มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 73 หนึ่งต่อสิบ

    เหล่าผู้ติดตามของหมิงยู่ในยามนี้นั้นมีมากถึง 10 คนและด้วยจำนวนคนที่มากถึงเพียงนี้นั้นมันก็เกินพอที่จะบดขยี้ชายตรงหน้าได้ ยิ่งพวกมันมีกำลังคนที่เหนือกว่าพวกมันก็ยิ่งได้ใจ พวกมันต่างก็คิดกันเอาเองว่าพวกตนนั้นสามารถที่จะทำอะไรหรือจะจัดการอย่างไรต่อหลินเทียนก็ได้ เจ้าคนที่อยู่ตรงหน้าของตนนี้นั้นมันเป็นเพียงเจ้าบื้อที่ไม่รู้จักว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำนั้นเป็นเช่นไร ต่อให้ตัวของมันในยามนี้จะรู้สึกสำนึกเสียใจมันก็สายเกินไปแล้วพวกตนนั้นจะสั่งสอนให้มันรู้จักเองว่าคำว่านรกที่แท้จริงนั้นมันคือสิ่งใดกันแน่ สีหน้าของพวกมันในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยความดุดันเหี้ยมเกรียมอย่างถึงขีดสุดราวกับว่าพวกตนนั้นกำลังที่จะมาบดขยี้เจ้าลูกเจี๊ยบหวืดดด แคร๊กก อ๊ากกกก หลินเทียนนั้นไม่รอให้ตัวของพวกมันเป็นฝ่ายโจมตีก่อนตัวของเขานั้นเริ่มที่จะเปิดฉากในทันทีทุกย่างก้าวของหลินเทียนนั้นเต็มไปด้วยความพริ้วไหวดุจสายลม ถึงแม้ว่าการเคลื่อนไหวของเขานั้นจะเรียบง่ายและสุดแสนจะธรรมดาแต่ตัวของมันนั้นก็เต็มไปด้วยความพริ้วไหวและว่องไว จนผู้คนที่อยู่ตรงหน้าติดตามการเคลื่อนไหวนี้ไม่ทัน พวกมันทำได้แต่เพียงมองดูสหายของตนถูกจับหักแขนไปต่อหน้าต่อตาเสียงกรีดร้องของผู้โชคร้ายนั้นได้กระตุ้นความรู้สึกนึกคิดของผู้คนอีกครั้งเจ้าบัดซบผู้นี้ส่งเสียงกรีดร้องราวไม่ต่างจากสุนัขข้างถนน“มหาเวททำลายล้างขั้นที่ 2” หนึ่งในพวกมันปลดปล่อยมหาเวทออกมาเพื่อหมายที่จัดการชายตรงหน้าของตนให้ได้พื้นที่บริเวณด้านหน้านั้นเกิดการสั่นไหวและการเกิดระเบิดอย่างรุ่นแรงหากผู้ที่โดนมหาเวทนี้เข้าไปพวกมันก็คงที่จะต้องเจ็บหนักอยู่ไม่น้อย แต่ช่างเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้ของมันผู้นี้นั้นรวดเร็วจนเกินไปหลินเทียนนั้นยังไม่ได้เรียกใช้พลังเวทของตนแม้แต่เพียงสักเศษเสี้ยว เขาเพียงอาศัยความรวดเร็วแล้วก็พลังกายเท่านั้นทุกกระบวนท่าทุกการกระทำนั้นตัวของหลินเทียนสามารถเรียนรู้ได้ถึงขั้นสูงสุดในบางครั้งตัวของเขาเองแทบที่จะไม่ต้องใช้พลังเวทเลยในการจัดการกับผู้คน“อะไรกัน นี่มันหลบได้อย่างงั้นเหรอ”ลูกน้องของหมิงยู่กล่าวออกมาด้วยความตกใจ มันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีผู้ใดสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีชุดนี้ได้ ผู้ที่ทำได้เห็นทีแต่จะมีระดับพลังเวทที่สูงส่งเท่านั้นแต่ตัวของหลินเทียนนั้นกับอยู่ระดับเดียวกันกับตนแต่ตัวของมันผู้นี้นั้นกับสามารถทำได้ สำหรับหลินเทียนแล้วการกระทำของพวกมันนั้นไม่ต่างอะไรไปจากเด็กน้อย ถึงแม้ว่าพลังทำลายล้างของมันจะมากมายมหาศาลแต่ช่องว่างของพวกมันนั้นก็มีมากจนเกินไปจึงมีช่องทางให้หลินเทียนหลบหลีกการโจมตีนี้ได้เป็นจำนวนนับไม่ถ้วนหวืดดดด แคร๊ก หลินเทียนเคลื่อนที่ด้วยความรวมเร็วเสียงแตกหักดังขึ้นอีกครั้งพร้อมทั้งเสียงกรีดร้องของผู้คนที่ฟังดูแล้วชวนขนหัวรุก แขนขาของมันผู้นี้นั้นล้วนแล้วแต่ถูกจับหักผิดรูปไปหมด ไม่แน่ว่าตัวของมันอาจจะต้องพิการไปตลอดชีวิต กระดูกแขนขาของมันเป็นจำนวนนับสิบท่อนเกิดการแตกหักอย่างชัดเจนต่อให้ทำการรักษาตัวได้แขนขาที่ได้กลับมานั้นคงไม่ได้มีสภาพดังเดิมอีกต่อไปแล้ว นับว่าการกระทำของหลินเทียนในครั้งนี้นั้นเป็นการตัดอนาคตของมันอย่างแท้จริงเมื่อมันมีชีวิตรอดกับไปได้ตัวของมันจะไม่มีทางที่จะเป็นจอมเวทได้อีกต่อไปแล้วต่อให้เป็นได้ก็เป็นเพียงแค่จอมเวทระดับต่ำที่อยู่เพียงข้างถนนเท่านั้น สาเหตุที่ตัวของหลินเทียนจัดการพวกมันด้วยวิธีที่เด็ดขาดและรุนแรงขนาดนี้นั้นนั่นเป็นเพราะพวกมันหมายที่จะทำร้ายเขาก่อน ดีไม่ดีพวกมันคิดที่จะจัดการเขาให้เป็นอันตรายถึงชีวิตด้วยซ้ำการที่ตนเองไม่ฆ่ามันนับว่าเมตตามากแล้ว
    “แกไอ้สารเลว เจ้าลูกคนชั้นต่ำกล้ามาทำสหายของข้าเช่นนี้ได้ไง” ไม่เพียงแต่ที่พวกมันจะไม่หวาดกลัวเท่านั้นแต่พวกมันกับมีความเดือดดานที่มากขึ้น หมายที่จะจับหลินเทียนมาซับเป็นพันเป็นหมื่นชิ้นให้จงได้ที่กล้ามาทำร้ายสหายของตนจนทำให้ตัวของมันมีสภาพน่าสมเพชเช่นนี้“นี่พวกเจ้ามีอาการทางจิตอย่างงั้นรึ สามารถทำร้ายคนอื่นได้ แต่คนอื่นทำร้ายพวกเจ้าไม่ได้ ความคิดเช่นนี้พวกเจ้าจะอ่อนต่อโลกเกินไปแล้ว” หลินเทียนก็เพียงแค่ตาต่อตาฟันต่อฟันเท่านั้น หากเขาไม่จัดการหรือทำอะไรสักอย่างเจ้าพวกนี้มันจะเลิกรังควานเขาอย่างงั้นหรือคำตอบคือย่อมไม่ เพราะตัวของเขานั้นอดทนใจเย็นมานานเกินพอแล้วแต่เจ้าคนพวกนี้ก็ยังคงไม่เลิกที่จะก่อกวนเขาเสียที ในโลกที่ปกครองผู้คนด้วยความแข็งแกร่งนั้นก็มีเพียงแต่ที่จะต้องแสดงพลังของตนออกมาเท่านั้น“พวกเจ้าอย่าไปฟังคำพูดบ้าน้ำลายของมันรีบๆจัดการมันซ่ะ ใครสามารถจัดการมันได้ตัวข้านั้นจะมีรางวัลให้อย่างงาม” ทางด้านของหมิงยู่เองนั้นรู้สึกโกรธเคืองอยู่ไม่น้อยเพราะลูกน้องผู้ที่มากไปด้วยฝีมือของตนกับมาถูกหลินเทียนสามารถจัดการพวกมันโดยง่ายทั้งที่พลังของพวกมันอยู่ในระดับเดียวกันแท้ๆ และที่ตัวของมันยังใจเย็นได้อยู่ถึงขนาดนี้นั้นนั่นเป็นเพราะตัวของมันมั่นใจในพลังของตัวเอง เพราะพลังของมันอยู่เหนือไปกว่าหลินเทียนมากถึง 3 ระดับ แต่มันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมร่างกายของตัวมันในยามนี้นั้นมีเหงื่อไหลซึมอยู่ตลอดเวลาทั้งที่ไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน“นายน้อยโปรดวางใจ เจ้าสวะไม่รักดีผู้นี้นั้นปล่อยให้พวกข้าได้จัดการมันเอง” น้ำเสียงของพวกมันในยามนี้นั้นยังเต็มเปรี่ยมไปด้วยความมั่นใจถึงแม้ว่าพวกมันนั้นจะโดนจัดการไป 2 แต่ก็ยังเหลืออีก 8 นี่จึงทำให้พลังใจของพวกมันในยามนี้นั้นไม่สั่นคลอนหวืดดดด หวืดดดดดด บัดนี้นั้นพวกมันไม่ประมาทในตัวหลินเทียนอีกต่อไปเพื่อจัดการคนเพียงคนเดียวพวกมันทั้ง 8 คนกับเรียกอสูรในพันธสัญญาของตนออกมา ในช่วงเวลานี้นั้นหลินเทียนไม่เพียงแต่ที่จะต้องต่อสู้กับกลุ่มคนที่มีกำลังคนมากกว่าแต่ตัวของเขานั้นก็ยังที่จะต้องมาสู้สัตว์อสูรเหล่านี้ด้วย แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นสัตว์อสูรของเจ้าพวกนี้ตัวที่แข็งแกร่งและมีระดับพรสวรรค์มากที่สุดเห็นทีจะมีเพียงแค่ระดับ 4 เท่านั้น เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่งตัวของหลินเทียนในยามนี้นั้นอยู่ท่ามกลางสภาวะการกดดันมากมายแต่ตัวของเขากับไม่รู้สึกภัยคุกครามเลยแม้แต่น้อย และตัวของเขานั้นยังรู้สึกอีกว่าเพียงแค่จัดการเจ้าเศษขยะพวกนี้นั้นตนเองยังไม่จำเป็นที่จะต้องเรียกสัตว์อสูรของตนออกมา หลินเทียนนั้นไม่ได้ประมาทแต่สัญชาตญาณของเขามันบอกเช่นนั้นจริงๆ“ถึงแม้ว่าตัวของพวกเจ้าจะเลวทรามบัดซบเพียงใด แต่ตัวของข้าก็ไม่คิดที่จะสังหารผู้คนที่มาจากโรงเรียนเดียวกันอย่างเด็ดขาด แต่สัตว์อสูรภายในพันธสัญญาของพวกเจ้ามันก็อีกเรื่องหนึ่งจงรีบส่งมันกลับไปซ่ะ อย่าหาว่าข้านั้นไม่เตือน” พลังเวทเป็นจำนวนมากมมายมหาศาลเริ่มที่จะปะทุออกมาจากที่ร่างกายของหลินเทียนสร้างความกดดันต่อผู้คนไม่น้อย