ในขณะที่ไป๋ฉีกำลังรู้สึกพรั่นพรึงกับยานอวกาศเบื้องหน้าอยู่นั้น เสี่ยวไป๋ที่ในบนหอคอยจักรวาลก็หัวเราะอย่างขบขัน นั่นสินะ! สำหรับมนุษย์แล้วที่แสนจะอ่อนแอแล้วตัวตนที่เหนือกว่าเจ้าพิภพคงจะน่าหวาดกลัวเกินไป มันจึงไม่แปลกเลยที่นายท่านของเธอจะแสดงอาการเช่นนี้ออกมา
"ฮิฮิ นายท่านอย่าพึ่งกลัวขนาดนั้น เสี่ยวไป๋ไม่ได้พาท่านมาที่นี่เพราะจะมาเอายานอวกาศลำนั้นแต่มาเอาหินแร่ต่างหาก"
"หินแร่พวกนี้เกิดจากไอพลังงานของยานอวกาศลำนั้นที่แผ่ออกมา ทำให้หินในถ้ำนี้ที่ดูดซับมันเข้าไปกลายเป็นหินแร่พลังงาน หากจะให้พูดง่ายๆมันก็แค่ก้อนหินที่บังเอิญไปดูดซับพลังที่ยานอวกาศก็เท่านั้น นั่นหมายความว่านายท่านสามารถเก็บมันเอาไปใช้ได้ โดยที่พวกเราจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยานอวกาศระดับจ้าวจักรวาล"
เมื่อไป๋ฉีได้ยินเช่นนั้นท่าทางกล้าๆกลัวๆเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นในทันใด หินปราณพวกนี้ก็แค่รับพลังส่วนเกินที่แผ่ออกมาจากยานเท่านั้นงั้นหรือ แบบนี้ก็เยี่ยมไปเลย เพราะนั่นหมายความว่าสำหรับเจ้าของยานลำนี้หินพวกนี้ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากมาย
ไป๋ฉีเร่งเก็บหินแร่โดยไม่รอช้า แน่นอนการเก็บเกี่ยวครั้งนี้เขาเก็บมันเอาไว้ที่มิติเก็บของไร้ขีดจำกัด เพราะไม่อยากให้หน่วยมังกรสมุทรตรวจสอบหามันเจอเมื่อเขาขึ้นฝั่งไป
แม้ว่าสำหรับเจ้าของยานรบอวกาศหินพวกนี้จะไม่มีความหมายอะไร แต่สำหรับโลกใบนี้หินแร่เหล่านี้ล้วนแต่ล้ำค่าเป็นอย่างมาก ถ้าหากหน่วยมังกรสมุทรตรวจสอบเจอมันในตัวของเขา มีหวังได้โดนสอบปากคำยาวเป็นแน่ว่าไปพบเจอพวกมันที่ไหน
อีกทั้งเขายังไม่คิดจะแบ่งหินแร่พลังงานเหล่านี้ให้กับคนที่เขาไม่รู้จักหรือไม่คุ้นเคยโดยเด็ดขาด เพราะมันรั้งแต่จะสร้างความวุ่นวายและอันตรายไม่รู้จักจบจักสิ้น
ไป๋ฉีใช้เวลาเก็บหินแร่พลังงานพวกนี้ถึงหนึ่งเดือนด้วยกัน ระหว่างที่กำลังเก็บอยู่นั้น ชุดเกราะดาร์ก เอ็มเพอร์เรอร์ของเขาก็ดูดซับพลังงานส่วนเกินจากยวนอวกาศเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่องจนในที่สุดก็ไป๋ฉีก็เลื่อนขั้นกลายเป็นขุนพลขั้นสูงแล้วในตอนนี้
ซึ่งบอกตามตรงไป๋ฉีก็ยังงงๆอยู่เลยว่าเขาเลื่อนขั้นตั้งแต่ตอนไหน เขาเก็บแร่พวกนี้เพลินเกินไปจริงๆ และเมื่อเก็บพวกมันจนหมดสิ้นจากเดิมที่ถ้ำนี้เคยสว่างสไวก็พลันมืดสนิทในชั่วพริบตา
ไป๋ฉีไม่รอช้า เขาไม่เข้าไปยุ่งกับยานรบและพุ่งทะยานออกไปจากถ้ำด้วยความเร็วที่สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนกลับขึ้นไปยังชายฝั่งไป๋ฉียังไม่วายแวะเก็บสมุนไพรอื่นๆตลอดทางด้วยความเบิกบานใจ
ในขณะนั่นเองด้านในถ้ำที่ไป๋ฉีอยู่เมื่อครู่นี้ ภายในยานอวกาศอยู่ดีๆปรากฏเด็กหญิงผมสีดำตัวเล็กพอๆกับเสี่ยวไป๋กำลังมองไปยังปากถ้ำที่ไป๋ฉีพึ่งจะจากไป
"นายท่าน บริเวณยานเมื่อครู่ตรวจจับสัญญาณชีพของสิ่งมีชีวิตรูปแบบมนุษย์ได้เจ้าค่ะ จะให้ข้านำยานรบขนาดเล็กออกตามล่าหรือไม่"เด็กสาวกล่าวด้วยเสียงราบเรียบ
ในตอนนั้นก็มีเสียงของชายหนุ่มตอบกลับมา "ไม่ต้องเดี๋ยวข้าจัดการเอง ต่อไปกางม่านพลังปิดกั้นและม่านพลังล่วงตาเอาไว้ซะ อย่าได้หละหลวม"
"รับทราบเจ้าค่ะ นายท่าน"เด็กหญิงผมสีดำรับคำสั่งจากนั้นก็เริ่มใช้ระบบของยานกางม่านพลังปิดกั้นและม่านพลังล่วงตาในทันที ก่อนที่ตัวของเธอจะค่อยๆกลายเป็นแสงและค่อยๆหายไป
บริเวณตึกๆหนึ่งของดราก้อนเอ็มไพร์ ชายปริศนาคนหนึ่งในชุดสีขาวยาวกำลังยกยิ้มออกมาขณะมองท้องฟ้าไกล "ขนาดซ่อนเอาไว้ในที่ลึกลับขนาดนั้นยังมีคนไปเจอได้ ในโลกบนี้ยังมีคนที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน คงต้องข่มขู่เสียหน่อยเพื่อไม่ให้เอาไปบอกใคร"
กล่าวจบพลังมหาศาลจากตัวของชายคนนั้นก็แผ่ขยายออกไปจนสร้างแรงสั่นสะเทือนทั่วโลกในพริบตา ไป๋ฉีที่กำลังอยู่ในท้องทะเลระดับความลึกห้าพันเมตรก็ถึงกับตัวแข็งทื่อในทันที เพราะตอนนี้มันราวกับว่ามีสายตาของคนๆหนึ่งกำลังจับจ้องและพันธนาการเขาเอาไว้
ต่อมาในหัวของไป๋ฉีก็มีข้อมูลหนึ่งปรากฏขึ้น ชายหนุ่มที่ได้เห็นแล้วก็ถึงกับสั่นสะท้านในทันใด
'เรื่องที่รู้เห็นเมื่อครู่ห้ามบอกใครเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นข้าจะทำลายโลกนี้ให้พินาศสิ้น'
นี่คือข้อความประโยคหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมาในหัวสมองของเขา ทำให้ไป๋ฉีรับรู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายรับรู้ถึงตัวตนของเขาแล้วเป็นแน่แท้ ไม่เช่นนั้นคงไม่ส่งข้อความมาข่มขู่กันแบบนี้
"สะ เสี่ยวไป๋ ไหนเธอบอกว่าไม่มีใครตรวจจับได้ไง แล้วไหงเจ้าของยานรบอวกาศลำนั้นถึงได้ส่งคำขู่มาถึงฉันได้กัน"
"หืม นายท่านพูดอะไรน่ะ เสี่ยวไป๋บอกว่าแม้แต่ระดับจ้าวพิภพก็ไม่สามารถหาเจอได้ แต่เสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดถึงระดับนับจากนั้นขึ้นไปเสียหน่อย"
"อีกฝ่ายเป็นจ้าวจักรวาลเชียวนะเจ้าคะ จะตรวจสอบพบก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถึงอย่างไรภายใต้ชุดเกราะดาร์ก เอ็มเพอร์เรอร์นี้ เขาก็ยังไม่รับรู้อยู่ดีว่านายท่านเป็นใคร แต่ถึงจะรับรู้เสี่ยวไป๋ก็มั่นใจว่าเขาคงไม่ทำอะไรนายท่านหรอกนะเจ้าคะ เพราะตัวตนของเขาเป็นถึงระดับจ้าวจักรวาลคงไม่มาสนใจไล่บี้มดตัวเล็กๆอย่างนายท่านหรอก"
"เหอะๆครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่อีกฝ่ายไม่สนใจพวกเราและแค่ส่งคำขู่มาให้เท่านั้น เสี่ยวไป๋ต่อไปอะไรที่มันเสี่ยงแบบนี้ควรจะบอกฉันให้ชัดเจนก่อนนะ เมื่อกี้หัวใจฉันเกือบจะวายตายเธอรู้ไหม"
"ฮิฮิ รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน"
หลังสิ้นสุดการสนทนา ไป๋ฉีถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนชุดเกราะเป็นทไวไลท์ดราก้อนและบินขึ้นสู่ชายฝั่งไป ซึ่งด้วยแรงสั่นสะเทือนจากพลังของจ้าวจักรวาลเมื่อครู่นี้ มันทำให้ทั่วทั้งชายฝั่งอยู่ในมาตราการฉุกเฉินเตรียมพร้อมสำหรับการป้องกันคลื่นยักษ์
ไป๋ฉีเมื่อเห็นภาพนี้ก็ถึงกับยิ้มเจื่อน เพราะเขาคนเดียวเลยถึงได้ทำให้คนทั้งโลกอยู่ในสภาวะที่วุ่นวายเช่นนี้ โชคยังดีที่มนุษย์พอจะมีเทคโนโลยีสำหรับป้องกันภัยธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่งั้นเกรงว่าอาจจะเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ได้