ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่571 การปะทะกันของอาวุธ ระดับ จักรพรรดิ

        อี้เฉิน กับคนอื่นๆ ที่เห็น มองปราดเดียวก็รับรู้ได้เลยว่า อาวุธกริชสีดำทมิฬ ขั้นจักรพรรดิเล่มนั้นของชายชรา อันตรายเป็นอย่างมากถึงกับ โจมตีทะลุมิติ ทำให้ปราณจิตอี้เฉินเกิดความเสียหาย ริมฝีปากมีเลือดไหลซึม ออกมาในทันที ราวกับวิญญาณภายในร่าง ถูกฉีกกระชาก

 


         ก่อนอี้เฉินจะตะโกนบอกกล่าว คนอื่นๆ ด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวดังออกมาก้อง “พวกเจ้าไม่มีเวลาแล้ว รีบถอยหนีกลับไปรักษาตัวก่อน เร็วเข้า! สภาพของพวกเจ้า เกรงว่าคงจะหยุด หัวหน้าองครักษ์ หยุน ฟ่านซื่อผู้นี้ ได้อีกไม่กี่สิบกระบวนท่า”

 


        ครั้นหลายคนได้ยินต่างก็กำฝ่ามือไว้จนแน่น ถอยหนีออกไปอย่างว่าง่าย รับรู้ได้เลยว่า กริชสีดำทมิฬ เล่มนั้นอันตรายมากถึงเพียงใด ตัดผ่าได้แม้กระทั่งเต๋าภายในร่างกาย ทว่าก็มีเพียง มารพุทธ ทงอี้ ที่ยังดื้อรั้นไม่ยอมถอยหนี จากอี้เฉินไปไหน

 


        อี้เฉินที่ถอยร่นออกไปอย่างต่อเนื่อง จากการโจมตีของชายชรา พร้อมกับร่างเงาที่วูบไหว ไม่อาจตามความเร็วของชายชราได้ทัน เขาที่ยันร่างขึ้นมาเช็ดเลือดที่มุมปากได้ ไต่ถาม มารพุทธ ทงอี้ ในทันใด “เจ้าเอาจริงหรือ หลวงจีนน้อย ที่จะตายตกไปพร้อมกับข้า”

 


ทงอี้ แค่นเสียงขำออกมาในทันใด “ฮ่าๆ อี้เฉิน ข้าไม่ได้อยากตายกับเจ้าหรอกนะ หากข้าตายตกขอให้สตรีฆ่าสังหารข้า ยังดีเสียกว่า

 


..ข้าเพียงรอช่วงเวลาที่ไม่มีใครเกะกะก็เท่านั้น ข้าจะได้สำแดงพลังที่แท้จริงได้ อย่างไม่มีเก็บออม”

 


            อี้เฉินได้ยิน เขาถึงกับคลี่ยิ้ม ริมฝีปากที่เปรอะเปื้อนเลือดออกมากว้าง “เจ้าได้ของดีจากวิหาร แดนพุทธ มาสินะ ทงอี้” ทว่าเหตุใด ความคิดของไอ้หมอนี้มันช่างเหมือนของข้าเสียจริงๆ

 


          แม้แต่ราชันสวรรค์ ชรา ยังกล่าวออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์ เมื่อเห็นพวกเขา ไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน “พวกเจ้าทั้งสองตัว อยู่ต่อหน้าความตาย ยังจะกล้า พูดหยอกล้อต่อหน้า ข้าที่เป็นผู้ยิ่งใหญ่ ในขั้นพลังราชันสวรรค์ อีกเช่นนั้นหรือ”

 


ก่อนมารพุทธ ทงอี้ จะกล่าวพูดออกมาด้วยความโอหัง “ไอ้แก่เจ้าเงียบปากก่อน ข้าจะแสดงอะไรให้ดู”

 


            หัวหน้าองครักษ์ หยุน ฟ่านซื่อ ครั้นได้ยินคำพูดที่ โอหังจากหลวงจีนน้อย มันก็ทำให้เขา มีสีหน้าแววตาดุร้ายขึ้นมาในทันใด มาพร้อมกับเสียงกัดกรามกอด เล็ดลอดออกมาผ่านไรฟัน

 


            แต่จู่ๆ ชายชราก็ต้องหดดวงตาจนเล็กแคบ เมื่อภายในฝ่ามือของทงอี้ ปรากฏวิหารแดนพุทธ ขึ้นมาบนฝ่ามือของเขา ปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์สีทองออกมาพร่างพราว

 


            “เจ้า! เจ้า! ชนรุ่นหลังอย่างเจ้าถึงกับถือครองโชคชะตา ครอบครองอาวุธ ระดับ จักรพรรดิเลยเช่นนั้นหรือ” ชายชรา ในกรอบสายตามี สายตาโลภขึ้นมาในทันใด ทว่าก็รับรู้ได้เป็นอย่างดีว่า เขาไม่อาจขับเคลื่อน วิหารแดนพุทธน้อยๆ นั้นได้ จึงคิดจะช่วงชิงเอาไปเก็บซ่อน ไว้ภายในทวีปมืด ป้องกันปัญหา ที่จะเกิดขึ้นมาในภายหลัง

 


             แต่ในเสี้ยววินาที ชายชราก็ต้องกลับมาตั้งสติอีกครา ครั้นเห็นร่างธรรมเต๋า ศักดิ์สิทธิ์ ทงอี้ แพร่ขยายร่างวิญญาณขึ้นมาใหญ่โต ส่องสว่างสีทองให้ความรู้สึกที่ ศักดิ์สิทธิ์น่าคร้ามเกรงไม่น้อย รอบตัวเต็มไปด้วยอักขระ ธรรมลอยล่อง

 


             ก่อนฝ่ามือวิญญาณขนาดใหญ่โตฉายบนท้องฟ้า มารพุทธ ทงอี้ จะปลดปล่อย วิหารแดนพุทธ ขนาดย่อมๆ ในฝ่ามือ รอยออกมาโจมตี ฉับพลัน วิหารแดนพุทธก็แพร่ขยายออกกว้าง พุ่งเข้า กดทับร่างชายชราที่ถือ กริช สีดำทมิฬในมือ อย่างบ้าคลั่งในทันใด

 


            แม้แต่พวกเยว่ชิงเซียน ราชัน10ทิศจ้าวเฟิง ซีเผิงพร้อมด้วยคนอื่นๆ ที่ถอยจากไป ต่างก็ไม่คาดคิดว่า มารพุทธ ทงอี้ จะมีสมบัติ ระดับ สูงสุดของมหาทวีปไว้ในครอบครอง

 


            ชายชราหยุน ฟ่านซื่อ ที่ถูกวิหารแดนพุทธ พุ่งปราดเข้า โจมตีกดทับร่าง รับรู้ได้ถึงพลังการกดข่ม ที่มากมหาศาล ของสิ่งประดิษฐ์ ระดับ จักรพรรดิ ที่ไม่ธรรมดา ก่อนชายชรา จะแค่นเสียงแข็งกร้าว ออกมาก้อง เมื่อเห็นชายหนุ่ม สูญเสียปราณพลังไม่ใช่น้อย จากการขับเคลื่อนสิ่ง ประดิษฐ์ ระดับ สูงของมหาทวีป

 


         “เจ้าก็เป็นแค่ชนรุ่นหลัง ริอ่าน ถือครองสมบัติ แห่งโชคชะตาเช่นนั้นหรือ? ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็น พลังของ อาวุธ ระดับ จักรพรรดิ แท้จริงเป็นเช่นไร”

 


            ในเสี้ยววินาที กริชในมือของชายชราก็สั่นไหวขึ้นมาอย่างรุนแรง ในชั่วขณะ ที่ฟาดฟันออกมาด้านหน้า มิติท้องฟ้า ล่มสลายในพริบตา ก่อนมันจะค่อยๆ ถูกความมืด ค่อยๆ ลุกลาม ประหนึ่งรอบบริเวณกลายเป็นพื้นที่ของ กริชสีดำสนิท ก่อนจะมีโซ่กฎเกณฑ์ พุ่งออกมาจากความมืดที่กลืนกิน พุ่งทิ่มแทงออกไปทั่วทิศอย่างบ้าคลั่ง ส่งเสียงปัง! ดังออกมาก้องฟ้า แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับ มองเห็นความมืดที่เบ่งบาน ปะทุขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ส่งให้บริเวณกลายเป็นเขตแดน ความมืดในเสี้ยวพริบตา

 


             วิหารแดนพุทธ ที่พุ่งกดทับร่าง หัวหน้าองครักษ์ หยุน ฟ่านซื่อ ถูกมารพุทธ ทงอี้คำรามบังคับโจมตีออกมาดังก้อง ค่อยๆ หยุดลงช้าๆ จากโซ่กฎเกณฑ์สีดำนับไม่ถ้วน ล้อมพันวิหารแดนพุทธ แฝงไว้ด้วยอายความชั่วร้าย กัดกร่อน สลายปราณพลังการขับเคลื่อนของ มารพุทธ ทงอี้ลง

 


แม้ว่า มารพุทธ ทงอี้ จะส่งปราณพลังเข้าไป บังคับควบคุมการโจมตี อย่างบ้าคลั่ง ส่งให้เสียง โซ่กฎเกณฑ์ขาดสะบั้น ปัง! ปัง! ดังออกมาก้องฟ้า

 


            แต่วิหารแดนพุทธก็ไม่มีทีท่า ว่าจะขยับ เข้าถึงตัวชายชรา ได้แม้แต่น้อย ทำอย่างมากได้แค่ ให้ชายชรา ริมฝีปากกระอักเลือด จากแรงกดทับที่มากมหาศาล

 


           เพียงเวลาไม่นาน วิหารค่อยๆ หดเล็กลงช้า ๆ จวนจะหลุดออกจากการควบคุม ของทงอี้เต็มทน ทำให้ปราณพลังของเขาไม่เสถียร ปั่นป่วนเป็นอย่างมาก เหมือนว่าเขาจะคิดง่ายเกินไป มันจึงทำให้สีหน้าแววตาของ หลวงจีนน้อยในยามนี้ ไม่ค่อยสู้ดีนัก

 


            อี้เฉินที่หลบเลี่ยงโซ่ กฎเกณฑ์ ที่พุ่งปราด หนีหายไปอยู่หลายครั้งหลายครา เห็นภาพวิหารแดนพุทธ ที่ทงอี้ขับเคลื่อน ค่อยๆ ย่อส่วนลงไป ช้าๆ จากโซ่กฎเกณฑ์สีดำที่ล้อมพัน เตรียมจะไปอยู่ในมือ ของศัตรูต่างดินแดน  เขาจึงอยาก จะกล่าวสบถด่า ขึ้นมาเสียให้ได้

 


           อี้เฉินจึงไม่รอช้าอีกต่อไป ไม่อาจปล่อยให้อาวุธ ระดับ สูง เช่นนี้ไปตกอยู่ในมือของศัตรูได้ ก่อนเขาจะนำหน้ากากหยก ขั้นพลังจักรพรรดิ ขึ้นมาสวมใส่ ไม่เก็บซ่อนพลัง ไว้อีกต่อไป ส่งให้พลังรบของเขา พุ่งพรวดพราดขึ้นมาในเสี้ยววินาที จนไปแตะในขั้นพลัง เซียนสวรรค์ได้อย่างรวดเร็ว

 


            กลุ่มคนที่หลบหนีดูชมการต่อสู้อยู่ห่างๆ ครั้นพวกเขา สัมผัสถึงขั้นพลังอี้เฉิน พุ่งพรวดพราด ขึ้นมาในเสี้ยวพริบตา ต่างก็ไม่อยากเชื่อสายตา ว่าอี้เฉิน เองก็มีศาสตราวุธ ระดับ จักรพรรดิด้วยเช่นกัน

 


โดยเฉพาะ คุณชายวังจิน ในยามนี้ ที่เบิกดวงตา จนรูม่านตาขยายออกจนสุด จ้องมองหน้ากาก ที่อี้เฉินสวมใส่ อย่างไม่วางตา

 


            องค์ชายชิงไป๋ยี่ ถึงกับกล่าวสบถด่า เล็ดลอดผ่านไรฟันออกมา “ไอ้เวรอี้เฉิน ไหนมันบอกว่า มันยากจนแร้นแค้นไม่ใช่หรือ เหตุใดมันถึงมี สิ่งประดิษฐ์ ระดับ จักรพรรดิไว้ในครอบครอง”

 


           ราชัน10ทิศจ้าวเฟิง เขาไม่ได้แปลกใจ ก่อนจะกล่าวพูดพึมพำออกมา “ข้าก็ว่าอยู่ เหตุใดอี้เฉิน ถึงสามารถทำลาย เจดีย์กระดูก ในยามที่ประลองกับซูเซ่อ คนของสำนักศาลาซากศพได้ ไอ้เวรนี่ ชอบทำให้ผู้คน ตกอกตกใจจริงๆ”

 


         แต่มีหรือ ราชันสวรรค์ชรา หยุน ฟ่านซื่อจะไม่รับรู้ ครั้นเมื่อเอื้อมฝ่ามือ เตรียมจะเก็บ วิหารแดนพุทธ ขนาดไม่ถึงฝ่ามือกลับไป เขาก็ต้องรู้สึกประหลาดใจ ในพลังรบของอี้เฉิน สิ่งประดิษฐ์ที่เพิ่มพูน ศักยภาพขึ้นมา ร่วมร้อยปีในพริบตาเช่นนี้ ใครเล่าจะไม่สนใจมัน

 


          ทว่าหัวหน้าองครักษ์ หยุน ฟ่านซื่อ ในระหว่างที่เขา เตรียมจะเก็บ วิหารแดนพุทธ ที่หม่นแสง พร้อมกับเสียงแค่นคำราม ดังออกมาก้อง ของมารพุทธ ทงอี้ พยายามจะกลับมาควบคุม วิหารแดนพุทธ อีกครา แต่เหมือนว่าจะไม่เป็นผลเสียแล้ว

“ไม่! ไม่!”

 


           ในเสี้ยวพริบตา ร่างอี้เฉินที่ตัดผ่าเต๋ากฎเกณฑ์กาลเวลาของ ขั้นราชันสวรรค์ พุ่งปราดออกไปด้านหน้า ปราณสายฟ้าฟาด จากการสำแดงวิชาเคลื่อนที่ ทำให้อี้เฉินไม่ถูก กฎเกณฑ์กาลเวลาขวางกั้นเขาไว้อีกต่อไป พุ่งปราดเข้าไปแย่งชิง วิหารแดนพุทธ ไว้ในฝ่ามือของเขาในทันใด ก่อนอี้เฉินจะโยนคืนมันให้กับ ทงอี้

 


           ชายชราหยุน ฟ่านซื่อ ร้อง “อ๊าก!” คำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น “เจ้า! ช่างใจกล้าห่อฟ้านัก กล้าช่วงชิงของจากข้า คงอยากจะถูกสับ เป็นหมื่นๆ ชิ้น ตายด้วยความทรมานสินะ”

 


อี้เฉินปรายตามองชายชราด้วยสายตา เย้ยหยันในทันใด “ไอ้แก่ เจ้าโมเมเป็นของเจ้าได้อย่างไร เจ้านี่ ช่างไร้ยางอาย จริงๆ”

 


“เจ้า! ช่างรนหาที่ตายนัก!” ชายชรากระอักเลือดออกมาด้วยโทสะ ไม่คิดว่าชายแก่อย่างเขา จะมาถูกชนรุ่นหลังกล่าวพูด ถอนหงอกขาว บนหัวเช่นนี้

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน