากทั้งกิลด์พันธมิตรและกิลด์ศัตรูแฝงตัวเข้ามาจำนวนหนึ่งทำให้ทุกการเคลื่อนไหวอะไรก็ตามที่แปลกประหลาดจะต้องถูกคนกลุ่มนี้จับสังเกตและเอาไปรายงานต่อต้นสังกัดของตนเอง ทำให้ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรก็จะต้องระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้นเรื่องที่จะให้วิฬาร์เข้ากิลด์โดยไม่ผ่านการรับสมัครตามช่องทางปกติก็อาจจะเป็นหนึ่งในจุดสังเกตของพวกสายลับได้ และเพื่อความไม่ประมาทพวกเขาจึงตกลงกันว่าให้วิฬาร์สมัครด้วยวิธีปกติไปตั้งแต่ต้น เพื่อจะได้กลมกลืนไปกับผู้เล่นอื่นทั่วไปนับเป็นการกันไว้ดีกว่าแก้ ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดเหตุการณ์ทรยศแบบคราวก่อนเกิดขึ้นมากิลด์พวกเขาอาจจะรับมือไม่ไหวก็ได้
ปกติอนันตนาคราชจะมีกิจกรรมคัดคนเข้ากิลด์เป็นประจำทุกสองเดือนครั้งอยู่แล้วเดิมที่ก็นึกกันว่า กว่าวิฬาร์จะมาร่วมกิลด์ได้ก็คงเป็นคราวหน้า แต่พอมาตอนนี้ก็นับว่าได้จังหวะที่กิลด์เขากำลังเปิดรับสมัครอยู่พอดี
ส่วนเรื่องแอบโกงให้วิฬาร์ผ่านบททดสอบและเข้ากิลด์ได้ง่ายๆนะหรอ?
ไม่จำเป็นเลย
กิจกรรมคัดเลือกสมาชิกหน้าใหม่เข้ากิลด์นั้นจะมีการทดสอบเล็กๆ เพื่อคัดเลือก ซึ่งมักจะคัดตามความสามารถจากด้านต่างๆซึ่งถ้าจะวัดกันจริงๆ แล้ว ตัววิฬาร์เองก็นับว่าเกินมาตรฐานไปมากโข ดังนั้นอย่าว่าแต่ลดระดับความยากเลย
ต่อให้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวพวกเขาก็มั่นใจว่ามันต้องผ่านไปได้แบบฉลุยแน่นอน
เพราะในหมู่พวกเขาทั้งหมดที่ถนัดเวทแต่ละสายแตกต่างกันไปนั้น มีเพียงวิฬาร์และฮาลอสเท่านั้น ที่ใช้เวทได้ดีเยี่ยมถึงสามสายในช่วงเบต้าเทสต์และใช้สายอื่นได้ดีถึงหกและห้าสายนับเป็นสองคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม แตกต่างจากพวกเขาที่อย่างมากก็ใช้ได้อย่างเชี่ยวชาญเพียงสองสายเท่านั้นส่วนด้านอื่นๆ ก็ไม่ได้รอบรู้ไปซะหมด
“อ่ะนี่ไอเทมที่เตรียมมาให้ ลองดูว่ามีอะไรขาดเหลืออีกมั้ย”ฮาลอสเปิดหน้าต่างขึ้นมาและเลือกแลกเปลี่ยนไอเทมกับวิฬาร์หลายชิ้น
ในนั้นมีชุดนักเวทระดับDและ E อยู่อย่างละหนึ่งชุด เกราะชั้นในระดับ C ผลึกเวทมนตร์ระดับ D อีกสองก้อน เงินอีก 20เหรียญทอง แหวน ไม้กายสิทธิ์และคทาเวทมนตร์ บวกด้วยไอเทมอีกชุดใหญ่สำหรับส่งภารกิจสำคัญบางส่วนล่วงหน้ารวมถึงเหล้าชั้นดีอีกหลายขวดสำหรับใช้ในพิธีกรรมเวทมนตร์ด้วย และยังมีคัมภีร์ทักษะอีกเป็นหีบๆ
ทำให้ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัววิฬาร์แทบไม่ต่างกับขุมทรัพย์เดินได้เพราะถ้าหากตอนนี้ เกิดไปถูกใครเขาฆ่าเอาละก็ แค่ไอเทมชั้นดีจากวิฬาร์ชิ้นเดียวที่ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนเกราะแขนของทศกัณฐ์ระดับ A และชุดนักเวทอีกสองชุดหรือหีบคัมภีร์ทักษะต่างก็เป็นไอเทมชั้นท็อปทั้งสิ้น
คัมภีร์ทักษะนี้เป็นของที่จะว่าหายากก็ยากหาง่ายก็ง่าย
พวกทักษะอย่างเวทมนตร์ระดับล่างที่วิหารเวทมนตร์แจกให้ตอนแรกนั้นจะราคาถูกหน่อยเพราะผู้เล่นเริ่มต้นก็ขอเรียนฟรีๆ เอาจากวิหารเวทมนตร์ได้แต่เพราะเมืองเริ่มต้นแต่ละแห่งจะมีโควตาให้เลือกเรียนได้จำกัดจึงไม่มีทางที่จะเรียนให้ครบได้จากเมืองเริ่มต้นเพียงแห่งเดียว วิธีที่ราคาถูกที่สุดคือตระเวนไปให้ครบแปดเมืองเริ่มต้นเพื่อไล่เก็บโควตาทั้งหมดแค่นี้ก็ทำให้ผู้เล่นคนนั้นมีทักษะเวทมนตร์ระดับล่างครบถึงสองสายโดยไม่เสียเงินทองให้วุ่นวายแต่นั่นก็เป็นวิธีที่โคตรเสียเวลา
และนั่นก็ทำให้คัมภีร์ทักษะเวทมนตร์ที่ดรอปจากสัตว์อสูรมีบทบาทขึ้นมา
สัตว์อสูรบางตัวหรือรางวัลจากการทำภารกิจบางอย่าง จะแจกคัมภีร์ทักษะออกมาด้วยผู้เล่นสามารถเลือกใช้งานเพื่อเรียนรู้ทักษะเหล่านี้ได้นับว่าเป็นวิธีที่สะดวกสบายอย่างหนึ่งคัมภีร์พวกนี้จึงเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่ตลอดเวลา เพราะนอกจากจะประหยัดเวลาแล้วยังไม่ต้องวิ่งทำเควสของวิหารเวทมนตร์ให้วุ่นวาย แต่ก็แน่นอนว่า ต้องใช้เงินซื้อมา
ถามถึงเรื่องเงินกับอนันตนาคราชก็เหมือนคุยกับมหาเศรษฐีว่ามีเงินหรือเปล่า พวกเขาจะมีปัญหาเรื่องนี้ได้หรือ?
ก็ไม่
ฮาลอสจึงสปอย*เพื่อนคนนี้เต็มเหนี่ยว
[*สปอย(Spoil) มีความหมายโดยรวมคือลดหรือทำลายคุณค่าถ้าใช้กับคน หมายถึงทำให้เสียคน]
ในหีบยักษ์ใบนั้นมีคัมภีร์ทักษะเวทมนตร์ระดับล่างและกลางครบเจ็ดสาย คือ มายาเวท มรณเวท ดาราเวทพันธุเวท ธาตุเวท สุคติเวท และรสายนเวท
เนื่องจากยุทธเวทเป็นสายเวทมนตร์ที่แปลกประหลาดกว่าชาวบ้านคือผู้เล่นต้องฝึกกระบวนท่าไปพร้อมกับการโคจรเวทมนตร์ทำให้มันไม่มีคัมภีร์ทักษะให้ ต้องฝึกแบบตัวต่อตัวกับครูฝึกที่วิหารเวทมนตร์โดยตรงพวกเขาจึงหาของที่ไม่มีในเกมมาให้วิฬาร์ไม่ได้
ของทั้งหมดที่ฮาลอสให้วิฬาร์ในวันนี้คัมภีร์ทักษะนับเป็นของแพงที่สุด มูลค่ารวมของมันทั้งหมดนั้นสูงพอให้คนฆ่าฟันกันเพื่อแย่งชิงมันมาครอบครอง
“ขอบใจมากฮาลอสครบหมดแล้วล่ะ” เขารับไอเทมทั้งหมดมาเก็บไว้ในหน้าต่างระบบด้วยความยินดีคืนทักษะธาตุเวทระดับล่างกับระดับกลางบางส่วนไปเพราะว่ามีครบแล้วและหลังจากนี้เดี๋ยวต้องหาที่เหมาะๆ รีบเรียนทักษะเวทมนตร์ให้ครบ
“อ่ะแล้วก็นี่” ฮาลอสยื่นตราแสดงสถานะสีดำให้วิฬาร์
เขารับตรามาถือในมือแล้วลูบนิ้วไปตามลายแกะสลักบนนั้นด้วยความคิดถึง
ลายเส้นหนาหนักแต่ละเส้นโค้งที่คมกริบแต่ละโค้ง และดวงตาอันวาวโรจน์ของพญานาคา ผู้เป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งอำนาจของพวกเขา
อนันตนาคราช
พญานาคที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่นาคทั้งปวง
นานสักแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้ถือตรานี้ไว้ในมือ…
วิฬาร์เผยอยิ้มเล็กน้อยด้วยความยินดีเป็นที่สุดก่อนจะหยดเลือดลงไปเพื่อลงทะเบียน
ตรานี้มีขนาดแค่ประมาณฝ่ามือทั้งสองด้านนั้น ด้านหนึ่งสลักเป็นตรากิลด์อนันตนาคราชส่วนอีกด้านหนึ่งถูกสลักเป็นรูปหญิงสาวคนหนึ่งที่ถือคทาเอาไว้ในมือแสดงถึงชั้นบรรดาศักดิ์ที่สูงที่สุดในกิลด์
ระดับควีน
ระดับที่ทั้งกิลด์ในตอนนี้มีคนครอบครองอยู่เพียง 7 คนเท่านั้น
เป็นลำดับชั้นสูงที่สุดในกิลด์ที่สมาชิกได้แต่ใฝ่ฝันว่าจะขึ้นมาเทียบเคียงให้ใกล้ได้มากที่สุดแต่กลับไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน เพราะมันถูกจำกัดไว้ให้เพียงผู้ก่อตั้งเท่านั้น
ตรานี้เป็นที่รู้กันของสมาชิกทุกคนว่าเปรียบเสมือนป้ายผ่านทางและเครื่องยืนยันสถานะของสมาชิกกิลด์ทุกคนและยิ่งมีระดับขั้นสูงก็ยิ่งมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลและทรัพยากรระดับสูงของกิลด์และมีอำนาจสั่งการมากขึ้นตามไปด้วย