กระทะเหล็กกู้โลก

    ตอนที่ 35 ปลุกพลัง (1)

    ตอนที่ 35 ปลุกพลัง (1)   

             

            ทั้งสามคนถูกซ่งเจิงที่อยู่ในสภาพอดนอนจนตาแดงก่ำเขย่าร่างเพื่อปลุกให้ตื่นในตอนเช้าตลอดคืนเขาแทบข่มตาหลับไม่ลงจนทำให้ถุงใต้ตาทั้งสองข้างบวมเป่งและเกิดเป็นรอำยคล้ำโดยรอบ  

            “ลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาเถอะ พวกเราต้องออกเดินทางแล้ว”ซ่งเจิงเขย่าฉู่อี้ที่ยังขี้เซาไม่ยอมตื่นอย่างหมั่นไส้อีกสองที  

            “พวกเราจะไปไหนกัน?” ฉู่อี้จอมปัญหายอมแพ้ก่อนลุกขึ้นและตั้งคำถาม  

            “ไปหาแมลงกลายพันธุ์ระดับต่ำ”ซ่งเจิงใช้กระทะเหล็กผลิตน้ำสะอาดขึ้นมาให้ทุกคนใช้ล้างหน้า  

            “ไปหาของพวกนั้นทำไมกัน? พวกมันไม่มีน้ำยาวิวัฒนาการซะหน่อย?” ลิงผอมถามด้วยความสงสัยแม้แต่พี่ใหญ่กุ้ยกับฉู่อีก็มีสีหน้าสับสน  

            “ฉันจำเป็นต้องจัดการพวกมันทีละมาก ๆมีใครรู้บ้างว่าแหล่งของแมลง์พวกนั้นอยู่ที่ไหน?” ซ่งเจิงถามกลับ เรื่องเอามาใช้ทำอะไรนั้นไม่ใช่ว่าเขาไม่ไว้ใจเพื่อน ๆแต่สิ่งนี้ถือเป็นความลับของกระทะเหล็กยิ่งพวกเขารู้รายละเอียดเกี่ยวกับมันน้อยเท่าไหร่พวกเขาก็จะยิ่งปลอดภัยเท่านั้น  

            “ฉันรู้! เมื่อก่อนสมัยออกสำรวจร่วมกับหัวหน้าเฉิน แถวเขตซีมีซอมบี้ชนิดหนึ่งที่เรียกว่ามดกินคนครั้งนั้นพี่น้องของพวกเราล้มตายไปเป็นจำนวนมากถ้าทำเลพวกเราไกลจากแม่น้ำคนที่เหลืออยู่ก็คงจะตายแหงแก๋กันหมดแล้ว”พี่ใหญ่กุ้ยพูดถึงความหลังอย่างหวาดกลัวไม่หาย  

            “เขตซีเหรอ?” ซ่งเจิงชะงักไปพักหนึ่งเขาเพิ่งร่วมทีมสำรวจกับพวกเขาได้ไม่นานจึงยังไม่รู้ว่าสถานที่แบบนี้มีเขตอื่น ๆอีก  

            “ด้านนอกมีพื้นที่ทั้งหมดยี่สิบเขตเรียงตามตัวอักษรมีเขตหวงห้ามอยู่สี่เขต แม้แต่มนุษย์พันธุ์ใหม่ระดับสี่ก็ยังไม่กล้าเข้าไป”ฉู่อี้อธิบายคร่าว ๆ แต่สิ่งที่เขารู้ละเอียดกว่านั้นมาก  

            “เขตหวงห้ามทั้งสี่ที่ว่านี่อยู่ตรงไหนเหรอ? รู้พิกัดรึเปล่า? ทำไมถึงกลายเป็นเขตหวงห้ามไปได้ล่ะ?”ซ่งเจิงรัวคำถามไม่หยุด  

            “เขตหวงห้ามทั้งสี่แบ่งเป็นทะเลมรณะ ป่าสายหมอกหุบเหวพิษและภูเขาเพลิง ตำแหน่งของเขตทั้งสี่ตั้งอยู่ตามขอบเขตของพื้นที่ด้านนอกทั้งทิศตะวันออกทิศใต้ ทิศเหนือ และทิศตะวันตกส่วนเหตุผลว่าทำไมถึงกลายเป็นเขตหวงห้ามฉันเองก็รู้มาจากคำบอกเล่าอีกทีหนึ่ง” ฉู่อี้หยุดพูดครู่หนึ่งเพื่อกลืนน้ำลายย  

            “ที่เรียกทะเลมรณะเพราะน้ำในทะเลนั้นมีเชื้อไวรัสอยู่สัตวในทะเลนั้นส่วนใหญ่กลายพันธุ์เป็นซอมบี้ไปแล้ว อีกอย่างในน้ำไม่มีอากาศอยู่เลยความหนาแน่นของน้ำค่อนข้างมากต่อให้มนุษย์พันธุ์ใหม่จะลงไปพร้อมถังออกซิเจนก็อยู่ได้แค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้นส่วนป่าสายหมอกถูกปกคลุมไปด้วยละอองพิษมาหลายปีแล้ว สภาพแวดล้อมย่ำแย่จนหายใจไม่ออกว่ากันว่าพิษนั้นร้ายแรงมากถ้าเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ต่ำกว่าระดับสามจะไม่สามารถฝ่าเข้าไปได้แต่ฉันได้ยินมาว่าที่นั่นเป็นที่เดียวในเขตด้านนอกที่ไม่ติดเชื้อไวรัส...หุบเหวพิษ อันนี้ชื่อมันก็บอกอยู่แล้ว ข้างในเต็มไปด้วยก๊าซพิษจำนวนมากแถมยังมีซอมบี้ที่ได้รับสารพิษอยู่เยอะการโจมตีของพวกมันค่อนข้างรุนแรง แม้แต่พวกคนระดับสามก็ยังไม่กล้าเข้าไปลึกสุดท้ายก็คือภูเขาเปลวไฟ... มันได้ชื่อว่าเป็นสถานที่อันตรายี่สูงสุดที่น่าแปลก็คือข้างบนยอดเขาไม่ได้มีไฟแผดเผาตลอดเวลาเหมือนชื่อแต่ถ้ามีคนรุกล้ำเข้าไปก็จะโดนไฟครอกโดยไม่รู้สาเหตุฉันได้ยินมาว่าเมื่อก่อนเคยมีมนุษย์พันธุ์ใหม่ระดับสี่คนหนึ่งที่มีพลังสูงอยากลองดีแต่ผลก็คือเขาถูกย่างสดทันทีที่ก้าวขาเข้าไป”  

            ‘น่าสนใจแฮะ... ถ้าฉันกินเกี๊ยวน้ำกับบะหมี่น้ำใสพลังที่ได้จากมันจะแกร่งมากพอให้เข้าไปในเขตหวงห้ามสามที่แรกได้รึเปล่านะ?’ ซ่งเจิงจมอยู่ในความคิดของตัวเองไปพักใหญ่  

            “แล้วเขตซีอยู่ที่ไหนเหรอ?” ซ่งเจิงหันไปถามพี่ใหญ่กุ้ย เขาเคยไปที่นั่นมาครั้งหนึ่งแล้วดังนั้นต้องรู้ที่ตั้งของมันแน่นอน  

            “แต่ที่แบบนั้นมันอันตรายจริง ๆ นะ ฉันแนะนำว่าอย่าไปดีกว่าที่นั่นมีแมลงที่กลายพันธุ์เป็นซอมบี้เยอะแยะที่สำคัญการโจมตีของมันยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย”พี่ใหญ่กุ้ยกลืนน้ำลายสองสามอึกอย่างยากลำบากขณะเกลี้ยกล่อมให้ซ่งเจิงเปลี่ยนความคิด  

            “อย่าปอดแหกไปเลยน่าเรามีมนุษย์พันธุ์ใหม่ระดับสามอยู่ที่นี่ตั้งหนึ่งคนนะ ไม่อันตรายหรอกเชื่อสิ!”ซ่งเจิงหันไปขยิบตาให้ฉู่อี้หนึ่งทีอย่างมีเลศนัย  

            “ถ้านายใช้งานฉันอีก ฉันจะเรียกเก็บเงินนายแน่!”ฉู่อี้ตะโกนโหวกเหวกทันทีเพราะรู้ดีว่าสายตาของอีกฝ่ายมีความหมายว่าอะไร  

            “สบายใจได้ พวกเราขาดนายไปไม่ได้หรอก” ซ่งเจิงส่งยิ้มให้ฉู่อี้ลิงผอมและพี่ใหญ่กุ้ยฟังทั้งสองต่อล้อต่อเถียงกันโดยไม่คิดคัดค้านอะไรอีกเพราะใจจริงแล้วพวกเขาก็อยากลองไปสำรวจพื้นที่ใหม่ ๆ ดูด้วยถึงยังไงการมีมนุษย์พันธุ์ใหม่ระดับสามอยู่ในกลุ่มแบบนี้อาจจะทำให้พวกเขาก้าวข้ามขอบเขตไปอีกหนึ่งขั้นก็ได้  

            “ออกเดินทางได้!” ซ่งเจิงคว้ากระทะเหล็กขึ้นมาเช็ดถูไปมาซ้ำ ๆ‘ใกล้แล้วล่ะ! อีกนิดเดียวฉันก็จะเกิดการพัฒนาแล้ว!’  

            ทั้งสี่คนมุ่งหน้าไปยังเขตซีระหว่างทางพวกเขาได้ช่วยกันฆ่าซอมบี้ไปเป็นจำนวนมากทุกครั้งที่ซ่งเจิงได้รับน้ำยาวิวัฒนาการขั้นต่ำมาก็แบ่งปันให้ลิงผอมและพี่ใหญ่กุ้ยแทบทั้งหมดแต่น่าแปลกที่พวกเขาใช้ไปแล้วประมาณยี่สิบส่วนแต่ยังไม่สามารถสัมผัสถึงพลังอะไรได้เลยแถมร่างกายยังรู้สึกคล้ายจะไม่สบายอีกต่างหากเหตุการณ์นี้ทำให้ซ่งเจิงไม่กล้าให้น้ำยาวิวัฒนาการกับพวกเขาเพิ่มเติมมีแต่ฉู่อี้รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น รีรออยู่พักหนึ่งเขาจึงเดินไปเช็คร่างกายทั้งสองอย่างกระตือรือร้น  

            “ฉู่อี้ พวกเขาเป็นยังไงบ้าง?” ซ่งเจิงมีความรู้เกี่ยวกับมนุษย์พันธุ์ใหม่น้อยมากเขาทำได้เพียงใช้เวลาช่วงแวะพักผ่อนในการถามเอาข้อมูลจากฉู่อี้  

            “ครั้งนี้ถือว่านายเจอสมบัติชิ้นโตเลยแหละ” ขณะตอบคำถามอีกฝ่ายแววตาของฉู่อี้ยังสั่นไหวไปมาด้วยความตื่นเต้น  

            “หมายความว่าไง?” ซ่งเจิงถาม  

            “จริง ๆ แล้วคนธรรมดาที่อยากวิวัฒน์เป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่น่ะน้ำยาวิวัฒนาการขั้นต่ำทำได้แค่บำรุงร่างกายไว้เท่านั้นตัวแปรจะทำให้พลังนั้นตื่นขึ้นมาคือความปรารถนาอันแรงกล้าของมนุษย์ที่อยู่ในช่วงเวลาของความเป็นความตายต่างหากสองสามวันมานี้ถึงนายจะให้พวกเขาฆ่าซอมบี้ไปเยอะแยะก็เถอะแต่ว่าพลังพวกนั้นจะตื่นขึ้นก็ต่อเมื่อพวกเขาอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังหากยังเป็นที่พึ่งให้พวกเขาต่อไปเรื่อย ๆ พลังอาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยก็ได้”ฉู่อี้อธิบาย  

            “งั้นทำไมนายไม่บอกฉันตั้งแต่แรกล่ะ!” ซ่งเจิงฉุนเฉียวขึ้นทันทีเขาเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของฉู่อี้ด้วยความโมโห  

            “เฮ้! อย่าตกใจไปสิ ฉันแค่อยากจะรู้ขีดจำกัดของพวกเขาน่ะ เราต้องรู้ก่อนว่าร่างกายของพวกเขาสามารถทนต่อน้ำยาวิวัฒนาการได้ถึงระดับไหนยิ่งทนได้มากเท่าไหร่พลังที่ตื่นขึ้นก็จะแข็งแกร่งมากเท่านั้น!ตอนที่พลังของฉันตื่นครั้งแรกก็ใช้น้ำยาไปแล้วตั้งห้าสิบส่วนตอนนี้เราทำได้แค่ประเมินพลังของพวกเขา เมื่อพลังตื่นขึ้นจริงพลังของฉันคงห่างไกลจากพวกเขาแล้วล่ะ!ฉันถึงได้บอกไงว่า่นายน่ะเจอสมบัติเข้าแล้ว!”ฉู่อี้ชูมือขึ้นสูงทั้งสองข้างพลางยิ้มแฉ่ง  

            “งั้นก็ดีน่ะสิ!” ซ่งเจิงรีบเปลี่ยนจากอาการโมโหเป็นดีใจทันทีเขาไม่เคยคิดถึงเหตุผลนี้มาก่อน รู้แค่สหายพี่น้องของตัวเองจะต้องมีพลังที่ยิ่งใหญ่ดังนั้นความรู้สึกดีใจจึงฉายผ่านแววตาของเขาอย่างชัดเจน  

            “แต่จะทำยังไงให้พลังของพวกเขาตื่นขึ้นได้ล่ะ?” ซ่งเจิงตั้งคำถามอีกครั้งขณะที่กำลังใช้ความคิด  

            “เรื่องนั้นพี่จะต้องเป็นคนใจร้ายสักหน่อย ไม่ยากเลย!ตอนนี้พวกเขาต่อสู้กับซอมบี้ขั้นต่ำจนเคยชินซะแล้วซอมบี้ระดับต่ำไม่สร้างความท้าทายให้สองคนนั้นอีกต่อไป”ฉู่อี้พูดพลางจ้องมองเข้าไปในตาของอีกฝ่าย  

            ซ่งเจิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย  

            “มีซอมบี้ระดับหนึ่งอยู่สองตัวที่ตามพวกเรามานานแล้วแต่สัญชาตญาณของพวกมันกลัวไฟจากตัวฉันเลยไม่ยอมโจมตีสักทีเพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำก็คือ...” ฉู่อี้ขยับไปกระซิบที่หูของซ่งเจิง  

            “แบบนี้มันไม่อันตรายไปหน่อยเหรอ? ถ้าพวกเขาเกิดมีอันตรายถึงชีวิตขึ้นมานายต้องเข้าไปช่วยทันที เข้าใจไหม?!”ซ่งเจิงพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยเต็มใจ แต่อีกใจก็เห็นด้วยกับคำแนะนำของฉู่อี้  

            “ถ้าอย่างนั้นทำตามแผนนี้ก็แล้วกัน แต่เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุพวกเราต้องกำจัดซอมบี้ระดับต่ำที่อยู่รอบ ๆ ทิ้งให้หมดซะก่อน” ฉู่อี้เสนอ  

            “ดีเหมือนกัน! เอาตามวิธีของนายเลย!” ซ่งเจิงยอมเห็นด้วยในที่สุด  

            ถ้าอยากจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ต่อไปทุกคนจำเป็นต้องต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้!ความจริงแล้วการที่ตัวเขาคอยปกป้องพวกเขามาตลอดนับว่าไม่ถูกต้องเท่าไหร่ขืนทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้พวกเขาไม่ต่างอะไรไปจากดอกไม้ที่อยู่ในเรือนกระจก...หากต้องการเติบโตอย่างสวยงามจำเป็นต้องผ่านมรสุมลมพายุเสียก่อน!  

            ‘สหายพี่น้องทั้งหลาย! ฉันรู้ว่าพวกนายผ่านมันไปได้สบายอยู่แล้ว!อีกไม่นานพลังต้องตื่นขึ้นแน่ ๆ!’  

            ถึงซ่งเจิงไม่เคยสัมผัสพลังของลิงผอมและพี่ใหญ่กุ้ยแต่จิตใจของเขากลับเต็มไปด้วยความหวังเขาเชื่อมั่นในตัวทั้งสองว่าจะผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้อย่างราบรื่น  

            ‘ตื่นขึ้นเถอะพลังที่หลับใหล!การใช้ชีวิตต่อไปบนโลกอันสิ้นหวังนี้ก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่หรอกว่าไหม?’ 

            ..............................................................

     

    คล้ายกับเรื่องกระทะเหล็กกู้โลก ที่คุณอ่าน