แผนการของ ลุงหลี่ ดำเนินไปอย่างแยบยลและรวดเร็วราวกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากแต่ไร้เสียง เขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยการขู่เข็ญให้เหยื่อตื่นตระหนก แต่เลือกที่จะใช้ "ความหวัง" และ "อนาคตที่รุ่งโรจน์" เป็นเหยื่อล่อเพื่อกักขังทุกคนไว้ในพิมพ์เขียวที่เขาเป็นคนเขียนขึ้น
หลังจากคืนแรกที่เขาได้ลิ้มรสความหวานของ หลินฮวา ด้วยมุกสามเม็ดที่ฝังลึกอยู่ใต้ผิวเนื้อ ลุงหลี่รู้ดีว่าเขาได้สร้างพันธนาการใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าโซ่เหล็กกล้าไว้กับหญิงสาวแล้ว แต่การครอบครองเพียงครั้งคราวในเงามืดนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับความโลภของเขา เขาต้องการระบบที่จะทำให้เขาเข้าถึงนางได้ทุกเมื่อ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสายตาสอดส่องจากคนในจวน
เช้าวันหนึ่ง หลังจากที่แผนการทั้งหมดได้รับการวางไว้อย่างพิถีพิถัน ลุงหลี่เรียก หลี่เหว่ย เข้ามาพบในห้องโถงส่วนตัว ชายหนุ่มผู้ซื่อตรงรีบมาหาด้วยความเคารพในฐานะญาติผู้ใหญ่ที่เขารักและเทิดทูน ลุงหลี่นั่งอยู่ในท่าทางสง่างาม ชุดผ้าไหมสีเข้มที่เขาสวมใส่ทำให้ดูมีเกียรติและน่าเกรงขาม แววตาที่เฉียบคมแต่อบอุ่นมองดูหลานชายด้วยความเมตตาปลอม
"เหว่ยเอ๋อร์... มานั่งเสีย" ลุงหลี่ชี้ไปที่เก้าอี้ตรงข้าม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ปกปิดเจตนาร้าย "อาได้เตรียมชาดีๆ มาให้ลิ้มลอง"
หลี่เหว่ยนั่งลงด้วยความระมัดระวัง เขารู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างจากปกติ ลุงหลี่วางจอกชาลงพลางถอนหายใจยาว สีหน้าของเขาดูเศร้าหมองและเต็มไปด้วยความกังวล ก่อนจะเริ่มเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
"เหว่ยเอ๋อร์... เจ้าแต่งงานมีครอบครัวแล้ว จะมัวแต่อยู่ในจวนใหญ่ที่พี่ชายเจ้าดูแลอยู่เช่นนี้ไปตลอดได้อย่างไร?" ลุงหลี่เริ่มต้นด้วยการปลูกฝังความไม่มั่นคงในจิตใจของหลานชาย "ในฐานะชายชาตรี เจ้าควรมีอาณาจักรเป็นของตนเอง เพื่อให้ หลินฮวา ได้เป็นฮูหยินที่มีอำนาจเต็มตัว ไม่ต้องคอยเกรงใจสะใภ้ใหญ่หรือบิดามารดาของเจ้า"
คำพูดเหล่านี้เข้าไปกระทบจิตใจของหลี่เหว่ยอย่างแรง เขาเคยรู้สึกอึดอัดกับการที่ต้องอาศัยอยู่ในบ้านใหญ่ การที่ภรรยาต้องคอยเกรงใจญาติพี่น้องและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์มากมาย แต่เขาไม่เคยคิดว่าจะมีทางออกใดๆ ด้วยฐานะทางการเงินที่จำกัด
หลี่เหว่ยชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลและความปรารถนาที่ถูกปลุกให้ตื่น "ท่านอาหมายความว่าอย่างไรหรือครับ? ข้าเองก็อยากสร้างตัว แต่เบี้ยหวัดจากงานราชการตำแหน่งเล็กๆ ของข้า... มันไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัวในระดับที่เหมาะสมกับตระกูลของเรา"
เขาหยุดชั่วครู่ แล้วต่อด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหดหู่ "หลินฮวาเป็นหญิงที่เกิดมาในตระกูลดี นางสมควรได้รับการดูแลที่ดีกว่านี้ แต่ข้า... ข้าให้อะไรนางไม่ได้มากนัก นอกจากความรักที่จริงใจ"
ลุงหลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางตบไหล่หลานชาย มือหนาของเขาให้ความรู้สึกอบอุ่นและมั่นคง "เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องห่วง อาได้ใช้เส้นสายในกองทัพและกรมการปกครอง สนับสนุนให้เจ้าได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้นเล็กน้อยในหัวเมืองใกล้เคียง ซึ่งเจ้าจะต้องทุ่มเทเวลาให้กับงานราชการอย่างเต็มที่เพื่ออนาคตที่รุ่งโรจน์"
เขาหยุดชั่วครู่เพื่อให้คำพูดซึมซับ ก่อนจะต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "ตำแหน่งนี้จะเป็นก้าวแรกสู่การเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในอนาคต เจ้าจะได้เรียนรู้การบริหารงาน การติดต่อกับประชาชน และสร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง แต่มันต้องใช้เวลาและความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่"
หลี่เหว่ยตาเป็นประกายด้วยความหวัง แต่ยังคงมีความกังวลอยู่ "ท่านอาช่างเมตตาข้านัก แต่หากข้าต้องไปทำงานที่หัวเมืองอื่น..."
"ไม่ใช่หัวเมืองอื่น" ลุงหลี่แก้ไขอย่างรวดเร็ว "เป็นหน่วยงานในเมืองนี้เอง แต่เป็นงานที่ต้องใช้เวลาตั้งแต่เช้าจรดค่ำ บางครั้งอาจต้องค้างคืนเพื่อทำงานสำคัญ ส่วนเรื่องที่อยู่อาศัย... อาได้จัดเตรียมเรือนหลังใหม่ที่แยกตัวออกมาเป็นเอกเทศไว้ให้พวกเจ้าแล้ว เพื่อความสะดวกในการสร้างฐานะ"
เขาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังสวนที่เขียวขจี "เรือนหลังนั้นตั้งอยู่ในย่านที่ดี ใกล้กับศูนย์กลางการค้า มีสวนหย่อมสวยงาม และที่สำคัญ... มันให้ความเป็นส่วนตัวแก่ครอบครัวหนุ่มสาวอย่างพวกเจ้า ไม่ต้องคอยเกรงใจใครหรือปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของบ้านใหญ่"
หลี่เหว่ยตาเป็นประกายด้วยความซาบซึ้ง ความฝันที่เขาไม่เคยกล้าหวังกำลังจะเป็นจริง "ท่านอาช่างเมตตาข้านัก แต่ข้าเกรงว่าหากข้าทำงานราชการจนไม่มีเวลา หลินฮวาจะเหงาและลำบากเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน... เงินเดือนของข้าคงไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตในระดับที่เหมาะสม"
"นั่นคือเหตุผลที่อาเรียกเจ้ามาคุยเรื่องที่สอง" ลุงหลี่หันกลับมาพร้อมรอยยิ้มลึกลับ เขาลดเสียงลงเป็นกระซิบที่เต็มไปด้วยความลับ "อาจะร่วมหุ้นกับเจ้าเปิด 'ร้านขายภาพวาดและเครื่องเขียนชั้นเลิศ' กลางย่านการค้า อาจะเป็นคนลงเงินทุนให้ทั้งหมด และจะให้หลินฮวาเป็นคนดูแลบริหารร้านไป"
เขาเดินกลับมานั่งลง จิบชาอย่างเอื่อยเฉื่อย "งานนี้จะช่วยสร้างฐานะทางการเงินให้ครอบครัวเจ้ามั่นคงอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร ร้านขายภาพวาดเป็นธุรกิจที่มีกำไรสูง โดยเฉพาะเมื่อเรามีเครือข่ายลูกค้าที่ดีแล้ว อาได้เตรียมรายชื่อขุนนางและพ่อค้ารวยที่สนใจศิลปะไว้ให้แล้ว"
หลี่เหว่ยลังเล ความกังวลปรากฏบนใบหน้า "แต่หลินฮวาเป็นสตรี นางจะดูแลกิจการใหญ่โตไหวหรือครับ? การค้าขายเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ต้องใช้ทั้งความรู้และประสบการณ์"
"อาคิดไว้หมดแล้ว" ลุงหลี่ขยับยิ้มกริ่ม สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ "อาจะหาคนที่ไว้ใจได้ที่สุดมาช่วยนางดูแลร้าน ซึ่งก็คือ ท่านลุงหมิง จิตรกรเฒ่าผู้เป็นลุงของนางเอง ท่านหมิงมีฝีมือและรู้จักแวดวงศิลปะดีที่สุด เขาจะคอยเป็นที่ปรึกษาและช่วยนางคัดเลือกภาพวาดมาขายที่ร้าน"
เขาโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น "ท่านหมิงเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถในด้านศิลปะอย่างลึกซึ้ง เขารู้จักจิตรกรชื่อดังหลายคน และมีตาในการประเมินคุณค่าของงานศิลปะ ที่สำคัญ... เขาเป็นญาติของหลินฮวา จึงจะดูแลนางด้วยความเอาใจใส่เป็นพิเศษ"
หลี่เหว่ยพยักหน้าอย่างเข้าใจ ความกังวลในใจเริ่มลดลง "นั่นก็จริง ท่านลุงหมิงเป็นคนดี และมีความรู้ด้านศิลปะมาก หลินฮวาก็คุ้นเคยกับท่านแล้ว"
"ใช่แล้ว" ลุงหลี่ยิ้มกว้างขึ้น "ส่วนเจ้าก็มุ่งมั่นทำงานราชการให้เต็มที่ ไม่ต้องพ่วงพะวงเรื่องหลังบ้าน อาจะแวะเวียนไปช่วยดูแลความเรียบร้อยให้เองในฐานะหุ้นส่วน การจัดการด้านการเงิน การติดต่อกับลูกค้าระดับสูง และการขยายธุรกิจ อาจะรับผิดชอบเอง"
เขาลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบแผนที่ย่านการค้าขึ้นมาแผ่บนโต๊ะ "ดูสิ อาได้เลือกทำเลที่ตั้งไว้แล้ว ตรงนี้" เขาชี้ไปที่จุดหนึ่งบนแผนที่ "อยู่ในใจกลางย่านการค้า ใกล้กับร้านขายของโบราณและร้านหนังสือ ลูกค้าที่มาซื้อของในบริเวณนี้ล้วนเป็นคนที่มีรสนิยมและกำลังทรัพย์"
หลี่เหว่ยมองแผนที่ด้วยความตื่นเต้น "ทำเลนี้ดูดีจริงๆ ครับ แต่ค่าเช่าคงแพงมาก..."
"เรื่องนั้นไม่ต้องกังวล" ลุงหลี่โบกมือปัด "อาได้ใช้เส้นสายซื้อที่ดินผืนนั้นมาแล้ว เราจะเป็นเจ้าของอาคาร ไม่ต้องเสียค่าเช่า และในอนาคต ราคาที่ดินในย่านนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน มันจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก"
เขาม้วนแผนที่ขึ้นแล้วเดินกลับมานั่ง "ที่สำคัญ ร้านนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของเครือข่ายธุรกิจที่ใหญ่กว่า เมื่อเราสร้างชื่อเสียงได้แล้ว เราสามารถขยายไปเป็นแกลเลอรี่ศิลปะ หรือแม้แต่เปิดสาขาในเมืองอื่นๆ"
หลี่เหว่ยหายใจเข้าลึกๆ ความฝันที่ไม่เคยกล้าคิดกำลังปรากฏอยู่ตรงหน้า "ท่านอาคิดไว้ไกลจริงๆ แต่... ข้าจะตอบแทนความกรุณาของท่านได้อย่างไร? สิ่งที่ท่านให้มามันมีค่ามากเกินไป"
ลุงหลี่หัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยความลึกลับ "เจ้าเป็นหลานชายของอา การช่วยเหลือครอบครัวเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ อีกอย่าง... อาก็ไม่ได้ให้เปล่าๆ หรอก นี่เป็นการลงทุนร่วมกัน เมื่อธุรกิจเจริญรุ่งเรือง อาก็จะได้ผลตอบแทนเช่นกัน"
เขาจิบชาอย่างช้าๆ "แต่สิ่งที่อาต้องการจริงๆ คือการเห็นเจ้าและหลินฮวามีความสุข มีฐานะที่มั่นคง และเป็นที่ภาคภูมิใจของตระกูล เมื่อเจ้าประสบความสำเร็จ ชื่อเสียงของตระกูลเราก็จะเพิ่มขึ้นด้วย"
เมื่อได้ฟังแผนการที่ดูจะสมบูรณ์แบบเช่นนี้ หลี่เหว่ยก็แทบจะคุกเข่าโขกศีรษะขอบคุณลุงหลี่ ความกตัญญูและความซาบซึ้งเต็มใจของเขาปรากฏชัดเจนบนใบหน้า เขาไม่เฉลียวใจเลยแม้แต่นิดเดียวว่า ตำแหน่งงานราชการที่ "สูงขึ้น" นั้นแท้จริงคือการทำให้เขาต้องออกไปทำงานนอกบ้านตั้งแต่เช้าจรดค่ำ และการแยกตัวมาอยู่บ้านหลังใหม่ก็เพื่อลดหูตาของบิดามารดาและพี่ชายที่จะคอยสอดส่องพฤติกรรมของหลินฮวา
"ท่านอา ข้า... ข้าไม่รู้จะขอบคุณอย่างไร" หลี่เหว่ยลุกขึ้นยืนแล้วกราบลึก "ท่านให้โอกาสและอนาคตที่ข้าไม่เคยกล้าฝันไว้แก่ข้า ข้าสาบานว่าจะทำงานอย่างเต็มความสามารถ และจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง"
ลุงหลี่ลุกขึ้นช่วยพยุงหลานชาย "ไม่ต้องเป็นพิธีมากขนาดนั้น เราเป็นครอบครัวเดียวกัน" เขาตบไหล่หลี่เหว่ยอย่างเป็นมิตร "แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่อาต้องเตือนเจ้า การทำงานในตำแหน่งใหม่นี้จะต้องใช้ความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ เจ้าอาจต้องทำงานดึกบ่อยๆ หรือเดินทางไปติดต่องานในหัวเมืองใกล้เคียง"
เขาหยุดชั่วครู่ ให้ความหมายของคำพูดซึมซับ "นั่นหมายความว่า เจ้าจะมีเวลาอยู่บ้านน้อยลง แต่นั่นเป็นการเสียสละที่จำเป็นเพื่ออนาคตที่สดใส หลินฮวาเป็นหญิงที่เข้าใจดี นางจะภาคภูมิใจในความมุ่งมั่นของเจ้า"
หลี่เหว่ยพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ครับ ข้าเข้าใจ การสร้างอนาคตที่ดีต้องใช้การเสียสละ หลินฮวาก็จะมีงานที่ร้านคอยทำ นางจะไม่เหงา และเราจะได้เวลาอยู่ด้วยกันในช่วงเย็นและวันหยุด"
"ถูกต้องแล้ว" ลุงหลี่ยิ้มพอใจ "และอีกอย่าง การที่หลินฮวาได้ทำงานกับท่านลุงหมิงจะช่วยให้นางได้เรียนรู้เรื่องศิลปะมากขึ้น นางจะได้พัฒนาตนเองและมีความรู้ที่กว้างขวางขึ้น ซึ่งจะทำให้นางเป็นฮูหยินที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น"
"เมื่อไหร่เราจะเริ่มต้นได้ครับ?" หลี่เหว่ยถามด้วยความกระตือรือร้น
"เร็วมาก" ลุงหลี่ตอบพร้อมรอยยิ้มลึกลับ "อาได้เตรียมการไว้หมดแล้ว สัปดาห์หน้าเจ้าจะได้รับหนังสือแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ ส่วนร้านก็จะพร้อมเปิดภายในเดือนนี้ อาจะไปคุยกับหลินฮวาและท่านลุงหมิงเองเรื่องรายละเอียดการทำงาน"
เขาเดินไปที่ตู้เอกสาร หยิบซองจดหมายขึ้นมา "นี่คือรายละเอียดของบ้านหลังใหม่ที่อาเตรียมไว้ให้ เจ้าไปดูกับหลินฮวาได้ หากมีอะไรต้องปรับปรุงแก้ไข บอกอามาได้"
หลี่เหว่ยรับซองจดหมายด้วยมือที่สั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น "ขอบคุณท่านอามากครับ ข้าจะไปบอกข่าวดีนี้กับหลินฮวาทันที นางจะดีใจมาก"
"ไปเถอะ" ลุงหลี่โบกมือ "แต่จำไว้ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ต้องใช้เวลาในการปรับตัว เจ้าต้องอดทนและมุ่งมั่น ส่วนหลินฮวาก็ต้องเรียนรู้การทำธุรกิจ ในช่วงแรกอาจจะมีความยุ่งยากบ้าง แต่เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว ชีวิตของพวกเจ้าจะดีขึ้นอย่างมาก"
ในเย็นวันนั้น เมื่อหลี่เหว่ยนำข่าวดีกลับไปบอกหลินฮวา หญิงสาวถึงกับหน้าซีดเผือด นางนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ในห้องนั่งเล่นส่วนตัว มือที่ถือผ้าปักสั่นระริกเล็กน้อย นางมองสบตาที่สว่างไสวของสามีด้วยความรู้สึกจุกในอก นางรู้ดีว่าแผนการนี้คือ "กรงทอง" ใบใหม่ที่มิดชิดกว้าเดิม
"ดูแลร้านภาพร่วมกับท่านลุงหมิง... โดยมีลุงหลี่คอยควบคุมงั้นหรือ?" หลินฮวาพึมพำกับตัวเองขณะที่หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว
นางเห็นภาพอนาคตที่ต้องปรนนิบัติบุรุษเฒ่าทั้งสองท่ามกลางกลิ่นหมึกและภาพวาดชุนกง โดยมีสามีผู้น่าสงสารคอยส่งเสริมความพินาศของภรรยาตนเองด้วยความกตัญญูที่ผิดคน ร้านภาพจะกลายเป็นสถานที่ที่นางต้องไปทุกวัน ต้องอยู่ตัวคนเดียวกับชายทั้งสองที่มีเจตนาร้ายต่อนาง และที่น่ากลัวที่สุด... มันจะเป็นสถานที่ที่ไม่มีใครมาสอดส่อง ไม่มีใครมาช่วยเหลือ
"หลินฮวา เจ้าไม่ดีใจหรือ?" หลี่เหว่ยถามด้วยความกังวลเมื่อเห็นสีหน้าของภรรยา "นี่เป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับเรา เราจะได้มีบ้านเป็นของตัวเอง และเจ้าจะได้ทำงานที่เจ้าชอบ"
หลินฮวาฝืนยิ้ม พยายามปกปิดความกลัวที่เกิดขึ้นในใจ "ข้า... ข้าดีใจค่ะ แต่ข้าเกรงว่าจะทำงานไม่เป็น ข้าไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน"
"ไม่ต้องกังวล" หลี่เหว่ยเดินไปนั่งข้างๆ นาง "ท่านลุงหมิงจะคอยสอนเจ้า และลุงหลี่ก็จะคอยช่วยเหลือ เจ้าเพียงแค่เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง"
เขาหยิบมือของนางมาจับ "หลินฮวา นี่เป็นโอกาสที่เราต้องไม่พลาด เราจะได้เป็นอิสระ ได้มีอนาคตที่สดใส เจ้าจะได้เป็นฮูหยินที่มีอำนาจจริงๆ ไม่ต้องคอยเกรงใจใครอีกต่อไป"
หลินฮวาพยักหน้าอย่างไม่มีทางเลือก "ข้าเข้าใจค่ะ ข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุด"
คืนนั้น หลังจากที่หลี่เหว่ยหลับไปแล้ว หลินฮวานอนนิ่งอยู่บนเตียงด้วยความคิดที่วุ่นวาย นางรู้ว่าแผนการของลุงหลี่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และนางจะต้องเข้าไปอยู่ในกรงขังที่แข็งแกร่งกว่าเดิม กรงที่สร้างขึ้นจากความหวังและความฝันของสามี จากความไว้วางใจและความไม่รู้เท่าทันของคนรอบข้าง
นางหันไปมองใบหน้าที่หลับสนิทของหลี่เหว่ย สามีที่รักนางจริงใจแต่กลับกำลังจะเป็นคนผลักนางเข้าสู่หลุมพราง นางอยากจะปลุกเขาขึ้นมาเล่าความจริงทั้งหมด แต่นางรู้ดีว่าหากเขารู้ความจริง มันจะทำลายเขาและครอบครัวทั้งหมด
ที่ระเบียงเรือนพักท้ายสวน ลุงหลี่ยืนมองจันทร์เสี้ยวพลางจิบสุราอย่างอารมณ์ดี เขามองไปทางเรือนของหลินฮวาพร้อมกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกด้าน ลมเย็นพัดผ่านใบไม้ สร้างเสียงใสๆ ที่ผสมกับเสียงแสงจันทร์ที่ส่องลงมาบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความพอใจ
เขาคิดถึงแผนการที่สมบูรณ์แบบ ถึงการที่เขาจะได้ครอบครองหลินฮวาได้ทุกวัน ได้เห็นนางในชุดทำงานที่เรียบร้อย ได้สัมผัสนางท่ามกลางกลิ่นหมึกและกระดาษ ได้ทำให้นางโพสท่าต่างๆ เพื่อให้ท่านลุงหมิงวาดภาพ และที่สำคัญที่สุด... ได้ใช้มุกสามเม็ดของเขาทำให้นางสำลักความสุขในห้องลับที่ไม่มีใครมารบกวน