ในเวลาเดียวกัน
ใบหน้าชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเศร้าหมองร่างกายเต็มไปด้วยฝุ่นละออง กำลังวิ่งอย่างบ้าคลั่งไปยังตระกูลมู่
เท้าของเขาเต็มไปด้วยโคลนตมท่าทางอ่อนล้าอย่างที่สุด ราวกับมีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องไปจัดการ
เขามีนามว่ามู่เจิ้งเซียน เป็นผู้นำตระกูลสาขาย่อยเล็กๆ ของตระกูลมู่
หนึ่งปีก่อนเนื่องจากปัญหาทางการเงินของตระกูล เขาจึงถูกขับไล่ ให้นำสมาชิกตระกูลส่วนหนึ่งอพยพไปยังราชวงศ์ต้าเว่ยที่อยู่ติดกันเพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ๆ
สามวันที่ผ่านมาเขาเดินทางไปหลายที่
เมื่อมาถึงเมืองชิงหยุนเขาพบว่ามีเพียงเหล่าผู้เฒ่าและเด็กที่อ่อนแอคอยดูแลทรัพย์สินอยู่เท่านั้น
เขาที่เดิมทีก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักก็ยิ่งรู้สึกท้อแท้ลงไปอีก คิดว่าตระกูลหลักคงตกต่ำลงภายในเวลาเพียงหนึ่งปี
แต่ในขณะที่เขากำลังจะจากไปก็มีคนบอกเขาว่า ตระกูลมู่ในราชวงศ์ต้าเยี่ยนกำลังเฟื่องฟูเหนือกว่าทุกอำนาจ!
ผู้นำตระกูลมู่เสินฉวน ได้ย้ายสมาชิกตระกูลส่วนใหญ่ไปยังที่ตั้งเดิมของถ้ำหลิงซู และเล่าถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ให้เขาฟัง
มู่เจิ้งเซียนได้ยินเรื่องนี้ก็ตกตะลึงหัวใจเอ่อล้นความหวัง รีบเดินทางไปยังที่ตั้งใหม่ของตระกูลมู่ในทันที
...
หลายชั่วยามต่อมา
ภายในโถงประจำของตระกูลมู่
มู่เจิ้งเซียนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในราชวงศ์ต้าเว่ยให้ผู้นำตระกูลฟังด้วยน้ำตานองหน้า
โครม!
โต๊ะที่อยู่ข้างๆ ถูกทุบจนแตกเป็นเสี่ยงๆจนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
มู่เสินฉวนลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธดวงตาวาวโรจน์
ราชวงศ์ต้าเว่ยตระกูลเซินถู!
ช่างกล้า!
จากคำบอกเล่าของมู่เจิ้งเซียนเมื่อครึ่งปีก่อน จู่ๆ ก็เกิดปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้า ปรากฏลงบนร่างของเด็กหนุ่มที่ชื่อมู่ฮ่าว พลังอันยิ่งใหญ่ได้หล่อหลอมกระดูกศักดิ์สิทธิ์ขึ้นภายในร่างกายของเขา นับว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
แต่ยังไม่ทันที่สมาชิกตระกูลสาขาย่อยจะได้ดีใจตระกูลเซินถูก็ค้นพบต้นตอของปรากฏการณ์นี้
พวกเขาไม่เพียงแต่จับตัวมู่ฮ่าวไปเท่านั้นแต่ยังจะใช้วิชาลับเพื่อช่วงชิงเอากระดูกศักดิ์สิทธิ์นั้นออกมาด้วย
มู่เจิ้งเซียนได้รับการคุ้มกันจากสมาชิกตระกูลคนอื่นๆจึงสามารถหนีรอดออกมาจากราชวงศ์ต้าเว่ยได้ และมาขอความช่วยเหลือจากตระกูลหลัก
"ท่านผู้นำ... ท่านผู้นำตระกูล ตระกูลเซินถูเป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในราชวงศ์ต้าเว่ย"
"แม้แต่ทางราชวงศ์เองก็ยังต้องให้ความเคารพ กล่าวกันว่ามีผู้อาวุโสผู้บรรลุระดับถ้ำสวรรค์อยู่ด้วย"
มู่เจิ้งเซียนตกใจกับความโกรธเกรี้ยวกะทันหันของมู่เสินฉวนก่อนจะพูดเตือนด้วยสีหน้ากังวล
แม้ว่าเขาจะรู้ว่าตระกูลหลักในปัจจุบันนั้นแตกต่างจากอดีตแต่กลับไม่ได้คาดหวังอะไรมาก
เพราะถึงอย่างไรนั้นผู้ฝึกตนระดับถ้ำสวรรค์ก็แข็งแกร่งมาก ถือเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในราชวงศ์ต่างๆเลยทีเดียว
แม้ว่ามู่เสินฉวนจะมีนิสัยที่เด็ดขาดแต่ก็คงไม่ยอมเป็นศัตรูกับตระกูลที่แข็งแกร่งเช่นนี้เพื่อสมาชิกตระกูลเพียงคนเดียว
[ติ๊ง ตรวจพบประสบการณ์ปัจจุบันของโฮสต์ เปิดใช้งานภารกิจตระกูล]
[บุตรแห่งโชคชะตาระดับสูงสุดได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว หากช่วยเหลือสำเร็จ โฮสต์จะได้รับรางวัลมากมาย]
[หากบุตรแห่งโชคชะตาระดับสูงสุดถูกสังหาร จะสูญเสียโชคตระกูล 20,000แต้ม]
เสียงของระบบดังขึ้นมู่เสินฉวนก็ตกตะลึงไปในทันที
บุตรแห่งโชคชะตาระดับสูงสุด?
เขาเพิ่งเคยได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก
แม้แต่ตอนที่ร่างกายศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นก็ยังไม่มีการแจ้งเตือนแบบนี้
ดูเหมือนว่าครั้งนี้เขาต้องลงมือเองเสียแล้ว
"ผู้อาวุโสระดับถ้ำสวรรค์..."
"หึ! ถ้าเขากล้าทำอะไรเกินเลย ข้าจะส่งเขาไปปรโลกเอง!"
มู่เสินฉวนสะบัดมือกล่าวเสียงหนักแน่น"เจ้าเดินทางมาหลายวันแล้ว คงจะเหนื่อยมาก พักผ่อนอยู่ที่ตระกูลหลักก่อนเถอะ"
"เรื่องนี้ ข้าไม่อาจจะนิ่งเฉยแน่"
มู่เจิ้งเซียนได้ยินดังนั้นน้ำตาก็คลอเบ้า รีบโค้งคำนับขอบคุณ "ขอบพระคุณผู้นำตระกูล!"
"แต่..."
"เด็กคนนั้นถูกคนของตระกูลเซินถูจับไปเมื่อห้าวันก่อนแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้จะยังทนไหวอยู่หรือไม่..."
สิ้นเสียงมู่เสินฉวนก็ยิ่งกังวลมากขึ้น
ในวินาทีถัดมา พลังแห่งความโกลาหลก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือเขา นิ้วทั้งสิบสอดประสานกัน เปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างต่อเนื่อง
ซู่ๆๆ
หลังจากนั้นเพียงเสี้ยวเดียวสายฟ้าสีม่วงอันทรงพลังก็ปรากฏขึ้นใต้เท้าของเขา ซึ่งน่าหวาดหวั่นอย่างยิ่ง
ฟุ่บ!
ร่างของมู่เสินฉวนพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาพื้นหินในห้องโถงแตกกระจาย เป็นรอยเท้าที่ยุบลงไป
นี่คือวิชาสายฟ้าที่เขาสร้างขึ้นโดยใช้พลังแห่งความโกลาหล
หากพูดถึงความเร็วสิ่งนี่คือที่สุดแล้ว
จากนั้นลำแสงหนึ่งพุ่งทะยานออกไปจากตระกูลมู่ มุ่งหน้าไปยัง... ราชวงศ์ต้าเว่ย!
...
ณเมืองชางอู๋ ตระกูลเซินถู
หน้าห้องลับที่มืดมิด
"ห้าวันแล้ว ยังแยกกระดูกศักดิ์สิทธิ์ออกมาไม่ได้อีกหรือ?" ชายหนุ่มรูปร่างสง่างามเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
ผู้อาวุโสที่อยู่ข้างๆลืมตาขึ้น ตอบว่า
"ใกล้แล้ว"
"กระดูกศักดิ์สิทธิ์นี้พิเศษมาก พวกเราใช้เวลานานมากในการหลอมละลายและกัดกร่อนมันแต่ก็สามารถลบพลังศักดิ์สิทธิ์ออกไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น!"
"อีกสองวัน ก็น่าจะได้แล้ว"
ชายหนุ่มฟังจบพยักหน้าครุ่นคิด
สองวันน่าจะยังทันไปเมืองศักดิ์สิทธิ์
"แต่ก็ดี"
"ยิ่งแยกยาก ก็ยิ่งพิสูจน์ว่ากระดูกนี้พิเศษแค่ไหน"
"หวังว่าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะ..."
ชายหนุ่มเลียริมฝีปากมองไปที่ห้องลับด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง