The SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 89 พญาภุมราเย้าบุปผา

            เมื่อยามรุ่งเช้าได้มาเยือนอีกครั้ง หยาดน้ำค้างที่เกาะอยู่บนยอดหญ้าก็เริ่มระเหยหายไป อลิซนอนกอดมิเนอร์วาอย่างแนบแน่นไม่ยอมแยกห่าง ชายหนุ่มที่กำลังหลับตานอนตัวอุ่นไม่ได้สติ จู่ๆ ก็ลืมตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ รับรู้ได้ว่ามีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองมา สัญชาตญาณระวังภัยเตือนให้รู้ว่ากำลังจะถูกจู่โจม ร่างกายจึงสะท้านเฮือกกอดอลิซเอาไว้จนแน่น เตรียมปกป้องบุปผาจากแมลงร้ายที่มองไม่เห็น แต่เมื่อตั้งสติให้ดีมองดูจนรอบด้าน ก็พบว่าไม่มีสิ่งผิดปกติใดเกิดขึ้น ชายหนุ่มค่อนข้างมั่นใจเป็นอย่างมากเกี่ยวกับสิ่งที่สัมผัสได้เมื่อสักครู่ เป็นสายตาที่แอบมองฝ่าเข้ามาในอาณาเขตของหมอกสวรรค์อนธการ


            เมื่อเห็นว่ารอบด้านปกติดีแล้ว ไม่เกิดสิ่งผิดปกติใด มิเนอร์วาจึงคลายใจปลดการระแวดระวังจากทุกสิ่ง แต่ในขณะที่กำลังเลื่อนสายตาก้มลงไปมองหญิงสาวในอ้อมกอด ชายหนุ่มที่พึ่งวางใจคลายความระวังได้ไม่นาน ร่างกายก็สั่นสะท้านอีกเป็นครั้งที่สอง ขนทั่วร่างลุกซู่จนใบหน้าขาวต้องร้อนผ่าว ส่วนหนึ่งของร่างกายถูกจู่โจมโดยมือที่มองไม่เห็น มิเนอร์วาตกใจจนต้องร้องสะอึก คิดไม่ถึงว่าสตรีนางนี้นั้นจะเคยเรียนรู้อะไรมาบ้าง


            อลิซเมื่อตื่นขึ้นมาก็รู้สึกปวดหัวอยู่บ้าง ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดค่อยๆ ฉายย้อนกลับหลังจากนั้นจึงเรียบเรียงได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง นางหลับตาหน้าแดงทำอะไรไม่ถูก ตั้งสติได้อีกทีก็พบว่าตนเองนอนกอดอีกฝ่ายอยู่ ฝ่ามืออันอ่อนนุ่มก็ไม่รู้ตัวว่าเลื่อนมาอยู่ที่จุดนี้ได้อย่างไร ด้วยความคิดเด็ดเดี่ยวจึงตัดสินใจตายเป็นตาย นางขยับกายหยอกเย้ามิเนอร์วาตั้งแต่ลืมตาตื่น นางรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ข้างกายของมิเนอร์วา


            สองมือนุ่มของนางคลำกำไปทั่ว เพียงสะกิดนิดหน่อยก็ชูหัวขึ้นทักทาย จึงเกิดเป็นการหยอกล้อกันของพญาภุมรา และบุปผาผู้งดงาม ร่างของทั้งคู่ส่ายขยับ ปรับเข้าหากันไปมาอยู่หลายครั้ง บ้างก็แยกวนร่างบินไปมาอยู่รอบๆ บ้างก็เกาะเอาตามกิ่งก้านชิมรสหวาน จนกระทั่งเกสรสุขถูกเก็บเกี่ยวจนมากล้น พญาภุมราจึงแยกตัวบินจากไป ปล่อยให้บุปผาได้เบ่งบานอย่างสะพรั่งคลั่งความสุข


            เมื่อทั้งสองคนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ อลิซที่อาสาจะเข้าครัวทำอาหารเช้าก็หายไปพักหนึ่ง เพียงไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมกับแก้วสองใบ สิ่งนี้ไม่อาจเรียกได้ว่าอาหารเช้าเสียด้วยซ้ำ ดูไปแล้วน่าจะเป็นเครื่องดื่มพิสดารบางอย่าง ชายหนุ่มเหงื่อตกรู้สึกไม่ค่อยดี ไม่คิดว่าชีวิตที่ผ่านความยากลำบากมามากมาย อาจจะต้องมาตกตายเพราะอาหารจากอิสตรี สายตาของชายหนุ่มสั่นคลอนมีท่าทางเลิ่กลั่กอยู่ไม่นิ่ง คำพูดมากมายกำลังประมวลผลอยู่ในสมอง อยากจะปฏิเสธออกไปแต่ก็กังวลว่าอีกฝ่ายจะเสียใจ


            อลิซที่เห็นท่าทางของชายหนุ่มเช่นนั้นก็เดินหัวเราะร่าเข้าไปหา สตรีนางนี้ช่างขี้อ้อนเอาใจเก่ง ขณะยื่นแก้วให้ชายหนุ่มก็ยื่นแก้มไปให้ชายหนุ่มไปเชิงเชื้อเชิญ ถึงแม้มิเนอร์วาจะส่ายหน้าแต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี ไม่อยากที่จะขัดใจนางให้มากนัก อลิซยกยิ้มพึงพอใจจับคางของชายหนุ่มหมุนแล้วสูดดม นางหัวเราะคิกคักด้วยความเขินอายอยู่บ้าง อาจจะเป็นเพราะรู้สึกดีที่ได้ทำในสิ่งที่ชอบ จึงมีความกล้ามากกว่าที่จะมัวมาเอียงอาย ช่างใจกล้าอยู่ไม่น้อย


            “ไม่ต้องห่วงสิ่งนี้นั้นทานได้ อีกทั้งยังทำง่ายปรุงไม่ยุ่งยาก ท่านกำลังคิดว่าข้าทำอาหารไม่เป็นใช่หรือไม่? เปล่าเลย… ข้าทำเป็นตั้งอย่างหลาย เพียงแต่ว่าสิ่งนี้คืออาหารชูกำลังชั้นดีที่อาจารย์ชอบทานในตอนเช้า ท่านบอกว่าในอนาคตหากข้ามีครอบครัว ก็สมควรทำอาหารนี้ให้สามีได้ทานในตอนเช้า และก่อนนอน”


            มิเนอร์วาเพ่งสายตาจ้องมองไปยังสิ่งที่ถูกเรียกว่าอาหารชูกำลัง ภายในแก้วมีของเหลวสีน้ำตาลขุ่นที่มีไอน้ำลอยขึ้นมา อีกทั้งยังมีเมือกสีขาวลอยข้นอยู่เต็มแก้ว อลิซยื่นช้อนชามาให้มิเนอร์วาที่กำลังสงสัย ในแก้วของนางเองก็มีอาหารหน้าตาประหลาดนี้อยู่เช่นกัน เมื่อใช้ช้อนคนกวนอาหารให้เข้ากัน มิเนอร์วาก็รู้ได้ในทันที ว่าสิ่งนี้คือไข่ลวกไม่ผิดแน่ แม้แต่กลิ่นที่ดมสัมผัสได้ก็หอมหวานน่าทานเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มยกแก้วขึ้นจิบก่อนในคราแรก ก่อนที่จะเป่าลมลงไปในแก้วอีกครั้ง แล้วจึงยกซดจนหมดแก้ว ช่างเป็นอาหารวิเศษโดยแท้จริง


    “ไข่ลวกในนมโกโก้? ข้าอีกสักแก้วได้หรือไม่?”


            “ไม่ผิด แล้วก็ไม่ถูก… มันไม่ใช่สิ่งธรรมดาหาง่ายอย่างนมโกโก้ที่มีโดยทั่วไป แต่เป็นนมที่คั้นสกัดมาจากมอลต์ต่างหาก โกโก้ก็แค่สิ่งปรุงแต่งกลิ่นหาใช่วัตถุดิบหลัก”


            อลิซยื่นแก้วของนางไปให้ชายหนุ่ม คงจะเป็นสตรีประเภทที่รักสามีมาก ตัวตายได้แต่สามีห้ามอด มิเนอร์วาเองก็ไม่เกรงใจคนของเหลวภายในแก้วอีกครั้ง จากนั้นจึงยกดื่มกลืนลงคอ เมื่อรสหวานสัมผัสเข้าที่ปลายลิ้น กลิ่นหอมมันของไข่ลวกก็กระจายไปทั่วกระพุ้งแก้ม ความอบอุ่นจากอาหารในมื้อนี้จึงกระจายพลังงานไปทั่วร่าง เมื่อเห็นว่ามิเนอร์วานั้นชมชอบ นางก็ยกยิ้มอย่างยินดีหมุนกายเดินออกไปทำมาใหม่


            ในช่วงบ่ายของวันนี้เวอร์โนส่งเวียงยินดีมาแต่ไกล แปลงกายเป็นสายอัสนีร้องฟาดผ่าก้องไปทั่วฟ้า อลิซมีทีท่าเขินอายอยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังคงยืนอยู่ข้างกายของชายหนุ่ม แน่นอนว่ามังกรอัสนีไม่ได้ถามเซ้าซี้ในสิ่งใด ปล่อยให้ผู้เยาว์ทั้งคู่จัดการเรื่องของตนเองตามสมควร เมื่อพูดคุยทักทายกันอยู่สักครู่หนึ่ง ศิษย์อาจารย์ทั้งสองก็พากันจากไป


            ชายหนุ่มใช้ที่นี่เป็นฐานลับไม่ได้แล้วอย่างแน่นอน แม้จะถูกอลิซขัดจังหวะในตอนเช้า แต่เรื่องที่ถูกจ้องมองนั้นเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน ศัตรูอยู่ในที่มืดจึงไม่อาจเปิดเผยตำแหน่งของตัวเองได้อย่าง่ายดาย มิเนอร์วาจึงตัดสินใจที่จะไม่กลับมาที่นี่อีก จากไปอย่างรวดเร็วหลงเหลือไว้เพียงความทรงจำอันแสนสุข


            ผ่านไปอีกเพียงไม่กี่วัน ข่าวใหญ่ก็ส่งมาถึงมิเนอร์วาที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก อาณาจักรคัมเบียได้ส่งทูตมาเจรจาต่อรองอย่างสันติ และเป็นที่แน่นอนว่าเฟรเกียกำลังเก็บตัวห้ามรบกวน เวอร์โนจึงได้บอกเลื่อนออกไปตามคำสั่งของผู้นำที่บอกทิ้งไว้ เมื่อไม่อาจหาผู้ใดมาให้คำตอบตัดสินใจได้ ทูตจากคัมเบียผู้นี้เองก็มองออกว่าเป็นแผนซื้อเวลา มันเอ่ยเสียงเรียบอย่างดื้อด้านว่าจะรออยู่ในเมือง จะรอจนกว่าผู้นำอาณาจักรจะออกมาให้คำตอบที่พวกมันต้องการ


            มิเนอร์วาไม่ได้รีบร้อนด่วนกลับไป เวลายังเหลืออีกมาก เพียงพอให้ได้ขยับตัวไปอีกหลายวัน ในช่วงที่ชายหนุ่มหายไปนั้น เขาได้ตระเวนออกไปรอบด้าน สำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างถี่ถ้วน ตลอดหลายวันมานี้ชายหนุ่มปกปิดร่องรอยตัวเองอย่างมิดชิด แม้แต่ซิลเวียที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟก็ไม่ได้ไปหาเพื่อพบหน้า ตัดขาดจากผู้คนโดยสิ้นเชิง มีเพียงหอกแห่งการเจรจาเท่านี้ที่แปลงกายเป็นชาวบ้านเดินหาข่าว


            สายตาปริศนาในวันนั้นก็ไม่ปรากฏขึ้นมาอีกเลย อาจเป็นไปได้ว่าชายหนุ่มนั้นละเมอคิดไปเอง แต่โดยพื้นฐานแล้วชีวิตไม่อาจตั้งอยู่บนความประมาท ดังนั้นถึงจะวางใจแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังระวังตัวอยู่ตลอด แอสคลีเพียสเองก็ไม่รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติใด เพราะไม่ได้เป็นเป้าหมายที่ถูกจ้องมอง วันเวลายังคงหมุนไปเรื่อยๆ เวลาแห่งการเตรียมพร้อมของชายหนุ่มก็ใกล้ที่จะหมดลง


            ในคืนที่พระจันทร์ส่องแสงสว่างอาบย้อมเมฆาขาว แสงจันทร์นวลส่องกระทบไปบนผิวน้ำ ท่ามกลางคลื่นสมุทรไกลจากฝั่งบนเส้นขอบฟ้า กลุ่มหมอกสีเทาหม่นไหลกลิ้งมาเป็นชั้นหนา หมอกกลุ่มแล้วกลุ่มเล่ากระจายไปรอบด้านทั่วบริเวณ เสียงหัวเราะดีใจคลอเคล้าก็เสียงขนลุกอันเป็นเอกลักษณ์ก็ลอยมาตามลม มิเนอร์วาที่อยู่บนหลังอินทรีเกล็ดศิลาก็มองเห็นแสงไฟกำลังส่องสว่างลอยเข้ามา เรือใบสามเสาขนาดใหญ่กำลังแสดงตน ปรากฏขึ้นอย่างไร้ที่มา


            น้ำดีขมและโลหะเหล็กจำนวนมากก็ได้ถูกส่งมอบออกไป กัปตันเรือผีผู้ภักดีก็มอบข้อมูลจำนวนมากเพื่อตอบแทน มิเนอร์วาสังเกตได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง แต่ก็เลือกที่จะเงียบไปพูดออกไป เฮนดริกเองมีหรือจะไม่รู้ตัว มันจ้องมองชายหนุ่มเพียงชั่วครู่ก็เอ่ยอธิบาย มือที่ว่างอยู่ก็ชี้ไปยังเหล่ากะลาสี ซึ่งกำลังขัดถูตัวเรืออย่างขยัน


            “ข้าได้ให้โอกาสพวกมันแล้ว… เดิมพันด้วยวิญญาณ หากชนะพวกมันเป็นอิสระ เสียเพียงทรัพย์ หากพ่ายแพ้ก็ต้องตกเป็นทาสของฟลายอิ้งดัตช์แมนไปอีกหนึ่งร้อยปี แน่นอนว่าสมบัติที่พวกมันปล้นชิงมาจากผู้คนนั้นอยู่ในแหวนที่พึ่งมอบให้แก่ท่าน…”


            มิเนอร์วาพยักหน้ารับกระจ่างแจ้งในสิ่งที่สงสัย สิ่งผิดปกติที่ชายหนุ่มสัมผัสได้นั้น เป็นเพราะดูเหมือนว่าจำนวนลูกเรือผีมีมากขึ้นจึงสงสัยเป็นธรรมดา แต่นั่นย่อมไม่สำคัญขอเพียงเป็นประโยชน์ไม่มีโทษ แค่นั้นย่อมพอแล้ว ชายหนุ่มยืนวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาในครานี้อยู่ครู่ใหญ่ ในมือของมิเนอร์วาตอนนี้มีรายละเอียดมากมายของอาณาจักรรอบด้าน โดยเฉพาะอาณาจักรคัมเบียที่ชายหนุ่มไต่ถามมากเป็นพิเศษ


            “พวกเจ้ารู้จักภูตเก้าเศียรจากคัมเบียจากหรือไม่?”


            “ไม่เลยขอรับ… ข้อมูลที่หามาได้เหล่านี้ ล้วนเป็นขีดสุดของความสามารถพวกเราแล้ว เรื่องราวภายในที่เก็บซ่อนไว้ จึงยากที่จะหามาได้ รู้เพียงแค่เวลานี้มีหลายอาณาจักรที่เริ่มล่าดินแดนชิงพื้นที่ หากเป็นสงครามทางทะเลนั้นท่านไม่ต้องห่วง ข้าพร้อมทำศึกได้ทุกเมื่อ”


            “ดีมาก! ไม่ต้องห่วง ข้ามีวิธีจัดการพวกมันแล้ว หลังจากนี้ไปจะเป็นอามูร์ที่มาพบกับพวกเจ้า ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเรื่องนี้จะจบลงเมื่อไหร่ แต่เดาได้ว่าคงอีกนาน จงทำในสิ่งที่เห็นว่าสมควรทำ เมื่อถึงเวลาข้าจะพาพวกเจ้าออกโลดแล่น นามแห่งซัลวาโตเรจะกู่ก้องร้องไปทั่ว เมื่อท้องทะเลหวาดกลัวในตัวตนของพวกเจ้า”


            มิเนอร์วาไม่ได้กลับในทันที อาศัยอยู่บนฟลายอิ้งดัตช์แมนต่ออีกหลายวัน วัตถุดิบ สินค้าจำนวนมากหลากหลายอย่างที่ถูกกว้านซื้อมานั้นกำลังถูกแปรรูป เมล็ดถั่วจำนวนมากถูกนำมาเคี่ยวทำน้ำมัน เมื่อผ่านกรรมวิธีอีกสักหน่อย ก็ได้เป็นกลีเซอรีนบริสุทธิ์ที่จะถูกนำไปผสมกับกรดกำมะถัน และกรดดินประสิวอีกทีหนึ่ง นี่คือสูตรทางเคมีที่มนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่งคิดค้นขึ้น เป็นระเบิดอย่างง่ายที่ท้าทายได้แม้แต่ทวยเทพ ความรู้จากต่างอาณาจักรช่างพิสดารไม่อาจคาดเดา ระเบิดที่ถูกเรียกว่าไดนาไมต์จึงถูกผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ต้องสร้างก็สร้างแล้ว ดังนั้นชายหนุ่มจึงเลือกเกาะร้างแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่เป็นสถานที่ทดลอง


            แม้ยามนี้จะเป็นราตรีที่เงียบสงัด เรือฟลายอิ้งดัตช์แมนจอดทิ้งสมอรออยู่ไกลออกไป เมื่อหาพื้นที่ทดลองแล้วชายหนุ่มก็จุดไฟ เกิดเป็นประกายลุกไหม้ลามเข้าหาไดนาไมต์ มิเนอร์วาเขวี้ยงออกไปสุดแรงเกิด เสียงตูมตามที่มาพร้อมกับแสงสว่าง และกลุ่มควันนั้น ได้ดึงดูดเหล่าลูกเรือผีทั้งหมดให้มองมา กลุ่มควันกระจายตัว ส่งแรงลมสั่นสะเทือนปะทะเข้ากับร่างของมิเนอร์วา เสื้อผ้าทั่วร่างกายจึงกระพือปลิวตามแรงลม


            เสียงตูมตามถูกจุดขึ้นทดลองอยู่หลายครั้งอย่างต่อเนื่อง เมื่อเห็นว่าพอประมาณแล้วจึงมองหาที่นั่งพัก มะพร้าวลูกหนึ่งถูกเด็ดมาโดยมือที่มองไม่เห็น ชายหนุ่มนำมีดคมขึ้นมาเฉาะตัดเปลือกออก น้ำมะพร้าวเย็นชื่นใจถูกเทออกมาใส่แก้วแล้วยกดื่ม ในใจก็ครุ่นคิดไปถึงผลจากการทดลองทั้งหมด ก็เห็นได้ว่าแผนนี้ยังมีจุดอ่อนที่ใหญ่โตให้มองเห็น เป็นเพราะไม่ได้มีพลังทางด้านพื้นฐานอัคคีไฟ การจุดระเบิดจำนวนมากในคราเดียวให้ได้คือปัญหาที่ต้องแก้ไข แต่ไม่อาจแก้ไขได้เพียงเพราะใช้ร่างแยกปฐวีกสิณเข้าช่วยเหลือ


            ร่างแยกจะอย่างไรก็มีขีดจำกัด และขีดจำกัดของร่างแยกที่มิเนอร์วาสามารถทำได้ก็คือ 3 ร่างเพียงเท่านั้น หากต้องการมีมากกว่านี้ก็คงต้องลองเป็นครึ่งเทพดูเสียก่อน ถึงจะรู้ได้ว่าสามารถแยกได้กี่ร่างกันแน่ ชายหนุ่มจ้องกองไฟที่ลุกไหม้อยู่ด้านข้าง คิดไม่ตกกังวลแทบฟุ้งซ่าน เมื่อจิตไม่สงบปัญญาจึงไม่อาจถือกำเนิด เกิดเป็นความใจเย็นบางอย่างที่ปกคลุมไปทั่วห้วงจิต บังคับความคิดที่สับสนให้ค่อยๆ ร้อยเรียงแก้ปัญหา จิตเพ่งไปที่ไฟ ใจก็สัมผัสในความร้อน


            ปุจฉาหาคำตอบกับตัวเองอยู่นาน วิสัชนาจึงขานตอบให้หายในกังขา อันเปลวไฟที่หยอกล้อกองฟืนนั้น หากควบคุมให้ดีก็จะลุกเต้นมอบความอุ่น จิตจึงอธิษฐานให้เกิดเป็นเพลิงเผาผลาญ และรับสัมผัสกับความร้อนอย่างจริงจัง ชายหนุ่มนั่งสงบจิตใจปรับอารมณ์ให้นิ่ง เพ่งอารมณ์จนจิตประณีตเกิดเป็นสมาธิ จึงกำหนดลมหายใจให้อยู่ที่ปลายจมูก และริมฝีปากบน ภายในใจก็กำหนดจิตตั้งมั่น ภาวนาไปตามห้วงสติที่มองเห็นเปลวไฟได้วูบไหว


            ‘เตโช… กสิณัง…’


            เตโชเมื่อหายใจเข้ารู้ กสิณังเมื่อหายใจออกรู้ จนกระทั่งชัดแจ้งในลักษณะ ว่าสั้นรู้ ยาวรู้ บ้างเบา บ้างหนัก เมื่อจิตใจเริ่มสงบจึงละทิ้งซึ่งเตโชกสิณัง เพ่งจิตทั้งหมดไปที่ลมหายใจเพียงเท่านั้น เกิดเป็นความปีติสุขอย่างหาได้ยาก สุขนั้นไม่เที่ยงหากก่อเกิดขึ้นได้ ย่อมมีเวลาที่จะสลายได้เป็นธรรมดา ความปีติสุขนี้เองก็เกิดขึ้นได้ไม่นาน ร่างกายของชายหนุ่มที่นั่งหลังตรงก็เริ่มรู้สึกชาเหน็บ เกิดเป็นความทุกข์รูปแบบหนึ่ง แต่เมื่ออุเบกขาแล้วจึงปล่อยวางทำใจให้สงบ


            มิเนอร์วาเลือกที่จะไม่สนใจปล่อยวางซึ่งอารมณ์ กำหนดไว้ซึ่งกองลมที่กระทบภายในกายทั้งปวง เห็นอาการของการกระทบกันระหว่างลมหายใจกับกายหยาบ กายหยาบเริ่มรู้สึกเบาลง ลมหายใจเองก็เบาตาม อาการปวดเมื่อยและสัมผัสรู้ทางกายเองก็เริ่มลดถอยลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเห็นกองลมทั้งปวงสงบก็รับรู้ จิตรู้รูป จึงปล่อยวางรูปขันธ์ลง จนกระทั่งไร้ความรู้สึก จึงปล่อยวางวิญญาณขันธ์ลง ไร้อารมณ์ที่สับสน


            มิเนอร์วานั่งหลับตาอยู่ใต้ต้นมะพร้าว พยายามเข้าถึงให้ได้ซึ่งความว่างเปล่าเช่นวันวาน แม้จะยังมีสติรับรู้ได้ซึ่งลมหายใจที่เคยเพ่งอยู่ แต่จิตใจกลับไม่ได้ว่อกแว่กจนเสียสมาธิ เข้าถึงซึ่งความสงบว่างเปล่ายากจะจินตนาการ ทุกสรรพเสียงรอบด้านล้วนหายไป สรรพสิ่งมากมายล้วนจางหายสัมผัสอะไรไม่ได้เลย เข้าสู่สภาพไร้ตัวตนที่เหมาะสมเป็นอย่างมากสำหรับการหยั่งรู้ และทำความเข้าใจซึ่งความเป็นไปของเตโชกสิณ


            เกิดเป็นแสงส่องสว่างแผ่ออกจนทั่วร่าง อากาศรอบด้านที่หนาวเย็นก็เริ่มอบอุ่น ความว่างเปล่าที่อยู่ทางด้านหลังถัดออกไปไม่ไกลเกิดการสั่นสะเทือน ปรากฏเป็นลูกไฟร้อนที่ค่อยๆ ถูกจุดติดขึ้นลอยอยู่กลางอากาศอย่างน่าอัศจรรย์ จากหนึ่งกลายเป็นสอง และเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทีละดวง จนกระทั่งมีมากถึง 12 ดวง ลูกไฟแต่ละลูกมีขนาดเท่ากำปั้นเด็กทารก แต่ละดวงต่างก็เริ่มหมุนวนลอยเคลื่อนเป็นวงกลมดั่งกงล้อที่หมุนได้


            มิเนอร์วายังคงนั่งหลับตา ร่างกายก็นิ่งสงบไม่ขยับเคลื่อนไหว แสงที่สว่างจ้าควบรวมตัวเป็นก้อนเดียวลอยอยู่เบื้องหน้าของชายหนุ่ม ก่อนที่จะหมุนวนอย่างรวดเร็วแล้วถูกบีบอัด แสงสว่างก้อนนี้หดตัวจนเหลือเพียงขนาดเท่าเมล็ดข้าว เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ มันก็พุ่งหายเข้าไปในหว่างคิ้วของชายหนุ่ม เกิดเป็นจักษุญาณมองเห็นภาพต่างๆ ได้จากที่ไกล แต่ก็มองเห็นเพียงชั่วครู่เท่านั้น ปรากฏขึ้นมาเองแล้วก็หายไปควบคุมได้ยากยิ่ง ทำได้เพียงแค่แอบมอง แต่ไม่อาจก้าวก่ายเปลี่ยนชะตา


            เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มจึงสะบัดมือออกไป เพียงโบกมือหนึ่งทีไดนาไมต์หลายสิบลูกก็ปลิวลิ่วลอยไปไกล กงล้อลูกไฟที่อยู่ทางด้านหลังก็หมุนอย่างรวดเร็ว ดั่งเทพอัคคีผลาญจุติสู่โลกหล้า เปลวเพลิงไร้ที่มาถูกจุดขึ้นจากความว่างเปล่า ไดนาไมต์ทุกลูกถูกจุดระเบิดขึ้นอย่างเหนือธรรมชาติ เสียงตูมตามที่ดังก้องยิ่งกว่าครั้งแรงสะท้อนก้องไปทั่วเกาะร้างแห่งนี้ เหล่านกกาที่หลับนอนไปแล้วต่างก็ตื่นตกใจ รีบพากันบินหนีจากไปเพราะหวาดกลัว


            เกิดเป็นเสียงชุลมุนวุ่นวายดังขึ้นอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งทุกสรรพสิ่งสงบลง จึงเกิดเป็นเสียงเฮลั่นของเหล่าลูกเรือผีที่ทิ้งสมอจอดเรือรออยู่ไกลออกไป มิเนอร์วาออกจากสภาวะไร้ตัวตนยกยิ้มอย่างยินดี ไม่คาดคิดว่าจะฝึกเตโชกสิณจนสำเร็จ แก้ปัญหาที่กำลังพบเจอลงได้อย่างง่ายดาย มรดกแห่งพุทธะนี้ไม่ธรรมดาดั่งที่สายตาเห็น ความเหนือธรรมชาติอันแข็งแกร่งของศาสตร์พื้นฐานวิญญาณนี้ช่างเป็นหนึ่งไม่มีสอง ดลบันดาลน้ำไฟได้โดยที่ไม่ต้องมีซึ่งพื้นฐานอันสำคัญ ขอเพียงรู้แจ้งได้ก็จะมองเห็นจนเกิดเป็นพลังแห่งวิญญาณ…


    คล้ายกับเรื่องThe SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ) ที่คุณอ่าน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912