เสียงที่เคยดังอยู่ภายนอกตำหนักกลับดังขึ้นภายใน
เสียงกรีดร้องคร่ำครวญอยู่ใกล้เพียงเอื้อมถึง ทุกคนต่างนั่งนิ่งเหมือนถูกสะกด ไม่กล้าพูดคุย ไม่กล้าส่งเสียง ไม่กล้าหัวเราะ ทำได้เพียงกลอกตามองหน้ากันไปมา
ทันใดนั้นนางกำนัลจากกองน้ำจัณฑ์สามนางซึ่งนั่งอยู่บริเวณระเบียงทางเดิน อยู่ ๆ ล้มตัวลงนอนเกลือกกลิ้ง ร่างกายสั่นเทิ้ม ตาเหลือกขาว พร่ำเพ้อเหมือนคนบ้า
เสียงคร่ำครวญนอกเรือนรับรอง ประสานกับเสียงพูดไม่ได้ศัพท์ของนางกำนัลทั้งสาม กลายเป็บทเพลงแห่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึง ความหวาดกลัวแพร่กระจายดั่งโรคระบาด เชื้อพระวงศ์ชายหญิงต่างถดถอยมารวมกันหน้าพระแท่น*ของจักรพรรดินีมาซาโกะ
โมจิฮิโตะโอว** ชายกลางคนรูปร่างกำยำ พระนัดดาในจักรพรรดิองค์ก่อน ถือดีว่าตนเป็นักรบ ตั้งใจแสดงความเข้มแข็งต่อหน้าพระพักตร์สมเด็จพระจักรพรรดินี หวังขอตำแหน่งขุนนางให้บุตรชาย
เขาเป็ผู้เดียวซึ่งนั่งอยู่กับที่ ไม่ได้หวาดกลัวจนถอยหนีเหมือนคนอื่น เมื่อสบโอกาสโมจิฮิโตะโอวยันตัวลุกขึ้น ใช้มือปัดเสื้อผ้าทำเหมือนไล่ฝุ่นละออง วางมาดบุรุษอาชาไนย ย่างสามขุมเข้าหาเหล่านางกำนัล จากนั้นเตะต่อยทุบตี หวังความเ็ปกระตุ้นบ่าวไพร่ให้รู้สึกตัว เลิกแสร้งทำผีเข้า
โมจิฮิโตะโอวเคยเห็นสตรีอ่อนแอแสร้งทำอาการเช่นนี้ โดยเฉพาะ่งานเทศกาล คนหนึ่งกรีดร้อง อีกคนล้มตัวดีดดิ้น ชาวบ้านคิดว่าน่ากลัว ตัวเขาว่าน่าสมเพช ส่วนเสียงโวยวายภายนอก หากไม่ใช่นางกำนัลเล่นสนุก ก็คงเป็พระสนมคนใดเกิดโมโห ทำโทษฟาดโบยคนของตน ไม่ว่าเสียงดังกล่าวจะฟังดูประหลาดเพียงใด แต่ที่นี่คือวังหลวง แวดล้อมไปด้วยบ้านเรือนของขุนนางผู้ใหญ่ ภายในวังมีทหารรักษาการณ์และทหารราชองครักษ์หลายพันคน จะเกิดอะไรขึ้นได้
ภายหลังทุบตีอย่างหนักหน่วงนางกำนัลทั้งสามค่อยแน่นิ่ง ขณะโมจิฮิโตะยิ้มระรื่นหันหน้ากลับมาเพื่ออวดโอ่ความสามารถตน แทนที่จะเห็นใบหน้าชื่นชมจากพระญาติคนอื่น ๆ กลับเห็นแต่ใบหน้าซีดขาว บางคนยกมือปิดปากทำหน้าเหยเก บางคนกรีดร้องเหมือนคนเสียสติ บางคนเนื้อตัวสั่นเทาถ่ายปัสสาวะอุจจาระออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ พระพักตร์ของจักรพรรดินียิ่งมายิ่งซีดขาว พระหัตถ์กำชายพระภูษาแน่น พระอุระ***สะท้านขึ้นลง
โมจิฮิโตะโอวรับรู้แล้วว่า บางสิ่งกำลังเกิดขึ้นและคงน่ากลัวอย่างยิ่ง จะเดินหน้าก็ใช่ที่จะถอยหลังก็ใช่ที่ ในใจไพล่ถึงอดีตครั้งเข้าป่าล่าสัตว์ครั้งแรก ตอนนั้นได้ยินคำสนทนาระหว่างนายพรานกับองครักษ์
นายพรานเล่าว่า ตนกลัวที่สุดคือการเดินรั้งท้ายในป่า เพราะเสือมักทำร้ายคนจากทางด้านหลัง โดยเฉพาะคนสุดท้ายยามเดินเหินแผ่นหลังเปิดกว้าง ต่อให้สวมใส่เกราะหนังอย่างดีก็ไร้ค่า ดังนั้นชาวบ้านหาของป่านิยมแขวนหน้ากากหน้าคนไว้ตรงท้ายทอย ล่อหลอกสัตว์ร้ายให้เข้าใจผิด
จู่ ๆ โมจิฮิโตะรู้สึกลำคอเย็นวาบ อาศัยสัญชาตญาณนักรบ รีบก้มตัวกลิ้งหนีออกด้านข้าง ระหว่างนั้นหางตาเหลือบเห็นอะไรบางอย่าง
ลำคอของคน
ลำคอขาวนวล
ลำคอขาวนวลยืดยาว
นางกำนัลทั้งสามซึ่งเดิมนอนสลบไสลอยู่บนระเบียง พลันพลิกตัวใช้มือต่างเท้าคลานสี่ขา ส่งเสียงครืดคราดในลำคอ จากนั้นลำคอเรียวสวยกลายเป็ยืดยาว โยกไปมาเหมือนงูเห่าแผ่แม่เบี้ย เพียงพริบตามันม้วนไขว้ รัดพัน โฉบตวัด บางคนถูกกระแทกหน้าอกยุบขาดใจตายคาที่ บางคนถูกมันกอดรัดสภาพเหมือนถูกงูเหลือมรัดพัน เืสด ๆ ทะลักออกจากจมูกปาก
เสียงหวีดร้องดังก้อง บรรยากาศสับสนวุ่นวายถึงขีดสุด
ยามความตายมาเยือนทุกคนล้วนแสดงนิสัยที่แท้จริง เหล่าเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงกลับไม่ได้จิตใจสูงส่งเท่า บ้างผลักคนอื่นออกรับหน้า บ้างกราบไหว้ขอชีวิต บ้างพยายามหลบหนี แต่ทุกการกระทำไม่อาจเล็ดลอดจากสายตาปีศาจคอยาวไปได้ มันทั้งสามกวัดแกว่งศีรษะไล่ต้อนทุกคนให้มาอยู่รวมกัน อัดแน่นอยู่หน้าพระแท่น ผู้ใดหลบหนีผู้นั้นถูกสังหาร
ผู้คนจำนวนมากอยู่รวมกันย่อมยากหาระเบียบได้ ยิ่งผู้คนจำนวนมากนี้กำลังหวาดกลัว ภาพที่ปรากฏจึงสับสนอลหม่านถึงขีดสุด นางสนองพระโอษฐ์สี่นางซึ่งนั่งอยู่รอบพระแท่น ทั้งผลักทั้งดัน ทั้งทุบทั้งตี ไม่ให้พระญาติเ่าั้เข้ามาประชิดพระแท่น ป้องกันไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้ผู้สูงด้วยยศศักดิ์อย่างสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังออกจากปากของปีศาจคอยาว ราวกับว่าพวกมันกำลังสนุกกับการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของผู้คนเหล่านี้
หรือพวกมันรอให้ผู้คนหวาดกลัวถึงขีดสุดแล้วค่อยสังหาร!
จู่ ๆ เสียงหัวเราะพลันขาดหาย ศีรษะทั้งสามเคลื่อนไหวกะทันหัน วกอ้อมไปยังทิศทางซึ่งไม่มีใครสนใจ…
เด็กน้อยทั้งสาม!
เด็กน้อยทั้งสามและทารกอยู่ในห้องข้าง เพียงกั้นขวางด้วยประตูบานเลื่อน ซึ่งก่อนนี้ถูกเปิดออกเป็ช่องให้จักรพรรดินีสามารถทอดพระเนตรพระราชธิดาได้โดยสะดวก
หัวหนึ่งจู่โจมองค์หญิงมุเนโกะ
หัวหนึ่งมุ่งองค์ชายโมริฮิระ
หัวหนึ่งโฉบเข้าหาองค์หญิงทากาโกะ ทารกน้อย
การลอบทำร้ายเป็ไปอย่างรวดเร็วดุจประกายไฟ เสียงหวีดร้องของจักรพรรดินีดังเสียดฟ้า
สมกับเป็ปีศาจ ทำร้ายคนอ่อนแอช่วยตัวเองไม่ได้ ช่างลึกซึ้งชั่วร้ายยิ่งนัก...
ใครจะช่วยเด็กทั้งสามได้?
องค์หญิงมุเนโกะน้ำตาซึม แก้มแดงดั่งลูกพลัมยิ่งแดงเข้มอีก หัวใจดวงน้อยสั่นรัว มือกำแน่น ถึงปีศาจคอยาวน่ากลัวเพียงไหน แต่เธอไม่ยอมถอยจากจุดที่ยืนอยู่ ทารกน้อยกำลังหลับใหล หากเธอยังหลบหนีแล้วใครจะปกป้องน้องสาวตัวน้อย
ขณะเกิดเื่วุ่นวาย พวกผู้ใหญ่ต่างใกลัวหลบหนีเอาตัวรอด องค์หญิงกังวลเพียงความปลอดภัยของน้องสาว รีบลุกยืนบดบังด้วยความกล้าหาญ
เด็กคนเดียวจะทำอะไรได้?
เพียงลำพังอาจไม่ ทว่าเธอยังมีพระสหาย หัวใจดวงน้อยบอกว่าพระสหายสองคนนี้ต้องช่วยคุ้มครองน้องสาวได้แน่นอน
เด็กสองคนจะทำอะไรได้?
เด็กชายสองคนยืนเอามือไพล่หลัง ความมั่นใจฉายชัดอยู่ในหน้า หามีความหวาดกลัวใดไม่ คนหนึ่งดวงตากระจ่างใสบริสุทธิ์ผ่องแผ้วดั่งน้ำค้างยอดหญ้า อีกคนดวงตากระจ่างแจ้งดุจดวงจันทร์กลางหาว หากสังเกตดี ๆ จะเห็นคนหนึ่งมือสั่นน้อย ๆ อีกคนกำมือแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ทว่าภายนอกคนยังดูคึกคักเข้มแข็ง
เด็กน้อยอายุสิบขวบคนหนึ่งเก้าขวบคนหนึ่งต่างสูดหายใจเข้าลึก เพื่อสะกดความตื่นเต้น เมื่อศีรษะอันน่าสยดสยองของปีศาจคอยาวเข้ามาในระยะสามซาคุ (หนึ่งเมตร) มือเล็ก ๆ ที่ซ่อนไว้ด้านหลังพลันยื่นออกไปข้างหน้า ในมือถือแผ่นกระดาษสีขาวตัวอักษรสีแดง เขียนคำว่า ‘雷雨 (รัยอู)’
เด็กทั้งสองเอ่ยคาถาคนละวรรคประกอบกันเป็คำว่า
天人破魔 (เทงจิงฮะมะ)
天 ์เบื้องบน
人 มนุษย์เบื้องล่าง
壊 ทำลาย
魔 มารปีศาจ
雷雨 (รัยอู)
อาคมพายุสายฟ้า ข่ายเทพสายฟ้า
เพียงพริบตาประกายสายฟ้าแปลบปลาบสว่างวาบ สายฟ้าเส้นเล็กถักทอเป็กรงอัสนีแห่งการทำลายล้างครอบเด็กน้อยทั้งสี่ไว้ภายใน ความชั่วร้ายใดบังอาจกล้ำกรายต้องถูกทำลายสิ้น
ปีศาจคอยาวทั้งสามรู้ตัวเมื่อสาย พอเข้ามาในระยะสามซาคุก็ไม่สามารถถอนตัวได้ทัน สายฟ้าเป็สายประสานกันเป็งูไฟฟ้าตัวยาวเลื่อนผ่านศีรษะ ลำคอ หัวไหล่ ไปถึงลำตัว กลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้ง
ปีศาจทั้งสามไม่ทันได้โต้ตอบอะไรกลับตายไปในลักษณะนี้!!!
*พระแท่น เตียงหรือตั่ง
**โอว พระยศลำดับโอว
***พระอุระ หน้าอก เรียกพระทรวงก็ได้