...คุณ talk...
ไลน์ ไลน์ ไลน์!
เสียงเตือนของไลน์ในมือถือดังรัวขึ้นหลายครั้ง จนผมที่กำลังนั่งพิมพ์เนื้อหาของการสอนในวันพรุ่งนี้ต้องหยุดพิมพ์งานทั้งหมดเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ว่าใครที่มันบังอาจส่งข้อความมาก่อกวนเวลาหากินของผม
[จาก nonn : ดีครับ ผมชื่อนนท์ อยากจะขอคุยเื่การสมัครเรียนภาษาญี่ปุ่นหน่อยครับ]
[จาก anata : อ๋อครับ ยังไงรบกวนทิ้งรายละเอียดไว้ได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะรีบติดต่อกลับ]
[จาก nonn : 098178xxxx]
ผมละสายตาจากหน้าจอมือถือที่ปิดท้ายด้วยเบอร์ของอีกฝ่าย ดูจากรูปโปรไฟล์ที่เห็นแค่เสื้อช็อปสีแดงเข้มถ่ายจากด้านหลัง ก็ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่านักศึกษาวิศวะจะมาเรียนภาษาญี่ปุ่นเนี่ยนะเพราะปกติไม่ค่อยเจอ แต่ถ้าสอนแล้วได้เงินไม่ว่าจะสอนใครผมก็รับทั้งนั้นแหละ
เวลาผ่านไปเกิน 2 วัน ผมที่กำลังยุ่งอยู่กับการสอนนักเรียนชั้นม.6 เลยลืมเื่บางอย่างไปซะสนิท
ตื้ดด????
ในระหว่างที่ผมกำลังคุยเม้ามอยกับลูกศิษย์ในห้องหลังสอนเสร็จ เสียงโทรศัพท์ก็สั่นเตือนจนกระเป๋ากางเกงกระเพื่อม
“ฮัลโหล สวัสดีครับ ไม่ทราบว่า...”
“ผมรออยู่หน้าสถาบัน พี่สอนเสร็จยัง”
“ห้ะ! อะ อะไรนะครับ”
“ผมชื่อนนท์ พี่จะออกมาหรือให้ผมเข้าไป” ...ตืดดด....
ตัดสายครับ มันตัดสายผมไปเลย มันยืนอึ้งอยู่ไม่ถึงนาทีก่อนจะรีบเก็บของ บอกลาลูกศิษย์ แล้วสะพายกระเป๋าเดินออกมาหาคนที่โทรเข้ามาด้วยความงงงวย จนแอบเถียงกับตัวเองว่ากูจะรีบมาหามันทำไม ถ้าเป็มิจฉาชีพคงโดนฆ่าตายไปละ
“สวัสดีครับ พี่คุณ”
“...???”
งงในงงหน้าก็ไม่คุ้นแถมไม่เคยเจอกัน แล้วผมกับมันไปรู้จักกันตอนไหน
“เออ รู้จักผมด้วยเหรอครับ”
“2 วันก่อนผมไลน์หาพี่แล้ว พี่น่าจะลืม”
“เอ่อ ครับ...แล้วคุณรู้ได้ไงว่าผมสอนอยู่ที่นี่”
“ก็...ผมเดาเอา”
“เดา! ตลกละ ตกลง้าอะไรกันแน่ ผมไม่มีเวลามาเล่นด้วยหรอกนะ”
“หึ...เคๆ ผมล้อเล่น พอดีรุ่นพี่ที่สนิทกับผมเขาเคยเรียนกับพี่ก็เลยแนะนำผมมา”
“อ๋ออ...โอเคๆ ค่อยคุยด้วยได้หน่อย งั้นไปนั่งคุยในร้านอาหารละกันครับ เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”
ไอ้เด็กที่ตัวสูงทำหน้าทะเล้นยักไหล่ให้ผมเดินนำไป มันน่าหมั่นไส้ชะมัดส่วนสูงของมันกับผมต่างกันไม่น้อยหรอกผมสูงแค่ไหล่มันเอง หน้าตาก็งั้นๆแค่คนเหลียวหลังเวลามันเดินผ่าน โอเคครับยอมรับว่ามันหล่อแหละหล่อจริงๆ แต่โคตรขี้เก๊กและโคตรกวนตีนสำหรับผม
“นนท์ใช่ไหม เดี๋ยวพี่เมมเบอร์ไว้ก่อน แล้วเรา้าเรียนแบบไหน มีพื้นฐานภาษาบ้างไหมและก็...”
“พี่จะไม่สั่งอาหารก่อนเหรอ เข้าเื่เร็วเนอะ”
“จิ...เออๆ จะกินอะไรก็สั่งสิ”
“แล้วพี่ละกินอะไร”
ผมมองดูเมนูที่น้องมันส่งมาให้เลือก นิ้วจิ้มสั่งเซตอาหารที่เป็เมนูปลาย่างสักอย่างแล้วนั่งกอดอกมองไอ้เด็กตรงหน้าเลือกเมนูสั่งโน้นนี้กับพนักงานที่ยืนมองตาหยาดเยิ้มอยู่ข้างๆมัน
“เมนูตามนี้ครับ...ขอบคุณครับ” มันพูดบอกพนักงานแล้วหันมาจ้องหน้าผมทันที
“อะไร?”
“พี่นั้นแหละอะไร...ผมรอฟังพี่พูดอยู่”
“อะแฮ่ม งั้นขอถามข้อเดียว...จะเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อเอาไปใช้ทำอะไร”
“ผมต้องใช้ทำงาน ถ้าเรียนจบปี 4 แล้วคงต้องไปทำงานกับคนญี่ปุ่น”
“ทำงาน? ทำงานอะไรอะ”
“ทำงานที่บริษัทไงพี่”
“โอ้ย!รู้แล้ว คือแบบ...เอาไปใช้ในสายงานอะไร เพราะพี่อาจจะช่วยเน้นคำศัพท์การพูดคุยในสายงานนั้นให้ได้”
“บริหารกับวิศวะ...ถ้าพี่อยากรู้อะไรเพิ่มเติมเดียวตอนมาสอนจะเล่าให้ฟังอีกที โอเคไหม”
“จิ...มันก็ต้องถามเป็ข้อมูลก่อนไหม...แล้วจะให้สอนที่ไหน ตามศูนย์การเรียนรู้ ร้านกาแฟ ห้องสมุดหรือ...”
“ห้องผม”
“อืมมก็ดีนะ...ห้ะ! ห้อง...นาย”
“ครับ ผมมีค่าเดินทางให้ต่างหากกับค่าเสียเวลา ถ้าพี่โอเคเริ่มวันเสาร์หน้าเลยละกัน”
ผมนี้อ้าปากค้างเลยครับ ไอ้คนหน้าเก๊กมันเล่นสรุปทุกอย่างเองพูดเองเออเองลงมติเอง ส่วนผมที่กำลังจะเอ่ยปากเถียงดันถูกมันคีบปลาย่างที่พนักงานเพิ่งวางเสิร์ฟอยู่ตรงหน้าใส่ปากคำโตจนต้องหยุดพูดเคี้ยวปลาย่างกลืนลงคอไปซะก่อน แต่ถึงแม้ผมจะพูดอะไรต่อจากนั้นน้องมันก็ทำหูทวนลม แถมพอกินเสร็จไอ้คนอายุน้อยกว่าดันเดินไปจ่ายเงินค่าอาหารทั้งหมดแล้วเดินออกไปโดยไม่รอผมเลย ผมกลับมาบ้านด้วยคำถามเต็มหัว แต่สุดท้ายพอมาคิดดีๆเงินค่าสอนไอ้เด็กนั้นก็ดันมากกว่าที่ผมสอนเด็กในคลาสตั้ง 4-5 คน จากที่ไอ้หน้าเก๊กมันไลน์ส่งรายละเอียดค่าจ้างกับข้อมูลการสอนมาให้ผมหลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมง แล้วผมจะรออะไรละครับ ผมไลน์ไปตอบตกลงที่จะสอนไอ้เด็กปี 4 ทันที เพราะความจนมันน่ากลัวจะมัวเล่นตัวอยู่ทำไม