ตอนที่ 158 นี่เราลืมอะไรไปหรือเปล่า ?
ตอนที่ 158 “ว่ายังไงอาการเป็นไงบ้าง” ดนัยถามหลังจากสั่งให้หนุ่มมอปลายที่ชื่อทาเคชินั่นช่วยสังเกตุอาการผู้ป่วยที่อยู่ด้านนอกให้ “เอ่อก็หายใจช้ามากเลยครับแล้วก็ตัวดูซีดๆแถมตัวเย็นมากเลยครับ” ทาเคชิอธิบายรายละเอียดที่เขาสังเกตุได้ให้ดนัยทราบ “งั้นเหรอแล้วริมฝีปากล่ะเป็นไงบ้างเป็นสีอะไร” ดนัยถามต่อ “เอ่อ...ม่วงครับ” ทาเคชิตอบ “ชิ...แบบนี้แย่แล้วกำลังขาดออกซิเจน” ดนัยสบถออกมาเขานั้นอยากจะพุ่งออกไปจากห้องน้ำซะเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ติดที่ว่ากำลังถ่ายหนักอยู่น่ะนะแถมยังดูเหมือนจะหยุดกลางคันไม่ได้ง่ายๆเสียด้วย “ทำไงดีครับพี่ชายลุงคนนี้เขาจะตายก่อนที่เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินจะมาหรือเปล่าครับ” ทาเคชิกังวลเป็นอย่างมาก “คงตายก่อนแน่นอน” ดนัยตอบทาเคชิ “งะ...งั้นทำไงดีครับ” ทาเคชิได้ยินแบบนั้นก็หน้าเสียทันที “ไม่ต้องห่วงมีพี่อยู่ตรงนี้ช่วยได้แน่ทำตามที่พี่แนะนำซะ” ดนัยบอก “ครับ” “ก่อนอื่นก็ลองใช้นิ้วเคาะไปที่หน้าอกบริเวณเหนือหัวใจขึ้นไปประมาณหนึ่งนิ้ว” ดนัยบอก “เคาะเหรอครับ ??” เสียงทาเคชิดูไม่เข้าใจว่าดนัยต้องการให้เขาเคาะทำไม “ใช่อาการที่ลุงคนนี้เป็นอยู่คือมีอากาศค้างอยู่ในช่องอก” ดนัยบอกต้นเหตุที่ผู้ป่วยเป็นแบบนี้ ทาเคชิพอได้ยินแบบนั้นก็ลองเคาะลงไปบนหน้าอกตามที่ดนัยแนะนำ ปุ !! ปุ !! เสียงตอนเคาะลงไปนั้นดูตันๆ “เสียงเป็นไงบ้างเวลาเคาะ” ดนัยถามเพราะเขาอยู่ในห้องน้ำจึงได้ยินเสียงไม่ถนัดนัก “มันดูตันๆเหมือนเคาะลูกบอลยางเลยครับ” ทาเคชิบอก “งั้นก็แน่นอนแล้วล่ะมีอากาศค้างอยู่ในช่องอก” ดนัยพูด “ละ...แล้วต้องทำไงต่อครับ” ทาเคชิถาม “เธอดูดบุหรี่หรือเปล่า” ดนัยไม่บอกว่าต้องทำยังไงต่อแต่ถามทาเคชิแทน “ดะ...ดูดครับ” ทาเคชิตอบ “งั้นก็ดีเธอคงมีไฟแช็ก...ว่าแต่มีปากกาลูกลื่นที่ด้ามเป็นเหล็กหรือเป็นเงินหรือเปล่า” ดนัยถามต่อท่ามกลางความสับสนของทาเคชิว่าถามไปทำไม “มีครับเป็นปากกาลูกลื่นที่เป็นเงินครับแฟนผมซื้อให้เมื่อวันเกิดตอนเดือนที่แล้ว” ทาเคชิตอบ “ดีงั้นเอาปากกากับไฟแช็กเธอออกมาซะ” ดนัยบอกทาเคชิได้ยินแบบนั้นก็รีบล้วงเข้าไปในกระเป๋าหยิบปากกากับไฟแช็กออกมา “เอาออกมาแล้วครับยังไงต่อพี่ชาย” ทาเคชิถามต่อ “ถอดเสื้อของลุงคนนั้นออกซะจากนั้นเธอก็ถอดไส้ของปากกาออกมา” ดนัยสั่งไปทีละขั้นตอนเพราะกลัวทาเคชิจะงง ทาเคชิใช้เวลาจักการอยู่ไม่กี่วินาทีก็ได้ตามที่ดนัยบอกให้ทำ “จากนั้นเธอก็ใช้ไฟแช็กลนปลายปากกาจนร้อนถือไฟให้ห่างหน่อยล่ะอย่าเอาไฟไปจี้เพราะเดี๋ยวปลายปากกามันจะดำ” ดนัยพูด “หา...แบบนี้ปากกาผมก็เสียดิพี่ชาย” ทาเคชิอุทานออกมา “อยากช่วยลุงเขามั้ยล่ะถ้าอยากช่วยก็ทำซะ” ดนัยเห็นทาเคชิกังวลกลัวปากกาเสียจึงถามอีกครั้ง “ยะ...อยากครับ” ทาเคชิได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกไม่มีทางเลือกจึงจุดไฟแช็กและลนปลายปากกาจนเริ่มร้อน “ร้อนแล้วพี่ชายทำไงต่อ” ทาเคชิถาม “ก็ไม่อะไรมากแทงปากกานั่นลงที่หน้าอกลุงเขาเลยแทงลงไปตรงบริเวณที่ให้เคาะก่อนหน้านี้น่ะ” ดนัยตอบ “ว่าไงนะให้แทงเหรอพี่ชายจะให้ผมฆ่าลุงเขางั้นเหรอ !!” ทาเคชิอุทานออกมา “ไม่ใช่ฆ่าช่วยต่างหากล่ะพี่ให้เธอแทงลงไปตรงนั้นเพื่อเอาลมออกมาถ้าไม่เอาลมออกลุงเขาจะหายใจไม่ได้จากนั้นสมองก็จะขาดออกซิเจนจนตาย” ดนัยบอกถึงเหตุผลที่ให้แทงลงไปที่หน้าอก “ชะ...ช่วยงั้นเหรอ” ทาเคชิยังคงลังเลเพราะไม่รู้จักวิธีการช่วยชีวิตแบบนี้ “เออใช่รีบทำซะก่อนที่ลุงเขาจะหยุดหายใจ” ดนัยบอก “ดะ...ได้ครับผมจะทำแต่ต้องแทงลงไปลึกแค่ไหนล่ะ” ทาเคชิถาม “ไม่ลึกมากหรอกประมาณสองเซนติเมตรเท่านั้นถ้าเธอแทงลงไปถูกจุดล่ะก็จะมีเสียงลมออกมาเองจากนั้นก็ให้สังเกตริมฝีปากและใบหน้าของลุงเขาถ้าสีหน้าดีขึ้นแสดงว่าเธอช่วยเขาได้แล้ว” ดนัยพูด “ครับพี่ชาย” ทาเคชิรับคำจากนั้นเขาก็สูดลมหายใจเข้าอยู่หลายวินาทีเพื่อทำใจก่อนจะลงมือแทงลงไปที่หน้าอก ฉึก !! เสียงปากกาถูกแทงลงไปที่หน้าอกก่อนจะมีเสียงลมถูกพ่นออกมา ฟู่ !! เสียงลมถูกพ่นออกมาจากทางหัวปากกา “พี่ชาย...ลม...ลม...มีลมออกมาครับ” ทาเคชิพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อเห็นว่ามีลมออกมาจากจุดที่เขาแทง “ก็ต้องมีสิเพราะจุดที่ให้แทงลงไปมันเป็นจุดที่มีอากาศค้างอยู่นี่นาว่าแต่สีหน้าของลุงเขาเป็นไงบ้าง” ดนัยถาม “อ๊ะ...สีหน้าดีขึ้นแล้วครับหน้าไม่ซีดแล้วริมฝีปากก็เริ่มเป็นสีชมพูแล้วครับ” ทาเคชิรีบบอกดนัยเมื่อเห็นอาการของลุงดีขึ้น “ดีแล้วล่ะ” ดนัยยิ้มออกมาก่อนจะเบ่งของเสียเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมทั้งล้างก้นให้เรียบร้อยก่อนจะกดชักโครก โคร่ก !! เสียงชักโครกถูกกดลงไปดนัยลุกขึ้นมาใส่กางเกงให้เรียบร้อยและเปิดประตูห้องน้ำออกไป แอ๊ด !! ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกเมื่อเปิดประตูออกไปดนัยก็เห็นทาเคชิหนุ่มมอปลายกำลังนั่งคุกเข่าดูอาการของลุงคนที่เป็นผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด “พี่ชายหมอ !!” ทาเคชิที่เห็นดนัยออกมาจากห้องน้ำก็ส่งเสียงดีใจ “เก่งมากทาเคชิเธอทำได้ดีมาก” ดนัยพูดชมทาเคชิก่อนจะนั่งลงดูอาการของผู้ป่วย “ดูเหมือนเขาจะถูกทำร้ายมานะมีรอยช้ำที่หน้าอกสงสัยโดนต่อยไม่ก็โดนกระแทกอย่างแรงนั่นเป็นสาเหตุให้มีอากาศเข้าไปค้างในช่องอก” ดนัยบอกสาเหตุของอาการได้ทันทีเมื่อเห็นรอยช้ำที่หน้าอก “อ๊ะก่อนหน้านี้ตอนผมหากระเป๋าสตางค์ของลุงเขาผมเห็นว่าในกระเป๋าสตางค์ไม่มีเงินอยู่เลยครับสงสัยโดนพวกคนไม่ดีไถตัง” ทาเคชิพูดเพราะก่อนหน้านี้เขาเป็นคนหากระเป๋าสตางค์เพื่อหาดูว่าลุงคนนี้ชื่ออะไร “งั้นเหรอ” ดนัยพยักหน้าเข้าใจทันใดนั้นเองที่นอกห้องน้ำก็มีเสียงฝีเท้าหลายเสียงกำลังมุ่งหน้ามา กึก !! กึก !! กึก !! กึก !! เสียงฝีเท้าดูรีบร้อนเป็นอย่างมากซึ่งไม่ต้องให้เดาเลยว่าเสียงฝีเท้าพวกนั้นเป็นฝีเท้าของใคร “ผู้ป่วยอยู่ไหนครับ !!” เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินรายหนึ่งพุ่งมาที่ห้องน้ำ “ทางนี้ครับคุณเจ้าหน้าที่” ดนัยโบกมือเรียกเจ้าหน้าที่ก่อนบรรดาเจ้าหน้าที่หลายนายจะกรูกันเข้ามา “ปากกานี่มัน !!” เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่เข้ามาดูอาการผู้ป่วยอุทานเมื่อเห็นปากกาที่ปักอยู่ที่หน้าอกของผู้ป่วย “ฝีมือผมเองแหละครับ” ดนัยพูดทำเอาทาเคชิอ้าปากค้างเพราะปากกานั่นไม่ใช่ฝีมือของดนัยแต่เป็นฝีมือของทาเคชิต่างหาก ชี่ !! ดนัยที่เห็นทาเคชิอึ้งอยู่จึงยกมือนิ้วชี้ขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปากและส่งสัญญาณให้เขาเงียบเอาไว้ “ผมจำเป็นต้องทำน่ะครับคุณเจ้าหน้าที่เพราะถ้ารอให้พวกคุณมาถึงเขาตายก่อนแน่” ดนัยอธิบาย “หมายความว่ายังไงครับ” เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินทำหน้างง “ผมเป็นหมอน่ะจากโรงพยาบาลทาเคนากะ” ดนัยหยิบเอาบัตรประจำตัวเขาออกมายื่นส่งให้เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินดู “อ๊ะคุณเป็นหมอจริงด้วย” เจ้าหน้าที่เบิกตากว้างเมื่อเห็นบัตรประจำตัวของดนัย “ใช่ครับผู้ป่วยมีอากาศเข้าไปค้างที่ช่องอกทำให้หายใจไม่ได้จนขาดออกซิเจนจำเป็นต้องรีบเจาะเอาอากาศออกมาให้ไวที่สุดในช่วงเวลานั้นผมไม่รู้จะไปหาท่อระบายอากาศมาจากไหนจึงใช้ปากกาแทน...อ้อแล้วก็ผู้ป่วยคนนี้ดูเหมือนจะถูกทำร้ายมานะครับรบกวนคุณเจ้าหน้าที่ช่วยประสานงานกับตำรวจเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดหน่อย” ดนัยอธิบายและก็บอกให้เจ้าหน้าที่ช่วยประสานงานกับตำรวจเพื่อขอดูกล้องวงจรปิด “ได้ครับ” เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินพยักหน้าจากนั้นเขาก็วิทยุไปแจ้งเพื่อนที่อยู่ด้านนอกเพื่อให้ติดต่อประสานงานกับตำรวจส่วนเจ้าหน้าที่คนอื่นก็เริ่มย้ายผู้ป่วยขึ้นเปลเพื่อพาออกไปจากห้องน้ำ “แล้วนี่จะพาไปโรงพยาบาลไหนครับ” ดนัยถาม “ก็โรงพยาบาลทาเคนากะแหละครับเพราะใกล้ที่สุดแล้ว” เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินบอก “อ่าพอดีเลยผมมีธุระที่โรงพยาบาลนั้นพอดียังไงเดี๋ยวผมติดรถไปด้วยเลยแล้วกันครับ” ดนัยพูดจากนั้นก็ลุกขึ้นตามเปลที่เจ้าหน้าที่กำลังยกขึ้นแต่ก่อนที่จะได้ออกจากห้องน้ำไปดนัยก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ดนัยหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาก่อนจะหยิบธนบัตรออกมาใบหนึ่งซึ่งเป็นธนบัตรใบละหนึ่งหมื่นเยนดนัยยื่นมันให้ทาเคชิ “พี่ไม่รู้ว่าค่าปากกาของน้องราคาเท่าไหร่แต่เอาเงินนี่ไปซื้อใหม่นะขอบใจมากนะทาเคชิถ้าไม่ได้น้องลุงคนนั้นคงตายไปแล้วเดี๋ยวลุงแกฟื้นขึ้นมาจะบอกแกให้นะว่าน้องเป็นคนช่วยแกไว้” ดนัยพูดและก็ยัดเงินนั่นใส่มือของทาเคชิ “ขะ...ขอบคุณครับพี่ชายว่าแต่พี่ชายชื่ออะไรครับ” ทาเคชิถาม “พี่ชื่อณัฐดนัย...เรียกพี่หมอดนัยก็ได้นะพี่ไปก่อนนะทาเคชิ” ดนัยยิ้มให้ทาเคชิก่อนจะรีบเดินตามเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่แบกผู้ป่วยออกไป ในตอนที่ดนัยกำลังเดินตามผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ไปที่รถฉุกเฉินนั้นดนัยก็รู้สึกเหมือนลืมอะไรไปบางอย่าง “เอ...นี่เราลืมอะไรไปหรือเปล่านะ” ดนัยพยายามนึกแต่ทว่าเขาก็นึกไม่ออกจึงเลิกสนใจไป ร้านกาแฟ หมออิจิโนเสะที่กำลังดื่มกาแฟร้อนอยู่เงยหน้ามองดูนาฬิกาที่ติดอยู่บนผนัง “นี่หมอดนัยเขาไปเข้าห้องน้ำถึงไหนกันนะนี่มันก็ยี่สิบนาทีแล้วยังไม่เสร็จอีกเหรอหรือจะโทรตามดี...ไม่สิคนกำลังเข้าห้องน้ำจะให้โทรไปเร่งก็เสียมารยาท” หมออิจิโนเสะพูดออกมาซึ่งโดยปกติแล้วนิสัยของคนญี่ปุ่นเป็นคนขี้เกรงใจเป็นอย่างมากการโทรตามคนอื่นขณะที่ติดธุระจึงถือเป็นเรื่องที่เสียมารยาทเป็นอย่างมากคนญี่ปุ่นจึงไม่ค่อยทำกัน หือ...กาแฟหมดแล้วงั้นเหรอสั่งอีกแก้วแล้วกันถ้าหมดอีกแก้วแล้วหมอดนัยยังไม่มาค่อยโทรตาม หมออิจิโนเสะคิดในใจก่อนจะเรียกพนักงานมาสั่งกาแฟอีกแก้ว “ขอโทษนะครับขอสั่งกาแฟร้อนอีกแก้วครับ !!” จบ...