“เคลียร์ ภารกิจยึดคืนพื้นที่เขต G68 สำเร็จ~!”
เสียงจากทางค่ายทหารเขต G68 รายงานผลการสำรวจจากภาพมุมสูง ทำเอาทหารที่ทำภารกิจแสดงท่าทางโล่งใจเพราะตอนนี้มอนสเตอร์ทุกๆตัวภายในเขต G68 ถูกพวกเขาฆ่าตายไปทั้งหมดแล้ว
“เคลียร์~!”
เสียงทหารร้องตะโกนบอกกันเป็นทอดๆ หลังจากกลับเข้าไปสำรวจจุดที่เกิดการระเบิด กระทั่งพวกเขาไปถึงบริเวณดอกไม้ยักษ์สภาพของมันก็ถูกรายงานทันที
“รายงาน มอนสเตอร์ 8 ดาวตายแล้ว ”
“มีอะไรให้เก็บไหม” หัวหน้าแอนเนอร์สันถามถึงร่างกายของมอนสเตอร์ 8 ดาว
“บริเวณกลีบดอกยังคออยู่ครับ เราสามารถเก็บฟอสเอนเนอร์จี้ไปใช้งานได้”
“ส่งทุกๆอย่างกลับฐาน”
แอชเชอร์ทำได้เพียงแค่ยืนนิ่งมองจ้องทุกๆอย่างด้วยความโล่งอกพลางเสียใจที่ไม่สามารถเข้าไปเก็บฟอสเอนเนอร์จี้ได้ จากปริมาณชิ้นส่วนร่างกายดอกไม้ยักษ์ที่เหลือคงมีฟอสเอนเนอร์จี้ไม่มาก แล้วถ้าหากเขาเข้าไปเก็บฟอสเอนเนอร์จี้ทหารที่กำลังใช้งานเครื่องมือตรวจสอบฟอสเอนเนอร์จี้รอบๆคงจะรู้ว่าเขาเป็นหนึ่งในคนที่ดูดไป
ส่วนหัวใจของมันที่อยู่บริเวณใจกลางกลีบดอกเขาก็ไม่สามารถเก็บไปใช้อัพเกรดระบบได้เช่นเดียวกันเพราะทางกองทัพต้องการนำไปสกัดยา แอชเชอร์จึงยืนรอให้รถมารับส่งเขาเพราะตอนนี้ชุดเกราะที่สวมใส่พังเสียหายไปถึง 90 %
“แอชเชอร์ นายเป็นอะไรหรือเปล่า”
หัวหน้าแอนเดอร์สันเข้ามาถามสภาพของแอชเชอร์ ปรากฎว่าชุดเกราะมาร์คเอทที่เขาเห็นมีสภาพไม่ต่างจากดินน้ำมันถูกไฟร้อนๆลวก รอยคม รอยหยักบนชุดเกราะ ชิ้นส่วนที่มีเหลี่ยมล้วนถูกละลายจนแนบชิดติดชุดเกราะเป็นชิ้นเดียวกัน
“ไม่ครับ ผมปลอดภัยดี”
“ถ้าอย่างนั้น เรากลับกันเถอะ ภารกิจของเราเสร็จสิ้นแล้ว”
รถหุ้มเกราะหลายร้อยคันวิ่งตรงมายังจุดเกิดเหตุก่อนที่หน่วยพยาบาลจะรีบวิ่งเข้าช่วยเหลือทหารผู้บาดเจ็บ ระหว่างนี้เองแอชเชอร์ได้ขึ้นไปยังรถคันหนึ่งร่วมกับหัวหน้าเพื่อกลับสู่ค่ายทหารเขต G68
“แอชเชอร์ ชุดเกราะนั่นไม่ถอดออกจะดีเหรอ”
“ไม่เป็นไรครับ มันยังเคลื่อนไหวได้”
ดวงตาข้างหนึ่งของชุดเกราะปิดไปจากหมวกด้านบนที่ละลายไหลลงมาปิดทับ ชุดเกราะหลายๆตำแหน่งไหลเยิ้มแล้วแข็งตัวในจุดที่ไม่สมควรมีเกราะ นับว่าตอนนี้ชุดเกราะมาร์คเอทสภาพยับเยินมาก หากจะให้ซ่อมเปลี่ยนตัวใหม่จะง่ายกว่า อย่างไรก็ตามเขากลับสงสัยแอชเชอร์เช่นกัน ด้วยสภาพชุดเกราะไม่น่าจะขยับได้แล้ว แอชเชอร์กลับทำเหมือนกับว่ามันไม่ได้พังเสียหายใดๆเลย
เอี๊ยด~!
“สวัสดีครับ”
น็อตยืนทำความเคารพหน่วยสเปเชียลฟอสทั้ง 2 ที่ก้าวลงมาจากรถที่ขับมาส่งยังห้องทำงานของเขาที่สร้างเอาไว้ติดถนน หลังจากที่รถหุ้มเกราะติดเครื่องยนต์วิ่งออกไป น็อตก็เริ่มทำหน้าตกใจกับสภาพชุดเกราะของแอชเชอร์
“ร้อยตรีครับ เกิดอะไรขึ้น”
“ก็แค่ถูกกรดมานิดหน่อย ตอนนี้ไม่สามารถสั่งเปิดชุดเกราะได้”
“ถ้าอย่างนั้นเข้ามาข้างในก่อนครับ”
แอชเชอร์เดินตามน็อตเข้าไปในห้อง จากนั้นเขาก็ก้าวขาขึ้นไปบนแท่นจับชุดเกราะอยู่ในท่ากางแขนกางขารอให้น็อตเปิดชุดเกราะนำเขาออกไป
“งั้นฝากด้วยนะน็อต ฉันไปพักก่อน”
หัวหน้าแอนเดอร์สันเดินจากไปหลังจากถอดชุดเกราะไว้บนแท่นจับ จากนั้นน็อตก็หันมาสนใจแอชเชอร์พลางเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือในการนำแอชเชอร์ออกมา
“แย่เลยนะครับ สงสัยต้องผ่าทั้งตัว ข้อต่อชุดเกราะถูกหลอมติดเข้าด้วยกันทั้งหมดเลย”
“เริ่มเลยครับ”
การเปิดชุดเกราะดำเนินขึ้นด้วยการใช้งานเครื่องเจาะทะลวงเข้าไปด้านในให้เกิดรูที่สามารถส่งแผ่นเหล็กขนาดเท่านิ้วชี้เข้าไปได้ จากนั้นน็อตก็เริ่มสอดเหล็กเข้าไปรองบริเวณที่เขาต้องการจะตัดชุดเกราะไม่ให้มันกระทบแอชเชอร์ที่อยู่ข้างใน เมื่อกระบวนการผ่าชุดเกราะเริ่มต้นขึ้นด้วยการใช้เลเซอร์แอชเชอร์ทำได้เพียงดิ้นเล็กน้อยเมื่อมีสะเก็ดร้อนๆเผลอหลุดไปติดบนผิวหนัง
“เอาล่ะครับ ออกมาได้แล้ว”
น็อตฉีกยิ้มกว้างพลางเปิดชุดเกราะอ้าออกให้สุดทันใดนั้นเขากลับตื่นตระหนกเมื่อด้านในมีคราบเลือดเต็มไปหมด บนร่างของแอชเชอร์มีบาดแผลจากกรดมากมาย ทำให้เขารีบวิ่งไปหลังเคาเตอร์ดึงสเปรย์รักษามาพ่นทั่วร่างของแอชเชอร์ทันทีเพื่อรักษาเบื้องต้น
“ห้องพยายาลได้ยินหรือเปล่า ต้องการทีมรักษาด่วนที่ห้องวิศวกรหมายเลข 27”
แอชเชอร์ลุกออกมาจากชุดเกราะพลางนั่งลงไปบนเก้าอี้ข้างๆ บาดแผลบนตัวที่เกิดขึ้นนั้นเขาจงใจเหลือเอาไว้ เนื่องจากว่าชุดเกราะของเขามีหลายส่วนถูกกรดทะลวงเข้าไป หากน็อตเปิดชุดเกราะแล้วพบว่ามีเลือดแต่เขาไร้บาดแผลจะเป็นเรื่องน่าสงสัยเกินไป แอชเชอร์จึงรักษาแผลลึกและใหญ่ทั้งหมดแล้วเหลือไว้เพียงแค่แผลเล็กๆน้อยๆ ให้หน่วยพยาบาลได้ทำการรักษา
“ผู้ป่วยอยู่ไหนครับ~!”
หน่วยพยาบาลที่มาถึงรีบนำอุปกรณ์รักษาฉีดพ่นบนร่างของแอชเชอร์พลางเช็ดคราบเลือดและทำความสะอาดบาดแผล กระทั่งผ่านไป 1 ชั่วโมงเขาก็ถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าสีขาวโดยมีแผ่นเจลรักษาแปะติดเอาไว้ตามตัว
“ถ้ารู้สึกผิดปกติให้ติดต่อไปยังหน่วยพยาบาลนะครับ”
แอชเชอร์พยักหน้าจากนั้นเขาก็ลาน็อตไปพักผ่อน ตอนนี้เขาพ้นขีดอันตรายแล้วจึงสามารถกลับไปนอนได้
“ให้ตายสิ ระบบประสาทรับความรู้สึกเสียหายหรือไงกันนะร้อยตรี”
น็อตถอนหายใจพลางมองไปยังชุดเกราะ ก่อนที่เขาจะขยี้หัว จากการประเมินแล้วการซ่อมจะเปลืองงบประมาณมาก สู้ใช้ชุดเกราะใหม่จะดีกว่าแต่มันต้องทำเรื่องหลายขั้นตอนกว่าจะได้ชุดเกราะมาร์คเอทมาใช้งาน แต่ทันใดนั้นรถหุ้มเกราะจากทางกองทัพที่ 7 ก็วิ่งเข้ามาจอดพร้อมกับมีสายเรียกเขา
“สวัสดีครับผู้บัญชาการ”
“น็อต ฉันส่งของบางอย่างไปให้ ช่วยเช็คมันที”
“ครับ ทราบแล้วครับ”
น็อตมองจ้องไปยังทหารที่กำลังยกกล่องไม้ขนาดใหญ่ลงมาจากรถ เข้ามาวางด้านข้างโต๊ะทำงาน จากรหัสข้างกล่องไม้ที่เขียนติดเอาไว้นั้นทำเอาเขาฉีกยิ้มหน้าบานไม่จำเป็นต้องซ่อมชุดเกราะของแอชเชอร์ใดๆเลย
“ให้เจ้าตัวมาเปิดดีกว่า”
—---------------------
ติ๊ด~!
“อะไรอีกล่ะเนีย” แอชเชอร์ลืมตาตื่นมองไปยังนาฬิกาที่ตั้งเอาไว้ ปรากฎว่าเขาพึ่งนอนได้ 2 ชั่วโมงผู้บัญชาการกลับติดต่อมาหา เขาจึงรับสายก่อนที่โทรศัพท์จะถูกบังคับให้เปิดโหมดสแกนแล้วฉายภาพผู้บัญชาการและหัวหน้าแอนเดอร์สันกลางอากาศ
“แอชเชอร์ ฉันรบกวนหรือเปล่า”
“ไม่ครับ ผมพึ่งนอนไป 2 ชั่วโมงเองครับ”
“เหรอ งั้นเรามาคุยกันหน่อย มีหลายอย่างที่ฉันได้รับรู้มาและต้องการให้หน่วยพิเศษอย่างพวกนายทำ”
แอชเชอร์เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงมีเพียงแค่เขา ผู้บัญชาการและหัวหน้าแอนเดอร์สันเพียง 3 คนที่เข้าประชุมในครั้งนี้ ดูท่าสิ่งที่จะพูดคงจะมีความลับพอสมควร
“หลังจากที่ฉันประชุมกับผู้บัญชาการกองทัพทั้งหมดเกี่ยวกับเขต F47 ผลสรุปออกมาได้ว่า กองทัพที่ 9 ต้องการให้กองทัพทั้งหมดส่งกำลังไปช่วยเหลือ”
“พวกเขาล้มเหลวสินะครับ”
“ใช่แล้วล่ะ ฉันจึงจะส่งพวกนายสองคนไปกับทหารกลุ่มแรกจำนวนหมื่นคน มีชุดเกราะมาร์คเซเว่น 1,000 คน มาร์คซิก 4,000 คน และมาร์คอื่นๆ 5,000 คน จะมีกลุ่มที่สองอีกหมื่นคนตามไปในภายหลัง หน้าที่ของพวกนายคือเดินทางไปยังเขต F46 ป้องกันอุโมงที่เชื่อมต่อกับเขต F47 ไม่ให้มอนสเตอร์เข้ามาได้”
แอชเชอร์สงสัยสาเหตุที่ต้องอยู่ในเขต F46 ปรากฎว่าผู้บัญชาการตอบคำถามที่ทำเอาเขาอึ้งเพราะค่ายทหารในเขต F47 ถูกทำลายย่อยยับไปแล้ว ตอนนี้ทหารแต่ละกองทัพล้วนส่งทหารไปยังเขตที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อป้องกันไม่ให้มอนสเตอร์บุกเขตใกล้เคียง เขต F47 ทำให้เกิดค่ายทหารชั่วคราวขึ้นที่อุโมงทั้ง 12 แห่งที่เชื่อมต่อกับเขต F47 ตอนนี้ทหารหลายหมื่นคนกำลังปิดทางไม่ให้มอนสเตอร์ไหลทะลักไปเขตอื่นๆ
“ผู้บัญชาการครับ แล้วผมจะต้องทำภารกิจวันไหน”
“อีก 2 วัน ฉันจะให้นายได้พักก่อนสักเล็กน้อย ตอนนี้ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงเพราะคนของกองทัพที่ 9 รักษาอุโมงเขต F46 แทนพวกเราเอาไว้แล้ว จนกว่าเราจะไปถึงพวกเขาจะอยู่บริเวณนั้นช่วยป้องกันชาวเมืองแทนพวกเรา”
แอชเชอร์นั่งคิดหลายสิ่งหลายอย่าง พลางถอนหายใจออกมาเบาๆ ดูเหมือนว่างานใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้วจริงๆ ส่วนเรื่องกองทัพที่ 9 พวกเขาไม่จำเป็นต้องจัดการเลยเพราะตอนนี้กองทัพที่ 9 กำลังชดใช้บาปของพวกมัน จากการที่อยากได้หน้าเกินไปจึงหาเรื่องให้กองทัพที่ 7 ออกมาจากเขต F47 ตอนนี้ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 กลับใช้เรื่องภายในเขต G68 มากล่าวอ้าง ทำให้กองทัพที่ 9 ต้องใช้กำลังคนจำนวนมากในการดูแลเขต F47 แทนส่วนกองทัพที่ 7 ที่ยังเดินทางไปไม่ได้
“เอาล่ะเข้าเรื่องที่สองกัน”
ผู้บัญชาการเริ่มเข้าเรื่องที่สอง ด้วยการบอกแอชเชอร์เกี่ยวกับการปล่อยข่าวกลุ่มขนนกสีแดงเลือดออกไปแล้ว ตอนนี้ภายในกองทัพมีหลายอย่างวุ่นวายไปหมดจากการเคลื่อนไหวของพวกมันที่ถูกพบตัว ยังดีที่ผู้บัญชาการและแอชเชอร์ได้คุยกันเรื่องแผนการปล่อยข่าวไปก่อนหน้า ทำให้ผู้บัญชาการสืบหาพวกมันก่อนเพื่อจะจำกัดขอบเขตไม่ให้ทำลายข้าวของและสร้างผลกระทบที่รุนแรงกับกองทัพที่ 7 ตอนนี้เรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นก็ค่อยๆซบเซาลงไปแล้ว
“นี่เป็นข้อมูลของคนที่ฆ่าตัวตาย”
“แต่ทหารยศใหญ่ดูจะน้อยไปนะครับ” แอชเชอร์แย้งเล็กน้อย ทำเอาผู้บัญชาการฉีกยิ้มกว้าง
“ใช่ ปลายตัวใหญ่ที่เราต้องการจะจับไหวตัวทัน แต่คาดว่ามันจะเผยตัวให้เราได้จับเร็วๆนี้แน่นอน”
“แล้วกองทัพอื่นๆตอบสนองต่อข่าวนี้อย่างไรบ้างครับ”
“ยังไม่รู้ แต่ตอนนี้กองทัพที่ 1 น่าจะวุ่นวายพอตัวเพราะพวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่ตื่นตัวกับข้อมูล ยิ่งฉันส่งข้อมูลการฆ่าตัวตายของทหารเมื่อไม่นานมานี้ไป ยิ่งทำให้พวกเขาตื่นตัวมากยิ่งขึ้นเพื่อจะตามหาคนที่แทรกแซงเข้ามา”
แอชเชอร์มองไปยังวีดีโอที่ผู้บัญชาการบันทึกเอาไว้ได้ ปรากฎว่าคลิปที่เปิดเป็นช่วงเวลาที่ทหารภายในกองทัพที่ 7 ฆ่าตัวตายหลังจากผู้บัญชาการปล่อยข่าวเรื่องกลุ่มขนนกสีแดงออกไป บางคนกินยาฆ่าตัวตาย บางคนยิงตัวตาย บางคนพยายามจะเข้าไปสร้างความเสียหายให้กับส่วนต่างๆของกองทัพยังดีที่ผู้บัญชาการเตรียมทหารเอาไว้ส่วนหนึ่งทำให้กองทัพที่ 7 รอดพ้นจากความเสียหายได้
“เอาล่ะ หมดสิ่งที่อยากจะบอกพวกนายสองคนแล้ว ต่อไปนี้ระวังตัวให้ดี ความตายพร้อมจะวิ่งเข้าหาพวกเราตลอดเวลา”
“ครับ”
“ส่วนเรื่องเขต F47 ดูแลตัวเองดีๆด้วยเช่นกันเพราะมันอาจจะมีอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันสามารถฆ่าพวกนายตายได้ จงระวังตัว”
แอชเชอร์ได้รับคำเตือนจากผู้บัญชาการเกี่ยวกับเขต F47 ที่จะได้กลับไปเขาอาจจะเกิดอุบัติเหตุจนตายได้ แอชเชอร์จึงพยักหน้า เขาเตรียมรับมือกับเรื่องนี้แล้ว ซึ่งเขาไม่คิดอะไรมาก คิดเพียงแค่ว่ายิ่งกลุ่มขนนกสีแดงเลือดวางแผนฆ่าเขามากเท่าไหร่ พวกมันก็ยิ่งเผยตัวมากยิ่งขึ้นเท่านั้น เป็นผลดีกับเขาเช่นกันที่จะได้ลากตัวคนที่อยู่เบื้องหลังพวกมันออกมาสักคน ยิ่งเขาแข็งแกร่งพวกมันยิ่งส่งคนที่แข็งแกร่งออกมา ด้วยการที่เขาสามารถจัดการคนที่แข็งแกร่งได้จะทำให้เขามีเบาะแสในการตามหาตัวที่ชัดเจนมากขึ้น