ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

ตอนที่ 111 อัคคีวิญญาณขั้นต้น

“หึ่ง!” คิ้วของถังฮวนกระตุก ตื่นตัวทันที หอกยาวในมือสั่นส่งเสียงเปล่งพลังคลื่นรุนแรงออกมา ปลายหอกสีแดงเพลิงสัมผัสกับร่างของฟีนิกซ์น้อยแล้ว 
ไม่ทันไรถังฮวนก็พบว่าหอกเหมือนปะทะกับความว่างเปล่า ทั้งที่มีอะไรมาขวางกั้นแต่นกฟีนิกซ์ตัวน้อยกลับหายตัวไปได้อย่างน่าอัศจรรย์
ทันใดนั้นถังฮวนรู้สึกได้ถึงคลื่นความร้อนพวยพุ่งออกมาจากตัวหอก มันเกิดขึ้นเร็วมาก ยังไม่ทันที่จะปล่อยมือคลื่นร้อนนี้ก็พุ่งมาสู่แขนตนแล้ว ความร้อนรุนแรงเกินจะเปรียบได้แผ่กระจายเข้ามาในร่างกาย ในไม่ช้าก็แพร่เข้าไปทั่วทั้งแขนขา และอวัยวะภายใน
“อั๊กกก!”ถังฮวนอดร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดออกมาไม่ได้ รู้เขาสึกคล้ายมีไฟลุกโชนอยู่ในร่างกาย ทั้งร่างเหมือนจะกลายเป็นเตาเผาขนาดใหญ่ ราวกับว่าตัวเองกำลังจะลุกเป็นไฟ
เหตุการณ์พลิกผันนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป ทำเอาถังฮวนถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ
ในขณะที่ความร้อนปะทุขึ้น ถังฮวนต้องทนกับความอึดอัดเหลือคณา เขากระโดดลงจากแท่นทรงกลม ทันใดนั้นภายในจุดตันเถียนของถังฮวน ‘เตาสวรรค์เก้าสุริยัน’ กำลังหมุนวนอย่างรวดเร็ว คลื่นความร้อนที่แผ่กระจายไปทั่วร่างกายของเขาก็หลอมรวมเข้ากับเตาในทันที
ในขั้นตอนนี้เส้นชีพจรวิญญาณและกล้ามเนื้อของถังฮวนกระตุก โดยเฉพาะบนใบหน้าของเขาที่อาการค่อนข้างน่ากลัว ทั้งหมดเกิดจากความเจ็บปวดแสนสาหัส 
บนแท่นทรงกลมเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ยังคงลอยอยู่ตรงจุดเดิมของนาง ไม่ได้ไล่ตามเขาลงมาหลังจากพ่นเปลวไฟออกมานางดูเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อย แต่ดวงตาของนางยังเบิกกว้างขณะที่ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ  "มีทางให้รอดแท้ๆ แต่เจ้าเลือกจะตาย เด็กน้อย...เจ้าเลือกเองนะ!" 
แต่หลังจากนั้นนางก็ถอนหายใจอย่างหดหู่ "เฮ้อ ช่างน่าเสียดาย 'ไฟแห่งจิตวิญญาณ' ของข้า แม้ว่าข้าจะนำมันกลับมาได้หลังจากเผามันจนตาย แต่ก็ต้องใช้เวลายาวนานออกไปอีก กว่าที่ความแข็งแกร่งของข้าจะฟื้นคืนดั่งเดิม"
“เป็นเช่นนั้นเองหรอกเหรอ?” ในเวลานี้ จู่ๆ เสียงหัวเราะก็ดังมาจากด้านล่างแท่นทรงกลม 
" 'ไฟแห่งจิตวิญญาณ' ของเจ้าถูกสร้างขึ้นด้วย 'เพลิงสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์' ใช่ไหม ถ้าข้าดูดซับพวกมันทั้งหมดเอาไว้ได้ การจะหลอมรวมกับเพลิงสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ก็ง่ายดายมาก สาวน้อยนี่ต้องขอบคุณเจ้ามาก!"“เจ้า…เจ้าไม่เป็นอะไรเลยรึ?” เมื่อเห็นว่าใบหน้าของถังฮวนยังคงแดงระเรื่อ ผิวกายที่ปะทุจากคลื่นความร้อนของเขาก็สงบลง เด็กสาวนั้นตกตะลึงยิ่ง แทบไม่เชื่อสายตาตนเอง 
แม้ว่า 'ไฟแห่งจิตวิญญาณ' ของนางจะยังคงอ่อนแอ แต่พลังที่ใช้ออกแม้ว่าจะเป็นถึงปรมาจารยุทธระดับเจ็ด ก็ไม่แน่ใจว่าจะทนได้หรือไม่ แต่เจ้าตัวที่เพิ่งประกาศตัวเองต่อหน้าว่าเป็นผู้ฝึกยุทธระดับสี่กลับไม่แสดงท่าทีอันใดเลย ราวกับว่าไม่อะไรเกิดขึ้น
"แน่นอน ข้าสบายดี" ถังฮวนเหล่ตาและสูดหายใจยาว ภายในใจเขาเข้าใจแล้วว่าแม้ตอนนี้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คงยากที่จะพูดในภายหลังหลังจากดูดซับ 'ไฟแห่งจิตวิญญาณ' ทั้งหมดมาแล้ว พื้นที่มากกว่าครึ่งของเตาภายในร่างกายของเขาก็เต็มไปด้วยพลังนี้ อีกทั้งตอนนี้ยังคงดูดซับความร้อนที่ปล่อยออกมาจาก 'เพลิงสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์' อย่างต่อเนื่อง คาดว่าอีกไม่นานเตาคงจะเต็ม 
"ให้ตายเถอะ! เจ้าเป็นใครกันถึงสามารถดูดซับ 'พลังปราณเพลิงวิญญาณ' ของข้าได้?
โดยไม่รอคำตอบของถังฮวนนางก็หัวเราะอย่างโกรธ ๆ "เจ้าอยากจะโดนเพลิงสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ของข้าจริงๆ หรือ? ไม่รู้จักประมาณตนเองเอาซะเลย คิดว่าเพียงแค่ดูดซับไฟแห่งจิตวิญญาณของข้าไปได้แล้วเจ้าจะสามารถหลอมรวมมันได้?! เพ้อฝันสิ้นดี!"
"ตายซะ!"เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ร้องออกมา นางกระพือปีกขนาดใหญ่ด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์ ในเสี้ยววินาทีเปลวไฟบนแท่นก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง คลื่นความร้อนที่แผ่ออกมารุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ พุ่งตรงไปที่ถังฮวน สีหน้าถังฮวนเปลี่ยนไปเล็กน้อยแล้วเขาก็ต้องถอยหนีออกไป
ในขณะที่ปีกของ 'ราชาวิหคเพลิง' กระพืออย่างรวดเร็วส่งคลื่นความร้อนที่รุนแรงจนเกิดเสียงหวีดหวิว นั่นยิ่งทำให้ความร้อนของเพลิงสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ทวีความร้อนแรงเพิ่มมากขึ้น 
หลังจากนั้นไม่นาน ‘เตาสวรรค์เก้าสุริยัน’ ภายในตันเถียนของถังฮวนเริ่มรู้สึกเต็มเปี่ยม เห็นได้ชัดว่ามันมาถึงขีดจำกัดที่จะรองรับได้แล้ว
“จะถอยหรืออยู่ต่อดี?” ถังฮวนขมวดคิ้วเล็กน้อย 
หากถอยกลับไป 'ราชาวิหคเพลิง' คงจะไม่ไล่ตามแน่ อย่างไรก็ตามนางคงคิดหาวิธีอื่นที่จะช่วยฟื้นฟูตัวเองได้ 
หากนางต้องการเข้าสู่ 'รังนกฟีนิกซ์' อีกครั้ง คงยากราวกับป่ายปีนขึ้นสวรรค์ ถ้าไม่สามารถเข้าไปใน 'รังฟีนิกซ์'  นี้ได้ก็ไม่มีหวังว่าจะได้รับหนึ่งในไฟแห่งจิตวิญญาณทั้งห้า ซึ่งก็คือ 'เพลิงสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์' มา
หากเขายังฝืนอยู่ที่นี่ต่อ แล้วเตาสวรรค์เก้าสุริยันไม่สามารถดูดซับความร้อนได้อีก เขาก็จะต้องอาศัยร่างกายเพื่อต้านทานความร้อนที่น่าสะพรึงกลัวในที่นี้ แม้ว่าเขาจะใช้อัคคีพิสุทธิ์อย่างสุดกำลัง แต่ก็ยากมากที่จะอดทนได้เป็นเวลานาน ขณะนี้เป็นเพราะอัคคีพิสุทธิ์ของเขามีพลังมหาศาลถึงยังพอพยุงตัวไปก่อนได้
“อิ๋ง!” (อั๊ยหยา!)ในขณะที่ถังฮวนกำลังลังเล ทันใดนั้นเสียงร้องชัดแจ๋วของเสี่ยวเป่าก็ดังขึ้นมา
ในพริบตาถังฮวนรู้สึกว่าไหล่ของเขาลู่ลง โดยธรรมชาติแล้วคือเสี่ยวเป่าที่กระโดดขึ้นไปด้านบน เขามองไปด้านข้างโดยไม่รู้ตัวจากนั้น ก็รู้ว่าจริงๆ แล้วพลังสีแดงเพลิงห่อหุ้มอยู่บนร่างของเสี่ยวเป่าและดูเหมือนว่าจะมีบางสิ่งอยู่ด้วย
"สัตว์อสูรลำดับที่สอง มังกรฟ้า?"บนแท่นสูง เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ร้องอุทานเป็นครั้งแรกเมื่อเห็นเสี่ยวเป่า แต่เมื่อนางเห็นพลังห่อหุ้มสีแดงเพลิงบนร่างกายของเจ้าตัวเล็ก ใบหน้าเรียวเล็กของนางก็บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ดวงตาเหมือนพ่นไฟได้ นางกัดฟันกรอดและกรีดร้อง 
"ไอ้โจรไร้ยางอาย! รีบวางสมบัติของข้าลงเดี๋ยวนี้!!"
“อิ๋ง?” (อะไรเหยอ?)เสี่ยวเป่าเอียงหัว มองไปที่ 'ราชาวิหคเพลิง' บนแท่นทรงกลม กระพริบตาสีฟ้าเข้มด้วยความงุนงง"ข้าโกรธแล้วนะ ไอ้ตัวเล็กบัดซบ ข้าโกรธที่สุด ... " 
เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ตะโกนต่อเนื่องขณะที่นางเพิ่มความเร็วในการกระพือปีก ความร้อนแรงก็ยิ่งทวีความรุนแรงและน่ากลัว อากาศในรัศมีสิบเมตรเริ่มปะทุพร้อมเสียงแตกร้าว ราวกับว่ามันกำลังจะลุกเป็นไฟ
“อิ๋ง!” (จะเผาเราเหยอ!)เสี่ยวเป่าสั่นสะท้านเหมือนตกใจหนักเพราะความร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน แต่หลังจากนั้นเขาสีทองบนหัวของมันก็ปล่อยแสงสีทองสว่างไสวแพรวพราวออกมาหลังจากนั้นไม่นาน ถังฮวนก็พบว่าบริเวณรอบ ๆ ตัวเขาเย็นลงมาก โดยไม่จำเป็นต้องใช้เตาสวรรค์เก้าสุริยันเพื่อดูดซับความร้อนของเพลิงสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป
"เสี่ยวเป่า ทำได้ดีมาก!" แสงสีทองส่องไปที่ใดเปลวไฟจะดับมอดทันที ในทางกลับกันปืนสายรุ้งอัคคีพิสุทธิ์ในมือของถังฮวนก็ถูกเหวี่ยงออกไปดั่งกองกำลังนับพันที่กวาดไปทั่วสนามรบ เสียงหวีดหวิวที่เสียดแทงหูก็แผดออกไปในอากาศ “มังกรฟ้านั่นแปลงร่างขั้นแรกไปแล้วหรอกรึ?” ในที่สุดท่าทางของเด็กหญิงก็เปลี่ยนไป นางกระพือปีกถอยกลับอย่างรวดเร็ว ในที่สุดนางก็ออกมาที่ปากหลุมและมาถึงขอบของแท่นทรงกลม ทันทีที่นางจากไปลูกบอลเปลวไฟขนาดใหญ่ก็ถอยกลับเข้าไปในหลุมทันทีคล้ายคลื่นยักษ์ ทันใดนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
อย่างไรก็ตามมีลูกไฟสีฟ้าเป็นประกาย ขนาดประมาณนกทะเลฝังอยู่ด้านล่างของหลุมครึ่งทรงกลม  ภายในลูกไฟ กลุ่มเปลวเพลิงสีแดงเข้มสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง วิ่งวุ่นไปทางซ้ายและขวาราวกับพยายามที่จะหลุดพ้นจากพันธนาการของลูกบอลสีน้ำเงิน

-โปรดติดตามบทต่อไป-