สามวันต่อมา
วันนี้เธอได้ตื่นั้แ่ต้นยามเหม่า (05.00 – 06.59 น.) ซึ่งวันนี้เป็วันที่เธอนั้นจะได้เข้าเมืองไปกับท่านพ่อและพี่ใหญ่ส่วนน้องชายของเธอก็ได้ติดตามเข้าไปด้วย ที่จริงแล้วเธอจะต้องเข้าเมืองไปั้แ่เมื่อวานแล้วแต่พอดีเธอต้องตากตังกุยให้แห้งสนิทดีเสียก่อนจึงจะเข้าไปในเมืองได้ เธอจึงเปลี่ยนให้ท่านพ่อพาเข้าไปในเมืองเป็วันนี้แทน
เมื่อสามวันก่อนที่ได้หมูป่ามา คืนนั้นบิดาได้เล่าเื่ที่ได้หมูป่ามานั้นว่าได้มาได้อย่างไรให้แก่มารดาฟัง พอเธอตื่นเช้ามาเธอก็โดนมารดาบ่นชุดใหญ่นานกว่าสามเค่อทันทีไม่วายเธอยังโดนฟูฟู่หัวเราะเยาะเย้ยใส่เธออีกด้วยนี่สินะที่เขาบอกกันว่าเพื่อนล้มต้องรีบซ้ำแต่เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครบอกมา แต่เธอค่อยแก้แค้นบัญชีกับฟูฟู่ทีหลังก็แล้วกันสิบปีแก้แค้นก็ยังไม่สาย!
"พวกลูก ๆ เตรียมตัวกันเสร็จหรือยังเดี๋ยวพวกเราต้องรีบไปขึ้นเกวียนวัวกันอีกนะลูก"เสียงซีฮ่าวเอ่ยขึ้นมา
เมื่อแสงยามเช้าของพระอาทิตย์เริ่มสาดส่องขึ้นมาบ้างแล้ว เขากลัวจะไปไม่ทันเกวียนวัวรอบแรกจึงได้รีบเร่งบุตรของเขาทันที ถ้าจะให้บุตรของเขาเดินเข้าไปในตัวเมืองกว่าจะเดินถึงก็ใช้เวลาหนึ่งชั่วยามครึ่งกว่าจะถึง เขาจึงเลือกขึ้นเกวียนวัวเข้าไปในตัวเมืองแทนซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วยามก็ถึงในตัวเมืองแล้ว พวกเขาขึ้นเกวียนวัวนั้นต้องเสียคนละสองอิแปะเลยทีเดียว สี่คนรวมไปกลับก็เป็ทั้งหมดสิบหกอิแปะแล้ว สำหรับชาวบ้านธรรมดาทั่วไปล่ะก็เงินสิบหกอิแปะนี้สามารถซื้อข้าวชั้นเลวได้ครึ่งจินเลยทีเดียวพวกเขาจะไม่ยอมเสียเงินกับการขึ้นเกวียนโดยเด็ดขาดแต่ยอมเดินเข้าไปในตัวเมืองแทน
"ข้าเสร็จแล้วเ้าค่ะท่านพ่อ"
เธอรีบเอ่ยบอกบิดาทันทีก่อนจะสะพายตะกร้าขึ้นหลัง วันนี้เธอได้เตรียมตังกุยที่ตากแห้งแล้วนำไปขายในตัวเมืองด้วย อีกทั้งเธอจะนำโสมที่ได้เธอจะนำโสมต้นเล็กไปขายสองต้นอีกด้วยแต่เธอไม่ได้บอกคนในครอบครัวไป๋ว่าได้โสมมาด้วยซึ่งเธอจะค่อยบอกตอนเธอขายโสมเสร็จแล้วให้พวกเขาใเล่นหึๆ เมื่อขายสมุนไพรเสร็จว่าจะไปดูเมล็ดผักมาเพาะปลูก และซื้อของเข้าบ้านทีเดียวเลย ส่วนท่านพ่อก็ได้นำกระต่ายป่าและไก่ป่าอย่างละสองตัวนำไปขายที่โรงเตี๊ยมด้วย
พวกเธอได้เดินมารอขึ้นเกวียนวัวที่หน้าหมู่บ้านรอประมาณหนึ่งเค่อก็เห็นเกวียนวัวเคลื่อนที่มาแต่ไกลก่อนที่เกวียนจะหยุดจอดรับแล้วซึ่งได้มีคนนั่งอยู่ที่เกวียนจนที่นั่งใกล้จะเต็มแล้ว วันนี้คนในหมู่บ้านทิวไผ่นั้นได้เข้าไปในตัวเมืองกันหลายคนเลยทีเดียวคาดว่าน่าจะเข้าไปซื้อของหรือไม่ก็นำของป่าไปขายอย่างพวกเธอ หรือไม่ก็บางคนไปหางานทำที่ในตัวเมืองถ้าทำงานที่ตำบลจะได้ค่าแรงประมาณ 15-20 อิแปะเท่านั้น ส่วนในตัวเมืองได้ค่าแรงประมาณ 30-40 อิแปะ คนในหมู่บ้านทิวไผ่ส่วนใหญ่จะเลือกไปทำงานในตัวเมืองมากกว่าที่ตำบล พวกเธอจึงรีบขึ้นเกวียนไปทันทีโดยเธอได้เลือกที่นั่งข้างในที่เว้นว่างไว้ทันทีก่อนจะไปนั่งลงซึ่งน้องเล็กก็ได้เลือกที่นั่งใกล้ๆกันกับเธอถัดจากน้องเล็กไปก็เป็พี่ใหญ่ส่วนท่านพ่อนั่งอยู่ทางขึ้นเกวียน
เกวียนวัวเคลื่อนที่ห่างจากหมู่บ้านทิวไผ่มาได้สักพักก็ได้มีเสียงหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งได้เอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงที่แหลมบาดหูผู้ฟังเป็อย่างมากซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนนั่าก็คือนกคาบข่าวประจำหมู่บ้านทิวไผ่นั่นเองเื่ไหนที่ใครไม่รู้แต่นางผู้นี้นั้นรู้เื่ราวตลอดถ้าใครเกิดความสงสัยเื่อะไรสามารถถามนางได้นางจะเป็คนบอกทันทียิ่งเื่ของเพื่อนชาวบ้านนางยิ่งรู้มากกว่าเ้าของเสียอีกแต่ส่วนใหญ่นางจะพูดไปใส่สีตีไข่ไปด้วยจึงทำให้เป็ที่มาของฉายานกคาบข่าวประจำหมู่บ้านทิวไผ่ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนั่นก็คือนางหู หลิ่งหรือนางหูนั่นเอง
"ตายแล้ว วันนี้ซีฮ่าวพาลูกๆขึ้นเกวียนเข้าไปในตัวเมืองด้วยเหรอ" นางหูจีบปากจีบคอถามซีฮ่าวด้วยเสียงแหลมบาดหูทันที
"ใช่ขอรับท่านป้าวันนี้ข้าพาลูกๆเข้าเมืองไปขายของป่าน่ะขอรับ" ซีฮ่าวหันไปทางนางหูและเอ่ยตอบทันที
"แล้วเ้าไปขายอะไรบ้างล่ะน่าจะได้ของป่ามาเยอะเลยล่ะสิ" นางหูพยายามมองไปด้านหลังตะกร้าซีฮ่าว
"ข้าแค่ล่าไก่ป่ากับกระต่ายได้มาไม่กี่ตัวน่ะขอรับเลยว่าจะนำไปขายให้โรงเตี๊ยมในตัวเมืองเพราะได้ราคาดีกว่าที่ตำบลขอรับ"
"แหมมม แค่ได้สัตว์ป่ามาไม่กี่ตัวถึงกับเอาลูกๆไปด้วยเลยเหรอ แบบนี้จะมีเงินจ่ายค่าขึ้นเกวียนไหมล่ะเนี่ยหรือว่าจะติดค่าเกวียนไว้ก่อนล่ะ" เมื่อนางหูไม่ได้เห็นของด้านในตะกร้านางก็ได้พูดเหน็บแนมทันที
"ข้ายังพอมีอิแปะจ่ายค่าเกวียนอยู่ขอรับป้าหู" ซีฮ่าวเมื่อเห็นว่านางหูเหน็บแนมก็ไม่ได้สนใจเพียงแต่ตอบนางหูไปด้วยเสียงเรียบๆแทน
"ข้าก็นึกว่าครอบครัวไป๋ไม่มีเงินจ่ายค่าเกวียนเสียอีกเห็นยืมเงินคนในหมู่บ้านทั่วเลยหนิ แหมแต่ก็ดีแล้วที่มีเงินจ่ายค่าเกวียนน่ะนะ แต่ไม่รู้ว่าจะมีเงินจ่ายหนี้ที่ติดค้างคนอื่นหรือเปล่านี่น่ะสิ อย่าหาว่าป้าสอนเลยนะซีฮ่าวถ้าข้าเป็เ้าล่ะก็จะเก็บเงินที่จ่ายค่าเกวียนไปซื้อข้าวไว้กินดีกว่าหรือไม่ก็นำไปใช้หนี้คนอื่นน่ะนะ"
นางหูเมื่อเห็นว่าซีฮ่าวนิ่งเงียบไม่ตอบนาง นางหูก็ยิ่งพูดเหน็บแนมเสียดสีทันทีโดยได้พูดใส่สีตีไข่มากยิ่งขึ้นเพราะเห็นว่าครอบครัวไป๋นั้นยากจนกว่าครอบครัวอื่นๆในหมู่บ้านทิวไผ่จึงได้รีบใส่สีตีไข่เพื่อให้ชาวบ้านที่ขึ้นเกวียนนั้นเข้าใจผิดว่าซีฮ่าวมีเงินขึ้นเกวียนแต่ไม่มีเงินใช้หนี้ที่ยืมมา
ทางด้านชาล็อตเมื่อเห็นว่าบิดาโดนป้าข้างบ้านพูดจาเหน็บแนมใส่สีตีไข่ให้ชาวบ้านที่ขึ้นเกวียนมาด้วยนั้นเข้าใจผิดว่าครอบครัวไป๋มีเงินจ่ายค่าเกวียนแต่ไม่มีเงินนำไปใช้หนี้ที่ยืมมา จึงได้เอ่ยขึ้นมาลอย ๆ ทันที
"ข้าว่าข้าได้กลิ่นเน่าของซากสัตว์เลยนะเ้าคะ ตอนที่ขึ้นมาก็ยังไม่มีแต่ตอนนี้กลิ่นยิ่งแรงขึ้นมาเรื่อยๆเลยเ้าค่ะ ทุกคนได้กลิ่นบ้างไหมเ้าว่ามาจากที่ใด" เด็กสาวทำท่าทางดมเสื้อตัวเองหากลิ่นเหม็นทันเมื่อชาวบ้านบนเกวียนเห็นจึงดมเสื้อผ้าหากลิ่นเหม็นซากสัตว์ตามที่เด็กสาวบอกไปด้วย
"ข้าไม่เห็นจะได้กลิ่นอะไรเลย" ชาวบ้านหนึ่ง
"ข้าด้วยข้าก็ไม่ได้กลิ่น" ชาวบ้านสอง
"ข้าก็ด้วย" ชาวบ้านบนเกวียน
"อย่างนั้นรึเ้าคะข้าคงจมูกไม่ดีเองหรือไม่ก็...อาจมาจากในปากเน่า ๆ ของคนบางคนก็ได้นะเ้าคะ"
"น.....นี่! เ้ากล้าว่าข้าอย่างนั้นเหรอนังเด็กเลวนี่! ซีฮ่าวเ้าสั่งสอนบุตรสาวอย่างไรถึงได้ต่อว่าผู้าุโอย่างนี้ เ้าข้าเอ๊ยถ้าบ้านไหนอยากได้ลูกสะใภ้แบบนี้ก็มาส่งแม่สื่อไปเลยนะส่วนข้านั้นไม่ขอเอามาเป็สะใภ้บ้านหูหรอก ไม่รู้ว่าวันดีคืนดีจะโดนถอนผมหงอกเมื่อไหร่!!" นางหูโกรธจนตาแดงเมื่อรู้ว่าตัวเองนั้นโดนเด็กสาวบ้านไป๋หลอกด่า ก่อนจะพูดจาเหน็บแนมเด็กสาวทันที
"ท่านป้าท่านอย่าเอาท่านพ่อข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลยเ้าค่ะท่านพ่อข้านั้นสั่งสอนบุตรสาวอย่างข้าเป็อย่างดี ข้ารู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ข้ารู้ว่าข้าต้องเคารพคนไหนถ้าผู้าุโที่ทำตัวน่าเคารพข้าก็จะให้ความเคารพแต่ถ้าาุโคนไหนทำตัวไม่น่าเคารพข้าก็ไม่อยากเคารพหรอกเ้าค่ะขนาดตัวเองยังทำตัวไม่น่าเคารพแล้วจะให้ผู้อื่นเคารพได้อย่างไร ข้าไม่อยากเคารพคนที่ชอบพูดจาเหน็บแหนมหรือพูดจาใส่ร้ายแก่ผู้อื่นหรอกนะเ้าคะไม่รู้ชีวิตคนนั้นเกิดมาได้อย่างไรถึงมีแต่คำพูดคำจาเน่า ๆเหม็นคลุ้งเหมือนซากสัตว์ตายแล้วออกมาจากปากได้" โดนซะบ้างยายแก่ป้าข้างบ้านหนิ! ชอบพูดจาเหน็บแนมคนอื่นนักต้องโดนคนอย่างชาล็อตไปนี่!
[ชาล็อตเธอเก่งมาก! ชาล็อตสู้ๆให้ป้าข้างบ้านนี่รู้ซะบ้างว่าอย่าพูดจาเหน็บแนมคนอื่นให้มันมากนัก! ชาล็อตสู้เขานะ!] ระบบคู่หูเอ่ยขึ้นมาเชียร์ทันทีก่อนจะนำพู่เชียร์นำมาเป็พร็อพในการเชียร์ให้แก่ชาล็อต
"นี่เ้ากล้าดีอย่างไรมาว่าข้าอย่างนั้นเหรอ! ข้าจะตบสั่งสอนเ้าเองนังเด็กปากเสียนี่!"
"ข้ายังไม่ได้เอ่ยว่าใครเลยนะเ้าคะว่าใครส่งกลิ่นปากเน่าบนเกวียนแบบนี้ หรือ....ท่านจะรับไปก็ได้นะเ้าคะท่านป้า" เด็กสาวหลี่ตามองนางหูทันทีส่งสายตาให้ว่าถ้าท่านเป็อย่างที่ข้าพูดท่านก็รับมันไปแต่ถ้าไม่ก็หยุดเสียที เมื่อนางหูเห็นว่าเด็กสาวตรงหน้ายังไม่ได้เอ่ยว่าตนก็เริ่มได้สติขึ้นมาทันที
"หึ งั้นก็แล้วไป!" นางหูนั่งเงียบปากทันทีก่อนจะส่งสายตาอาฆาตมาทางเด็กสาว ฝากไว้ก่อนเถอะนังเด็กปากเสีย!
เมื่อความสงบบนเกวียนได้กลับมาแล้วซีฮ่าวก็ได้ดุบุตรสาวทางสายตาทันทีก่อนที่เด็กสาวจะก้มหน้าสำนึกผิดที่ไม่ได้คิดให้รอบคอบมากกว่านี้ดีไม่ดีอาจทำให้ครอบครัวไป๋โดนชาวบ้านมองครอบครัวไป๋ไปในทางที่ไม่ดีก็ได้ที่ไม่สั่งสอนบุตรตนนั้นให้ดี เธอก็ได้นั่งเงียบตลอดทางที่จะเข้าไปในตัวเมืองก่อนที่จะหันไปดูรอบๆตลอดระยะทางที่เคลื่อนที่ผ่านซึ่งมีแต่ต้นไม้ตลอดทั้งสองข้างทางไม่ค่อยมีอะไรให้น่าสนใจสักเท่าไหร่ก็คงมีแต่ป้าข้างบ้านนี่ที่ได้แต่ส่งสายตาอาฆาตมาให้เธอ เกวียนเคลื่อนที่มาได้สักพักประมาณสองเค่อเธอก็ค่อยๆเห็นป้ายคำว่าอี้หยางบนหน้าประตูเมืองแล้วแบบนี้แสดงว่าเมืองนี้คือเมืองอี้หยางอย่างนั้นสินะดีเลยเธอจะได้สำรวจเมืองนี้ไปด้วยว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เมื่อถึงหน้าประตูเมืองเกวียนวัวก็ได้จอดให้ชาวบ้านลงทันที
"พวกเ้าลงตรงนี้แล้วก็เข้าไปในประตูเมืองกัน ใครจะรีบไปซื้อของหรือขายอะไรก็แล้วแต่พวกเ้า แต่ถ้าใครอยากจะกลับหมู่บ้านก็ให้มาทันรอบแรกในยามอู่ (11.00 – 12.59 น.) หรือไม่ก็รอบสองในยามเซิน (15.00 – 16.59 น.) ถ้านอกเหนือจากนี้พวกเ้าก็เดินทางกลับหมู่บ้านกันเองหรือไม่ก็จ้างเกวียนวัวให้ไปส่งที่หมู่บ้าน งั้นข้าขอตัวไปนำเกวียนวัวไปจอดที่จุดรับฝากเกวียนก่อนก็แล้วกันตอนกลับพวกเ้าก็ไปรอข้าที่นั่นได้เลย" คนขับเกวียนวัวเอ่ยบอกก่อนจะขับเกวียนไปยังทางจุดรับฝากทันที
เมื่อพวกเธอลงจากเกวียนแล้วก็เดินไปทางหน้าประตูเมืองทันทีก่อนที่จะยืนเข้าแถวรอทหารตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเธอก็ได้เห็นว่าพวกทหารจะขอตรวจดูลักษณะที่เป็แผ่นไม้ขนาดเล็กคาดว่าน่าจะเป็สิ่งที่ทำให้เธอเข้าเมืองได้ถ้าไม่มีก็จะเสียเงินสี่อิแปะให้แก่ทหารหน้าประตูเมืองก่อนจะได้เข้าไป เมื่อถึงทางครอบครัวของเธอทหารหน้าประตูเมืองก็ได้ขอตรวจดูทันทีแต่ครอบครัวของเธอไม่มีจึงต้องจ่ายเงินให้ไป
"ข้าขอดูไม้ผ่านทางหน่อยถ้าไม่มีก็จ่ายมาคนละสี่อิแปะก่อนจะเอาไม้ผ่านทางเข้าไปในเมืองได้" ทหารหน้าประตูเมืองยืนมองครอบครัวไป๋ก่อนจะถามหาไม้ผ่านทางเข้าเมือง
"ครอบครัวข้าไม่มีไม้ผ่านทางขอรับ" ซีฮ่าวตอบทหารหน้าประตูเมืองทันที
"งั้นพวกเ้าก็เสียเงินค่าผ่านทางมาคนละสี่อิแปะ แต่ถ้าอยากได้ไม้ผ่านทางแบบถาวรก็จ่ายมาคนละหนึ่งตำลึงเงิน"
"พวกข้าขอจ่ายค่าผ่านทางพอแล้วขอรับ" ตอนนี้ครอบครัวของเขายังไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าไม้ผ่านทางแบบถาวรได้จึงจำเป็ต้องเสียค่าผ่านทางแบบรายวันแทน ก่อนออกมาจากบ้านเขาได้เตรียมเงินมาแค่สี่สิบอิแปะเพียงเท่านั้นจึงไม่มีเงินเพียงพอที่จ่ายค่าไม้ผ่านทางแบบถาวร
"สี่คน คนละสี่อิแปะรวมเป็...สิบหกอิแปะ อะเอานี่ไปไม้ผ่านทางก่อนกลับก็เอามาคืนข้าที่หน้าประตูเมือง" ทหารหน้าประตูเมืองใช้ลูกคิด คิดคำนวณก่อนที่จะบอกค่าผ่านทางให้ครอบครัวไป๋ไปทันทีก่อนจะเก็บค่าผ่านทางแล้วให้พวกเขาเข้าไปในตัวเมืองได้