[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    176 เอทธรี

    “นายท่าน นี่คือข้อมูลของวันนี้”


    ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์มองจ้องไปยังข้อมูลของลูกชายที่ส่งมาจากแนวหน้าที่ 12 ของสหพันธ์ ตอนนี้มีเพียงนายน้อย 4 คนเท่านั้น ได้แก่นายน้อย 1 นายน้อย 3 นายน้อย 4 และนายน้อย 5 ส่วนนายน้อย 11 หายไปหลังจากขอเวลาหยุด ส่งผลให้มีเพียงนายน้อย 4 คนทำงานที่แนวหน้าในตอนนี้


    “สรุปให้ทีว่ามันเป็นยังไง” พ่อบ้านได้ยินเสียงของผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จึงโค้งคำนับแล้วเริ่มเล่ารายละเอียดของนายน้อยทั้ง 4 คน


    “หน่วยสเปเชียลฟอสที่ลงมาทำงานเมื่อ 5 วันก่อนล้มเหลวในการเคลียร์เกท ตอนนี้เหล่านายพลกำลังวางแผนขอกำลังจากทางสหพันธ์เพิ่มเติม สำหรับนายน้อย 1 และนายน้อย 3 พวกเขาได้เข้าร่วมการกวาดล้างในฐานะหัวหน้าหน่วยเอทวันและเอทธรี ส่วนนายน้อย 4 และนายน้อย 5 เป็นผู้ที่เข้าร่วมกองกำลังของนายน้อย 1 และนายน้อย 3 จากการล่าผลปรากฎว่านายน้อยทั้ง 4 ยังคงปลอดภัยดีเหมือนทุกวันที่ผ่านมา”


    การบุกโจมตีของลูกชายทั้ง 4 เกิดขึ้นในทุกๆเช้า อย่างไรก็ตามหลายวันที่ผ่านมาตั้งแต่แอนเดอร์สันหายไป ข่าวการล่าที่รายงานกลับมายังไม่มีวี่แววว่าจะเคลียร์เกทที่ยกระดับเป็น 10 ได้เลยสักนิด มีเพียงแค่ข่าวล้มเหลวในการกวาดล้างและข่าวขอกำลังเสริมเรื่อยๆจากทางสหพันธ์เท่านั้น


    “แล้วเจ้า 11 ล่ะ มีข่าวบ้างไหม”


    “ไม่ครับ แต่จากกำหนดการวันนี้เขาจะต้องเดินทางกลับไปยังค่ายเพื่อร่วมกองทัพ”


    “อืม ไปได้แล้ว ฉันอยากได้ข้อมูลที่นั่นเพิ่มอีก พยายามให้คนส่งมาเรื่อยๆก็แล้วกัน”


    ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์นั่งมองเอกสารที่ต้องเซ็นในส่วนของวันนี้ พลางมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วกลับมาทำงานต่อ


    —----------------------


    “นี่เหรอสิ่งก่อสร้างของมนุษย์” พีทพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นกับสิ่งก่อสร้างในสถานีที่แอนเดอร์สันเดินทางมาถึง ทางฝั่งพิกซี่เธอยังคงมองทุกอย่างด้วยความระแวงเช่นเดิม ทำให้แอนเดอร์สันรู้สึกพอใจเหมือนกับมีเครื่องตรวจสอบทำงานตลอดเวลา


    “ใช่ นี่แหละสิ่งก่อสร้างของมนุษย์”


    “ต่างจากเอลฟ์มากเลยล่ะแล้วก็ต่างจากออร์คด้วย”


    “ออร์คเหรอ พวกเขาอยู่อาศัยกันยังไง” แอนเดอร์สันถามพีท


    “ฉันเคยไปหมู่บ้านออร์คกับราชินีฟีโอน่าครั้งหนึ่ง บ้านที่นั่นถูกสร้างด้วยดินและประดับด้วยกระดูกมอนสเตอร์ พวกมันหลังไม่ใหญ่มาก เพียงพอแค่ให้ออร์คนอนพักเท่านั้น”


    แอนเดอร์สันพอจะจินตนาการหมู่บ้านของออร์คได้ มันคงไม่ต่างจากหมู่บ้านของชนเผ่าในโลกเดิมของเขาที่ใช้ชีวิตด้วยการออกล่าเป็นหลัก  ทันทีที่แอนเดอร์สันปรากฎตัวให้หลายคนจับจ้องได้นี้เองนั้น ทหารนายหนึ่งก็ได้วิ่งเข้ามาหาแอนเดอร์สันด้วยความเร่งรีบ เขาจึงมองไปยังเอกสารในมือของทหารที่วิ่งมาหา


    “สวัสดี นายคือแอนเดอร์สันสกอร์เปี้ยนส์ใช่ไหม”


    “ใช่แล้ว”


    “ดี ดีเลยที่นายกลับมาตามกำหนด เอาล่ะนี่คือเอกสารที่นายพลสั่งให้ฉันมาส่งมอบให้ถึงมือของนาย”


    “เอกสารอะไร”


    “ฉันไม่รู้ หน้าที่ฉันหมดแล้วขอตัวก่อน”


    แอนเดอร์สันเปิดซองจดหมายเพื่อดูว่าเอกสารในมือของเขาคืออะไร ทันใดนั้นบนใบหน้าของเขาก็เกิดรอยย่นหลังจากถูกเรียกตัวให้เข้าบรรจุในหน่วยใหม่ที่จัดตั้งขึ้นไม่นานมานี้


    “สงสัยจะหนักหน่วงจริงๆ”


    แอนเดอร์สันฉีกยิ้มเล็กน้อย จากวันเวลาที่เขาหายไปนับได้ 15 วัน เขาไม่นึกว่าช่วงที่เขาหายไปนั้นพี่ๆจะได้ทำงานหนักทุกวันจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน และที่น่าเป็นห่วงไปกว่านี้คือเกทระดับ 9 ที่ยกระดับมาจนถึงระดับ 10 ไม่มีวี่แววว่าจะจบลงง่ายๆ ทำให้เขาต้องเข้าไปข้างในอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแอนเดอร์สันพอใจกับการกลับมา นอกจากเขาจะสามารถหาตั๋วได้แล้ว ยังจะได้ทดสอบด้วยว่าพลังของตนเองอยู่ในระดับใด เมื่อเทียบกับเหล่าพี่ชายทั้ง 4 คน


    “หน่วยเอทธรี หวังว่าจะไม่มีอะไรเตรียมเอาไว้ต้อนรับนะ”


    แอนเดอร์สันฉีกยิ้มเดินไปตามทางเดินจนกว่าจะถึงสนามฝึกชั่วคราวที่ถูกใช้ภายในสถานีใกล้กับค่ายเดิมที่ถูกทิ้งไป  เขารู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้เจอพี่ชายหลังจากเป็นนักเวทย์ 901 ปี ทันทีที่แอนเดอร์สันก้าวมาถึงสนามนี้เอง เขาก็พบเข้ากับทหารมากมายกำลังยืนตรงมองไปยังชายหนึ่งคนที่กำลังพูดบางอย่าง เขาจึงเดินไปข้างสนามเตรียมรอจังหวะเพื่อจะรายงานตัว


    “หืม ไม่ได้เป็นหัวหน้าแล้วเหรอ”


    แอนเดอร์สันมองไปยังพี่ 3 จากตำแหน่งยืนอยู่ในแถวทำให้เขารู้ว่าพี่ 3 ไม่ได้เป็นหัวหน้าหน่วยอีกต่อไป ดูท่าชายที่กำลังยืนพูดด้านหน้าทหารในตอนนี้จะเป็นหัวหน้าคนใหม่ จากพลังที่แอนเดอร์สันตรวจสอบเขาเป็นนักเวทย์ 902 ปี ทันทีที่แอนเดอร์สันได้จังหวะเขาจึงทำความเคารพแล้วเอ่ยชื่อของตัวเองออกมา


    “แอนเดอร์สัน สกอร์เปี้ยนส์ พึ่งกลับจากลาพัก รายงานตัวครับ!” ทหารหันมองแอนเดอร์สัน ไม่นานเสียงจากผู้เป็นหัวหน้าก็ได้พูดดังลั่นให้ทุกคนได้ยิน


    “พัก นายจะเห็นแก่ตัวไปหน่อยไหม ในช่วงเวลาที่ทุกคนเอาชีวิตไปเสี่ยงนายกลับลาพัก แล้วลาไปกี่วัน”


    “15 วันครับ”


    พี่ 3 อมยิ้มเล็กน้อยหลังจากแอนเดอร์สันกำลังถูกตำหนิจากหัวหน้าหน่วยคนใหม่ ถึงอย่างนั้นเขากลับรู้สึกตกใจเมื่อได้มองเห็นแอนเดอร์สันใกล้ๆ ตอนนี้ร่างกายของแอนเดอร์สันเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะมองมุมไหนเขาเห็นเพียงกลุ่มก้อนมานาหนาแน่นรวมตัวกันอยู่ในร่างของแอนเดอร์สันเหมือนระเบิดที่ยังไม่ถูกจุด เมื่อรู้ว่าน้องชายสามารถก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีจนกลายมาเป็นนักเวทย์ 901 ปีได้สำเร็จจึงรู้สึกสงสัยมากขึ้นไปอีกว่า 15 วันที่แอนเดอร์สันหายไป เขาไปอยู่ที่ไหนของมิสเทอรี่ แล้วตอนนี้สิ่งที่ทำให้แอนเดอร์สันก้าวมาเป็นนักเวทย์ 901 ปีคือพลังอะไร


    “ 15 วัน!!! นายหายไป 15 วัน ในช่วงเวลานี้เพื่อนของนายตายไปแล้วกี่คน”


    “เพื่อนในหน่วยเอทไนน์ของผมตายก่อนที่ผมจะลา ดังนั้นคนที่ตายในช่วงที่ผมลาไม่มีเพื่อนของผม”


    “ท่าเตรียมวิดพื้น!” เสียงร้องตะโกนดังก้องมาจากหัวหน้า สั่งให้ทหารที่มีอยู่พันคนของหน่วยเอทธรีทำท่าเตรียมวิดพื้น จากสิ่งที่ทหารทุกคนต้องรู้คือ ทุกคนที่นี่เป็นเพื่อนกัน คำตอบของแอนเดอร์สันทำให้ผู้เป็นหัวหน้าไม่พอใจ อย่างไรก็ตามผู้เป็นหัวหน้าทำให้แอนเดอร์สันไม่พอใจก่อน เขาจึงตอบด้วยท่าทางอวดดี อีกอย่างมันก็ทำให้เขาหัวเราะชอบใจไม่น้อยเพราะเรื่องนี้ทำให้พี่ชายของเขาต้องก้มลงไปวิดพื้น


    “ท่าเตรียมวิดพื้น!!!” เสียงตะคอกจากหัวหน้ายังคงดังขึ้นเพราะแอนเดอร์สันยังคงยืนตรงไม่ได้ทำตามคำสั่งแต่อย่างใด


    “หัวหน้า คุณรู้ไหมว่าผมไม่ได้ผ่านหลักสูตรทหารและไม่พอใจที่ต้องมาที่นี่  การที่พ่อของผมส่งผมมาแนวหน้า ไม่ใช่ว่าคุณจะขู่ผมยังไงก็ได้ ผมจะทำตามคำสั่งก็ต่อเมื่อภารกิจเริ่มเท่านั้น สำหรับกฎของทหารผมรับได้ ส่วนวิธีของคุณ มันนอกเหนือจากที่ผมยอมรับ ดังนั้นผมจะไม่ทำตามคำสั่งของคุณที่ไม่ถามสาเหตุการลาของผม”


    แอนเดอร์สันยืนนิ่งพลางมองไปยังพี่ชายด้วยรอยยิ้ม 


    “เอาสิหัวหน้า สั่งทำโทษสิ ด้วยร่างกายของทหารในตอนนี้ผมคิดว่าคงจะวิดพื้นได้เป็นเดือนๆโดยไม่ต้องพัก”


    การเป็นผู้ตามที่ดี คือหนึ่งในสิ่งที่จะทำให้เขารอดในสถานการณ์กวาดล้างเกท แต่ตอนนี้เขาต้องเปลี่ยนความคิดหลังจากนายพลถูกส่งตัวมาเป็นหัวหน้า ซึ่งเขาไม่รู้ว่ามีใครบ้างร่วมมือกับพี่ การที่เขากำลังทำให้ตัวเองกลายเป็นตัวปัญหาเพื่อให้คนที่ต้องการเรียกใช้เขาได้ยากนี้ ก็เพราะมันปลอดภัยกว่า 


    แม้การต่อต้านของเขาจะทำให้ทหารหลายนายอาจจะทำตาม ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่สนใจ สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงแค่อยากรู้ว่าการแสดงของเขาจะทำให้ตัวเองกลายเป็นเด็กมีปัญหาในสายตาคนอื่นจนไม่อยากยุ่งเกี่ยวได้หรือเปล่า หากเขาถูกทิ้งให้กลายเป็นเหมือนทหารธรรมดาคนหนึ่งเขาจะขอบคุณมาก เพราะครั้งนี้การกลับมาของเขาไม่ได้มาล่าเกท แต่กลับมาหาทางฆ่าพี่ชายให้ได้สักคน


    “ทั้งหมดลุก กลับเข้าไปในแถวซะ!”


    แอนเดอร์สันเลิกคิ้วเล็กน้อย เมื่อคำสั่งของหัวหน้าเกินคาดไปมาก เดิมทีเขานึกว่าตัวเองจะถูกสั่งให้ออกไปจากแถวเพื่อยืนสำนึกผิดหรือไม่ก็ถูกกักบริเวณ แต่เขากลับได้เข้าไปในแถวทำให้แอนเดอร์สันรู้ว่าพลังของนักเวทย์ 901 ในตอนนี้สำคัญเป็นอย่างมากกับการเคลียร์เกท


    “แอนเดอร์สัน นายแน่มาก”


    “พี่เดเมียนไม่ลองทำดูบ้างล่ะ จากท่าทางหัวหน้าดูท่าจะไม่กล้าลงโทษผู้ที่เป็นนักเวทย์ 901 ปีนะครับ คงมีเหตุการณ์จำเป็นต้องใช้พวกเราจึงยอมขนาดนั้น พี่ลองทำดู ชีวิตนี้มันน่าเบื่อจะตาย”


    “ฮ่าๆ ได้ๆ จะลองทำตาม ว่าแต่นายไปไหนมา” 


    สายตาของผู้เป็นหัวหน้าชำเลืองมองแอนเดอร์สันและเดเมียน เขากลับทำเป็นมองไม่เห็นปล่อยให้สองพี่น้องคุยกันในแถวต่อไป ทหารมากมายที่เห็นท่าทางของทั้งสองไม่ได้เกรงกลัวใครกลับไม่มีใครกล้าทำตาม เพราะพวกเขาพอจะรู้ความบ้าของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ถึงพวกเขาจะถูกส่งมาเป็นทหารและถูกปลดจากยศต่างๆที่เคยทำเอาไว้ก็ตาม ในที่แห่งนี้กลับไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตระกูลนี้หากไม่ได้รับเชิญ


    “ผมไปก้าวข้ามขีดจำกัดมาน่ะครับ”


    “แล้วนี่ได้อะไรล่ะ”


    “ไว้คอยดูพร้อมๆกันน่าจะดีกว่านะครับ”


    “นั่นสินะ ไว้รอดูกับทุกคนน่าจะดีที่สุด ฉันล่ะดีใจจริงๆที่น้อง 11 มาอยู่ด้วยกัน”


    “มีอะไรเหรอครับ” แอนเดอร์สันเกิดความสงสัยเขาจึงแกล้งถามพี่ชายเผื่อจะได้รู้เหตุการณ์ก่อนหน้า


    “ก่อนหน้านี้พี่ต้องทำงานกับไอ้ 5 โคตรปวดหัวเลย ไม่รู้มันพูดอะไรทั้งวันทั้งคืน ส่วนพี่ 1 ก็น่าจะปวดหัวไม่แพ้กันเพราะเจ้า 4”


    “เขาไม่ถูกทำโทษเหรอครับ”


    “ไม่ล่ะ ในช่วงที่นายลา น้อง 4 ถูกกักบริเวณไม่กี่วันจากนั้นก็ได้ทำงานกับพี่ 1 เพื่อเคลียร์เกท ตอนนี้พลังเวทย์ 901 ปีจำเป็นมากเขาจึงได้รับอิสระ แต่ก็นะ เหตุการณ์ที่นายเล่นงานเขาก็หนักไม่น้อยเช่นกัน ดูท่าเส้นทางการเป็นทหารของเขาจะไม่ราบรื่นหากเกทนี้จบลงแล้วต้องมาพัวพันกับสหพันธ์อีก”


    “แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ไหนกันเหรอครับ”


    “ตอนนี้หน่วยเอทวันมีพี่ 1 น้อง 4 และน้อง 5 ฉันล่ะสงสารพี่ 1 จริงๆที่ได้พวกพูดมากไปอยู่ด้วยกัน”


     แอนเดอร์สันอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เขาพอจะรู้ช่วงเวลาที่พี่ 5 ต่อสู้กับพี่ 6 จึงรู้ว่าพี่  5 เป็นคนกวนบาทาเป็นอย่างมาก สำหรับพี่ 4 ที่เขาเคยทำงานร่วมกันเพื่อเข้าไปในคุกฟาร์เซลนั้นก็เป็นคนสับปลับหาคำพูดที่เป็นจริงไม่ได้ การที่ทั้ง 2 ได้อยู่กับพี่ 1 เขาว่ามันเป็นสิ่งที่เหมาะกันดี


    “นี่แอนเดอร์สัน เรามาทำสัญญาสงบศึกกันก่อนดีไหม มาช่วยกันเล่นงานพี่ 1 น้อง 4 และน้อง 5 ก่อนดีกว่า ถ้าเราที่อยู่หน่วยเดียวกันเล่นงานกันแล้วล่ะก็ มันคงไม่ดีแน่”


    แอนเดอร์สันพยักหน้าขึ้นลงเห็นด้วยกับพี่ 3  ถ้าพวกเขามัวระแวงคนในหน่วยเดียวกันจะทำให้คนที่อยู่ในหน่วยตายไปเป็นจำนวนมากแน่นอน 


    “ได้สิพี่ 3 แต่ผมจะเชื่อใจพี่ได้ยังไงว่าการพูดของเราจะเชื่อถือได้ ดูอย่างพี่ 4 สิ เข้าไปในเกทด้วยกันครั้งก่อนสับปลับมาก ไม่มีอะไรเชื่อได้สักอย่างเลย”


    “เชื่อใจพี่หน่อยสิ เอางี้ สาบานต่อหน้าหินก้อนนั้นเลย”


    “ก็ได้ๆ แต่ถ้าพี่เปิดก่อนผมตามนะ”


    แอนเดอร์สันยิ้มเล็กน้อย อีกฝ่ายก็ไม่เชื่อใจแอนเดอร์สัน อย่างไรก็ตามพวกเขากลับพยายามอยู่ให้ห่างเวทย์สาบาน เพราะมันจะกลายเป็นการผูกมัดไม่ให้พวกเขาฆ่ากันในช่วงที่มีโอกาสเหมาะ ดังนั้นการพูดในครั้งนี้จึงเป็นการพูดเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าพวกเขาจะยอมหยุดโจมตีกันก่อนเพื่อหันไปโจมตีคนอื่นเท่านั้น แต่หากมีโอกาสใครช้ากว่าก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป



     

    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน