คัมภีร์มารกระกางกลืนวิญญาณ

    [TDSS] ตอน 044 : ประมูลเทพธิดาโบตั๋นพร่างจันทรา[2]

    จนเวลาล่วงผ่านไปหลายอึดใจผู้สูงส่งเหล็กกล้าอาชาเทพจึงพูด "ธิดาโบตั๋นพร่างจันทราเจ้าพอใจกับค่าตัวนี้หรือไม่"


    "พอใจพอใจมากเจ้าคะ" เฉินรุ่ยฟางพูดตามที่นางคิดจริงๆ


    "เจ้ายังมีอะไรที่ปรารถนาอีกไหม ไม่แน่ท่านผู้สูงส่งทองคำสามปาก อาจจะช่วยให้เจ้าสมหวัง"


    "จริงเหรอคะ"


    "จริงสิ เขาใจดีจะตายดูสิ ค่าตัวเจ้าเพิ่มเป็น 400 ล้านกับอีก 1 เหรียญหมิงเพราะเขา"


    ตอนนี้เสียงหัวเราะของผู้สูงส่งมากมายดังสนั่นทั่วมวลเมฆาเบื้องสูง การจุติของเทพธิดากลายเป็นงานรื่นเริงขำขันไปแล้ว


    "ถ้างั้นอ่อ... อ๋อ พ่อของหนูถูกพิษกร่อนกระดูก มันเป็นพิษระดับ 3 เป็นไปได้ไหมหากหนูจะขอ... ขอโอสถรักษาพิษระดับ 3 ด้วยนะคะ"


    "หุบปากนางตัวดี ไม่มีใครสนใจหญิงที่เกิดจากมารดานางโลมเช่นเจ้าและใครจะคิดมอบโอสถรักษาพิษระดับ 3 ให้เธอเปล่าเปล่า ยัยโง่อย่างเธอ จริงๆ แค่ 10 ล้านเหรียญหมิงก็ยังมีค่าตัวไม่ถึง บัดซบ อาชาเทพ... หลังจากนี้เราต้องคุยกัน เจ้าทำให้ข้าเป็นตัวตลก" ดูเหมือนว่า 'อาชาเทพ' และผู้สูงส่ง 'สามปาก' จะรู้จักตัวตนจริงๆ ของกันและกัน


    เสียงหัวเราะอาชาเทพดังอีกครั้ง


    ธิดาโบตั๋นพร่างจันทราแม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบของเราไม่อาจจะปกปิดความเศร้าใจได้ นางรักมารดา และนางไม่ชอบให้ใครดูถูกมารดาของนางเลย


    ยิ่งเป็นที่แห่งนี้การโดนดูถูกทำให้นางเจ็บปวดหัวใจนัก นางไม่คิดเลยว่าแม้จะมาขายศักดิ์ศรีของตัวเอง ก็ยังต้องมาโดนคำดูถูกอีก


    แต่ในขณะนั้นเอง


    ทุกคนก็ต้องตกตะลึง เสียงชราของคนผู้หนึ่งที่ทั้งเฉินรุ่ยฟางและเหล่าหญิงงามคุ้นเคยดังกึกก้อง นี่คือเสียงของผู้เฒ่าหน้ากากอรุณ


    "ผู้สูงส่งนิรันดร์ 'สหชาติไร้กังวล' ประทาน 10,000 ล้านเหรียญหมิง และโอสถแก้พิษระดับ 3 สามลายเส้นแห่งความบริสุทธิ์แก่ธิดาโบตั๋นพร่างจันทรา ผู้ใดมีประสงค์จะแข่งขันกับผู้สูงส่งนิรันดร์สหชาติไร้กังวลในข้อเสนอนี้หรือไม่"


    ทั่วน่านฟ้ามวลเมฆาเสียงอื้ออึงของเหล่าผู้สูงส่งดัง


    เฉินรุ่ยฟางยิ้มเบิกบาน นางดีใจมาก มากอย่างถึงที่สุด


    "นอกจากห้าผู้สูงส่งนิรันดร์ ‘หอราตรีรื่นรมย์’ ยังมีผู้สูงส่งชนชั้นนิรันดร์คนที่หกด้วยเหรอ"


    "ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าผู้สูงส่งนิรันดร์ 'สหชาติไร้กังวล' ตัวจริงท่านคือใครกัน ข้าเข้าสู่ ‘หอราตรีรื่นรมย์’ มา 30 ปี แต่ไม่เคยได้ยินนามอันสูงส่งของท่านเลย"


    "เดี๋ยวก่อนนะข้าพึงตรวจสอบข้อมูลจากระบบโลกเสมือนของตระกูลข้าเกี่ยวกับ ‘หอราตรีรื่นรมย์’ ข้าพบว่ามีผู้สูงส่งนิรันดร์นาม 'สหชาติไร้กังวล' จริงๆ แต่ครั้งล่าสุดที่ท่านผู้สูงส่งท่านนี้ปรากฏตัวคือ 150 ปีก่อน ข้อมูลนี้ระบบโลกเสมือนของตระกูลข้าได้บันทึกไว้"


    "อะไรนะ! 150 ปีก่อน! นี่ไม่ใช่ว่าท่านผู้สูงส่งนิรันดร์ 'สหชาติไร้กังวล' อย่างน้อยๆ ท่านก็ต้องมีอายุ 170 ถึง 180 ปีงั้นเหรอ เช่นนี้คงไม่ได้หมายความว่า..."


    "ผู้สูงส่งนิรันดร์ 'สหชาติไร้กังวล' คือระดับเจ็ดจริงๆ ไม่ใช่แค่ท่านคือคนจากตระกูลชั้นหนึ่งจากตระกูลนิรันดร์ธรรมดา แต่เป็นผู้บ่มเพาะระดับเจ็ด บ้าไปแล้ว ที่นี่มีระดับเจ็ดปรากฏตัว"


    เสียงอื้ออึ้งทั่วน่านฟ้าดังสนั่นหวั่นไหวแต่ละคนก็คิดไป


    นั่นเพราะตัวตนของ ณ หอราตรีรื่นรมย์นั้นมีความชัดเจนบางอย่าง ระดับของป้ายได้มาจากฐานะตระกูลเดิม ชื่อตัวตนไม่อาจซ้ำ มีได้เพียงหนึ่ง


    ตัวตนที่สร้างขึ้น ณ ที่แห่งนี้ไม่อาจจะมอบให้ผู้ใดมาใช้ซ้ำหรือเป็นตัวแทนได้


    โดยเฉพาะคนที่ปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ผ่านระบบโลกเสมือน มันมีการตรวจสอบตัวตนละเอียดยิ่งกว่าอินเทอร์เน็ตโลกเก่าของหลี่เค่อมาก ไม่มีใครสามารถปลอมตัวได้


    ตอนนี้เหนือศีรษะเฉินรุ่ยฟาง มวลเมฆหมอกหมุนตัวเป็นวังวนคล้ายตาพายุ ก่อนตรงใจกลางตาพายุปรากฏค่ายอาคม มันสร้างประตูมิติขึ้น ปึกธนบัตรเหรียญหมิงมูลค่าใบละ 10,000 หนาเตอะ ลอยลงมาจากท้องฟ้ากองใหญ่


    บนกองเงินนั้นมีขวดโอสถหยกขาวอยู่หนึ่งขวด


    เฉินรุ่ยฟางเธอไม่สนใจเงินมากนัก แต่เธอรีบคว้าไปที่ขวดโอสถนั้นและรีบหยิบเม็ดโอสถออกมา


    ลายเส้นแห่งความบริสุทธิ์สามลายเส้นปรากฏชัด


    และเพียงเธอสูดหายใจเข้าลึก เฉินรุ่ยฟางก็รับรู้ได้ว่านี่คือโอสถรักษาพิษสามลายเส้นแห่งความบริสุทธิ์ของแท้


    และด้วยความที่มันมีสามลายเส้น ไม่ใช่ว่ามันจะมีราคาถึง...


    "มีแต่ผู้สูงส่งนิรันดร์ถึงทำแบบนี้ได้ ข้าเพียงมองโอสถในมือเทพธิดาโบตั๋นพร่างจันทรา ข้าก็รู้ได้เลยว่านี่คือโอสถรักษาพิษสามลายเส้นของแท้ ราคาของมันตอนนี้เกรงว่าจะไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านเหรียญหมิง ไม่รู้ว่าหากวันหนึ่งข้าก้าวไปสู่ระดับเจ็ดได้ ข้าจะกล้าทำแบบนี้ไหม"


    "ท่านผู้สูงส่งปีกทองคำท่านคาดหวังมากไปแล้ว ตอนนี้ขอให้ท่านก้าวผ่านระดับห้าที่ท่านติดค้างมา 35 ปีให้ได้ก่อนเถอะ ก่อนจะคิดเพ้อฝันอะไร"


    ...


    เหล่าผู้สูงส่งสนทนากัน


    เหล่าหญิงงามต่างประหลาดใจ ในที่นี้มีใครบ้างรู้สึกด้อยกว่าเฉินรุ่ยฟางในเรื่องความงาม ย่อมไม่มี แต่เหตุใดนางถึงได้รับวาสนามากมายขนาดนี้ในการปรากฏตัวครั้งแรก เกรงว่าด้วยโชคลาภครั้งนี้ อย่างน้อยๆ นางก็ก้าวสู่ระดับสามหรืออาจจะไปถึงระดับสี่ได้อย่างไร้กังวล


    ชีวิตผู้คนช่างอัศจรรย์ แม้แต่ในเหล่าหญิงงามก็ไม่เว้น ต่างปรากฏสายตาริศยาเฉินรุ่ยฟางกันทั่วไปหมด


    นอกจากนั้นหลากคนปรารถนาเร่ขายแรกรัญจวนของตนกับ 'สหชาติไร้กังวล' เหลือเกิน


    ...


    "เงิน เงินเหรียญหมิงจริงๆ มากมายเหลือเกิน เอ๋อ" เฉินรุ่ยฟางหันไปทางไร้นามที่สามสิบสาม ก่อนพูดกับไร้นามผู้นี้ด้วยความเขินอายเป็นที่สุด "พี่ชายผู้ไร้นาม หนูขอถามหน่อยได้ไหม ที่นี่มีถังหรือกระเป๋าใบใหญ่ให้หนูเก็บเงินพวกนี้กลับบ้านไหม"


    หน้ากากไร้นามที่สามสิบสามหัวเราะไม่ได้ขำขันไม่ออก เรื่องแบบนี้ก็พึงเคยเกิดขึ้นกับเขาเช่นกัน เขาพึงเคยเห็นเทพยดาโยนเงินจากท้องฟ้ามาเบื้องล่าง แม้แต่เขาก็ทำอะไรไม่ถูก เขาเป็นเพียงระดับสาม


    และให้พูดตรงๆ ตัวไร้นามที่สามสิบสามนั้น ยังไม่รู้จักป่าดำหรือนายที่แท้จริงของที่นี่ด้วยซ้ำ ไม่ใช่ทุกคนที่นี่จะรู้จักตัวตนของป่าดำได้ แม้จะเป็นเพียงตัวตนปลอมๆ ก็ตาม


    แต่ก่อนที่ประตูมิติบนท้องฟ้าจะปิด


    แหวนสีทองลอยช้ามาตรงหน้าเฉินรุ่ยฟาง


    นางใช้สองมือลองรับมัน ก่อนนางจะอ้าปากร้องตกใจ


    "นี่มันแหวนมิติ หนูได้แหวนมิติด้วยเหรอ"


    เสียงฮือฮาดังอีกครั้ง ทั้งจากเบื้องสูงของเหล่าผู้สูงส่ง


    และเหล่านางสวรรค์เทพธิดาจำแลงแห่งสวนรังสรรค์


    พวกนางไม่เคยเห็นบุรุษใดจะปรนเปรอสตรีเช่นพวกนางอย่างใจถึงแบบนี้


    ตอนนี้แม้แต่ 'ชุนซู่' วารีคีตาศิลป์ที่นิ่งเงียบทำตัวราวนางเซียนผู้หลุดพ้นอย่างต้องขมวดคิ้ว จากนั้นหันมองเบื้องสูง ผ่านประตูมิติ นางเห็นชายนั่งบนบัลลังก์ทั่วร่างเต็มไปด้วยสามหมอกหรือควันดำ นางมองอย่างลึกล้ำและสนใจยิ่ง เพียงแต่ความสนใจของนางอาจจะแตกต่างจากสตรีอื่นๆ


    ก่อนประตูมิติจะหายไป


    เสียงของผู้เฒ่าหน้ากากอรุณแผดดัง


    "ไร้นามสามสิบสาม พาเทพธิดาธิดาโบตั๋นพร่างจันทราไปเตรียมตัว สอนนางเสียเล็กน้อยเกี่ยวกับการปรนนิบัติผู้สูงส่งอย่างไรให้มีความสุขลึกล้ำ... และก็จำไว้" เสียงช่วงท้ายของผู้เฒ่าหน้ากากอรุณแฝงความขุ่นข้องใจนัก "อย่าให้มีอะไรผิดพลาดอีก"


    "ขอรับ!!!" ร่างไร้นามที่สามสิบสามสั่นระริก เขาก้มหัวแทบไม่กล้าเงยหน้า


    ...


    "นายท่านบ่าวทำเช่นนี้ดีไหม" ผู้เฒ่าหน้ากากอรุณโค้งกายพูด


    "..." หลี่เค่อไร้คำตอบ


    ...


    ณ ห้องที่มีบัลลังก์ ผู้เฒ่าหน้ากากอรุณได้จากไป หลี่เค่อควบคุมห้องหับแห่งนี้ จับพลิกกำแพงซ้ายขวาอย่างชำนาญ ด้วยความทรงจำของป่าดำ เขาควบคุมห้องนี้ที่เป็นค่ายกลรูปแบบหนึ่งได้อย่างสมบูรณ์


    เปลี่ยนโถงโล่ง ณ กึ่งกลาง กลายเป็นแอ่งสระเตียงสายหมอกขาวที่ดูวิจิตร


    และในไม่ช้า


    เทพธิดาธิดาโบตั๋นพร่างจันทราผู้ถูกประมูลไปด้วยค่าตัวหมื่นล้านเหรียญหมิง พร้อมโอสถวิเศษและแหวนมิติทองคำราคานับหมื่นล้านก็ปรากฏตัว


    ร่างนางสั่นเทาเล็กน้อย


    เสื้อตัวนอกของนางถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อบางขาวโปร่ง มองไปเห็นเรือนกายภายใน ที่ตอนนี้สวมใส่ชุดเสื้อผ้าสตรีโบราณที่รัดอกแน่น


    หน้ากากผ้าลูกไม้เดิมถูกทิ้งไป กลายเป็นผ้าสีดำมืดทึบคาดมัดปิดตาแน่น ทำให้เวลานางเดินเข้ามาหาหลี่เค่อต้องมีทาสบาปสองคนร่วมประคองนางซ้ายขวา


    หลี่เค่อจ้องมองนาง


    แววตาแม้สงบ แต่ภายในใจมีความสับสนเล็กน้อย


    เขากับนางปรากฏสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร

    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์มารกระกางกลืนวิญญาณ ที่คุณอ่าน