ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่167 พิธีแต่งงาน

      วันเวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็มาถึงวันแต่งงานของพี่หญิงเยว่ฉาน ลูกศิษย์ภายในสำนักเซียนหลายคนต่างเดินทางไปยังแคว้นเยว่ เพื่อร่วมยินดีกันศิษย์พี่ลัดเลาะว่ฉานกับศิษย์พี่ตงหยาง พวกเขาทั้งสองล้วนเคยเป็นศิษย์เก่าของสำนักเซียน


    ซีเผิงที่อยู่ด้านหน้าสำนักเซียน ต่างถอนหายใจคิดว่าอี้เฉินคงไม่รู้ข่าวนี้เป็นแน่ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

    ตัวเขาเองก็เตรียมที่จะเดินทางไปยังแคว้นเยว่ เพื่อเป็นตัวแทนเจ้าสำนักเซียน ร่วมแสดงความยินดีกับพวกเขาสองคน


    แต่อยู่ๆ ซีเผิงก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อเห็นอี้เฉินบินทะยานออกมาจากสำนักเซียน "หรือว่าอี้เฉินจะรู้ข่าวเรื่องงานแต่งงานแล้ว" ซีเผิงรีบตามอี้เฉินไปในทันที อยากรู้อี้เฉินจะไปไหนกันแน่ หากเขาคิดไปแคว้นเยว่ คงเป็นศพไร้ที่กลบฝังแน่



    "อี้เฉินเจ้าหยุดก่อน เจ้าจะไปไหนงั้นหรือบอกข้าได้หรือไม่"



    อี้เฉินที่เห็น ซีเผิงเขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเหตุใด ซีเผิงถึงอยู่หน้าสำนักเซียน "ข้าจะไปงานแต่งงานของเยว่ฉาน"



    ซีเผิงที่ได้ยินถึงกับถอนหายใจยาว "เจ้าจะไปทำไม ข้าว่ามันไม่มีผลดีกับเจ้าเลยนะ เจ้าควรอยู่ที่นี่ดีกว่าแล้วปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไป เจ้าก็น่าจะรู้หากไปจะเป็นเช่นไร"



    "ข้าเข้าใจ ท่านเป็นห่วงความปลอดภัยของข้า แต่ท่านสบายใจได้ ข้าไม่ทำเรื่องสิ้นคิดขนาดพุ่งเข้าไปฆ่าตัวตายหรอก"



    ซีเผิงได้ยินก็เบาใจไปบ้าง หากอี้เฉินคิดจะไปตายตัวเขาจะหยุดอี้เฉินไว้ตรงนี้"ก็ได้ ก็ได้ งั้นเจ้าไปพร้อมข้า ข้าเป็นตัวแทนของเจ้าสำนักเซียนให้ไปร่วมงานเลี้ยงแต่งงานครั้งนี้"



    อี้เฉินเองก็ลำบากใจไม่อยากลากซีเผิงมาพัวพันกับเรื่องของเขา แต่ดูท่าหากเขาปฏิเสธ ซีเผิงคงหยุดเขาไว้เป็นแน่ "ได้ๆ ข้าจะไปพร้อมท่าน"



        พวกเขาสองคนเดินทางไปยังเมืองหลวงแคว้นพยัคฆ์ทันที หมายใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายไปยังเมืองหลวงแคว้นเยว่โดยตรง หากให้พวกเขาบินทะยานไปคงใช้เวลาหลาย 10วันกว่าจะถึงแคว้นเยว่ ถึงพวกเขาจะรวดเร็วกว่าแต่ก่อนก็ตามก็ยังใช้เวลาเยอะอยู่ดี หนึ่งแคว้นถือว่าใหญ่เป็นอย่างมากกว่าจะข้ามผ่านแต่ละแคว้นได้ใช้เวลาถึง1วันเต็ม ค่ายกลเคลื่อนย้ายจึงรวดเร็วที่สุดในการเดินทางตอนนี้



        ทันทีที่พวกเขาสองคนผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายมายัง เมืองหลวงแคว้นเยว่ ก็ต้องเบิกตากว้างอ้าปากค้าง รอบๆ ทางเดินเต็มไปด้วยฝูงชน เดินกันขวักไขว่ พวกเขาต่างแต่งกายด้วยชุดไหมแพรอย่างดี บนกายาเต็มไปด้วยเครื่องประดับปิ่นปักผมหยก จี้หยก
    ด้านข้างทางเดินเต็มไปด้วยโคมไฟสีแดงถูกประดับประดาอย่างสวยงาม ธงสีแดงเด่นชัดปักอยู่เต็มทางเดินปลิวว่อนไปกับสายลม เมืองหลวงเต็มไปด้วยสีสัน บรรยากาศเหมือนอยู่ในภาพความฝัน



    อี้เฉินไม่คิดว่างานแต่งงานจะจัดใหญ่โตถึงเพียงนี้ เพียงแค่ธงที่ปักอยู่ตามทางเดินก็ไม่รู้กี่ร้อยผืน แล้วภายในงานแต่งจะยิ่งใหญ่ถึงเพียงไหน
    พวกเขาเดินลัดเลาะเข้าไปภายในงานแต่งงาน รอบๆ เต็มไปด้วยฝูงชนแน่นขนัด



    ไม่นานก็มาถึงที่ตั้งตระกูลเยว่ ก่อนที่ซีเผิงจะหยิบป้ายหยกให้พ่อบ้านตระกูลเยว่ดู พ่อบ้านที่เห็นป้ายหยกเจ้าสำนักเซียน

    เขามองมาที่ ซีเผิงกับอี้เฉินด้วยดวงตาคมกล้า ก่อนจะเอ่ยพูด"เชิญตามข้ามา ข้าจะพาไปที่นั่งของพวกท่านสองคน"



    ซีเผิงกับอี้เฉิน เดินตามพ่อบ้านตระกูลเยว่เข้าไปภายในงานแต่งงาน ไม่นานก็มานั่งที่นั่งที่ถูกจัดวางไว้ให้ ทันที ที่อี้เฉินมาถึงไม่นานก็เห็นใบหน้าชายชราผู้นำแคว้นเยว่ ตัวเขาจำได้ชายชราคนนี้น่าจะเป็นปู่ของเยว่ฉาน ที่เขาเคยเจอในดินแดน5อาณาจักรเมื่อ6ปีก่อน



    ชายชราผู้นำแคว้นเยว่ ที่เห็นใบหน้าเด็กหนุ่มผมขาว เขาส่งสายตามาด้วยความไม่เป็นมิตรมากนัก ก่อนที่ชายชราจะส่งปราณจิตมาหาอี้เฉิน "เจ้ายังไม่ตายอีกงั้นหรือ แถมยังกล้ามางานแต่งนี้อีก เจ้าไม่กลัวถูกคนตระกูลตงไล่สังหารหรือไง ทางที่ดีเจ้าควรไปจากที่นี่เสีย"



    อี้เฉินเองก็ไม่มีท่าทีหวาดกลัวต่อให้ชายชราผู้นำแคว้นเยว่จะอยู่ขั้นพลังเทวะก็ตาม "ข้าว่าท่านควรใส่ใจกับลูกหลานของท่านมากกว่าตัวข้านะ การที่ท่านให้เยว่ฉานแต่งงานแบบนี้มันจะทำให้นางมีความสุขงั้นหรือ"



        ชายชราได้ยินถึงกับหน้ามืดทะมึน ก่อนจะปลดปล่อยปราณพลังออกมาเล็กน้อยด้วยความเดือดดาล ฝูงชนที่อยู่รอบๆ ต่างตกตะลึงก่อนที่ ชายชราจะเก็บปราณพลังกลับไป แล้วมีท่าทีเงียบขรึมดั้งเดิม "แล้วจะให้เยว่ฉานแต่งานกับเจ้าหรือ นางถึงจะมีความสุข"



    อี้เฉินส่งปราณจิตกลับไป "ข้าก็ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น ข้าแค่อยากให้นางมีทางเลือกเป็นของตัวเอง"



    ชายชราผู้นำแคว้นเยว่ส่ายหัว "เจ้าก็เป็นแค่เด็กน้อย อย่าริอ่านก่อเรื่องวันนี้เด็ดขาดไม่อย่างนั้นข้าจะ ฆ่าเจ้าด้วยมือของข้าเอง"



    อี้เฉินตัวเขาไม่สนใจคำพูดของชายชราผู้นำแคว้นเยว่อีกต่อไป
    เขากลับมาสงบนิ่งอีกครั้งก่อนเขาจะกวาดตามองไปรอบๆ งานแต่งงาน



         ภายในงานแต่งงานเต็มไปด้วยของที่ถูกตกแต่งอย่างประณีต ด้านล่างเป็นลานกว้าง มีแท่นทำพิธีแต่งงานอยู่ ใจกลางมีเสาไม้ขนาดใหญ่ถูกผูกด้วยผ้าสีแดง โยงออกไปรอบทิศเหมือนใยแมงมุม พื้นถูกปูด้วยพรมสีแดงยาวมาถึงแท่นทำพิธีแต่งงาน พร้อมด้วยธงนับร้อยปลิวไสวไปตามแรงลม รอบนอกลานกว้างเต็มไปด้วยต้นอิงฮวา บานสะพรั่งกลีบดอกปลิวว่อน ส่งกลิ่นหอมออกไปทั่ว

    รอบๆ แท่นพิธีเต็มไปด้วยฝูงชนที่ยืนดูเพื่อเป็นสักขีพยานในการแต่งงานครั้งนี้ พวกเขาต่างเฝ้ารอฤกษ์งามยามดี เพื่อรอคู่บ่าวสาวออกมาทำพิธี ดื่มเหล้ามงคล




    ฝูงชนต่างพากันพูดคุย หนุ่มๆ หลายคนยังเสียใจไม่หาย แต่ก็มาร่วมยินดีกับพวกเขาทั้งสองคน



    เด็กสาวคนหนึ่งที่เห็นใบหน้าอี้เฉิน กับซีเผิงไกลๆ ก็จำได้ทันที ต่างส่งเสียงพูดคุย "ใช่อนุชนที่ได้อันดับสองของการประลองหรือเปล่าตรงนั้น" พวกเขาต่างชี้นิ้วมาที่อี้เฉินไกลๆ



    หญิงสาวอีกคนเอ่ยพูด "ใช่ๆ ข้าจำใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาได้ บวกกับผมสีขาวนั่นใช่อย่างแน่นอน"



    "ข้าว่าหากเขาไม่ถอนตัวออกจากการประลองมีโอกาสที่จะเป็นอันดับหนึ่งด้วยซ้ำ"



         ชายคนหนึ่งเอ่ยเตือน "เจ้าอย่าพูดเสียงดังไปว่ากันว่ามีคนของดินแดนเซียนมาที่งานแต่งนี้เพื่อร่วมยินดีด้วย"

    อนุชนหลายคนที่เห็น อี้เฉินกับซีเผิงพวกเขาต่างถอนหายใจ ในความอ่อนด้อยของตัวเอง เมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเขาสองคนก็เป็นได้แค่ ขั้นบันไดให้พวกเขาปีนขึ้นไป



    แต่บางคนก็คิดในแง่ดีหากเลื่อนขั้นกษัตริย์ พวกเขาก็อาจไปอยู่ระดับเดียวกับพวกเขาก็เป็นได้ ถึงอย่างไรขั้นวีรชนก็ถือเป็นเพียงขั้นพลังเล็กๆ ขั้น

    พลังกษัตริย์นี่แหละถือเป็นขั้นพลังที่แท้จริงที่จะถูกเรียกว่าจอมยุทธอย่างภาคภูมิ



    อี้เฉินที่อยู่ภายในงานแต่งงานที่เต็มไปด้วยฝูงชน เขาชักไม่มั่นใจว่าตัวเขาจะทำอะไรได้หรือไม่ หากเขาคิดล้มงานแต่งงานครั้งนี้ ชีวิตเขาคงจบไม่สวยเป็นแน่



        เวลาไหลผ่านไปถึงยามซื่อ เจ้าบ่าวเจ้าสาว ก็เดินจูงมือกันออกมาก่อนก้าวเท้าเดินบนพรมสีแดง ย่างก้าวไปใจกลางแท่นทำพิธีแต่งงานที่มีจอกเหล้ามงคลอยู่ ตอนนี้ตงหยางดูโดดเด่นเป็นสง่า ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย เขาสวมชุดแต่งงานสีแดงยาวปักด้วยลวดลายมังกรสีทอง เดินเคียงคู่มาพร้อมกับเจ้าสาว ในชุดแต่งงานสีแดงยาวปักด้วยลวดลายหงส์สีทองโบยบิน ใบหน้าของนางถูกผ้าแดงบางๆ ปกปิดใบหน้าไว้แต่ความงดงามยังคงเห็นเด่นชัด แม้แต่หลายคนยังใจสั่นสะท้านในความงามของนาง



    ฝูงชนที่เห็นทั้งสองเดินเคียงคู่ต่างส่งเสียงพูดคุยไม่ขาดสาย "สมกับเป็นมังกรเคียงคู่หงส์"



    หลายๆ คนล้วนอิจฉา แต่ก็ต้องยอมรับทั้งคู่เหมาะสมกันอย่างกับคู่ที่ฟ้าประทานมา



    ระหว่างทางที่ ตงหยางก้าวเดินเข้าไปบนแท่นพิธี เหล้ามงคล เขากวาดสายตาไปเห็นอี้เฉิน เขาถึงกับหน้ามืดทะมึนหยุดชะงักไปครู่ก่อนจะเดินต่อไปจนสุดปลายทาง ตงหยางครุ่นคิดในใจ เจ้ามาได้ก็ดีข้าจะถือโอกาสนี้เอาทุกสิ่งทุกอย่าง จากเจ้ามาให้หมดแม้แต่คนที่เจ้ารัก





    *****
    หมายเหตุ
    ยามซื่อ หมายถึงช่วงเวลา 9.00-10.00

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน