เกริ่นนำ ขอพบเ้าบ้าน
“ก้อนทองหนึ่งหีบ ก้อนเงินสองหีบ ปิ่นเงิน ปิ่นหยก เครื่องไหพระราชทาน รวมถึงผ้าไหมหายากอีกยี่สิบพับ พวกข้าน้อยจัดเตรียมไว้ให้อย่างดี ทั้งหมดเป็ไปตามที่คุณชาย้า ไม่มีขาดตกบกพร่องแม้แต่ชิ้นเดียวขอรับ”
พ่อบ้านสูงวัยทวนรายการสินสอดจากกระดาษเนื้อหอมที่ทำจากไม้เถาจันทร์ให้ผู้เป็เ้าบ้านฟังอย่างตั้งใจ เนื่องจากคุณชายของตนเป็คนเข้มงวด และเ้าระเบียบมาก เช่นนั้นสิ่งที่คุณชายมอบหมายให้ทำ จะผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด
“แต่งเข้าจวนสกุลกงทั้งที ข้าจะไม่ทำให้นางต้องน้อยหน้าผู้ใด”
ว่าไว้เพียงเท่านี้คุณชายเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลกงก็เดินจากไปด้วยสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งร้าย เขาผู้นี้ขึ้นชื่อว่ามีใบหน้าเหี้ยมเกรียมที่สุดในเมืองต้าอู่ ครั้งหนึ่งเคยมีสหายคนสนิทเอาไปพูดล้อเลียนว่า เมื่อใดที่กงเสวี่ยหานแย้มยิ้ม มักจะมีผู้ล้มตาย หรือไม่ก็ต้องวอดวายกันไปข้าง
แต่คราวนี้ รอยยิ้มร้ายของเขา จะทำให้ผู้ใดวอดวายได้เล่า หากไม่ใช่คุณหนูฟางผู้นั้น
ตึก ตึก ตึก!
เสียงฝีเท้าแน่นเน้นของข้ารับใช้คนสนิท ชวนให้กงเสวี่ยหานขมวดคิ้วมุ่น ยิ่งด้วยตนเองกะน้ำหนักมือพลาดพลั้ง จนทำให้จดหมายสู่ขอฉบับนี้ใช้การไม่ได้ เฉินซือเผยจึงโดนคุณชายกงผลักไสด้วยหางตาพร้อมกับแผ่รังสีอำมหิตออกมาข่มขวัญ ราวกับ้าตำหนิว่าเขาสะเออะเข้ามาขัดจังหวะหา์วิมานอันใด!
แต่ถึงกระนั้นบริวารหนุ่มก็ยังดื้อรั้นประสานมือรอ คล้ายมีเื่้ารายงาน
"มีอันใดก็รีบว่ามา!"
“คุณหนูฟางมาขอพบคุณชายขอรับ”
จากสีหน้าร้ายกาจเ้าอารมณ์ พอได้ยินชื่อของนางผู้นั้นเข้า กงเสวี่ยหานถึงกับยิ้มแป้นจนเสียอาการ ยามนี้หนังสือสู่ขอหนึ่งฉบับไม่อาจเทียบได้กับการมาเยือนของนาง
“อะหึ... ข้าคิดไว้อยู่แล้วเชียว ว่านางต้องมาหาข้า ในเมื่อเื่ราวระหว่างข้ากับนางมันเกิดขึ้นแล้ว และฉาวโฉ่ไปทั้งเมือง เป็เช่นนี้นางจะหนีข้าพ้นได้อย่างไร ซือเผยเ้าคิดอย่างข้าใช่หรือไม่?”
เ้านายหนุ่มหันไปแสยะยิ้มร้ายให้บริวารคนสนิท พร้อมกับป้อนคำถามกดดัน ราวกับ้าหาพวก และตามหลักแล้วเฉินซือเผยจะต้องอยู่ฝ่ายเดียวกันกับคุณชายกงอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าครั้งนี้มิอาจคล้อยตามได้จริง ๆ
“แต่คุณหนูฟางเพิ่งแจ้งกับข้าว่า...มาเยือนจวนสกุลกงในครั้งนี้ ก็เพื่อมาเจรจาเื่ในคืนนั้น และหมายใจให้คุณชายล้มเลิกการสู่ขอนี้ขอรับ”
กงเสวี่ยหานได้ฟังดังนั้นก็ถึงกับหุบยิ้มพลัน เขาเผลอหดนิ้วมือแน่นโดยไม่รู้ตัวก่อนจะตวาดเสียงฉะหน้าเฉินซือเผยอย่างหัวเสียว่า
“ไปลากตัวนางเข้ามา!” เขาโมโหร้ายเช่นนี้จนบ่าวไพร่ในจวนพลอยรู้สึกชินชา ถึงแม้ว่าคุณชายกงจะดูเป็คนเสียงดัง เ้าอารมณ์ และขี้โวยวาย แต่คุณชายไม่ใช่คนไร้เหตุผล ยิ่งไม่เคยรังแกผู้ใต้อาณัติอย่างคนเอาแต่ใจ
'เหอ ๆ อย่างคุณชายนะหรือ จะกล้ารังแกคุณหนูฟาง'
“ขะ…ขอรับ” เฉินซือเผยไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ทำได้แค่ล้อเลียนเ้านายหนุ่มเพียงในใจ แต่สุดท้ายก็ต้องค้อมหัวประสานมือเพื่อทำตามคำสั่งไปทั้งอย่างนั้น แต่แล้วน้ำเสียงเย็นเยือกของอิสตรีก็ดังสะท้านเข้ามาในตัวเรือนโดยไม่ทันมีผู้ใดอนุญาต
“นี่นะหรือ วิธีต้อนรับแขกของจวนสกุลกง ช่างป่าเถื่อนและไร้ขนบธรรมเนียมสิ้นดี”
เฉินซือเผยยังไม่ทันได้ออกไปเชื้อเชิญคุณฟางตามคำสั่งของผู้เป็นาย จู่ ๆ คุณหนูฟางก็เดินรุกล้ำเข้ามาในตัวเรือนอย่างถือวิสาสะ ในตอนนี้เองคุณชายที่เสียงดังลั่นจนะเืทางเดิน ได้แต่ผลัดสีหน้าทำเป็นิ่งขรึม แล้วหมาดคอกระแอมไอ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยออกมาว่า
“คุณหนูฟางร้อนใจมาหาข้าถึงที่ คงไม่ใช่ว่าคิดถึงข้าจนทนไม่ไหวกระมัง?”